“พี่นั่นแหละ! เป็บ้าอะไรถึงเอาแต่ตามเนไปไหนมาไหนอยู่ได้ รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ! น่ารำคาญที่สุดเลย!!!” ไม่เพียงแค่เขาที่ชะงัก ฉันเองก็ชะงักไปเหมือนกัน ตอนพูดก็ไม่ได้คิดจะใช้คำรุนแรงขนาดนี้ แถมเสียงของฉันมันยังดังจนต้องลุ้นว่าจะมีใครได้ยินไหม
“พูดใหม่อีกทีซิ” แววตาเย็นวาบ มือนิ่มที่เริ่มกำหัวเข่าแน่น และเสียงขบฟัน แม้ทุกอย่างที่เห็นได้ยินจะให้ความรู้สึกน่ากลัวก็จริง แต่ถ้ามันสามารถไล่ให้เขาไปได้ ฉันก็ยอม
“เนพูดว่าพี่ทำตัวน่ารำคาญไง เพราะงั้นออกไปให้พ้นหน้าเนได้แล้ว!” ฉันถอนหายใจแรง ๆ แสดงให้เขาเห็นว่าฉันรู้สึกยังไง แม้ใจจริงจะรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมตัวเองก็ตาม
“อื้อ!” ฉันตาค้างเมื่ออยู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมากดริมฝีปากอย่างรวดเร็วจนฉันเผลอปล่อยข้าวกล่องลงพื้น จนเศษข้าวที่กระจายตัวกระเด็นมาติดขาฉันเต็มไปหมด
แต่เขาไม่สนใจอะไรเลย นอกจากพยายามแทรกลิ้นร้อนเข้ามาฝ่าการป้องกันที่ฉันตั้งไว้
“อ๊ะ~” เขาจับคางฉันแน่นจนต้องยอมเผยอปาก ทำให้ลิ้นร้อนแสนซุกซนของเขาสอดเข้ามาข้างในพร้อมกลิ่นมิ้นต์อ่อน ๆ ที่แทรกซึมตามเข้ามาด้วย
“อื้อ ๆ” เมื่ออากาศหายใจมันเหลือน้อยลงทุกที ฉันเลยยกกำปั้นไร้เรี่ยวแรงทุบลงอกแกร่งไม่หยุด ทุบทีแรกเขาไม่สนใจ เอาแต่ใช้สายตาจ้องมองอย่างดุดัน แถมกัดปากล่างฉันเหมือนเป็ขนมชิ้นหนึ่ง จนมาทีที่สองก็ยังคงรั้งท้ายทอยฉันไว้ไม่ให้ขยับหนี แต่ไม่รู้เพราะอะไรทีสุดท้ายเขาถึงยอมปล่อย
“แฮ่ก...” ฉันนั่งหอบเหมือนคนบ้า ภาพพื้นดินสกปรกที่เห็นทำให้ฉันก้มหน้าลงอย่างหมดแรง ในขณะที่เขาดูปกติเกินจนน่าเจ็บใจ
“น้องนั่นแหละผิดเองที่ทำให้พี่ต้องโมโห” ยังไม่ทันจะได้หันไปตอบโต้ เสียงเ็าของเขาทำเอาฉันนั่งกำหมัดตัวสั่น
“ก็บอกแล้วไงว่าวิธีนี้มันไม่ได้ผล จะทำอีกทำไม?” ฉันเหวี่ยงหมัดไปหาเขา แต่เขาก็จับมือฉันไว้แน่น รับแรงกระแทกไปเต็ม ๆ เสียง ‘ป๊อก’ ดังจนฉันได้ยินเต็มสองรูหู
การที่เขารับหมัดฉันได้ง่าย ๆ มันยิ่งทำให้โกรธกว่าเดิม
“ยังจะดื้ออีก” เขาพูดพร้อมรับหมัดที่สองของฉันไว้ได้อีก ฉันจึงโดนเขาจับมือทั้งสองข้างไว้แน่น บังคับให้นั่งมองหน้ากัน
“ไอ้เลว!” ในเมื่อมือทำอะไรไม่ได้ งั้นด่าแทนก็แล้วกัน!
“แรงนะ คำนี้” เขายิ้มน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหวานของเขาชวนให้หงุดหงิดจนฉันนึกถึงพี่ชายตัวกวนขึ้นมา
“ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้...” ฉันด่าต่อได้ไม่กี่คำก็ต้องเม้มปาก เมื่อเขาเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิด
“ไม่ด่าต่อแล้วเหรอ?” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย แววตาเ้าเล่ห์ทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ
“พี่คิดไว้ว่าทุกคำด่าของน้องจะเท่ากับจูบของพี่สองที” เขาพูดพร้อมเผยรอยยิ้มโรคจิต
“สกปรก!” ฉันพยายามบิดข้อมือออก แต่เขายิ่งบีบแน่นจนรู้สึกระบมไปหมด
“แล้วเป็ยังไงบ้างล่ะ โดนของสกปรกเข้าไป ชอบไหม?” เขาโน้มหน้ามาใกล้ขึ้น ฉันเลยถือโอกาสใช้หน้าผากกระแทกเขาซะเลย!
“ตัวเล็กแค่นี้ แต่แรงเยอะจังนะ” เขาสะบัดหัวเบา ๆ ไล่อาการมึน ส่วนมือยังจับแขนฉันไว้แน่น แต่รอยแดงบนหน้าผากนั้นกลับยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสะใจ
“ฮึก...” น้ำตาที่ตั้งใจหลอกทำให้เขาผงะไป ใบหน้าขี้เล่นของเขาเปลี่ยนเป็สีหน้าเหลอหลา รู้แบบนี้น่าจะใช้มุกนี้ตั้งนานแล้ว
“ทำไมต้องมาทำแบบนี้ด้วย...” ฉันบีบเสียงให้ดูน่าสงสารมากขึ้น แน่นอนว่าแรงบีบตรงข้อมือก็เริ่มอ่อนลงตามคาด
“เดี๋ยวสิ จะมาร้องทำไม-” เขาพูดยังไม่ทันจบ ฉันก็สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาได้ ก่อนจะจู่โจมเป้าหมายใหม่ด้วยความโมโหที่ไร้คราบน้ำตาการแสดง
พลั่ก!
