“มาให้ข้าจับเสียดีๆ”จ้าวเหวินใช้ไม้เขี่ยกุ้งัที่แอบอยู่ในซอกหินลึกให้ออกมาก่อนจะคว้าจับแล้วโยนขึ้นฝั่งก่อนจะเขี่ยกุ้งัอีกตัวที่ยังหลบอยู่ในซอกหินให้ออกมา
หนุ่มร่างบางนั่งกินเนื้อกุ้งัอย่างเอร็ดอร่อยหากผู้ใดผ่านมาเห็นคงใอย่างแน่นอนเหตุใดถึงมีมนุษย์อาศัยอยู่กลางป่าขนาดนี้ผิวกายขาวราวกับน้ำนมเปล่งประกายยามกระทบกับแสงจันทร์
จ้าวเหวินไม่คิดว่าหลังจากที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้วพระจันทร์แทนที่จะทำให้เขาสามารถกลายร่างเป็มนุษย์ไม่รู้ว่าจะคงอยู่ในร่างนี้ตลอดไปหรือไม่
แน่นอนว่ามันต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับข้อดีคือจ้าวเหวินสามารถทำอะไรหลายอย่างได้สะดวกทั้งสร้างที่นอนจับกุ้งัได้อย่างง่ายดายและยังสามารถจับปลาได้อีกด้วยทำให้จ้าวเหวินอยากอยู่ในร่างมนุษย์ต่อไป
ส่วนข้อเสียสำหรับจ้าวเหวินเขาไม่ชอบตรงนี้อย่างมากคือยามที่เขาอยู่ในร่างพังพอนตัวของเขาก็จะปกคลุมไปด้วยขนสีขาวนุ่มฟูแต่พอกลายเป็ร่างมนุษย์เสื้อผ้าที่สวมใส่บนร่างกายไม่มีสักชิ้นทำให้จ้าวเหวินต้องเปลือยเปล่ารู้สึกวูบวาบในท้องน้องชายห้อยต่องแต่งไปมา เวลาเดินไปไหนมาไหนก็รู้สึกว่ามีสายตาของสัตว์กำลังจ้องมองมา
จ้าวเหวินต้องหาใบไม้มาปิด่ล่างของเขาไว้
“อยู่คนเดียวมันเหงาแบบนี้นี่เอง”จ้าวเหวินนั่งกินเนื้อกุ้งัก็ต้องถอนหายใจออกมาการอยู่ตัวคนเดียวมันเงาแบบนี้นี่เอง ทั้งกระรอกกระต่ายก็แทบไม่มีสัตว์ตัวไหนยอมคุยกับเขาสักตัวเดียวแล้ว
หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้าวเหวินก็กลับเข้าไปในถ้ำหลังน้ำตกที่พักอาศัยของเขาด้วยความที่กลายร่างเป็มนุษย์ทำให้จ้าวเหวินสร้างที่พักขนาดพอดีตัวทั้งยังสร้างหลังคาไว้กันละอองน้ำที่กระเด็นมาจากน้ำตกด้วย
เสียงนกร้องในยามเช้าปลุกให้จ้าวเหวินที่กำลังนอนหลับฝันดีต้องสะดุ้งตื่นขึ้น
“เช้าแล้วหรือ”ร่างปุกปุยบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเหนื่อยล้ามองมือของตัวเองที่กลับมาสั้นป้อมทำให้จ้าวเหวินแทบจะร้องไห้คิดว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์ต่อไปเสียอีก
“แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินโป๊เปลือยไปเดินโชว์ความอลังการให้กระรอกพวกนั้นเห็น” จ้าวเหวินยันกายขึ้นเตรียมตัวออกจากถ้ำไปหาอะไรกินในยามเช้า
“เนื้อปลาอร่อยเสียจริง”จ้าวเหวินนั่งกินปลาอย่างสบายใจทั้งยังมีเนื้อกุ้งัให้ได้กินเพราะเมื่อคืนตอนที่เขากลายร่างเป็มนุษย์จ้าวเหวินได้ล่อปลาเข้ามาในแอ่งน้ำที่เขาขุดไว้ก่อนจะเอาก้อนหินปิดปากทางเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็จะได้ไม่ต้องเปลืองแรง
