“เ้าคือไป๋เยว่ชิง”
“แล้วท่านเป็ใคร?”
จิตของเยว่ชิงกำลังดำดิ่งลงไปในหลุมแห่งความมืดมิด ที่นั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรู้สึกที่รุนแรง ความคลั่งแค้นและชิงชังที่อยากจะระงับ น้ำเสียงเยือกเย็นลอยมาจากหลุมนั้น เมืุ่์อย่างเขายังมิอาจละความรู้สึกทั้งหมดได้
“ข้าคือความดำมืดของจิต ความสกปรกโสมมที่มนุษย์อยากละทิ้ง”
“...”
“เ้ากำลังกลืนกินข้า ทำไม? เพื่อสิ่งใด? ข้ามีประโยชน์กับเ้าอย่างนั้นหรือ?”
ไป๋เยว่ชิงอยู่ในฌานสมาธิ การที่จิตจะเลื่อนระดับนั้นใช้เวลานาน ยิ่งเป็เพียงิญญาอ่อนแรงยิ่งเสียเวลาเปล่า เขาไม่อาจรอนานขนาดนั้นได้ในเมื่อตอนนี้อกของเขาแทบจะะเิ
เยว่ชิงทั้งคลั่งแค้น ชิงชัง และ้าให้คนผู้นั้นรับเคราะห์กรรมในสิ่งที่ทำลงไป!
“ท่านไม่จำเป็ต้องรู้”
“หึหึ!”
ความมืดมิดโสมมหัวเราะเสียงเบา ก่อนที่เยว่ชิงจะดูดกลืนความรู้สึกพวกนั้น รอบกายมีไอสีดำพวยพุ่งไปมา ร่างสีจางนั้นค่อยแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย วิธีการนี้ย่อมเห็นผลเร็วสำหรับิญญา จิตที่เลื่อนระดับขึ้นทำให้มีร่างกายที่ไม่ต่างจากการมีชีวิต ยกเว้นก็เพียงแค่หัวใจที่มันไม่เต้นแล้วเท่านั้นเอง
ภาพของคนผู้นั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ เมื่อความเมตตาปราณีนั้นกลายเป็เครื่องสังหาร
จื่อหลิงกลับมาที่เรือนเล็กในเวลาเย็น และพบว่าเยว่ชิงยังคงเข้าฌานสมาธิ สิ่งที่เปลี่ยนไปคงเป็ร่างิญญาที่มองเห็นได้ชัดขึ้น ผ่านไปเพียงครึ่งค่อนวันก็เลื่อนจิตได้ถึงระดับนี้แล้ว
สมอย่างที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางกล่าวไว้ ไป๋เยว่ชิงเป็อัจฉริยะแห่งวิหารระฟ้า
กำยานหอมที่จุดเอาไว้หมดกลิ่นหอมพอดี เยว่ชิงจึงถอนสมาธิออกแล้วค่อยลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่าจื่อหลิงนั้นกลับมาแล้ว แววตาสีชาก้มมองร่างกายของตนเอง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อมันเริ่มจะดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมา
“เ้ากลับมานานหรือยัง?”
“สักพัก”
เยว่ชิงพยักหน้าให้ ก่อนจะถามคำถามที่สะกิดใจของตน “ได้ความว่าอย่างไร?”
อีกฝ่ายส่ายหน้าพลางถอนหายใจ จื่อหลิงพยายามที่จะสืบเื่นี้อย่างระมัดระวัง ทุกเื่ในวิหารระฟ้าไม่อาจปิดบังพุทธองค์หลี่จิ้งหยางได้ รวมไปถึงเื่ของิญญาไป๋เยว่ชิงด้วย ก็ไม่แน่ว่าตอนนี้พุทธองค์อาจจะััถึงจิตของสหายเขาได้แล้ว
“การตายของข้า คงเป็เื่ที่สมควรแล้วกระมัง”
“พูดบ้าอะไรของเ้าเนี่ย!”
“ทางที่ดีเ้าอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า รอข้าจัดการเอง” เยว่ชิงถอนหายใจ บางครั้งเขาก็อยากรู้ความจริงในเื่การตาย แต่บางครั้งเขาก็ชิงชังจนอยากให้อีกคนตายตาม
หวังอยากขึ้น์อะไรกัน เขาจะพาคนผู้นั้นลุยทะเลเพลิงไปพร้อมกันต่างหาก!
