ณตำหนักเ้าจักรวาล (宇宙宮殿)
ภายในห้องโถงใหญ่ผนังด้านหนึ่งมีแสงสาดส่องผ่านกระจกฝ้าเข้ามาภายใน
เงาดำแห่งจอมปีศาจเ้าจักรวาลจวินอู่ฮวางลอยอยู่กลางผนังนั้น
ไต้เทียนอ๋องและเซียวเยี่ยนหลง ยืนอยู่เบื้องหน้าเ้านายคนใหม่
“ขอต้อนรับสู่ตำหนักหยู่โจ้วกงเตี้ยน
ข้าจะแต่งตั้งเ้าทั้งสองดังนี้
ไต้เทียนอ๋องเป็แม่ทัพกองหน้า เพราะมีความเป็ะ ฆ่าไม่ตายมีหน้าที่บุกทะลวงกองทัพเทพเซียนให้แตกพ่าย
เซียวเยี่ยนหลงเป็ หมัวหลงหวาง แม่ทัพฝ่ายสอดแนม แทรกซึมทำงานจารกรรมความลับของเทพ์ทั้งปวง”
จวินอู่ฮวางก็ปล่อยพลังปีศาจเคลือบร่างของเ้าชายัจนผิวกายเป็สีม่วงมีลวดลายเส้นสายสีดำคล้ายเถาวัลย์ทั่วร่าง พร้อมชุดเกราะสีดำประดับลวดลายสีทองดูสง่างามสมเป็ยอดแม่ทัพ
จอมมารกล่าวต่อไป
“ข้าเพิ่มพลังปีศาจให้เ้าเยี่ยมยุทธกว่าเดิมมากนักเยี่ยนหลง..
และขอย้ำเตือนให้เ้าทั้งสองตามหามณีนักษัตรอีก4 ชิ้นที่เหลือมาให้จงได้
หากได้มาครบแล้วข้าจะได้นำไปเปิดมิติหัวใจเอกภพ
อันเป็สถานที่เก็บกุญแจไขจักรวาล
แม้นทำสำเร็จก็สามารถควบคุมกลไกจักรวาล
แล้วเราก็จะเป็เ้าผู้ครองจักรวาลอย่างแท้จริง
ไปเริ่มงานของพวกเ้าได้แล้ว
ฮ่าฮ่าฮ่า.......”เสียงก้องกังวาลของจอมมารใหญ่ดังไปทั่วตำหนัก
“รับด้วยเกล้า”
ณ ศาลเ้า เจาตี่เอี๊ย 昭帝爺กลางหมู่บ้านหลิงหนาน
เมืองเฉาหยางในกวางตุ้ง
ระหว่างูเาทั้งสองคือต้าหนานซานและเซียวเป่ยซาน
แม่น้ำสองสายคือเหลียนเจียงและหรงเจียง
ที่ราบสองแห่งคือที่ราบเหลียนเจียงและที่ราบหรงเจียง
ไต้เทียนอ๋อง เริ่มงานแรกด้วยการไปตามหามณีนักษัตรวอก
เขาย่างก้าวเข้าไปในศาลเ้าก็มีเด็กรับใช้มาต้อนรับ
“ประสก้ามาทำบุญหรือ”
ไต้เทียนอ๋อง“ ข้ามาขอพบท่านเซียนที่คุ้มครองศาลนี้”
เด็กรับใช้: “ เอ่อปกติท่านเซียนมิให้ใครพบง่าย ๆ ท่านมีเหตุจำเป็อันใดวานบอก”
จอมมารเริ่มฉุนเฉียว“ข้าบอกว่าจะขอพบท่านเซียนไงเล่า”
“ข้าอยู่นี่แล้วเ้าอ๋องตก์” เสียงนั้นมาจากเซียนในชุดกษัตริย์
ไต้เทียนอ๋องรีบน้อมคารวะ“ท่านเซียนเจริญอายุ”
“เ้า้าอะไร”เจาตี่เอี๊ยถาม
“ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้มาขอมณีนักษัตรวอก โปรดมอบให้เราเถิด”