หลังจากกินจนอิ่มท้องแล้วจ้าวเหวินก็ออกสำรวจรอบๆลำธารออกไปไกลมากยิ่งขึ้นเพราะเมื่อวานเขาสำรวจได้แค่บางส่วนเท่านั้น
“ไม่เห็นจะมีบ้านคนอยู่บริเวณนี้เลย”จ้าวเหวินวิ่งสำรวจออกมาจากน้ำตกประมาณห้าหกลี้ก็ยังไม่เจอบ้านเรือนสักหลัง
“หรือว่าตรงที่อยู่นี้จะเป็กลางป่าลึกเป็บริเวณที่ผู้คนเข้าไม่ถึง”มันไม่ได้หากจ้าวเหวินอยู่ต่อไปเพียงคนเดียวเขาคงเป็พังพอนบ้าไปแล้ว
สายลมที่พัดผ่านจู่ๆ จมูกของจ้าวเหวินััได้ถึงกลิ่นคาวเื
“ไม่ใช่กลิ่นคาวเืของสัตว์”จ้าวเหวินรีบวิ่งไปยังต้นต่อของกลิ่นนี้ทันที
วิ่งมาเกือบสองเค่อจ้าวเหวินก็ต้องแปลกใจอย่างมากเมื่อต้นต่อของกลิ่นมาจากหลังน้ำตกที่เขาอาศัยอยู่นั้นเอง
“เสื้อผ้า”จ้าวเหวินขึ้นไปยังน้ำตกก็เห็นก้อนผ้าสีดำอยู่บนพื้นจ้าวเหวินยิ่งเข้าไปใกล้ทำให้เห็นว่าก้อนผ้าสีดำขนาดใหญ่นี้คืุ์ผู้หนึ่งอีกทั้งยังเป็บุรุษเพศอีกด้วย
“ตายหรือยัง”จ้าวเหวินใช้เท้าน้อยๆเขี่ยไปที่ตัวของบุรุษร่างโตผู้นี้แต่ก็ไร้การตอบสนองทั้งบริเวณหน้าท้องชายหนุ่มยังได้กลิ่นคาวเืค่อนข้างแรงออกมาจากตรงนั้น
าแขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้องคล้ายกับโดนของมีคมทำให้จ้าวเหวินเห็นก็รู้สึกกลัวเป็อย่างมากว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็ใครกันถึงโดนทำร้ายขนาดนี้หรือว่าเป็โจร
“อ๊ะ...”แรงขยับเพียงน้อยนิดที่มาจากชายหนุ่มผู้นี้ทำให้จ้าวเหวินรู้สึกกลัวรีบวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ทันที
“......”
“ยังไม่ตาย”จ้าวเหวินแอบอยู่หลังต้นไม้สักพักมั่นใจว่าชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ลุกขึ้นมาจับเขาไปถลกหนังจึงค่อยๆออกมาจากหลังต้นไม้
พอจ้าวเหวินได้สำรวจชุดที่ชายหนุ่มร่างโตใส่แล้วดูเหมือนว่าจะไม่ใช่โจรป่าอย่างที่คิดอย่างแน่นอนเห็นสภาพแบบนี้แล้วจ้าวเหวินก็รู้สึกสงสารคิดอยากจะช่วยรักษาให้กับชายหนุ่มคนนี้
ถึงแม้จ้าวเหวินจะเคยเป็หมอรักษาสัตว์มาก่อนแต่เขาก็เคยเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์และทำแผลให้กับคนในปางช้างมาบ้าง
“รออยู่ตรงนี้ก่อนอย่าพึ่งตายเข้าใจหรือไม่ ข้าขอไปหาสมุนไพรก่อน”ระหว่างทางที่ออกไปสำรวจจ้าวเหวินก็เห็นสมุนไพรที่เขารู้จักผ่านตาบ้าง
จ้าวเหวินวิ่งไปเก็บสมุนไพรมารักษาชายหนุ่มผู้ที่กำลังใกล้จะตายแต่ด้วยขนาดตัวที่เล็กของจ้าวเหวินในตอนนี้ทำให้เขาวิ่งไปกลับเกือบสืบรอบกว่าจะได้สมุนไพรตาม้า
