“ก่อนอื่นข้าต้องตอบข้อสงสัยของเ้าก่อนที่เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรก็เป็ข้าที่ดึงดวงจิตของเ้าเข้ามาเด็กน้อยและสถานที่นี้เรียกว่ามิติอนุบาลดวงิญญา”
“ดึงมาทำไมคะคงไม่ใช่เพราะอยากให้ฉันพักผ่อนหลังความตายอยู่ที่นี่แบบสบาย ๆ ใช่ไหม? แล้วมิติอนุบาลดวงิญญามีไว้เพื่ออะไรคะ”
“ประการแรกเ้าเข้าใจถูกแล้วข้าไม่ปล่อยเ้านอนสบายอยู่ที่นี่แน่ ๆ ส่วนประการที่สอง...”
“ถ้ามันตอบยากไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ”เว่ยซือหงกล่าวเมื่อเห็นท่านเทพตรงหน้าไม่พูดต่อ จากที่คิดว่าตัวเองโชคดีที่เจอเทพตอนนี้หญิงสาวไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดทั้งยังสังหรณ์ใจในบางอย่าง
“เพ้ยได้อย่างไรเล่า ถามมาแล้วก็ต้องตอบสิ มิติอนุบาลิญญามีไว้เพื่อรองรับเหล่าดวงิญญาที่มีชะตายิ่งใหญ่ ไม่อาจเข้าสู่วัฏสงสารจนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขพิเศษหรือก็คือข้า”
หญิงสาวคิดเล็กน้อยพลางว่า“หมายความว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่มาที่นี่ใช่ไหมคะ เงื่อนไขที่ว่าคือท่านอย่าบอกนะว่ามายื่นข้อเสนอ”
แปะแปะ แปะ
“ฮ่าฮ่าฮ่าถูกต้อง เ้าเข้าใจถูกแล้ว ฉลาดจริง ๆ คิดไม่ผิดที่พาเ้ามา”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจากที่ฟังเธอพอเข้าใจอยู่บ้าง แต่ไม่มั่นใจเล็กน้อย “สรุปคือที่นี่มีไว้เพื่อรองรับดวงิญญาที่มีชะตายิ่งใหญ่ส่วนท่านมาเพื่อยื่นเงื่อนไขหรือข้อเสนอ หากตกลงรับเงื่อนไข ดวงิญญาก็ต้องทำสิ่งที่รับปากมาแล้วถ้าไม่ตกลงล่ะคะจะเกิดอะไรขึ้นกับดวงิญญาที่ปฏิเสธ”
ท่านเทพยิ้มชอบใจตอบอย่างใจดี“ไม่เกิดอะไรขึ้น ข้าก็แค่ส่งดวงิญญาเข้าสู่วัฏสงสาร อย่างที่บอกเงื่อนไขพิเศษคือข้าข้าคือผู้กำหนด เหล่าดวงิญญาคือผู้เลือก ทีนี้เข้าใจแล้วหรือยัง”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“ดีในเมื่อเข้าใจแล้วก็มาเข้าเื่กันเถอะ อ้อข้าลืมบอกไปว่าไม่ใช่ดวงิญญาทุกดวงที่มีชะตายิ่งใหญ่จะมีโอกาสมาที่นี่หรอกนะทุกอย่างล้วนมีเงื่อนไขทั้งสิ้น ซึ่งเ้าโชคดีที่อุปนิสัยของเ้าตรงกับเงื่อนไขที่ข้า้าทุกอย่าง”
“เงื่อนไขอะไรคะ”
“ไม่ดำไม่ขาวอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เข้มแข็งแต่ไม่แข็งกร้าว มีความเด็ดขาด คิดอ่านเฉียบแหลมเฉลียวฉลาด เหมาะสมยิ่งนัก ตรงกับเงื่อนไขที่ข้าตั้งไว้พอดียิ่งอย่างไรเล่า”
