กลยุทธ์ที่ 13 อัตราต่อรอง
ในเกมนี้นั้นนักเวทคือสายอาชีพที่มีความหลากหลายมากที่สุดหลากหลายถึงขนาดมี3 สายแยกออกจากนักเวทเลยทีเดียว อันได้แก่นักเวทสายธาตุ นักเวทสายแปรธาตุ นักเวทสายมนตร์ดำโดยทั้ง 3 สายนี้จะมีทั้งจุดเด่นและด้อยต่างกันไปแต่ความสามารถนั้นจะบ่งบอกได้ชัดเจนว่าไปในรูปแบบไหน
นักเวทสายแปรธาตุที่จักรพรรดิคิดว่าเรเล่นอยู่นั้นเป็สายที่ไม่ต่างจากนักประดิษฐ์มากนักคือเอาไว้ทำสิ่งของหรือตัวยาพิเศษถือว่าเป็สายซัพพอร์ตรูปแบบนึงเกี่ยวกับไอเทม แต่ข้อเสียคือสกิลในการทำดาเมจที่น้อยมากๆผู้เล่นต้องหาเอาเองเพื่อกลบช่องโหว่ตนจากการทำเควสต่างๆ หรือเรียนรู้เอาเอง
โดยพื้นฐานสายนี้นั้นเล่นยากแต่หากอยากได้ไอเทมดีๆและมีแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มที่แปลกต่างจำเป็ต้องมีสายนักเวทแปรธาตุเพราะมันจะช่วยสนับสนุนกลุ่มได้อย่างดีทีเดียวรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ลดลงต่อของที่ลงทุน
“น้ำยาที่คุณให้ผมดื่มตอนเบ็นแพ้ผมอย่างหมดท่า มันเป็น้ำยาฟื้นพลังใจใช่ไหมล่ะครับ”จักรพรรดิตอกย้ำเอาซะเบ็นรู้สึกอยากอัดหน้าเขาอีก
“อื้อ....ใช่แล้ว”
“ว่าก็ว่าเหอะผมไม่เห็นมันมีขายในร้านขายยาแม้แต่ขวดเดียวแถมกินไปอึกเดียวพลังใจของผมก็กลับมาเต็มเหมือนดั้งเดิม บ่งบอกได้ถึงสรรพคุณได้เป็อย่างดีและหากบ่งบอกถึงสรรพคุณเป็อย่างดีต้องบ่งบอกว่ามันต้องมีราคาที่สูงแน่นอนและการที่คุณยื่นมันมาให้ผมกินฟรีคงมี 2 เหตุผล 1 คือคุณสามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้น่าจะง่ายๆ เสียด้วย หรืออย่างที่ 2คุณรักผม”
“ห๊า!!” เธอที่มีบุคลิกเงียบๆ แผ่เสียงในลำคอออกมา เบ็นที่เห็นว่าเธอกำลังโกรธอย่างที่ไม่เคยเห็นทำให้เบ็นคิดกับจักรพรรดิตรงกันในใจว่า
‘เวลาโกรธเรน่ารักจัง...’
“นั่นไงผมเลยตีความว่าเป็อย่างแรก และไหนๆก็เล่นสายซัพพอร์ตแบบนี้อยู่แล้วสกิลที่เกี่ยวข้องต่อไอเทมก็ต้องมีใช่ไหมล่ะครับเช่นสกิลผนึกและปลดผนึก”
เรกลับมามีสีหน้าดังเดิม
“แล้วนายจะเรียนมันทำไมแล้วก็นะใช่ว่าอยากจะเรียนแล้วสามารถเรียนได้ทันที สกิล 2 สกิลนี้ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสูงรับเควสทำยังจะง่ายซะกว่า...”
จักรพรรดิยกมือปรามเธอเอาไว้ก่อนเธอจะพูดต่อ
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจะแสดงความสามารถของสายนักปราชญ์ให้ดูเอง”
พูดจบจักรพรรดิก็หันหน้าไปหาเบ็นและทวน
“ส่วนพวกนายช่วยตามฉันมาหน่อยแปบนึง”
จักรพรรดิพาทั้ง3 มาถึงที่หมายซึ่งเป็ร้านตีเหล็ก
ในเกมนี้นั้นร้านตีเหล็กกับร้านขายอาวุธจะมีหน้าที่แยกกันอย่างสิ้นเชิงร้านขายอาวุธก็ขายอาวุธ แต่ร้านตีเหล็กจะรับแร่หรือวัตถุดิบจากผู้เล่นมาทำอาวุธตามแบบที่ผู้เล่น้ายิ่งดาวสูงยิ่งทำยากราคายิ่งสูงถึงจะมีของขายบ้างแต่ก็น้อยกว่าร้านขายอาวุธโดยตรง
“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”เบ็นสงสัยต่อสถานที่ที่จักรพรรดิพาเขามาเสียแล้ว
จักรพรรดิหันหน้ายิ้มๆมาหาเบ็นแล้วแบมือมาทางเขา
“ขอเงินหน่อยสิ....”
