บทที่ 9 พบกับการนัดหมายแปลก ๆ
หญิงสาวพูดด้วยความชื่นชม ‘อย่างนั้นคุณน่าจะมีความรู้ไม่น้อยเลย ฉันชอบคนที่มีพร์ที่สุดเลย!’
จากนั้นก็ได้ยินชายหนุ่มตอบอย่างเ็า ‘อย่างนั้นคุณคงผิดหวังแล้วล่ะ ผมไม่ได้มีพร์อะไรเลย เป็แค่คนธรรมดาที่ชอบวาดรูปฆ่าเวลาไปวันๆ’
‘อืม…’ หญิงสาวอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบแก้ต่าง ‘แต่ก็เก่งมากแล้วค่ะ ฉันเองก็ชอบวาดรูปเหมือนกัน แต่ฝีมือไม่ค่อยดี คุณช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมคะ?’
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวมีความตั้งใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ไม่นาน ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ ‘ดีใจที่คุณชอบ ถ้าคุณตกลง ผมก็ขอพูดถึงสถานการณ์ของผมบ้างนะครับ’
ไม่รอให้หญิงสาวได้ตอบตกลง ‘ผมเพิ่งจบมัธยมปลาย แต่ด้วยเหตุผลปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีงานทำ คนที่แนะนำเรามาคงบอกคุณแล้วว่าพ่อแม่ของผมเสียชีวิตไปแล้ว ผมถูกเลี้ยงดูโดยพี่สาวมาั้แ่เด็ก แต่ในตอนนี้พี่สาวแต่งงานออกไปหมดแล้ว ตัวผมมีเพียงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้
ถ้าเราแต่งงานกัน ในอนาคตผมจะรับผิดชอบเื่ค่าบ้าน ส่วนค่าอาหารเสริมบำรุงร่างกายรายเดือน คุณปู่ของผมจะช่วยเหลือ แต่เื่ค่าใช้จ่ายภายในบ้านอาจจะไม่ไหว อาจจะต้องขอให้คุณรับผิดชอบ
แน่นอนว่าผมจะช่วยแบ่งเบางานบ้านด้วยเช่นกัน ผมอยู่กับพี่สาวก็ช่วยซักผ้า ทำอาหาร และดูแลเด็ก ๆ มาั้แ่เด็ก ผมจะดูแลบ้านให้เป็อย่างดี ส่วนเื่อื่น ๆ ก็แล้วแต่คุณ!’
‘อะไรนะ... อะไรกัน!’ เพียงแค่หญิงสาวที่ตอบโต้ไม่ถูก แม้แต่ลู่เซี่ยที่แอบฟังอยู่ก็ถึงกับอึ้งไปเลย
แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่รู้สึกอะไร เขายังคงพูดต่อไปเรื่อย ๆ
‘จริง ๆ แล้วทางบ้านเคยหางานสบาย ๆ ให้ผมทำ แต่ผมไม่ค่อยชอบ เลยปฏิเสธไป แต่คุณวางใจได้นะ ผมจะดูแลทุกอย่างในบ้านให้เป็อย่างดี โดยที่คุณไม่ต้องกังวล และถ้าเป็แบบนี้ คุณต้องจ่ายเงินเดือนให้ผมทุกเดือนด้วยนะ เพราะอย่างนี้ก็ถือว่าผมทำงานเพื่อครอบครัวแล้ว’
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวจึงได้สติ และตอบกลับไปด้วยความไม่เชื่อ ‘คุณปฏิเสธงานแล้วนัดดูตัวกับฉัน เพื่อหาคนโง่มาเลี้ยงดูคุณงั้นเหรอ? คุณตั้งใจจะเกาะผู้หญิงกินงั้นเหรอ?’
ชายหนุ่มตอบอย่างใจเย็น ‘จะเรียกว่าเกาะผู้หญิงกินได้ยังไงล่ะ? ในเมื่อไม่มีกฎหมายข้อไหนกำหนดว่าสามีต้องทำงานนอกบ้านนี่ ผมก็แค่อยากหาภรรยาที่เลี้ยงผมได้’
เมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดที่ไร้เดียงสาของเขา ราวกับว่าเธอถูกขโมยหัวใจไป ไม่หลงเหลือแม้เสี้ยวของความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
จากนั้นก็พูดทิ้งท้ายว่า ‘โรคจิต’ แล้ววิ่งหนีไป
ไม่นานนัก ลู่เซี่ยก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง สวมชุดสีเหลือลายดอกโบตั๋นวิ่งผ่านหน้าเธอไป ใบหน้าสะสวยยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ
ในเวลาต่อมา ตัวละครหลักอีกคนก็เดินมาถึงด้านหน้าของเธอ
ลู่เซี่ยเงยหน้าขึ้นมอง แต่ก็ใในทันที!
โอ้โห! คน ๆ นี้เป็คนที่อยู่ในยุคเจ็ดศูนย์จริง ๆ เหรอเนี่ย? ไม่ใช่นักแสดงหนุ่มหน้าใสในยุคที่เธอจากมาหรอกเหรอ?
เปล่า เขาหล่อกว่านักแสดงหนุ่มหน้าใสซะอีก!
ผิวขาว ดวงตาเฉี่ยว จมูกโด่ง ริมฝีปากราวกับทาลิปสติกอย่างเป็ธรรมชาติ เมื่อสังเกตบนแก้มดี ๆ เหมือนว่าจะมีลักยิ้มด้วย
โอ้พระเ้า! ทุกรายละเอียดบนใบหน้าของเขาตรงกับความชอบของลู่เซี่ยไปซะทุกอย่าง อดใจไม่ได้ที่มองอีกครั้ง
ความสูงก็น่าจะราว ๆ หนึ่งร้อยแปดสิบเิเได้เลยทีเดียว เป็เื่ที่หาได้ยากในยุคนี้!
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือ ร่างกายของเขาอาจจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก สีหน้าดูซีดเซียวไม่เป็ธรรมชาติ ไม่แปลกใจที่ต้องกินยาอยู่ตลอด
แต่ดูจากการแต่งตัวของเขาแล้ว คาดว่าฐานะทางบ้านคงจะดีพอสมควร ถึงจะสามารถเลี้ยงดูเขาได้
คิดมาถึงตรงนี้ก็พอเข้าใจได้แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ก็ช่างเถอะ คิดมากไปแล้ว จริง ๆ แล้วรูปลักษณ์ก็เป็เพียงความงามที่ทำให้คนลุ่มหลง
ในยุคสมัยที่การทำงานถือเป็สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ความคิดของเขาถือว่าแปลกประหลาดมากจริง ๆ ขนาดลู่เซี่ยที่เป็คนจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ก็ยังไม่สามารถยอมรับได้
เฮ้อ คงไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ! คนมีค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนี้เธอก็เลี้ยงดูไม่ได้หรอก แค่ได้ชื่นชมความงามจากระยะไกลก็พอแล้ว!