ยิ่งฟังยิ่งสงสัยท่านเทพตรงหน้าคงไม่ใช่กำลังหาภาระโยนใส่บ่าเธอกระมัง “เพื่ออะไรคะที่พูดมาทั้งหมดท่านคงไม่ได้กำลังหมายความว่าจะส่งฉันไปกู้โลกหรอกใช่ไหมคะ”
แปะๆ ๆ เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมเสียงชื่นชม “ถูกต้อง เ้าเข้าใจถูกแล้ว ฉลาดจริง ๆคนเช่นเ้าหาได้ไม่ง่ายหรอกนะจะบอกให้”
ใบหน้าของหญิงสาวมืดครึ้มจากที่อารมณ์ดี ๆ เพราะอากาศของที่แห่งนี้กลับกลายเป็บึ้งตึง ไหน ๆเธอก็ตายแล้วแทนที่จะได้อยู่อย่างสงบหรือไม่ก็ไปชดใช้กรรมที่ทำมา ทำไมจู่ ๆเทพที่ไหนไม่รู้จะส่งเธอไปกู้โลกเสียได้เล่า
“เ้าใจเย็นก่อนใจเย็น ๆ” ท่านเทพรับรู้อารมณ์ของหญิงสาวเร่งพูดคลายอารมณ์ของเธอทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะไม่ตอบตกลง
“ฟังข้อเสนอของข้าก่อนเป็ไรที่ที่ข้าจะส่งเ้าไปเกิดหาใช่โลกที่เ้าจากมา แต่เป็มิติคู่ขนานโลกใบนั้นไม่มีเทคโนโลยี แต่เป็ยุคเทพเซียนจีนโบราณ ที่เต็มไปด้วยพลังปราณ พลังธาตุและสัตว์อสูร ซือหง ความจริงข้าไม่ต้องมาพบเ้าแต่ส่งเ้าไปที่นั่นเลยก็ได้แต่เป็เพราะข้านึกเอ็นดู และอยากพูดคุยกับเ้า ข้าถึงได้ดึงดวงจิตเ้ามาที่นี่”
เว่ยซือหงไม่ตอบแต่ก็ไม่ได้เอ่ยค้านท่านเทพจึงกล่าวต่อว่า
“ที่แห่งนั้นกำลังเผชิญกับความเลวร้ายข้าวยากหมากแพง บ้านเมืองแห้งแล้ง อยู่ในสภาวะแร้นแค้นอย่างหนัก สิ่งที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่มันไม่ใช่เพราะฤดูกาลแต่เป็ความชั่วร้ายที่กำลังกัดกินทุกสิ่งอย่างทีละเล็กละน้อยหากมิตินั้นไม่ได้รับความช่วยเหลือและป้องกัน คงได้ถึงคราวล่มสลาย เพราะเหตุนี้ข้าจึงจะส่งคนมีความสามารถเช่นเ้าซึ่งตรงกับเงื่อนไขที่ข้าตั้งเอาไว้ไปที่นั่น”
“ทำไมฉันต้องทำล่ะคะมันไม่เกี่ยวกับฉันเลยนี่ ทำไมฉันต้องสนใจผู้คนที่ไม่ได้รู้จักด้วย”
ท่านเทพยกยิ้ม“เ้าแน่ใจหรือ ด้วยนิสัยอ่อนโยนของเ้า เ้าจะทำใจมองผู้คนตกทุกข์ได้ยากได้จริง ๆหรือเว่ยซือหง”
“...”หญิงสาวไม่ตอบ เพราะรู้ดีว่าเธอเป็แบบไหนตอนยังมีชีวิตอุปการะเด็กยากไร้รวมถึงคนชราไปก็มาก ทำบุญช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากก็หลายหากว่าเธอต้องไปที่แห่งนั้นจริง เกรงว่า... แม้ไม่อยากช่วยเหลือก็ต้องช่วยเหลือเพราะห้ามความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจไม่ได้
หญิงสาวนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ตรองดูแล้วไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายเธอก็ต้องไปมิติที่ว่านั่นอยู่ดี ต่อต้านไปก็เหนื่อยเปล่าไม่แน่ว่าที่แห่งนั้นอาจมีคนที่เธอเฝ้ารออยู่ก็เป็ได้ หญิงสาวถอนหายใจแล้วมองสบกับท่านเทพด้วยสายตาจริงจัง
