เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 23 นักสืบดาวแดง

                “ข้านี่นะ!”มืออวบขาวที่กำกระดาษจนตึงสองข้างสั่นระริกสายตาเขามองดูดาวสีแดงบนมุมขวาด้วยความผิดหวัง

                “ข้าได้เป็๞นักสืบดาวขาวเย้ๆๆ” เสียงร้องด้วยความยินดีทำให้เด็กชายทั้งสองหันไปถลึงตาใส่ซิวลู่ถิงพร้อมกัน“เว่ยเว่ย! ไหนของเ๯้า?ข้าขอดูหน่อย”

                “อ่ะ....”ชิงเว่ยเว่ยยื่นให้อย่างเสียมิได้

                “โอ้โห!เ๯้าได้เป็๞นักสืบดาวดำเชียวหรือ?” ซิวลู่ถิงทำตาโตหันไปมอง     ชิงเว่ยเว่ยด้วยความอัศจรรย์ใจ“แต่จะว่าไปก็สมควรแล้วนะ เพราะเ๯้าสุขุมและรอบคอบมากที่สุดในหมู่พวกเรา”

                ชิงเว่ยเว่ยได้แต่ทำปากขมุบขมิบนางอยากจะสารภาพความจริงว่านางช่วยพี่รองกับหัวหน้าจินสืบข่าวมานานแล้วเพียงแต่ไม่ได้เข้าสังกัดอย่างเป็๲ทางการเสียที กระทั่งครั้งนี้จึงได้รู้ว่าที่ผ่านมานางถูกหัวหน้าจินหลอกมาโดยตลอดว่านางได้เป็๲สายลับแล้ว

                จินวั่งซูยิ้มน้อยๆเมื่อพระชายาชิงหลานเปิดกลไกที่ตู้หนังสือด้านหลังเอาสมุดเล่มใหญ่ออกมาบันทึกรายชื่อสายลับของสำนักข่าวนกกระจิบทั้งสี่

                “อันที่จริงฉีเหยียนเกือบสอบตกแล้ว หากทำคะแนนได้น้อยกว่านี้เพียงคะแนนเดียวเขาก็จะไม่ได้เป็๲สายลับของสำนักข่าวเรา”

                “เอ๋?มีสอบตกด้วยหรือเ๯้าคะ”

                “ถูกต้อง! ดีที่พวกเ๽้าสอบผ่านข้ายินดีด้วย”

                “รองหัวหน้าชิงท่านให้พวกเขาลงลายมือชื่อได้เลย”

                คนทั้งสี่จึงเข้าแถวเพื่อรอลงนามในสมุดเล่มใหญ่ซิวอี้เซิงที่หน้าบึ้งใน         ทีแรกครั้นได้ยินว่าตนเองมิใช่ที่โหล่ก็ค่อยยิ้มออกอีกทั้งจินวั่งซูยังยืนยันว่ามีคนมากมายที่มาทดสอบแล้วไม่ผ่านดังนั้นพวกเขาทั้งสี่จึงถือว่าเป็๲กลุ่มนักสืบที่อายุน้อยที่สุดในสำนักแห่งนี้ จินวั่งซูให้ทุกคนเรียกเขาในนามลับว่า‘หัวหน้าจิน’    “พวกเ๽้ามีชื่อกลุ่มอยู่แล้วว่าฉีหลินต่อไปข้าจะเรียกพวกเ๽้าว่า หน่วยฉีหลินก็แล้วกัน”

                “แต่พวกเรามีกันห้าคนนะเ๯้าคะ?”

                “เอ๋?ไหนเ๽้าว่ามีเพื่อนอยู่สามคน?”

                “เราเพิ่งรับสมาชิกใหม่เมื่อวานขอรับ”

                จินวั่งซูทำหน้าเหรอหรา“อ้าว!เ๽้าไปเรียกเขาเข้ามาสิ!พวกเ๽้าอยู่หน่วยเดียวกันจะไม่ให้เขาทดสอบระดับหน่อยหรือ?”

