Please say love ยอมรับเถอะว่าเธอรักฉัน !!

    Please say love : 8

    Please say love​ ตอนที่ 8

                      #พิมมี่ของพี่แทน       



             หลายวันผ่านไป...

            มีเ๹ื่๪๫จะเล่า!สืบเนื่องจากเ๹ื่๪๫ฝึกงาน ฉันได้รับรู้แล้วว่าพี่แทนพูดจริง!

            เขาให้พ่อของเขาเปิดรับนักศึกษาฝึกงานแถมยังบังคับให้ฉันยื่นเอกสารจนเสร็จสรรพกลายเป็๲ว่าตอนนี้ฉันมีที่ฝึกงานเรียบร้อย เหลือแค่รอปิดเทอมแล้วก็ไปทำงานตามนั้น

            ฉันไม่คิดว่าเขาจะจริงจังขนาดนั้นแต่ก็เอาเถอะ ถือว่าจะได้มีประสบการณ์เนอะ ฉันคิดถอนหายใจเบาๆเพื่อออกจากความคิดนั้นแล้วเดินตามสายซอมาที่ริมทางเท้าในมหาลัย

            “พิมมี่วันนี้พี่เฟรมมารับนะ”

            “ห้ะ?”ฉันงงที่จู่ๆ สายซอก็พูดขึ้นเมื่อเห็นในมือของเพื่อนถือโทรศัพท์ค้างอยู่ฉันเลยนึกได้ว่าเมื่อกี้มันคุยโทรศัพท์ค้างไว้

            “มารับแกหรอ?”ถามด้วยความสงสัยเพราะเรากลับทางใครทางมันอยู่แล้วไม่รู้มันจะบอกฉันทำไม

            อ่อและ ‘พี่เฟรม’ ที่พูดถึงคือลูกพี่ลูกน้องสายซอ และเป็๞ลูกชายเพื่อนแม่ฉัน

            งงมั้ย? คือแม่ฉัน แม่พี่เฟรม และแม่สายซอเป็๲เพื่อนกันแล้วแม่พี่เฟรมเป็๲น้องสาวพ่อสายซออีกที

            พี่เฟรมไม่ได้เรียนมหาลัยเดียวกับเราหรอกเขาเรียนที่คณะทันตะของมหาลัยรัฐบาลอีกที่นึงน่ะ ด้วยความเรียนยุ่งไม่ค่อยได้หยุดเพราะต้องขึ้นคลินิกแล้วยังไม่ได้เรียนที่เดียวกันอีกทำให้้พวกฉันไม่ได้เจอพี่เฟรมบ่อยนัก

            “มารับพวกเรานี่แหละ๰่๥๹นี้แกนั่งรถไฟฟ้ามาไม่ใช่หรอ? ก็เดี๋ยวให้พี่เฟรมไปส่งไง”

            มาเองสะที่ไหนล่ะพี่แทนมาส่งต่างหาก!

            “ไปส่งที่ไหน”ฉันถามอย่างหวั่นใจ

            “ที่บ้านแกสิคิดว่าจะไปส่งไหนล่ะ?”

            บ้านฉันอยู่คนละฝั่งกับคอนโดพี่แทนเลยนะถ้าจะให้อธิบายก็คือ มหาลัยอยู่ตรงกลาง บ้านอยู่ฝั่งขวา คอนโดพี่แทนอยู่ฝั่งซ้ายในระยะทางที่ใกล้เคียงกัน

            ถ้ากลับบ้านฉันก็๠ี้เ๷ี๶๯นั่งรถกลับไปหาพี่แทนแล้วไงแต่ถ้านอนบ้านแล้วไม่ได้บอกก่อนเขาต้องหัวเสียแน่เลยอ่ะ

            “ชิลๆนั่งรถหรูพร้อมมีคนขับหน้าตาดี ขับไปทางไหนใครก็มอง”

            “แน่สิ!รถพี่เฟรมสีแดงสะดุดตาสะขนาดนั้นเป็๞ใครก็ต้องมองไหม”

            “เอาน่าาาเนี่ย! รอแป๊บเดียวก็มาถึงแล้ว แกจะไปเบียดคนบนรถไฟฟ้าทำไมไหนจะต้องใช้บริการพี่วินต่อเข้าบ้านอีก มีคนไปส่งดีจะตาย”

            ยอมรับว่าดีแต่ที่ไม่ดีคือส่งไม่ถูกที่นี่แหละ!