“ฉันไม่ชอบให้ใครมาสั่งและบงการต่อให้คนคนนั้นจะเป็ท่านเทพก็ตาม”
“แน่นอนเราไม่สั่งไม่บงการเ้า หลังส่งเ้าไปแล้วทุกอย่างเป็เ้าลิขิตชะตาชีวิตตนเอง เพียงแต่ขอให้เ้าระลึกไว้เมื่อใดที่เ้ามีความสามารถมากพอ เพียงช่วยเหลือผู้คนในโลกนั้นบ้าง ข้าก็พอใจแล้ว”
ครานี้เว่ยซือหงกลับติดใจมากกว่าเดิมง่าย ๆ แค่นี้? มันจะง่ายเช่นที่ท่านเทพพูดมาแน่หรือ? หญิงสาวหรี่ตามองจับผิดท่านเทพอย่างคนไม่ไว้ใจหากไม่เห็นสิ่งผิดปกตินอกจากรอยยิ้มอ่อนโยนและดวงตาเอื้ออารีคู่นั้น
“ท่านเทพบอกว่ามิติโลกที่ฉันกำลังจะไปเกี่ยวกับพลังปราณพลังธาตุเช่นนั้นฉันคงมีพลังไม่อ่อนด้อยใช่ไหมคะ”
“แน่นอนในเมื่อเราส่งเ้าไปเกิดจะมีพลังธรรมดาสามัญได้อย่างไรที่สำคัญเราจะให้พรเ้าไปด้วย” ท่านเทพพูดอย่างใจดี
“แล้วที่บอกว่าความชั่วร้ายกำลังกัดกินผืนแผ่นดินกัดกินมิติคืออะไรคะ ใช่มารหรือปีศาจที่ฉันเคยอ่านเจอในนิยายหรือเปล่า”
ท่านเทพชะงักไปซึ่งหญิงสาวที่มองอยู่ตลอดจับสังเกตได้พอดีดวงตากลมโตมองกดดันให้คนที่เป็เทพตอบคำถาม
“เว่ยซือหงแม้เราจะส่งเ้าไปเกิดก็ใช่ว่าจะบอกทุกอย่างแก่เ้าได้”
“แค่ตอบมาว่าสิ่งเหนือธรรมชาติที่ฉันต้องไปรับมือด้วยเป็อะไรมันไม่ได้ยากเลยไม่ใช่เหรอคะหากท่านไม่บอกฉันก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร ไม่เคยได้ยินเหรอคะรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”
เฮ้อ! ท่านเทพถอนหายใจพลางคิด นางช่างคิดอ่านรอบคอบโดยแท้ เอาเถอะ เช่นไรบอกไปก็มิได้มีอันใดเปลี่ยนแปลง คิดได้ดังนั้นท่านเทพจึงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“พวกมารเ้าจงระวังตัวให้ดี หากยังไม่แข็งแกร่งมากพออย่าได้สืบหาและต่อกรกับพวกมันเด็ดขาดเพราะครานี้ต่อให้เ้าตายข้าก็ไม่อาจดึงดวงจิตของเ้ากลับมาได้อีกพวกมารหากมันฆ่าใช่ฆ่าเพียงร่างกาย เเต่พวกมันจะดูดดึงจิติญญาของเหยื่อแล้วแปรเปลี่ยนเป็พลังงานของพวกมันทันทีแม้จะเป็วิธีที่น่ารังเกียจแต่ก็ทำให้แกร่งขึ้นโดยไวฉะนั้นเ้าต้องระวังตัวให้ดี”
“ขอบคุณที่เตือนค่ะ”หญิงสาวตอบรับความห่วงใยของท่านเทพด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจไปเกิดใหม่ยุคที่มีพลังเหนือธรรมชาติไม่พอ ยังต้องไปรับมือกับพวกมารอีก เฮ้อเป็เว่ยซือหงไม่ง่ายจริง ๆ
“จวนได้เวลาแล้วเ้าอยากได้อะไรรีบขอมา ข้าจะมอบพรให้เ้า 3 ข้อ”ท่านเทพพูดขึ้นเพราะใกล้เวลาเกิดใหม่ของนางอีกครั้งแล้วจริง ๆ