เบ็นตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ไม่มีทางโว้ย!!!”
จักรพรรดิค่อยๆอธิบาย
“คืออย่างนี้นะเบ็นฉันจะพูดให้นายฟังอย่างชัดเจนเงินที่ฉันขอนายจะเป็ทุนในการสร้างไอเทมที่จะมีผลต่อสิ่งที่ฉันทำต่อจากนี้แน่นอนและมันก็หมายถึงการช่วยกิลด์ของนายกับการช่วยนายด้วย และก็...เร”
เบ็นทำสีหน้าชั่งใจแต่เขาก็ไม่หลงกลจักรพรรดิง่ายๆหรอก
“เฮอะฉันไม่หลงคารมแกหรอกถ้าแกสร้างอาวุธนั้นได้จริงๆ เผลอๆแกเอามันมาตลบหลังพวกฉันแน่”
“ไม่ทำหรอกน่า...โชคดีจริงๆที่ที่นี่ไม่ค่อยมีงาน การลัดคิวด้วยการทุ่มเงินก็เลยไม่สูงเท่าที่คิดแต่ถึงอย่างงั้นขอเงินหน่อยสิ...” จักรพรรดิยังคงไม่ยอมแพ้
ทว่าคำตอบของเบ็นก็ยังเหมือนเดิม
“นายเป็สายปราชญ์นี่เจรจาให้เขาลดราคาอย่างที่นายเคยโม้ไว้หรือติดไว้ก่อนก็ได้ไม่เห็นต้องมาพึ่งเงินของฉัน”
สำหรับสายนักปราชญ์หากจะเพิ่มค่าความสำเร็จของการเจรจาละก็ก็ไม่ต่างจากสายอื่นๆนั่นก็คือเลื่อนชั้นไปสูงๆ เพื่อให้ได้สิทธิ์เพิ่มมากขึ้นในตอนนี้ที่จักรพรรดิยศแค่ทหารนั้นยังไม่สามารถเจรจากับสิ่งของอะไรก็ตามที่ใช้เหรียญทองในการแลกเปลี่ยน
“ช่วยไม่ได้...คงต้องใช้สิ่งนี้เข้าแลกซะแล้วล่ะมั้ง”จักรพรรดิทำหน้าถอดใจ
เวลานั้นเองเขาก็ได้หยิบเหรียญเงินจำนวนนึงขึ้นมาไว้ที่ฝ่ามือของตนโยนเล่นเบาๆก่อนจะยื่นมันมาที่ใบหน้าของเบ็นที่กำลังเกิดความสงสัย
“...อะไร?”ไม่ทันได้ถามต่อ ทันใดนั้นกลิ่นปริศนาจากเหรียญเงินในมือของจักรพรรดิก็ได้เข้ามาในโสตประสาทของเบ็น
กลิ่นของความหอมแบบหวานๆให้ความรู้สึกอบอุ่นๆ คล้ายกับแสงแรกในฤดูใบไม้ผลิซึ่งสื่อถึงความรื่นรมย์แห่งการใช้ชีวิตอย่างสดใส บวกกับกลิ่นอ่อนๆที่เป็เอกลักษณ์ของบุคคลเฉพาะตัวที่ลึกลับนิดๆ ซึ่งแยกออกมาจากกลิ่นหอมๆแต่พอมันผสานกันแล้วกลับกลายเป็กลิ่นที่วิเศษน่าพิศวงชวนหลงใหลเหนือคำบรรยาย
“นี่มันLa Vie Est Belle (ชื่อน้ำหอม) ” เบ็นมองใบหน้ายิ้มๆของจักรพรรดิด้วยความแปลกใจแล้วคิดจะยื่นมือไปหยิบมันมาทว่าจักรพรรดิกับชักมือกลับ
“อย่าเพิ่งรีบร้อนสิเรามาต่อรองกันดีกว่าเบ็น...” จู่ๆ จักรพรรดิก็ทำสีหน้าเหมือนมีชัยออกมา
เบ็นเปลี่ยนเป็พูดเสียงแข็ง
“ไม่ผิดแน่นั่นมันกลิ่น...เอ้ยไม่ใช่สิเงินของเรไม่ใช่เหรอทำไมนายถึงมีมันได้?”