            แต่จะให้พูดได้ยังไงว่าไม่ได้อยู่บ้านฉันเหมือนคนน้ำท่วมปากอ่ะ นึกออกไหม? เลยได้แต่พยักหน้าเออออตามเพื่อนไป

            “แล้ววันนี้พี่แจ็คไม่มารับหรอ”ฉันถามสายซอ พยายามคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ ถ้าพี่แจ็คมารับซอฉันก็จะได้ชิ่งกลับเองไง!

            “ไม่มา!งอนอยู่! บอกไปแล้วว่าให้พี่เฟรมมารับ ไม่ต้องมาแล้ว!”

            “อ่า...แต่บ้านพี่เฟรมก็อยู่ติดรั้วบ้านแกเลยนะ ฉันกลับเองได้ จะได้ไม่ต้องย้อนไปส่งอีก”

            “๰่๥๹นี้พี่เฟรมนอนคอนโดขากลับยังไงก็ผ่านบ้านแกอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดเยอะเลย เลิกพูดๆ”

            เห้ออออออให้มันได้อย่างนี้สิ! ฉันหนีไม่พ้นแล้วใช่ไหมเนี่ย!

            คิดอย่างปลงๆแอบปาดเหงื่อเล็กน้อยก่อนหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะกดเข้าหน้าแชทของพี่แทนแต่หน้าจอดันแสดงข้อความเข้าที่ค้างไว้นี่สิ

            [tana.tan] : พิมใกล้กลับรึยัง

            [tana.tan] : วันนี้พี่เลิกงานเร็ว ตอนนี้อยู่ที่ห้องแล้ว

            ง่า...ซวยแล้ว

            แต่คือก็ยังดีที่อย่างน้อยพี่เฟรมต้องส่งสายซอก่อนเพราะถึงก่อนงั้นฉันค่อยขอพี่เฟรมลงระหว่างทางแล้วย้อนกลับคอนโดก็ได้แหละมั้ง

            [pimmy] : วันนี้กลับเย็นหน่อยนะคะ

            [tana.tan] : okkrub

            ตอบทันทีเหมือนเฝ้าหน้าจออยู่เลยด้วยอ่ะ

            [pimmy] : ค่า

            ฉันตอบแล้วกดล็อคหน้าจอเมื่อเห็นว่ารถพี่เฟรมชะลอความเร็วเข้ามาจอดตรงหน้าพอดี

            สายซอเปิดประตูขึ้นไปนั่งหน้าคู่คนขับส่วนฉันนั่งเบาะหลัง

            “พี่เฟรมสวัสดีค่ะ”

            “ครับ”ตอบสั้นๆ เพราะพี่เฟรมเป็๲คนไม่ค่อยชวนคุยอยู่แล้ว เราทักทายกันเล็กน้อยจากนั้นรถก็เคลื่อนตัวไปบนท้องถนนเรื่อยๆ แต่มันแย่ตรงที่วันนี้รถติดชะมัด

            หันหน้าไปมองสายซอก็ก้มหน้าก้มตากดมือถือสงสัยคุยกับพี่แจ็คพอหันไปมองพี่เฟรมก็เห็นแค่เสี้ยวหน้าคมเพราะเขาทอดสายตามองถนนไปเรื่อยเปื่อย

            ทุกคนเหมือนตกอยู่ในโลกของตัวเองฉันเลยขอนอนพักสายตาแปบนึง เมื่อคืนคนที่ห้องชวนดูหนังจนดึกไง

            แต่งีบไปได้แปบเดียวก็ต้องมารู้สึกตัวตื่นตอนที่สายซอรับโทรศัพท์ซึ่งฉันแอบเห็นว่ามันบันทึกชื่อคนโทรเข้าไว้ว่า‘พี่แจ็ค’ แล้วตามด้วยสัญลักษณ์หัวใจสีแดงลากยาวมากกกกกกก

            ไม่ได้อยากแอบฟังนะแต่รถมันก็แคบแค่นี้ ยังไงก็ได้ยินอ่ะ

            “โทรมาทำไม!ซอไม่อยากคุยด้วย!”

            (...)

            “ไม่ต้องมาง้อ!”

            (...)

            “ไม่ไปค่ะ!วันนี้จะกลับบ้าน ไม่นอนคอนโดแล้ว!!”

            (...)

            เพื่อนฉันเงียบไปนานแบบนี้พี่แจ็คต้องกำลังง้ออยู่แน่ๆ

            สายซอตอบว่า“ไม่” อยู่หลายครั้งแต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่ามันจะลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าเพื่อไปเจอกับพี่แจ็ค

            ยอมรับเลยว่าฉันรู้สึกโล่งใจมากถ้าซอลง ฉันก็จะขอลงด้วย ยังไม่ลืมหรอกนะว่าพี่แทนรออยู่!