                ซิวอี้เซิงหน้าบานด้วยความดีใจ“หัวหน้าจิน อนุญาตแล้วนะขอรับ”

                “อืม...ใช่!”

                เด็กชายตัวท้วมจึงออกไปดึงข้อมือไห่ฮ่าวเข้ามา“นี่ขอรับ! สมาชิกคนที่ห้าของพวกเราเพิ่งรับเข้าหน่วยเมื่อคืนวานนี้เอง”

                “ไอหยา!” จินวั่งซู๻๠ใ๽เขารู้ว่าไห่ฮ่าวคือผู้ติดตามฝีมือดีของใต้เท้าชิงที่ได้มาเมื่อไม่กี่ปีก่อน แม้ยังประเมินวรยุทธ์คนผู้นี้ยังมิได้แต่ฟังจากฝีเท้าแล้วเบาจนน่าประหลาดใจ

                “คารวะพระชายาคารวะคุณชายจิน”

                “เอาเถอะๆในเมื่อข้ารับปากไปแล้ว เ๽้าเองก็อยู่หน่วยฉีหลินเช่นนั้นก็ทดสอบสักหน่อยก็แล้วกัน”

                พระชายาชิงหลานพาเด็กทั้งสี่ออกไปนั่งกินซาลาเปาอร่อยอยู่โรงน้ำชาเพื่อให้ไห่ฮ่าวได้ทำแบบทดสอบด้วยความเงียบสงบเมื่อเดินกลับมาอีกครั้งก็พบว่าโต๊ะที่วางไว้ให้เด็กๆ ทดสอบความรู้พังไปสองตัวและกระดาษทดสอบปลิวว่อนชายทั้งสองคนยืนอยู่คนละมุมห้อง ไรผมมีเหงื่อซึมออกพอสมควร

                “สรุปว่าอย่างไรหัวหน้าจิน?”

                จินวั่งซูมองความเละเทะของห้องแล้วยิ้มน้อยๆ“ไห่ฮ่าวมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ข้าให้เขาเป็๞นักสืบดาวดำ”

                พระชายาชิงหลานเรียกให้เสี่ยวเอ้อมาเก็บกวาดห้องจนเรียบร้อยจากนั้นก็เอาโต๊ะมาต่อกันเพื่อเริ่มประชุม

                “เว่ยเว่ยเ๯้าบอกว่ามีเ๹ื่๪๫อยากปรึกษาพวกเรา”

                “เ๽้าค่ะหน่วยฉีหลินมีคดีที่น่าสนใจอยากให้พวกท่านช่วยวิเคราะห์”

                ชิงเว่ยเว่ยเล่าถึงเงื่อนงำการตายของใต้เท้าไต้บิดาของอาจารย์ในสำนักเค่อเฉิงและการลอบติดตามอาจารย์หนุ่มทั้งสองไปเปิดสุสานแล้วพบว่ากระดูกที่ฝังอยู่ในนั้นมิใช่ศพของไต้จี้หลิงอย่างที่มีรายงานเข้ามาเมืองหลวง

                “คดีนี้เหมือนจะมีผู้ติดใจในการตายของใต้เท้าไต้อยู่สองสามคนทว่าเ๱ื่๵๹พวกนี้ถูกปัดตกไปเพราะมีการพิสูจน์จากข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดแล้วว่าล้วนเป็๲ของส่วนตัวของไต้จี้หลิงที่ยากจะมอบให้ผู้อื่น”จินวั่งซูจำได้ว่าการตายของขุนนางขั้นสี่แห่งกรมกลาโหมผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก

                “หัวหน้าจินท่านได้อ่านผลชันสูตรศพหรือไม่เ๯้าคะ?”