***
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางลืมตาขึ้นมาในความมืด ที่นี่เรียกได้ว่าเป็เส้นทางของิญญา ร่างกายสง่างามผุดผ่องเต็มไปด้วยบารมีสูงส่ง สายตายังคงสอดส่องมองหาบางอย่าง จนกระทั่งมีชายชุดดำถือโคมแดงมาแสดงความเคารพอยู่เบื้องหน้า
“พุทธองค์ตามหาสิ่งใดอยู่หรือ?”
“ิญญาของคนผู้หนึ่ง”
“ที่แห่งนี้ไม่มีิญญาตนใดติดค้างอยู่อีก ทุกดวงได้ข้ามไปเยือนยมโลกเป็ที่เรียบร้อย”
สีหน้าเรียบนิ่งของหลี่จิ้งหยางนั้น บอกได้เป็อย่างดีถึงการฝึกจิตมาในระดับที่สูงมาก ละทิ้งแล้วซึ่งอารมณ์ทั้งปวง “เช่นนั้นอาตมาขอลา”
กล่าวจบก่อนถอนสมาธิออกทันที ดวงตาสีอำพันคู่งามมองไปโดยรอบ หากแม้ไป๋เยว่ชิงข้ามไปยังยมโลกแล้วก็นับว่าเป็เื่ที่ดี แต่ถ้าพลังเมื่อครู่ที่ััได้นั้นเป็ไป๋เยว่ชิงเล่า
ความทุกข์ทนของเยว่ชิง จะทำให้ทุกอย่างยิ่งยากเกินแก้
เพื่อไม่ให้ใจคิดฟุ้งซ่านและมโนจิตไปเอง พุทธองค์หลี่จิ้งหยางจึงสงบใจด้วยการเข้าห้องพระคัมภีร์ นั่งอ่านเล่มแล้วเล่มเล่าอย่างตั้งใจ จนกระทั่งถึงเล่มสุดท้ายที่องค์ยูไลกำชับให้เก็บไว้เป็ความลับ ซ่อนมันออกจากโลกใบนี้
เคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดารา
เพียงแค่ััก็พบมวลพลังมหาศาล เป็ดั่งคำสาปร้ายที่ต้องเอาไปทิ้งให้ไกล ในขณะเดียวกันก็เป็คุณประโยชน์สูงส่งหากว่ามันเป็เพียงตำราเล่มหนึ่ง
ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา และผู้ที่ทำลายมันไป ต่างก็วนเวียนรับชะตากรรมไม่จบสิ้น
หลี่จิ้งหยางเก็บเข้ากล่องไม้ทันที กล่องที่มีอาคมป้องกันอย่างหนาแน่น ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจขโมยมันไปจากวิหารแห่งนี้ได้ ซ่อนมันให้ลึกที่สุดจนกว่าจะหายไปจากสายตา
ขอแค่หลี่จิ้งหยางยังอยู่ ความลับพวกนี้จะไม่มีทางหลุดออกมาให้ใครได้รู้อย่างแน่นอน
เมื่อเดินออกมาจากห้องพระคัมภีร์ ศิษย์ผู้หนึ่งก็รายงานว่ามีผู้มาขอพบพุทธองค์ ในยามนี้จะมีผู้ใดที่เข้ามาในวิหารระฟ้า เพื่อสนทนากับหลี่จิ้งหยางที่ต้องเข้าฌานสมาธิกัน
“ขออภัยที่ข้าต้องมารบกวนการบำเพ็ญของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง”
ที่แท้ก็เป็เทพแห่งความตาย สีหน้าที่ดูจะเป็กังวลนั้นทำให้พุทธองค์สังหรณ์ใจขึ้นมา “ว่ามาเถิด”
“ข้าพบิญญาตนหนึ่ง แต่ไม่สามารถปล่อยข้ามไปยมโลกได้”
“...”