“ทำไมกันน้อ...”จักรพรรดิทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
เบ็นพูดขึ้นมาด้วยความเจ็บใจพร้อมรู้ความคิดจักรพรรดิ
“นี่แกคิดจะใช้ของพรรค์นั้นเพื่อหลอกเอาเงินจากฉันงั้นเหรอ ชั้นต่ำจริงๆแกมันโรคจิตตัวพ่อเลยนี่หว่ารู้ตัวรึเปล่า”
“เื่นั้นไม่เถียงจะเอาหรือไม่เอาล่ะ อัตราต่อรองอยู่ที่ 10 เหรียญนี้เท่ากับ 100เหรียญทองหากซื้อ 50 เหรียญตอนนี้จะแถมให้ทันที1 เหรียญ”
เบ็นถึงกับจุกอกจะฆ่ามันด้วยเหตุผลนี้แล้วเอามาก็ไม่ได้ยิ่งคิดเหงื่อที่ไหลเป็ทางน้ำตกก็ได้ท่วมใบหน้าของเบ็นอย่างไม่ต้องสืบ
เหรียญที่จักรพรรดิถืออยู่นั้นมันเป็แค่เหรียญเงินธรรมดาตีมอนเตอร์ตัวเดียวชั้นทหารระดับ1 เผลอๆ ก็ได้มาแล้ว แต่ 1 เหรียญทองนั้นไม่และมันยังขอ 100 เหรียญทองต่อ 10 เหรียญเงินในมือมันอีกแถมโปรโมชั่น50 แถม 1 นี่มันคิดจะขูดเืขูดเนื้อกันชัดๆยิ่งคิดเบ็นยิ่งเอามือกุมขมับของตนเอง
คงไม่ต้องถามหรอกว่าทำไมจักรพรรดิถึงไม่ให้เรตามมา
“แก...โอเคได้เอามาให้หมดล่ะ”เบ็นตกลง
ทั้งหมดก็ 70 เหรียญเงินรวมเป็เงินประมาณ 700 เหรียญทองซึ่งทั้งตัวเบ็นมีเงินติดตัวตอนนี้ 6 ร้อยกว่าเหรียญทองเศษๆเองจักรพรรดิจึงยินยอมปัดเศษเอาแค่ 5 ร้อยเหรียญทองพอแล้วยกเหรียญเงินที่เหลือให้เบ็นไปถือว่าทำบุญ
ในขณะที่เบ็นกำลังพี้กลิ่นหอมๆจากเหรียญอย่างมีความสุขในมุมอาคารจักรพรรดิก็หันไปหาผู้ติดตามของตนซึ่งค่าความคิดของเขาตอนนี้จากนับถือกลายมาเป็เฉยๆและดูท่ากำลังจะต่ำลงอีก
“....”