“ถ้าครั้งหน้ายังมายุ่งกับเนอีก มันจะไม่จบแค่นี้แน่!” ถ้าไม่เห็นของสิ่งนี้อยู่ตรงหน้า ความคิดบ้าบอคงไม่เกิดขึ้น แต่ในเมื่อมันเป็ทางเดียวที่จะทำให้เขาเลิกวุ่นวายกับฉันได้ แล้วทำไมฉันจะไม่ทำล่ะ
“เนญ่า!” ชื่อเล่นเต็มยศของฉันดังขึ้น แต่มันไม่น่าสนใจเท่ากับแววตาดุดันของเขาที่มองกระเป๋ากีตาร์คู่ใจตกลงพื้นสกปรกไปแล้ว ซึ่งฉันเองเป็คนดันมันลงไป
ตั้งใจทำเบา ๆ เพื่อไม่ให้กีตาร์พัง แต่ลืมไปว่าด้านล่างยังมีเก้าอี้หินอยู่ สรุปน้องกีตาร์เลยกระแทกสองเด้งก่อนจะถึงพื้น
“อะนี่...ถือว่าช่วยค่าซ่อมในอนาคต” ฉันวางเงินค่ากินที่เตรียมมาไว้บนโต๊ะ ก่อนหมุนตัวหันหลังเดินออกไปโดยไม่สนใจสีหน้าเดือดดาลของเขาที่ได้เห็นเป็ภาพสุดท้าย
สองสามวันผ่านไป
ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ไม่มีเื่ให้ต้องหนักใจเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องคอยระวังว่าจะเจอเขาตอนไหน รู้สึกโล่งใจมาก! แต่ก็มีบางอย่างที่กวนใจเล็ก ๆ
จะว่าไงดี…สองสามวันที่ผ่านมา ฉันไม่เจอพี่เขาที่มหาลัยเลย จริง ๆ มันควรจะเป็เื่ดี แต่ทำไมเหมือนบางสิ่งในใจถูกกัดกินจนรู้สึกแปลก ทั้งที่ก่อนเราจะรู้จักกัน พี่เขาก็เป็พวกไม่ค่อยมามหาวิทยาลัยอยู่แล้วเป็ทุนเดิม แต่ตอนนี้กลับเอาแต่กังวลไม่เลิก แถมยังรู้สึกผิดเื่กีตาร์จนคิดหนักอยู่ตลอดว่าควรจะไปขอโทษดีไหม
“เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจ คิดทบทวนถึงสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่ามันดูเกินไปหน่อย ก็รู้แก่ใจว่าพี่เขาดูแลกีตาร์อย่างดี ทะนุถนอม เช็ดถูอย่างเอาใจใส่ แต่ฉันกลับ...ก็ถ้าเขาเข้าใจั้แ่แรก เราก็คงไม่ต้องลงเอยกันแบบนี้หรอก
"ช่างเถอะ จะไปสนใจทำไม" พยายามกดความรู้สึกผิดลึกลงไป ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ ทำตัวให้เลวเหมือนที่ด่าเขาไปซะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งรู้สึกไม่ดีอีก
"กลับห้องไปทำออร์เดอร์ที่ค้างไว้ดีกว่า" ฉันควรตั้งใจโฟกัสกับงานที่ล้นมือแทนที่จะเสียเวลาให้กับเื่ผู้ชายคนหนึ่ง ไอ้ความรู้สึกโหวงเหวงนั้นเดี๋ยวก็หายเอง ผ่านมาก็อยู่คนเดียวได้สบายนี่ ไม่เห็นต้องมาเหงาเพราะไม่มีใครกวนเลยก็ได้
ขณะเก็บชีทลงกระเป๋า เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง
“เธอชื่อเนญ่าใช่ปะ?” เป็กลุ่มสาวสวยประจำสาขายืนอยู่ข้างโต๊ะ มองมาด้วยสีหน้าไร้มิตรไมตรี
"อาจารย์หมวยเรียกพบ รีบไปซะล่ะ" เธอพูดเสร็จก็หมุนตัวสะบัดกระโปรงสั้นออกไปพร้อมเพื่อน โดยไม่ลืมกระซิบเบา ๆ กับเพื่อนของเธอทิ้งท้ายไว้ว่า‘ถ้าไม่โดนอาจารย์ใช้ ฉันคงไม่เสวนากับแม่นั่นหรอก’ จ้าแม่คนสวย เอาเถอะ ฉันเองก็ไม่อยากคุยกับหล่อนเหมือนกันนั้นแหละยะ
“จะโดนแก้อะไรอีกเนี่ย...” ฉันนั่งเกาหัวแรง ๆ เกือบได้กลับอยู่แล้วแท้ ๆ ถ้าเป็อาจารย์คนอื่นจะไม่ว่าเลย แต่นี่ดันเป็อาจารย์หมวย ผู้ได้รับฉายาจากนักศึกษาว่า ‘เพอร์เฟกชันนิสต์’ งานนี้อีเนตายแน่ แล้วคือเพิ่งเรียนกับอาจารย์ไปเมื่อตะกี้เอง หรือว่างานที่ส่งไปมีปัญหานะ?
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————