เซียน: “ข้าคงให้เ้าไม่ได้หรอก”
จอมมาร: “ท่าน้าเงินทองเท่าไร เ้านายข้าพร้อมตอบแทนท่าน”
เซียน : “บังอาจ อย่านำนิสัยชั่วของพวกเ้ามายัดเยียดให้ข้านะ ข้ามิได้เห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ มุ่งแต่บำเพ็ญบารมีเพื่อความหลุดพ้น”
จอมมาร: “ถ้าเช่นนั้นเห็นทีจะต้องขอล่วงเกินแล้ว”
ไต้เทียนอ๋องกล่าวแล้วก็ปล่อยพลังเจ็ดสีเป็สายหมุนวนเข้าใส่เทพเซียนแต่เจาตี่เอี๊ยตอบโต้ด้วยม่านสีทอง ป้องกันลำแสงทั้งหมดของจอมมารได้และยังสะท้อนพลังกลับคืนไปหาเ้าของ จนจอมมารกระเด็นหงายหลังลองออกไปนอกศาลเ้า
เจาตี่เอี๊ยตามออกมาหน้าประตูศาลกล่าว” ข้าได้รับพลังพิเศษจากหยวนจี้ต้าตี้ เ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก กลับไปฝึกมาใหม่”
จอมมาร์ทำงานไม่สำเร็จจึงหนีกลับตำหนักมารจักรวาล
ณท้องพระโรง พระราชวังเทียนกง สรวง์
เง็กเซียน: “เจียวถิงข้าเห็นว่าองค์ชายสนิทสนมกับเ้า ข้าจึง้า ให้เ้าตามไปเกลี้ยกล่อมเขาให้กลับใจในการนี้ต้องขอยืมเข็มทิศส่องมารจากจือชางไปตามหา ขอให้ประสบความสำเร็จ ไปได้”
“รับด้วยเกล้าเพคะ”นักรบสาวรับคำสั่ง ทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจ
หนี่หวงอิ๊นในชุดนักรบเหาะตามการบอกของเข็มทิศส่องมาร พบว่าองค์ชาย์ปรากฏตัวที่เมืองหลู่ติ้งเขตเสฉวน
เซียวเยี่ยนหลงเหาะขึ้นลอยกลางอากาศก่อนจะพุ่งทวนในมือลงไปกลางเมือง ทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง กำแพงป้อมปราการบ้านเรือนราษฎร วังเ้าเมืองพังถล่มทลาย
“หยุดนะ เ้าชายองค์เง็กเซียนให้ข้ามาตามท่านกลับ์ โปรดทำตามรับสั่งเถิด” นักรบหญิงวิงวอนแต่จอมมารน้อยกลับตอบนาง
“ข้าว่าเ้าตามข้ากลับไปรับใช้ท่านจวินอู่ฮวางดีกว่านะ”
“ท่านกล่าวอะไรเช่นนั้น...”เจียวถิงถามด้วยความขัดเคืองใจ
โดยไม่รอคำตอบ
นักรบสาวก็ถูกพลังลึกลับดึงดูดเข้าช่องวงกลมของประตูมิติ แล้วไปพบว่าตนเองไปยืนอยู่กลางห้องโถงแห่งหนึ่ง
เบื้องหน้าของนางคือ เงาดำปีศาจ จอมมารจักรวาลจวินอู่ฮวาง
“ข้าดีใจ ที่ได้เ้ามาร่วมกองทัพมารของข้านะแม่นางคนสวย
ต่อไปนี้ข้าจะให้เ้ากลายเป็
นางพญาเพลิงมาร ....”