หญิงสาวเร่งความคิดถึงพรที่ตนเองจะขอทุกข้อจะต้องจำเป็และสำคัญ ขอเล่น ๆ ไม่ได้ เพราะมันหมายถึงชีวิตเล็ก ๆ ของเธอ
“ข้อแรกขอให้ฉันเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนทั่วไปค่ะข้อสองขอให้ร่างกายต้านพิษได้ทุกชนิด ข้อสามขอให้ฉันโชคดีค่ะ”
เว่ยซือหงพูดออกไปหลังใช้วิจารณญาณในการเลือกดีแล้วข้อแรกที่เธอขอให้เรียนรู้ได้เร็วกว่าคนทั่วไป เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เธอจะทำไม่ได้หากได้เรียนรู้และไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้นั่นเอง
ข้อสองขอให้ร่างกายต้านพิษเพราะไม่รู้ว่าเธอต้องไปเกิดกับใคร สถานที่แบบไหน หลังบ้านเป็อย่างไร ใครจะรู้เธออาจจะถูกวางยาเพราะความอิจฉาของสตรีในเรือนหลังเหมือนในนิยายและซีรีส์ที่เธออ่านและดูมาก็ได้! ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ ร่างกายต้านพิษนี่แหละจำเป็สุด ๆ!
ส่วนข้อสุดท้ายอะไรมันจะดีไปกว่าขอให้ตนเองโชคดี คิดดูนะหากอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายด้วยพรโชคดีอย่างไรเธอก็รอด เป็ไงเล่า สำคัญมากใช่หรือไม่
อาจสงสัยทำไมเธอไม่ขอพลังเทพๆ หรือขอให้พลังไม่มีวันหมด ยอมรับว่าลังเลอยู่บ้างเหมือนกันแต่เมื่อตรองคำพูดของท่านเทพที่บอกว่าเธอไม่มีพลังธรรมดาแน่นอนแล้วเธอจึงตัดพรเื่ของพลังไป เพราะถ้าเกิดขอมันจะซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ท่านเทพจะมอบให้อยู่แล้วซึ่งถ้าเธอขอพรนี้จะถือว่าขอพรได้ไร้ประโยชน์ยิ่ง ดังนั้นคนสวยและฉลาดอย่างเธอจึงตัดเื่พลังออกเป็อันดับแรกทันที
ท่านเทพยังคงยิ้มอ่อนโยนเช่นเคยหลังฟังคำขอของหญิงสาวที่ตนเลือกให้ไปช่วยเหลือมิติที่ถึงคราวใกล้ล่มสลาย
“ตกลงพรที่เ้าขอมาข้าจะประทานให้สัมฤทธิผล รวมถึงข้าจะมอบมิติพฤกษา์ให้เ้าด้วยเช่นกันหากอยากเข้ามาก็ให้ตั้งจิตว่าเข้า จะออกก็ให้ตั้งจิตว่าออก มิตินี้เ้าสามารถเข้ามาได้ทั้งกายหยาบและดวงจิตจงใช้ให้ดี”
ยังไม่ทันทำความเข้าใจว่ามิติพฤกษา์คือสิ่งใดท่านเทพก็พูดต่อทันที
“อ้อ! ข้าจะมอบองค์ความรู้ขนาดใหญ่ให้กับเ้าด้วยเช่นกันซึ่งมันจะอยู่ในมิติแห่งนี้ ไว้เ้าค่อยมาสำรวจเองสุดท้ายถือเป็ของขวัญสำคัญจากข้า ข้าขอมอบดวงเนตรสรรพสิ่งให้แก่เ้านับจากนี้ไปขอให้เ้าใช้ชีวิตให้ดีตามแต่ใจเ้าปรารถนาเถิดเว่ยซือหง”
