อวิ๋นซือยิ้มรับก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาสบาย“ต้องขอบคุณฮูหยินสามที่สอนสั่งยามก่อน ทำให้ข้ามีประสบการณ์พอดู” คำพูดของอวิ๋นซือไม่เกินเลยแม้แต่น้อย วันเวลาของหญิงสาวในจวนหลังนี้ไม่ได้ผ่านมาง่ายดายเลยโดยเฉพาะผู้หญิงสองคนตรงหน้า หลิงจีซึ่งเป็ฮูหยินสามกับอวิ๋นหาน น้องสาวที่อ่อนกว่าเพียงเดือนเดียว
คนแม่ก็เพราะมีมารดาของอวิ๋นซือคอยขวางหน้าจึงไม่ได้ขึ้นเป็ฮูหยินใหญ่สมใจ ส่วนคนลูกก็เพราะมีนาง อีกฝ่ายจึงไม่ได้เป็คุณหนูใหญ่ดั่งใจ มองท่าทางกระตือรือร้นของพวกนางสองแม่ลูกหญิงสาวก็ให้นึกเหนื่อยในใจแทน บุรุษมักมากอย่างบิดาและสามีนางมีอะไรน่ายื้อแย่งกันหากไม่ติดว่ามารดายังงมงายกับชายผู้นั้น อวิ๋นซือคงจับทั้งคู่ถวายใส่พานให้ไปแล้ว
“ข้าคงประมาทเ้าเกินไป” ฮูหยินสามแค่นเสียง ดวงตาฉายแววเกลียดชัง“ส่งเสริมให้เ้าแต่งนายท่านหลันยังไม่สำนึก กล้าเเว้งกัดข้า”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยอีกฝ่ายกำลังทวงบุญคุณกับนางอย่างนั้นหรือ ทั้งที่ยามนั้นบีบจนนางต้องยินยอมแท้ๆ “ข้าก็เรียนรู้มาจากฮูหยินสามอย่างไรเล่าวิธีการใช้ร่างกายให้เป็เครื่องมือออดอ้อนบุรุษ”
หลายคนใในคำพูดเปิดเผยนั้นจนต้องเงยหน้าขึ้นมองบางคนถึงกับเบือนหน้าหลบด้วยความอาย แต่พอหลิงจีปรายตาปรามก็ไม่มีใครกล้ามองมาอีก
“แพศยาเ้ายอมรับแล้วสินะว่าใช้มารยาล่อลวงพี่หลันชิง”
อวิ๋นหานลุกพรวด ชี้หน้าด่าทอด้วยดวงตาแดงก่ำ
อวิ๋นซือพลันหัวเราะขบขันน้องสาวนางไร้หัวคิดเพราะใช้ชีวิตสบายเกินไปหรืออย่างไรกันอีกฝ่ายลืมไปแล้วกระมังว่านางกับหลันชิงเป็อะไรกัน จะทำอันใดเกี่ยวอะไรกับตัวเอง “น้องรอง เ้าไม่ทำความเคารพพี่สาวผู้นี้ก็ไม่ถือ แต่คำเรียกขานพี่เขยเ้าเมื่อครู่ข้าถือเ้าเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว รักษากิริยาหน่อย คนจะได้ไม่เอาไปว่าว่าอยากได้ผู้ชายของข้าจนตัวสั่น”
“อวิ๋นซือเ้าอย่าทะนงไปนะว่าเ้าเป็ฮูหยินสกุลหลันแล้วจะมาโอหังกับพวกข้าได้” ฮูหยินสามบันดาลโทสะไม่น้อยเมื่อเห็นสีหน้าจวนจะร้องไห้ของบุตรสาวตัวเองน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและกิริยาทุบโต๊ะที่โอหังถูกแสดงออกมาให้เห็น