พอจักรพรรดิทำในสิ่งที่้าเสร็จเรก็รีบมาหาพวกเขาเองโดยที่เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดเบ็นที่เห็นถึงกับต้องรีบเก็บเหรียญไป
อากุมได้เริ่มใช้อัญมณีนั้นจู่โจมแล้ว อัญมณีที่มีอยู่ 5 ชิ้นในเกมคงไม่ต้องบอกว่ามันนั้นมีพลังทำลายล้างขนาดไหนถึงขนาดใช้ของแบบนั้นในาแล้วนั่นก็หมายความว่าอาณาจักรอากุมคิดจะเผด็จศึกเพนดราก้อนแล้วและนั่นก็หมายความว่าเวลาของพวกเขาก็ยิ่งเร่งรีบมากขึ้น จากไม่ถึง 5 วันเหลือมากสุดแค่ 3 วันเต็มที่ที่จะนับถอยหลังให้พวกไวท์ไนซ์หรือเลวร้ายที่สุดทั้งอาณาจักรนี้
แทนที่จะรู้สึกเป็เดือดเป็ร้อนเหมือนเบ็นที่ได้ยินเื่นี้จักรพรรดิกลับหันหน้าไปพูดกับทวนเรียบๆ
“เห็นทีเราต้องเร่งมือหน่อยแล้ว”
“....” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งนั้น
เพราะงานที่รีบขึ้นแนวหน้าจึง้ากำลังเสริมเบ็นจึงต้องขอตัวแยกออกไปทันทีแต่เรยังอยู่กับจักรพรรดิด้วยที่มีเงื่อนไขต้องสอนสกิลให้เขาและคอยจับตาดูเขาเอาไว้ด้วยเพราะยังไงซะระหว่างเรกับเบ็นเรเก่งกว่าเบ็นอยู่แล้วดูจากระดับชั้นดยุคของเธอก็บอกอะไรได้มากเลยทีเดียว
ไม่นานหลังจากที่เรได้ทำตามคำขอของจักรพรรดิเธอก็ต้องรีบอัปเดตข้อมูลของสายนักปราชญ์เอาไว้ทันทีสายที่ผู้คนไม่สนใจเธอก็เพิ่งรู้นี่แหละว่ามันมีความสามารถที่เรียกได้ว่าร้ายกาจถึงเพียงนี้ซ่อนเอาไว้อยู่
หากเป็สายอาชีพอื่นๆการเรียนหรือฝึกใช้ทักษะให้เป็ของตัวเองนั้นจำต้องใช้เวลาพอสมควรหรือทำไม่ได้เลยแต่สายนักปราชญ์นั้นกลับใช้เวลาเพียงไม่นาน สกิล 2 สกิลที่จักรพรรดิขอให้เธอสอนให้เขาใช้เวลาเรียนมันเพียงแค่ชั่วโมงเศษๆจากที่มันน่าจะใช้เวลาเป็อาทิตย์อย่างต่ำ
จักรพรรดิไม่สนใจสิ่งที่เธอกำลังอัปเดตเพราะเขาคิดว่ามันนั้นไม่ได้เป็ภัยกับตนแม้แต่น้อยเพราะสิ่งที่เรทำมีสิ่งที่คาดผิดอยู่ 2 อย่างนั้นก็คือสายนักปราชญ์ไม่ได้มีความสามารถเรียนรู้เร็วขนาดนั้นสิ่งที่ทำให้เขาเรียนรู้เร็วขึ้นนั่นก็คือหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวที่เพิ่มพลังค่าสายตาของเขาและอย่างสุดท้ายคือการเอาจริงเอาจังของตัวเขาเอง
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอแยกกับคุณตรงนี้แล้วล่ะ”จักรพรรดิพูดขึ้นมา
เรปฏิเสธทันควัน
“หน้าที่ของฉันคือเฝ้านายจนกว่าเื่ราวทั้งหมดจะจบฉันไม่ยอมปล่อยให้นายเล็ดรอดสายตาไปได้แน่”
“ผมก็ไม่ถือหรอกนะครับที่จะมีผู้หญิงติดสอยห้อยตามไปทุกที”
เรไม่เล่นกับกิริยาเย้าแหย่ของจักรพรรดิแม้แต่น้อย
จักรพรรดิทำหน้าถอดใจแล้วหยิบกล่องสีแดงขึ้นมาเปิดให้เรดูด้านในมีล็อกเก็ตรูปหัวใจสีเงินทว่าตัวสร้อยกับเป็สีแดง
“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องพูดแบบนี้”
เรมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแล้วว่า
“นี่มันล็อกเก็ตสองเรา”
“ใช่ครับ”จักรพรรดิพูดพร้อมเอาสร้อยที่ห้อยคออีกชิ้นให้เธอดูซึ่งมันนั้นเป็ของซื้อแบบแพ็คคู่ที่คนรักนิยมซื้อใส่กันในเกมนี้
เรมองมันสลับกับใบหน้าจักรพรรดิก่อนจะเขยิบถอยออกมาจากเขานิดนึง
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ”เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็า
จักรพรรดิกระหยิ่มยิ้มย่อง
“อย่าคิดลึกสิครับ...ถึงผมอยากจะให้คุณคิดก็เถอะ...ผมอยากให้คุณดูความสามารถของมันไม่ใช่ดูรูปลักษณ์ของมัน”
ล็อกเก็ตสองเรา เป็ไอเทมระดับ3 แต่กับไม่มีค่าพลังพิเศษอะไรเสริมแต่งทว่าหากคู่รักใส่สร้อยคู่นี้พร้อมกัน ค่าพลังใจจะเพิ่มขึ้น 5% บวกกับรับรู้ว่าอีกฝ่ายไปอยู่ที่ไหนทำอะไรหากอีกฝ่ายเสียชีวิตเราก็จะรับรู้ถึงมันราวกับด้ายแห่งโชคชะตาที่เชื่อมโยงหากันจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตถึงจะเกิดใหม่ก็ยังรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ที่ไหนถอดออกเองก็ไม่ได้ทั้งคู่จะต้องถอดออกพร้อมๆ กันต่อหน้ากันและกันมันถึงจะยินยอมให้ถอดได้นอกเสียจากเงื่อนไขนี้ยังไม่เคยมีผู้เล่นคนไหนพบวิธีถอดรูปแบบอื่นแม้แต่จักรพรรดิไอเทมชิ้นนี้จึงเป็ไอเทมสำหรับคู่รักอย่างแท้จริงเหตุที่เรจะเขยิบออกห่างจักรพรรดิเล็กน้อยก็ไม่แปลก
ไม่ไว้ใจคิดอะไร โรคจิต ทำไมต้องอยู่กับหมอนี่คนเดียวด้วย นี่คือสิ่งที่เรคิด
“ไอ้นู่นก็ไม่เอาไอ้นี่ก็ไม่เอาคิดรึไงว่าคนอย่างผมที่เพิ่งเข้าเกมนี้ได้ไม่นานจะหาทางถอดมันออกได้ในบรรดาสิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหมดมีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ผมจะไม่โกหกเด็ดขาดสถานที่ที่ผมจะไปต่อจากนี้แล้วจบเื่ทุกอย่างทันทีเป็สถานที่ที่มีแค่ผมกับข้ารับใช้เท่านั้นที่ไปได้”
“โกหก”
จักรพรรดิถอนหายใจเหี่ยวๆแล้วว่าด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
“ผมเข้าใจดีว่ามนุษย์น่ะมีพวกขี้โม้อยู่เกลื่อนไปโดยเฉพาะคนที่คุณคิดว่าเป็ประเภทเดียวกับผมกะล่อนปลิ้นปล้อนไว้ใจไม่ได้ ผมจะไม่พูดให้คุณเชื่อแต่ผมจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ ณตอนนี้และเดี๋ยวนี้ บอกมาเลยว่าจะให้ผมทำอะไร?”
เริ่มด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองทว่ากลับจบด้วยแววตาจริงจัง
เรนิ่งไปครู่นึงก่อนจะรับปากจักรพรรดิเธอเองก็มีทางเลือกไม่มากนัก
“เข้าใจแล้ว”
เรรับสร้อยนั้นมาสวมใส่ด้วยท่าทางหวั่นใจจนจักรพรรดิแอบตลกเพราะคาบหญิงเ็าของเธอเกือบหายไปแล้ว
หลังจากแยกกับเรจักรพรรดิก็เดินไปหาทวน
“ได้ของมาครบรึเปล่า?”
“ขอรับนายท่าน”ทวนตอบส่งๆ
“งั้นก็ไปกันเถอะ...”