จบคำท่านเทพลำแสงสีทองก็ลอยเข้ามาโอบล้อมดวงจิตของเว่ยซือหงไว้ก่อนดวงจิตของเธอจะดูดกลืนลำแสงนั้นเข้ามาในตัวเองจนหมด หญิงสาวมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตะลึงก่อนที่ดวงจิตของเธอจะจางหายไปช้า ๆ
ท่านเทพยืนมองดวงจิตเว่ยซือหงจางหายไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนสะดุ้งเมื่อเสียงเรียกขานของเทพชะตาดังขึ้น
“นางไปแล้วหรือท่านมหาเทพ”
“นางไปแล้วท่านเทพชะตาว่าแต่ชะตาของนางหลังจากนี้จะเป็อย่างไรท่านบอกเราได้หรือไม่”
“ตามที่ข้าเคยบอกไว้ครั้งก่อนจุติใหม่ครั้งนี้ข้าทำนายดวงชะตาของนางไม่ได้แล้วชะตาชีวิตของนางขึ้นอยู่ที่นางลิขิต”
“ท่านหมายถึงนางกลายเป็สตรีเหนือชะตาเช่นนั้นหรือ”
“ใช่ข้าหมายความตามนั้น ท่านมหาเทพมีอันใดหรือ”
ท่านเทพที่เว่ยซือหงเรียกหรือมหาเทพส่ายหน้าช้าๆ พลางตอบ “ไม่มีอันใด ข้าแค่ไม่อยากนึกว่านางจะป่วนขนาดไหนเดิมทีชะตาลิขิตนางก็ป่วนอยู่แล้ว ครานี้อยู่เหนือชะตา เฮ้อ คงครึกครื้นน่าดู”
“ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ท่านก็ชอบที่นางสดใสไม่ใช่หรือ”
“ชอบสินางเป็ธิดาของข้านี่ ไม่รู้ว่าจุติใหม่เพื่อหวนคืนครั้งนี้ ข้ามอบภาระหนักให้นางเกินไปหรือไม่”มหาเทพพูดออกมาอย่างกลัดกลุ้ม
เทพชะตายิ้มบางพลางกล่าว“อย่าห่วงเลย ท่านก็รู้ว่าชะตาของนางผูกติดอยู่กับท่านผู้นั้นนางไม่ได้รับอันตรายหรอก”
“เหอะมหาเทพาจอมเ็านั่นน่ะหรือจะช่วยอันใดลูกข้าได้กัน”
“เพ้ย! ท่านอย่าพูดถึงท่านผู้นั้นเช่นนั้นสิ ประเดี๋ยว์ก็พิโรธหรอก ทำใจเถอะน่านางและเขาเป็ด้ายแดงของกันและกัน แม้ครั้งเป็เทพไม่ได้เคียงคู่ สุดท้ายก็ต้องจุติเพื่อหวนคืนครองคู่กันชั่วนิรันดร์อยู่ดีท่านปั้นปึ่งไปก็ขวางพวกเขาไม่ได้หรอก แม้ข้าจะบอกว่านางเป็สตรีเหนือชะตาแต่นางหนีด้ายแดงตนเองไม่พ้นหรอกนะ หรือต่อให้นางอยากหนีท่านผู้นั้นก็ไม่ยอมอยู่ดีคิดดูเถิด จุติรอนางเป็ร้อย ๆ ปี รักมั่นปานนี้ ท่านยังจะทำใจคอคับแคบขัดขวางเขาอีกหรือ”เทพชะตาว่าให้พลางมองมหาเทพอย่างต่อว่า
ด้วยถูกขัดใจและได้ยินคำพูดไม่เข้าหูมหาเทพจึงหาเื่ปลีกตัวทันที “ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว ข้ากลับวังข้าดีกว่า ขอตัว”
“เพ้ย! อายุปานนี้ยังจะขี้น้อยใจอยู่อีก” เทพชะตาบ่นพึมพำก่อนส่องดูดวงจิตเว่ยซือหงที่ตอนนี้นอนสงบนิ่งรอถือกำเนิดอยู่ในครรภ์ของสตรีผู้หนึ่งรอยยิ้มยินดีและอ่อนโยนพลันปรากฏขึ้น
“แข็งแกร่งให้ไวและหวนคืนกลับมาเที่ยวเล่นกับพวกเราโดยเร็วนะเทพธิดาน้อย ข้าขออวยพรให้ท่านโชคดี และเจอกับท่านผู้นั้นโดยเร็ว ท่านเทพธิดา”