“ ไม่นะ ไอ้ปีศาจชั่ว จะทำอะไรข้า”นักรบสาวดิ้นรนสุดกำลัง
ทันใดนั้น ร่างของเจียวถิงก็มีไฟปีศาจลุกโหมเต็มตัว
แต่เพลิงนั้นกลับไม่เผาไหม้กายนาง
“ไม่......” เจียวถิงร้องก่อนสติหลุด
จอมปีศาจกล่าวต่อไป
“ ไม่ต้องวิตกไป เฉพาะยามเ้าต่อสู้ศัตรูเท่านั้นจึงจะมีเปลวเพลิงเช่นนี้ มันร้อนแรงกว่าไฟธรรมดานับล้านเท่า
เทพเซียนที่ไหนก็ยากจะต่อกรกับเ้า
จงไปรวบรวมมณีนักษัตรมาให้ข้า”
บัดนี้จิติญญาของหนี่หวงอิ๊นถูกครอบงำโดยจอมมารจักรวาลแล้ว
เจียวถิงและเซียวเยี่ยนหลงที่ไร้สติก็ออกไปก่อกรรมทำเข็ญในโลกมนุษย์อย่างกว้างขวาง
เริ่มที่เมืองโบราณซานเหอ三河古镇ด้วยการปล่อยสารพิษลงในแม่น้ำลำคลองปลาและสัตว์น้ำลอยตาย ผู้คนที่กินดื่มใช้น้ำก็ล้มตายจำนวนมาก
จือชางและชิงหลิงลงไปตรวจสอบ
ภาพผู้คนและสัตว์ตายเกลื่อนกลาดทำความสลดใจให้สองเทพอย่างยิ่ง
“พวกมารมันชั่วช้าเลวทรามจริงๆ ทำกับผู้บริสุทธิ์เช่นนี้ได้อย่างไร” ชิงหลิงกล่าว
“เข็มทิศส่องมารของข้าก็ยังอยู่ที่เจียวถิงนางหายไปไหนไม่ทราบ เราจะค้นหาปีศาจที่ก่อเหตุนี้ได้อย่างไรกัน”จือชางแสดงความวิตกกังวล
ทันใดนั้นขุนพลเทพทั้งสองก็ถูกคลื่นประหลาดแทรกเข้าในจิตใจ
เขาและเธอหัวเราะร่าเริงราวกับมีเื่ตลกขบขันเสียเต็มประดา
ทั้งที่เนื้อแท้ในใจกำลังโศกสลด
เมื่ออยากเหาะหนีขึ้นฟ้ากลับพุ่งตัวลงกระแทกพื้น
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจโลกกลับด้าน (顛倒境魔)
พลังพิเศษ:สร้างมิติกลับด้าน ที่ทุกสิ่งทุกอย่างตรงกันข้าม เช่นพลังการโจมตีกลายเป็การเยียวยา พลังการป้องกันกลายเป็การทำลาย ทำให้เทพเซียนต้องปรับตัวและคิดนอกกรอบ
จุดอ่อน:การยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ และการค้นหาจุดกึ่งกลางที่แท้จริง
ปีศาจบุกเข้าโจมตีสองขุนพลด้วยลำแสงกัดกร่อน
จือชางพยายามปล่อยพลังเทพต่อสู้แต่กลับกลายเป็ความอ่อนแอของร่างกาย
เช่นเดียวกับองค์หญิงชิงหลิงพยายามจะใช้กระบี่ฟาดฟันปีศาจ กลับกลายเป็ถือดอกหญ้าอยู่ในมือ
ทั้งสองประหลาดใจมาก และคิดหาทางแก้ไขไม่ออก
ขณะที่ทุกคนกำลังจะเพลี่ยงพล้ำอยู่นั้น
มีเสียงแว่วมาในโสตประสาท
“ลูกเอ๋ย นี่เป็พลังของปีศาจโลกกลับด้านจงทำตรงข้ามกับสิ่งที่มันทำ จึงจะเอาชนะมันได้” ซีหวางหมู่กล่าวจากตำหนักสระทิพย์
ชิงหลิงก็แผ่เมตตาทำให้พลังกลับด้านย้อนไปโจมตีปีศาจเปลี่ยนคลื่นเมตตาให้กลายเป็พลังทำลายตัวมันเอง
เมื่อเห็นว่าปีศาจโลกกลับด้านทำงานไม่ได้ผล
เจียวถิงก็โจมตีชิงหลิงเซียวเยี่ยนหลงรุกรานจือชาง
สองขุนพล กับสองนักรบ ฝ่ายเทพ และฝ่ายมาร ประจันหน้ากัน
ร่างราชินีเพลิงของเจียวถิงลอยขึ้นกลางอากาศ
ปล่อยพลังเพลิงมารออกจากฝ่ามือพุ่งใส่องค์หญิงยอดขุนพล
ชิงหลิงก็ใช้วิชาเทพจันทราที่เรียนจากเสด็จแม่
ปล่อยพลังพายุหิมะดับสุริยันใช้ความเย็นต้านความร้อน