“หากฟื้นขึ้นมาก็อย่าพึ่งจับข้าถลกหนังล่ะ”จ้าวเหวินพักแป๊บหนึ่ง ก่อนจะเริ่มลงมือรักษาาแให้กับชายหนุ่มเริ่มแรกจ้าวเหวินใช้ฟันกัดเสื้อให้กว้างพอสำรวจทำแผล
“ไม่น่าเชื่อว่าจะรอดมาได้ขนาดนี้”เห็นาแขนาดใหญ่่บริเวณหน้าท้องเริ่มั้แ่่เอวล่างขวาไปจนถึงอกข้างซ้ายบอกได้เลยหากเป็เขาคงตายไปั้แ่สิบลมหายใจแรกแล้วไม่อยู่ถึงตอนนี้แน่นอน
หลังจากทำแผลให้กับชายหนุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้าวเหวินก็กลับลงมาที่แอ่งน้ำเพื่อหาอะไรกินปล่อยให้ชายร่างโตนอนอยู่ตรงนั้นเพราะขนาดตัวที่ใหญ่ขนาดนั้นพังพอนอย่างเขาไม่สามารถแบกลงมายังข้างล่างได้อย่างแน่นอน
ั้แ่เกิดมาตายแล้วเกิดใหม่อีกรอบเขาก็พึ่งรู้ว่าสัตว์ก็สามารถรักษาคนได้เช่นกันไม่ใช่มีแค่มนุษย์ที่รักษาสัตว์ได้เท่านั้น
เวลากลางคืนพระจันทร์เต็มดวงจ้าวเหวินกลับขึ้นมาดูชายหนุ่มที่เขาทิ้งไว้ั้แ่่บ่ายในร่างของมนุษย์
จ้าวเหวินพยายามเดินเข้าหาชายหนุ่มที่นอนอยู่อย่างเบาที่สุดไม่รู้ว่าชายหนุ่มนั้นฟื้นหรือยัง
“นี่ท่านฟื้นหรือยัง”
“.......” ไร้เสียงตอบรับ
ยังไม่ฟื้นแต่พอจ้าวเหวินเปิดผ้าคลุมที่ปิดหน้าของชายหนุ่มออกสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนแรกที่จ้าวเหวินเห็นเป็อย่างมาก
“หืม...ข้าขอก็แล้วกันถือว่าเป็ค่ารักษาท่านตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่น่าจะหนาวหรอก”และแล้วสายตาของจ้าวเหวินก็เหลือไปเห็นเสื้อคลุมของชายหนุ่มที่ถูกถอดไว้
จ้าวเหวินรีบหยิบขึ้นมาก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วกลัวว่าชายหนุ่มจะฟื้นขึ้นมาเสียก่อน
ค่ำคืนนี้เป็วันที่จ้าวเหวินรู้สึกสบายอย่างมากที่มีเสื้อคลุมอุ่นๆให้ซุกกายนอน
เช้าวันรุ่งขึ้นพังพอนขาวะโย่องขึ้นไปหลังน้ำตกแอบดูอยู่หลังต้นไม้มองไปยังจุดที่ชายหนุ่มชุดดำนอนอยู่เมื่อวาน
“หายไปไหนแล้ว”จ้าวเหวินมองไปพื้นที่ว่างเปล่าที่เคยมีชายหนุ่มร่างโตนอนอยู่ตอนนี้เหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า
“ไม่ใช่โดนเสือโคร่งตัวนั้นกินไปแล้วหรือ”แต่คราบเืก็ไม่มีแล้วชายหนุ่มผู้นั้นไปไหน
“จะหายไปไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ”พอมาคิดอีกทีจ้าวเหวินก็แทบไม่รู้จักชายผู้นั้นเลยแล้วเขาจะใส่ใจทำไมว่าชายผู้นั้นจะอยู่หรือไม่อยู่
จ้าวเหวินเลิกสนใจวิ่งออกไปสำรวจต่อเพราะเมื่อวานตอนที่เขาออกไปหาสมุนไพรเห็นถ้ำขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ถ้ำหนึ่งเลยคิดจะออกไปสำรวจสักหน่อย