            ฉันรีบหอบของขึ้นมาไว้แนบอกพร้อมเตรียมตัวลงเต็มที่เมื่อลงรถมาได้ก็ใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ในการซิ่งกลับห้องพี่วินขับฉวัดเฉวียนปาดซ้ายทีขวาที ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีฉันก็มาถึงที่หมาย

            ฟู่~

            แอบถอนหายใจอีกรอบเมื่อพลิกข้อมือมาดูเวลาแล้วพบว่าฉันกลับช้ากว่าปกติแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

            “กลับมาแล้วค่า”ทักทายเสียงใสหลังจากเปิดประตูห้องเข้าไป

            พี่แทนชะโงกหน้าออกมาจากห้องนอนเล็กเลยทำให้ฉันเห็นว่าเขากำลังถอดเสื้อ คนตัวสูงยิ้มให้ฉันเล็กน้อย ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เดินมาหาพี่แทนเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว

            ฉันพึ่งสังเกตว่าเขาถือตะกร้าผ้าออกมาด้วย

            โถ่ทำตัวเป็๲พ่อบ้านด้วยวุ้ย น่ารักเนอะ

            “พี่ซื้อสลัดกับน้ำเต้าหู้มาฝาก”

            “ขอบคุณค่ะ”

            “เย็นนี้พี่ไปกินเหล้ากับพวกไอ้แจ็คนะ”

            “ตามสบายเลยค่าแต่อย่ากินเยอะนะคะ อย่าลืมว่าพี่แทนต้องขับรถนะ”

            เขาไม่รับปากแต่ส่งยิ้มแทนคำตอบ

            ชัดเจนมาก...ชัดเจนว่าไม่เชื่อที่ฉันพูดเลย!

            ฉันดึงสีหน้าไม่พอใจทันทีให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่นไง!เหมือนพี่แทนจะแค่กวนฉันเฉยๆเพราะเมื่อเห็นว่าฉันทำท่าจะโมโหเขาก็หัวเราะเฉยเลย!

            ไม่ตลก!

            “เอาเสื้อคลุมมานี่พี่เอาไปซักให้”พูดพร้อมกับยื่นมือมารับเสื้อแขนยาวที่ฉันพกติดไปมหาลัยเพราะในห้องเรียนเปิดแอร์หนาว

            แหม!เปลี่ยนเ๱ื่๵๹เก่งงงง!!

            ฉันเบ้ปากก่อนจะยื่นเสื้อไปให้พี่แทน แต่ทันทีที่เขารับไปหัวคิ้วหนาเข้มก็ยกขึ้นด้วยความสงสัย

            “นี่เสื้อใครหรอพิมมี่”

            พี่แทนเอ่ยถามแล้วพลิกเสื้อดูพอรู้ว่าเป็๞เสื้อผู้ชายเท่านั้นแหละ! สายตาเขาที่มองฉันนี่คมเหมือนใบมีดเลย!

            ฉันมองตามแล้วเบิกตากว้าง!ตายล่ะหว่า! ฉันเผลอหยิบเสื้อกาวน์ของพี่เฟรมติดมาได้ไง

            ให้ตายสิ!ต้องเป็๞ตอนที่รีบเก็บของลงจากรถแน่ๆ!

            แล้วก็นะจะโกหกยังไงก็ไม่เนียน เพราะเส้นด้ายสีม่วงที่ปักตัวอักษรว่า ‘นทพ.พนัส’พร้อมกับตรงกระเป๋าที่มีตราสัญลักษณ์มหาลัยคงทำให้พี่แทนมั่นใจแน่ๆเป็๲เสื้อผู้ชายเรียนคณะทันตะที่ต่างมหาลัย และคงอยากรู้มากด้วยว่า ‘พนัส’ เป็๲ใคร

            พี่เฟรมไงจะใครล่ะ!

            ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ฉันกลับรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก หัวใจเต้นเร็วอาการอย่างกับคนทำผิดที่กำลังจะถูกจับได้ แต่ฉันทำอะไรผิดที่ไหนกันเล่า!

            “ว่าไง?”น้ำเสียงหาเ๹ื่๪๫พร้อมต่อยมากอ่ะ

            “เป็๲พะ...//Rrrrrr Rrrrr~~~”

            ยังไม่ทันพูดว่าเป็๞พี่ชายสายซอมือถือฉันก็มีสายเรียกเข้าสะก่อนหน้าจอโชว์หราเป็๞รูปคู่ฉันกับพี่เฟรมที่ถ่ายในพิธีรับเสื้อกาวน์ของพี่เฟรม

            พี่แทนมองตามเขาจ้องตาไม่กระพริบเลยในตอนที่ฉันกดรับสาย!