ในเกมนี้มีการเคลื่อนย้ายแบบเร่งด่วนแบบพิเศษอยู่ซึ่งมีชื่อว่าGATE(ประตู)เกทเป็ประตูมิติที่เชื่อมระหว่างเมืองอีกเมืองให้เขาด้วยกันซึ่งประตูนั้นจะอยู่แถวกลางเมืองเสียส่วนใหญ่แต่ข้อจำกัดของเกมนี้ที่ 5 อาณาจักรเป็ศัตรูกันมันจึงทำให้ประตูนี้เคลื่อนย้ายได้แค่ในอาณาจักรนั้นๆเท่านั้น ที่ประตูจะมียามที่แข็งแกร่งที่สุดเฝ้าเอาไว้ทุกประตูเพื่อระวังความปลอดภัยและเก็บค่าเดินทางใช่แล้วค่าเดินทางที่เหมือนสะดวกสบายแก่นักผจญภัยทุกคนที่เข้ามาในเกมนี้ยิ่งจุดหมายปลายทางไกลเท่าไหร่ราคายิ่งสูงส่วนใหญ่ประตูนี้จึงมีเฉพาะพวกกิลด์หรือพวกองค์กรใช้ทำธุรกิจเพราะมีเงินหมุนตลอด
สถานที่ที่จักรพรรดิและทวนยืนอยู่ตอนนี้คือลานกว้างๆแต่มีเสาสีเงิน 2เสาขนาดใหญ่ตั้งอยู่มีอุโมงค์มิติสีฟ้าขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางบนยอดมีอัญมณีสีฟ้าที่แสดงพลังให้กับมันตลอดเวลา
“นายท่าน้าไปที่ไหนเหรอขอรับ?”เอ็นพีซีเฝ้าประตูถาม
“แบล็คชิลด์”จักรพรรดิตอบ
“ทั้งหมดเป็เงิน50 เหรียญทองขอรับนายท่านแต่ถ้าหากไปพร้อมกับคนรับใช้ของท่านก็รวมเป็เงิน100 เหรียญทองครับ”
“แย่จริงฉันมีแค่60 เหรียญทองเอง” จักรพรรดิยื่นเงินให้เอ็นพีซีไป
เอ็นพีซีรับไว้ด้วยใบหน้าเรียบๆแล้วทวนก็พูดขึ้น
“ทิ้งข้าไว้ที่นี่ก็ได้ขอรับ”
จักรพรรดิกางพัดขึ้นมาต่อหน้าทวนราวกับบอกเป็ในๆว่าให้เขาเงียบ
“ช่วยหน่อยนะครับ”
“ต้องขออภัยจริงๆขอรับนายท่าน เงินท่านไม่พอที่จะไปยังจุดหมายปลายทางได้จริงๆ”เอ็นพีซีเฝ้าประตูยังคงยืนกรานคำเดิม
“งั้นไกลสุดแค่ไหนก็ไปแค่นั้นล่ะ”
ทั้งเอ็นพีซีและทวนต่างพากันไม่เข้าใจสิ่งที่จักรพรรดิพูด
“นายท่านครับคือเงินของนายท่านไม่พอไปถึงเมืองจุดหมายนะขอรับ”
“อือเข้าใจแล้ว รีบจัดการเดียวนี้เลย”
ในเกมนี้นั้นหากจ่ายเงินให้เอ็นพีซีของอาณาจักรไหนๆแล้วละก็ส่วนนึงจะถูกหักเป็ภาษีของอาณาจักร อีกส่วนใช้ในการดำเนินงานดังนั้นที่บอกกว่า 100เหรียญทองจริงๆ มันก็แค่ 50 เหรียญทองจักรพรรดิยื่นไป 60 เหรียญทอง ดังนั้นจริงๆ ก็แค่ 30 เหรียญทอง ถามว่าแล้ว 30 เหรียญทองนั้นไปไหนนั่นก็คือเป็ค่าพลังงานของประตูนั่นเอง
เอ็นพีซีวางมือเปิดการทำงานของประตูแล้วนำเงินที่จักรพรรดิให้ครึ่งนึงวางไว้ในตัวเสาที่เปิดออกเป็ช่องพอเอ็นพีซีระบุปลายทางเสร็จแม้จะรู้ว่าผู้ที่เข้าไปไปไม่ถึงเป้าหมายมันก็ได้กลืนเหรียญทองนั้นไปเป็พลังงานของตนเองพร้อมกับที่จักรพรรดิจ้องมองการทำงานของเขาั้แ่ต้นจนจบ
“ถ้าอย่างนั้นขอให้โชคดีขอรับนายท่าน”เอ็นพีซีผายมือให้ทั้ง 2
พอทั้ง 2 เดินเข้าไปในประตูความรู้สึกที่ถูกกระชากราวกับเหมือนโดนดึงิญญาออกจากร่างก็เกิดขึ้นมาขณะที่ภาพรอบตัวมีแต่สีฟ้า พอรู้สึกตัวอีกที
“!!?” ทั้ง 2 ก็ได้มายืนอยู่กลางป่ารกทึบมีหนองน้ำหนองบึงแล้ว