ฝ่ายเซียวเยี่ยนหลงใช้พลังมารที่ได้รับมาใหม่ขังจือชางไว้ในกับดักมิติพิศวง เต็มไปด้วยภาพลวงตามากมาย
คิดจะเดินไปทางซ้ายกลับกลายเป็ทางขวา
มีแต่วัตถุประหลาดลอยไปมาในอากาศแม้แต่ตัวจือขางก็ล่องลอยไร้การควบคุม
กลับไปทางด้านขุนพลหญิง
พลังไอเย็นเทพจันทราด้อยกว่าไฟปีศาจมาก
ละอองหิมะสลายตัวกลายเป็ไอน้ำอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงพุ่งเข้าหาร่างชิงหลิงราวกับลิ้นปีศาจ
และก่อนที่องค์หญิงจะถูกเผาไหม้
เฟิงจื่อหานและจิ่วเทียนเสวียนหนี่ก็ปรากฏกายมาช่วยเหลือ
เ้าแม่เนรมิตลมพายุมหาวาตะพัดเปลวเพลิงย้อนไปหาเจียวถิง
จื่อหานซัดพลังฝ่ามือมารสีแดงใส่กลางอกเ้าชายเยี่ยนหลง
หมัวหลงหวางชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบโต้ด้วยการพุ่งทวนใส่อดีตเ้านายเก่า
จื้อจุนหมัวหวางใช้พลังม่านปีศาจสกัดทวนนั้นให้ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
เ้าแม่จิ่วเทียนก็พุ่งกระบี่เข้าใส่เซียวเยี่ยนหลง
เ้าชาย์ปล่อยลำแสงสีดำรัดรึงกระบี่ไว้ได้ก่อนจะซัดพลังแสงสีม่วงย้อนคืนไปหามารดาตนเอง
“นี่ข้าเป็แม่เ้านะ”เจียงลี่ซือร้องลั่น ขณะลอยอยู่กลางเวหา
เหมือนเขาจะเริ่มรู้สึกตัวจึงยั้งมือจากเ้าแม่
จิ่วเทียนเสวียนหนี่จึงใช้โล่โป๊ยก่วยปล่อยลำแสงไปปลดปล่อยจือชางให้หลุดออกจากกับดักมิติพิศวง
เซียวเยี่ยนหลงกับเจียวถิงเห็นว่ายังกำราบเทพเซียนไม่ได้จึงพากันหนีกลับตำหนักมาร
“ขอบพระคุณเ้าแม่ที่ช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง” จือชางคารวะองค์จิ่วเทียน
“ไม่เป็ไรครั้งนี้ องค์ชายมีพลังก้าวหน้าขึ้นมาก คงได้รับการเติมเต็มจากจอมมารจักรวาลข้าละหนักใจจริงกับลูกคนนี้” เ้าแม่กล่าวแล้วถอนใจ
ณตำหนักเ้าจักรวาล
เซียวเยี่ยนหลงเจียวถิง และไต้เทียนอ๋อง ถูกจวินอู่ฮวางลงโทษด้วยพลังสายฟ้าฟาดจนเนื้อตัวบิดเบี้ยว ได้รับความเ็ปแสนสาหัส
“นี่เป็แค่การตักเตือนครั้งแรกที่พวกเ้าทำงานพลาด หากครั้งต่อไปยังขืนทำผิดอีก โทษจะหนักขึ้นกว่านี้อีกสิบเท่าจำไว้” เงาดำกล่าวจากผนัง โดยมีประกายไฟฟ้าแปลบปลาบขณะพูดอยู่ภายในเงานั้น
ณตำหนักสระทิพย์ เหนือเทือกเขาคุนหลุน
จิ่วเทียนเสวียนหนี่นั่งสนทนากับเ้าแม่ซีหวางหมู่เพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้รับทราบ
ไป๋ชิงซินราชินีสระทิพย์จึงเปรยกับพระสนมเจียงลี่ซือ
“เมื่อไหร่องค์ชายจะกลับเนื้อกลับตัวเป็เด็กดีเสียทีนะทำไมเ้าไม่ลองใช้กระจกส่องิญญาตรวจดูล่ะ ว่าเขาเป็ใครมาเกิดทำไมจึงดื้อเช่นนี้”
องค์จิ่วเทียน: “นั่นสินะ ทำไมข้านึกไม่ถึงั้แ่ลูกชายข้าเล็กจนเติบใหญ่ มิเคยคิดจะตรวจดูชะตาของเขาเลยเห็นจะต้องลองดูในครานี้...
ว่าเขาเป็ใครมาเกิด...”
จบตอนที่ 10
(แต่งจบตอนวันที่12 ก.ค.68 )
หมายเหตุ
คำศัพท์จีน
จอมาาปีศาจ 魔龍王หมัวหลงหวาง
นางพญาเพลิงมาร (火魔女王)หั่วหมัวหนี่หวาง