“จิตนั้นแข็งกร้าวยากจะมีผู้ใดปลอบประโลม ที่สำคัญไม่ยอมลืมเลือนเลยแม้แต่น้อย”
“ตอนนี้ิญญานั้นอยู่ที่ใด”
“เกรงว่าจะอยู่แถวนี้ไม่ใกล้ไม่ไกล ข้าเองก็ตามััมาเช่นกัน”
เทพแห่งความตายพบว่าิญญาตนหนึ่ง เลื่อนระดับจิตได้อย่างรวดเร็ว ดูดกลืนความชั่วร้ายของห้วงจิตมืดไปเสียเกือบหมด ด้วยความเป็กังวลจึงต้องออกตามหา และพบว่าจุดสุดท้ายนั้นเป็วิหารระฟ้าของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง
เป็อย่างที่คาด เป็ไป๋เยว่ชิงอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด
“ทราบมาว่าิญญาตนนั้น เป็ศิษย์ของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง ข้าเลยนำความมาบอกท่าน”
“อาตมาเข้าใจแล้ว”
ดวงตาสีอำพันที่งดงามและสงบนิ่งดังสุริยันทอแสง บัดนี้กลับวูบไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สีหน้าที่เฉยเมยราวกับตายไปจากความรู้สึก แต่ใจกลับเต้นรัวไม่เป็ดังสีหน้าเลยแม้แต่น้อย พุทธองค์หลี่จิ้งหยางยกชาหอมขึ้นจิบดับความร้อนรุ่มในจิต
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนพุทธองค์ ข้าขอลาเลยแล้วกัน”
หลังจากเทพแห่งความตายกลับไป พุทธองค์หลี่จิ้งหยางรีบเข้าห้องภาวนาจิต เบื้องหน้าคือรูปปั้นพระพักตร์ที่แสนงดงามขององค์ยูไล ผู้เป็อาจารย์ที่เมตตากรุณาต่อสรรพชีวิตบนโลกใบนี้
“ท่านอาจารย์ขอรับ ศิษย์นั้นทำเื่วุ่นวายเสียแล้ว”
หลี่จิ้งหยางเอ่ยเสียงแ่เบา จิตที่ตัดอาวรณ์จนสำเร็จนั้นไฉนจึงว้าวุ่นอยู่เช่นนี้
เ้าของดวงตาสีชามองไปยังความมืดมิดด้านหน้า เมื่อครู่ที่จิตได้เลื่อนระดับอีกขั้น ทำให้เทพแห่งความตายจับัันั้นจากหลุมมืดมิดที่เขาดูดกลืนมากไปหน่อย เยว่ชิงเดาว่าเวลานี้พุทธองค์หลี่จิ้งหยางคงรู้เื่ิญญาของเขาแล้ว
“ไป๋เยว่ชิง ออกไปจากที่นี่ก่อนเถิด เ้าลำบากแน่หากพุทธองค์หลี่จิ้งหยางมาพบเข้า”
“เหตุใดต้องไป?”
“เ้าเองก็ไม่อยากให้พุทธองค์ล่วงรู้ ข้าจะพาเ้าไปอยู่อีกที่หนึ่ง ที่นั่นปลอดภัยและทำให้เข้าฝึกเลื่อนจิตได้แข็งแกร่งมากขึ้น”
เยว่ชิงส่ายหน้าไปมาพลางอมยิ้ม มาถึงขั้นนี้แล้วเขาจะหนีไปก็ไร้ผล สู้ประจันหน้าไปเลยเสียยังดีกว่า อีกอย่างในตอนนี้เขาก็สามารถใช้ร่างิญญาได้ในระดับที่ดี แต่ยังไม่ถึงระดับที่สูงสุด เท่านั้นก็มากพอที่เขาจะเผชิญหน้ากับเ้าของวิหารระฟ้าได้แล้ว
“อย่าเสี่ยง พุทธองค์อาจส่งเ้ากลับยมโลก”
“ผู้ที่กำหนดข้านั้นหาใช่พุทธองค์หลี่จิ้งหยาง เวลานี้ข้าคือผู้กำหนดชะตาเอง”
“...”
“อย่าลืมสิจื่อหลิง ยามนี้หัวใจของข้าไม่เต้นอีกแล้ว พุทธองค์ย่อมยุ่งเกี่ยวกับิญญาไม่ได้ แม้จะใช่ฝ่าพระหัตถ์หมื่นพุทธองค์ลงทัณฑ์ข้าก็ตาม อย่างไรข้าก็ยังอยู่และไม่หายไป”
“เ้าคิดทำสิ่งใดกันแน่เยว่ชิง เดิมทีเ้าเพียงอยากหาร่าง ต่อมาเ้าก็อยากรู้ว่าทำไมตนเองถึงตาย จนถึงตอนนี้ข้ากลับรู้สึกว่าเ้ามาเพื่อล้างแค้น ที่แท้เ้าไม่ได้สนศพของตนเอง แต่เ้ามีเป้าหมายมาแต่แรกแล้วสินะ”
“ข้าคงตอบเ้าไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าเ้าฉลาดไม่เคยเปลี่ยน”
“เยว่ชิง...อย่าทำ!”
“คำตอบของข้าเ้าย่อมรู้ หากเ้าขวางก็เท่ากับทรมานิญญาข้า ที่ควรได้รับการปลอบประโลมจากเื่น่าสังเวชนี้ จำไว้จื่อหลิง!”
สดับเพียรหมื่นภพชาติ