            “ฮัลโหลค่ะพี่เฟรม”

            (เออพิมเราได้หยิบเสื้อพี่ติดไปรึป่าว)

            “ใช่ค่ะพิมพึ่งเห็น ขอโทษนะคะ”

            คุยกับพี่เฟรมอ่ะไม่เท่าไหร่!แต่สายตาพี่แทนที่มองมานี่สิ รู้เลยว่าโมโหอาการคล้ายตอนได้รู้เ๱ื่๵๹เต้วันนั้นต่างกันที่วันนี้ดูโมโหกว่า!

            ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังหดเล็กลงเรื่อยๆเลยตัดสินใจจะเดินออกไปให้ห่างพี่แทนนิดนึงแต่ก็เหมือนอีกคนจะรู้ทันเพราะเขาคว้าต้นแขนฉันไว้ด้วยมือข้างเดียวออกแรงดึงให้ฉันเขาไปยืนใกล้เขา

            ใกล้จนฉันคิดว่าเสียงพี่เฟรมต้องเล็ดลอดเข้าหูเขาแน่ๆ

            (ไม่เป็๞ไรแต่พรุ่งนี้พี่ต้องใช้ด้วยสิ ทำไงดีเรา)

            “อ่า...เดี๋ยวพิมเอาไปให้ก็ได้”

            ก็ฉันเป็๞คนผิดนี่นา

            (หรือให้พี่ไปเอากับพิมเองที่มหาลัยพิมก็ได้นะ)

            ฉันเห็นนะ...เห็นว่าพี่แทนเปลือกตากระตุกแรงมากตอนพี่เฟรมพูดว่า ‘ไปเอากับพิม’

            ฉันก็คิดอยู่ว่ามันฟังดูกำกวมแต่ความหมายที่พี่แทนแปลนี่มัน.... ฉันรู้เลยล่ะว่าเขากำลังคิดถึงเ๱ื่๵๹อะไร

            เขาคิดไปไกลเกินไปแล้ว!

            “ยังไงก็ได้ค่ะพิมเอาไปให้เองก็ได้”

            (โอเคๆพี่ฝากซักให้หน่อยนะ รบกวนด้วยจริงๆ พอดีพี่ถือติดมาตัวเดียวอ่ะตัวอื่นอยู่ที่บ้านหมดเลย)

            “ได้ค่าเดี๋ยวพิมรีดให้ด้วย ขอโทษอีกรอบนะพี่เฟรม”

            (ไม่เป็๞ไรๆขอบคุณมาก เจอกันพรุ่งนี้ครับ)

            “ค่าสวัสดีค่ะ” ฉันพูดเป็๲ประโยคสุดท้ายก่อนกดวางสาย

            และในส่วนของสีหน้าพี่แทนนั้นบอกได้เลยว่าเกรี้ยวกราด!

            “เอ่อ...พี่เฟรมเป็๲ลูกพี่ลูกน้องสายซอค่ะ แม่พี่เขาเป็๲เพื่อนกับแม่พิมด้วย”

            “...”

            “วันนี้พี่เฟรมมารับซอที่มหาลัยพิมเลยติดรถออกมา แล้วก็เผลอหยิบเสื้อพี่เขามาด้วย ไม่ได้ตั้งใจเอาเสื้อมานะคะ”

            “อื้อ”

            โอ้โห....ตอบสั้นมาก....

            “คือ...พิม...”

            “พิมไม่ต้องซักเดี๋ยวพี่ซักให้” พูดแล้วก็เดินกอดตะกร้าหนีไป ฉันเลยเดินตามเห็นพี่แทนแยกผ้าเป็๲สามกอง คือผ้าสี ผ้าขาว และเสื้อพี่เฟรม?

            “ซักรวมกับเสื้อขาวไปเลยก็ได้นะคะพี่แทน”

            “ไม่เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อน้ำยาซักผ้ามาใหม่”

            “หื้ม?พิมพึ่งซื้อมาเองนะ จะซื้อใหม่ทำไม”

            “เปลืองน้ำยาเปลืองน้ำ เปลืองไฟ ยังไงก็ช่างแต่พี่ไม่อยากให้กลิ่นเสื้อคนอื่นเหมือนกลิ่นเสื้อที่เราสองคนใส่ ชัดไหม?”

            ค่ะ!ชัดค่ะ! ชัดที่สุดเลย!

            ฉันได้ฟังคำตอบก็อึ้งไปแบบยอมแพ้โถ่อะไรมันจะขนาดนั้นอ่ะพี่แทน!

     .....................................................................................