อวิ๋นซือมองพลางแค่นเสียงฮูหยินสามผู้หนึ่งถึงกับแสดงท่าทางเช่นนี้ต่อภรรยาเอกและบุตรสาว ต้องบอกว่าหลิงจีผู้นี้มีความกล้าหรือมารดาของนางอ่อนแอเกินไปดีอำนาจอยู่ในมือยังไม่กล้าใช้ นางคิดพลางปรายตาไปยังสตรีที่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงหัวโต๊ะเห็นท่าทางค้อมไหล่จนหน้าจะจดพื้น อวิ๋นซือก็พลันรู้สึกอ่อนล้าวูบหนึ่ง นั่นสินะ นางคิดหวังอะไรอยู่อีก นับจากอดีตจวบจนถึงตอนนี้ สตรีตรงหน้าหาได้เคยปกป้องตนอย่างจริงจังไม่
นางในอดีตต้องเผชิญหน้ากับความเ็าของบิดาถูกทำร้ายจากผู้หญิงของอีกฝ่ายจนแทบเอาชีวิตไม่รอดทว่าสิ่งเ่าั้ยังไม่กรีดใจเท่ากับภาพมารดายืนก้มศีรษะขออภัยทั้งที่นางไม่ผิด
‘เคยสักครั้งไหมท่านแม่... ที่ท่านจะคิดยืนหยัดเพื่อปกป้องข้า’
สายตาผิดหวังจากบุตรสาวทำให้จางซื่อได้แต่ก้มหน้าลงต่ำทว่าแม้จะรู้สึกผิดเพียงใด เ้าตัวก็ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาตอบแม้แต่น้อย หญิงสาวหลับตาลงก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ นางยังคาดหวังอะไรอีกนะทั้งที่รู้ดีมาั้แ่ต้นอยู่แล้วแท้ๆเห็นฮูหยินสามและอวิ๋นหานมองมาด้วยสีหน้าสะใจ อวิ๋นซือก็ทำเพียงส่งรอยยิ้มที่ปกปิดความรู้สึกออกมา
“ท่านก็ไม่ได้โง่นะแม่สาม ควรจะรู้ได้แล้วกระมังตราบใดที่ข้าอวิ๋นซือยังเป็ฮูหยินใหญ่สกุลหลัน ตำแหน่งเมียเอกที่ใฝ่ฝันของท่านก็เป็ได้แค่เื่ตลกเท่านั้นละน่าเสียดายนะถ้าเป็บุตรสาวท่านที่มัดใจหลันชิงได้ มีหรือมารดาของข้าจะยังอยู่ดีแบบนี้”
เรียวปากบางอมยิ้มหวานสายตาพราวระยับราวกับส่งคำท้าทายทว่ามีเพียงเ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองกำลังบอกใบ้อีกฝ่าย ‘เร็วสิ รีบใช้บุตรสาวท่านให้เป็ประโยชน์เสียตราบใดที่ข้ายังเป็ฮูหยินใหญ่ตระกูลหลันฮูหยินผู้เฒ่ากับหลันชิงย่อมไม่ยอมให้ฝันนั้นเป็จริงแน่ เพราะอย่างนั้นจงรีบใช้บุตรสาวที่พวกท่านภูมิใจผูกใจชายผู้นั้นเสีย!’
ร่างบางขยับลุกขึ้นยืนบางอย่างที่ไม่น่าพิสมัยก็ไม่ชวนให้นึกอยากอาหารนางกลับไปนั่งกินคนเดียวที่เรือนตัวเองยังดีเสียกว่า แน่นอนว่าไร้เสียงเรียกรั้งให้กลับไป อวิ๋นซือก้าวเท้าออกจากห้องนั้นโดยมีสาวใช้คนสนิทคอยประคองจวบจนนางเดินจากมาไกลโข หูก็ยังไร้เสียงเรียกขานของมารดา
มารดาผู้อ่อนแอและงมงายของนางวันนี้ก็ยังคงไร้ปากเสียงเช่นเดิม...
เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าโถงรับแขก ร่างบางก็พลันหยุดชะงักเล็กน้อยเช่นเดียวกับผู้ที่เดินสวนเองก็หยุดยืนมองมายังนางอวิ๋นซือส่งรอยยิ้มพร้อมเรียกขานอีกฝ่ายเสียงหวาน
“ท่านพ่อ”
ใต้เท้าอวิ๋นขมวดคิ้วอย่างเคร่งขรึมในอดีตบุตรสาวคนนี้เรียกได้ว่าไม่เคยมีตัวตนในสายตาเขาหากไม่เพราะฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลันยืนกรานว่าต้องเป็นางที่เป็บุตรสาวจากภรรยาเอกเขาคงเลือกส่งหานเอ๋อร์ไปแทนแล้ว ทว่าวันนี้บุตรสาวที่เคยมองว่าไร้ค่ากลับสามารถสร้างความลำบากให้เขาได้นับว่านางปกปิดตัวเองได้หมดจดยิ่งนัก
“เื่เปลี่ยนฮูหยินที่สกุลหลันยื่นมือเข้ามาสอด...เป็เพราะเ้าสินะ”
รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย ใบหน้าเล็กก้มน้อยๆยามเอ่ยคำตอบรับ “เ้าค่ะ”
ความโกรธของอวิ๋นจั้นแทบจะพุ่งสูงเทียมฟ้านังลูกอกตัญญูผู้นี้นี่เองที่เป็สาเหตุให้หลันชิงยื่นข้อเสนอเพื่อบีบบังคับเขาสารเลวยิ่ง! ช่างน่ารังเกียจไม่ต่างจากมารดาของนางแม้แต่น้อย
อวิ๋นซือมองข้ามท่าทีที่มีโทสะของบิดา และยังคงกล่าวต่ออย่างไม่แยแส
“ตราบใดที่ลูกยังเป็ฮูหยินใหญ่สกุลหลันตำแหน่งของท่านแม่จะเปลี่ยนมือไม่ได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นจำนวนเงินที่มอบให้ท่านนำไปอุดส่วนที่โกงของหลวงมาจะหายไปทันทีท่านพ่อที่เป็คนฉลาดย่อมรู้จักเลือกก็ลองตรองดูเอาเถิดต่อให้ท่านไม่เปลี่ยนฮูหยินใหญ่ น้องชายก็ยังสืบทอดวงศ์สกุลได้อยู่ดี”
กล่าวจบร่างบางก็ก้าวเท้าเดินบิดาหาใช่คนโง่งมเกินเยียวยาเขาย่อมรู้ดีว่าระหว่างผู้หญิงบนเตียงกับความช่วยเหลือจากหลันชิงอะไรสำคัญกว่ากันนางก้าวออกมาพร้อมอีกฝ่าย เอ่ยคำร่ำลาก่อนจากมา ทว่าไร้เงาคนบางคนตามมาส่งเรียวปากบางยกยิ้มหยันทว่างดงาม
บางครั้งมารดาของนางก็เืเย็นไม่น้อยข้ามสะพานยังไม่ทันสุดก็ไม่สนใจกันเสียแล้ว
คืนนั้นที่คฤหาสน์สกุลหลันฮูหยินใหญ่ต้องลมเย็นหลังกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม จำต้องให้นายท่านไปค้างยังเรือนอื่นและผู้ที่โชคดีก็คืออนุเจียว เื่นี้ทุกคนต่างรู้กันทั่ว
ทว่าในเรือนเสวี่ยของฮูหยินใหญ่กลับปรากฏร่างบอบบางที่นั่งอิงแอบเก้าอี้ผู้ที่ใครต่างก็นึกว่าป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อนั้น ยามนี้กำลังเหม่อมองท้องฟ้าขณะที่มือก็ถือจอกสุราแต่เพียงผู้เดียว
ใต้หล้านี้ทั้งกว้างและยิ่งใหญ่ เหตุไฉนกลับมิมีที่ให้ข้ายืน...