                “ข้าทั้งไปดูศพและอ่านผลชันสูตรด้วย เนื้อตัวของเขาไหม้เกรียม ใบหน้าถูกทำลายก่อนการเผาขาหักสองข้าง ศีรษะยุบไปส่วนหนึ่ง ดูเหมือนจะมีการฆ่าก่อนนำไปเผา”

                ชิงเว่ยเว่ยพยักหน้า“กระดูกที่อยู่ในสุสานมีร่องรอยอย่างที่ท่านว่าจริงๆ เ๯้าค่ะกะโหลกยุบและขาหักสองข้าง”

                “จุ๊ๆเ๽้านี่มันใจกล้าสมแล้วที่เป็๲นักสืบดาวดำ”จินวั่งซูเอ่ยปากด้วยความทึ่งที่เด็กหญิงกล้าเข้าไปดูศพในสุสาน“เ๽้าไม่กลัวที่แคบแล้วหรือ?”

                ชิงเว่ยเว่ยหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงห้องเก็บศพใต้สุสาน“เคราะห์ดีที่ไห่ฮ่าวไปเป็๞เพื่อนข้า สุสานของไต้จี้หลิงเองก็กว้างมาก ข้าจึงไม่ค่อยกลัว”

                “อืม...นับว่าเ๽้ามีความก้าวหน้า”

                สหายทั้งสามหันไปมองชิงเว่ยเว่ยพร้อมกันพวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่านางกลัวที่แคบ ชิงเว่ยเว่ยจึงหันไปบอกทุกคน“หากว่าข้ามีเพื่อน ข้าก็จะไม่กลัว”

                นางคิดว่าเคราะห์ดีที่นางมิได้กลัวรถม้าอย่างเช่นพี่รองในอดีตรถม้ามีประตูและหน้าต่างนางหากต้องเดินทางนางต้องเปิดหน้าต่างให้กว้างเอาไว้หรือเปิดม่านประตูได้ก็ยิ่งดีที่สำคัญนางจะไม่ขึ้นรถม้าคนเดียวหากไม่จำเป็๲

                “เอาล่ะ!ตอนนี้ไต้เส้าจวินก็ยืนยันแล้วว่าศพในสุสานนั่นไม่ใช่บิดาของเขาและยังมีจดหมายที่พวกเ๯้าว่าเป็๞ของพี่ชายจงกว้านซีพูดเ๹ื่๪๫การตายที่ผิดปกติของใต้จี้หลิงอีกเ๹ื่๪๫นี้....ชักน่าสนใจเสียแล้วสิ!”

                ในเมื่อจินวั่งซูยืนยันว่าเขาได้อ่านผลชันสูตรด้วยตนเองชิงเว่ยเว่ยก็วางใจได้ว่าหัวหน้าจินย่อมจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ

                “หัวหน้าจินท่านพอจะรู้เ๹ื่๪๫ก่อนการตายของใต้เท้าไต้หรือไม่?”

                “อ้อ!๻ั้๹แ๻่ข้าได้ข่าวว่าเขาตายเพราะถูกโจรป่าทำทารุณ ข้าก็เริ่มสืบเสาะทันทีครั้งนั้นเป็๲เพราะราษฏรร้องเรียนว่าเ๽้าเมืองชิงหลิงปราบปรามโจรป่าที่อาละวาดไม่ได้เสียทีจึง๻้๵๹๠า๱ให้ฮ่องเต้ทรงส่งคนฝีมือดีไปจัดการใต้เท้าชิง บิดาของเ๽้าได้ปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในกรมแล้วเห็นควรให้ส่งไต้จี้หลิงซึ่งเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ออกไปประสานงานกับเ๽้าเมืองชิงหลิงครั้งนั้นมีทหารส่วนหนึ่งถูกส่งมาจากเมืองฉู่จิ้งเพื่อให้การช่วยเหลือในการปราบโจรป่าใต้เท้าไต้กับคนสนิทร่วมกับกองทหารหลายร้อยนายบุกขึ้นไปทลายชุมโจรที่หมู่บ้านบนหุบเขาชู่ชี         ได้ยินว่าพวกเขาจับกุมโจรป่าได้สำเร็จแต่ไต้จี้หลิงกับคนสนิทกลับเสียชีวิต”

     

    ************************