จักรพรรดิถอดเสื้อผ้าทันทีก่อนจะหันไปพูดกับทวน
“เอาของที่ฉันสั่งไว้ออกมาซะแล้วนายก็มาทำตามฉันด้วย”
ว่าจบจักรพรรดิก็ะโลงไปในบึงน้ำซึ่งในบึงนั้นมีโคลนขึ้นมาสูงถึงเคียงหัวเข่า เขาก้มๆ เงยๆจับโคลนเ่าั้มาแต้มตามตัวจนทวนรู้สึกสงสัย
“มาทำตามฉันเร็วๆเข้าสิ” จักรพรรดิเร่งเร้าในตอนนั้นเองทวนก็ทำตามสิ่งที่จักรพรรดิพูด
พอทั้ง 2 ที่ตัวเปื้อนโคลนเดินขึ้นมาจากบึงก็ได้สวมใส่ชุดเกราะที่ทวนนำออกมาไว้ซึ่งเป็ของที่จักรพรรดิให้ทวนไปซื้อมา 2 ชุดก่อนมานี่มันนั้นเป็ชุดเกราะที่ดูเกรอะกรัง มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ มีรอยแหว่งๆและร่องรอยมากมายในรูปลักษณ์สีดำและมีสัญลักษณ์สีแดงแต้มที่กลางอก ทวนสวมมันและยังสวมผ้าคลุมหนังหมีทับตามไม่จบเพียงเท่านั้นจักรพรรดิยังได้ยื่นฟันปลอมที่มีเขี้ยวซ้ายขวางอกออกมาจากล่างสู่บนเหมือนเขี้ยวั์ให้ทวน
ชุดเกราะอ็อค2 ดาว นี่คือไอเทมที่ทั้ง 2 สวมอยู่ในขณะนี้
พอแต่งตัวเสร็จทั้ง2 ก็เดินเข้าไปในป่ารกทึบพอเดินเข้ามาในป่าตัวจักรพรรดิก็ได้ขึ้นไปบนต้นไม้สังเกตการณ์เป็ระยะๆพร้อมใส่หน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาว น่าแปลกในระหว่างการเดินทางของทั้ง 2 ไม่มีมอนเตอร์ออกมาเลย
ในกรณีนี้หากออกนอกเมืองแล้วไม่พบมอนเตอร์นั้นมีอยู่2 กรณี 1 คือเป็โซนปลอดภัย 2 คือมีเ้าถิ่นที่มอนเตอร์ตัวอื่นๆไม่กล้าเข้ามายุ่มย่ามอยู่แล้ว
ถึงจะไม่ได้ฉลาดมากแต่ทวนก็รู้ว่ากรณีนี้เป็กรณีที่2 อย่างแน่นอนเพราะในป่าที่แทบไม่มีอะไรเลยนี้กลับมีของบางอย่างสะดุดตาเขาตลอดทั้งเส้นทางที่เดินนั่นก็คือหัวกะโหลกของคนที่ประดับอยู่ที่โคนต้นไม้มากมายกับร่องรอยขีดข่วนบนต้นไม้ด้วยอาวุธและการระบายสีบนต้นไม้ด้วยเืสีแดงสด หรือไม่ก็ป้ายที่เป็ภาษาของมอนเตอร์เผ่าไหนสักเผ่า
ไม่สิไม่ใช่เผ่าไหนสักเผ่าทั้งชุดที่เขาใส่ ทั้งสัญลักษณ์ที่ป้ายนั้น แถมที่นี่ซึ่งเป็เส้นทางระหว่างเวิร์มไปถึงแบล็คชิลซึ่งขึ้นชื่อเื่กองทัพมอนเตอร์ที่แม้แต่กิลด์ใหญ่ๆของเหล่านักผจญภัย หรือกองทัพของอาณาจักรยังไม่กล้าทุ่มกำลังปราบปราม
ในอาณาเขตนี้เป็เขตของอ็อคแน่นอนแถมยังเป็อ็อคที่แตกต่างจากที่อยู่แทบเมืองเริ่มต้นหรือตามอาณาจักรต่างๆอย่างสิ้นเชิงเพราะอ็อคที่นี่เป็เผ่าพันธุ์อ็อคดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อเื่ความแข็งแกร่งและโเี้จนถึงที่สุดระดับอย่างต่ำสุดของอ็อคที่นี่คือขั้นอัศวิน ซึ่งจะไต่เต้าไปเรื่อยๆจนไปถึงตัวาาอ็อค ที่ขั้นาา
กองกำลังพลนั้นนับหลายหมื่นหากเรียกรวมตัวกัน
ทำไมนายของเขาถึงมาที่นี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เอาของที่ตัวเองปล่อยขายคืนมาอย่างนั้นเหรอ เวลาเหลือไม่ถึง3 วันแล้วแล้วมาที่นี่ทำไมกัน คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของทวน