Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 111

    เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส หลายๆคนเองก็ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะได้ไปทำงาน เฟิร์นเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่จะต้องตื่นขึ้นมาเพื่อทำอาหารเช้าให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเธอ พ่อของเธอชื่อว่า ‘ต้น’ หรือ ‘ต้นไม้’ ส่วนแม่ชื่อว่า ‘ลิน’ หรือ ‘ลินลี่’ มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงได้ชื่อว่าเฟิร์น  วันนี้เธอก็ไม่ได้รีบร้อนเท่าไรกว่าจะเข้างานที่โรงพยาบาลก็เป็นช่วงสายๆ แต่ที่เธอต้องตื่นเช้ามันเป็นเพราะแม่ของเธอจะต้องทานอาหารให้ตรงตามเวลา“เป็นไงบ้างลูก.. ได้พักผ่อนพอบ้างไหม.. ช่วงนี้ทำงานหนักกลับก็ดึกๆดื่นๆ..” ผู้เป็นแม่ที่นั่งรถเข็นเข้ามายังโซนห้องครัวในบ้านที่ไม่ได้ใหญ่มาก มันเป็นเพียงบ้านเดี่ยวหนึ่งชั้นพื้นที่ก็มีแค่ร้อยตารางวานิดๆเพียงเท่านั้น ตอนนี้ครอบครัวของเธอเหลือสมบัติแต่เพียงชิ้นเดียวคือบ้านหลังนี้ หลังที่เธออยู่มาตั้งแต่เด็กๆ ใครกันมันจะไปยอมสูญเสียมันไป“พักผ่อนมาเยอะมากแล้วค่ะแม่ แต่วันนี้มีข้าวไข่เจียวหมูสับของโปรดแม่ด้วยนะคะ.. หนูทำอีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว แม่ไปรอที่โต๊ะอาหารก่อนก็ได้ค่ะ..” เฟิร์นกล่าวออกมาแบบยิ้มๆ วันนี้เธอรู้สึกว่ามันจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับตัวของเธออยู่ มันอาจจะเป็นเพราะเธอได้นอนมากกว่าปกติ หรือาจจะเป็นเพราะว่านทีที่บอกกับเธอเมื่อคืนว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นก็ไม่ทราบ“พ่อขอโทษ พ่อผิดเองที่ต้องทำให้ครอบครัวลำบากเช่นนี้..” ผู้เป็นพ่อเอ่ยกล่าวออกมาด้วยเสียงสลดใจ ถ้าไม่เกิดเรื่องกับธุรกิจของเขาที่อาจจะบริหารไม่ดีพอ ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาโกงเงินจนกลายเป็นบุคคลที่ล้มละลาย และได้เข้าไปยืมกู้หนี้ยืมสินจากพวกเงินกู้นอกระบบแล้วล่ะก็ ครอบครัวของเขาน่าจะมีการเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้“ไม่เอาน่าพ่อ.. หนูเองก็โตมากแล้วจะให้พ่อมาดูแลตลอดชีวิตได้อย่างไรกันล่ะคะ พ่อเหนื่อยมามากแล้ว หนูเหนื่อยเพื่อครอบครัวของเราบ้างมันก็ถูกต้องแล้วค่ะ อีกอย่างพ่อเองก็แก่มากแล้ว อย่าฝืนทำงานหนัก เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปอีกคนจะทำยังไงกันล่ะคะ” เฟิร์นกล่าว เพราะไม่อยากให้พ่อคิดอะไรอย่างนั้น งานการของพ่อในตอนนี้ก็ทำได้เพียงแค่รับจ้างไปวันๆเงินก็ได้น้อย แถมยังเหนื่อยมากกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีกคนเธอคงจะต้องเหนื่อยมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ในขณะที่ครอบครัวกำลังเศร้าสลดอยู่นั้นเอง จู่ๆกริ่งหน้าบ้านของพวกเขาก็ดังขึ้นมา แน่นอนว่ามันต้องมีคนมาหา พ่อที่ว่างๆอยู่จึงออกไปเปิดประตูดูว่าใครมา แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเจ้าหนี้ได้มาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน“...คุณเฟิร์นอยู่บ้านหรือเปล่าครับ..” ชายชุดดำคนนั้นกล่าวถามหาเฟิร์นลูกสาวของเขา แน่นอนว่าคนเป็นพ่อที่อยากจะปกป้องลูกก็ต้องกล่าวปฏิเสธไป โดยใช้ข้ออ้างต่างๆนานา เขารู้ว่าพวกนี้มันกำลังคิดอะไรกับลูกสาวของเขาอยู่ โลกมันไม่ได้สวยงามอย่างที่ใครหลายๆคนเข้าใจ ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ลองสัมผัสกับตัว“คุณต้นอาจจะเข้าใจผิด.. ผมเป็นตัวแทนของพี่เต๋า วันนี้เราจะมาคุยเรื่องสัญญาการโอนบ้านคืนให้กับคุณ ผมแค่อยากให้แน่ใจว่ามาถูกบ้านน่ะครับ..” ชายชุดดำคนนั้นกล่าว แน่นอนว่าเขาเป็นลูกน้องสนิทของสำนักงานกู้แห่งนั้น และเขาเองก็ถูกกำชับมาว่าทำอย่างไรก็ได้ ให้คุณเฟิร์นที่เป็นลูกหนี้พอใจให้ได้ ถึงหัวหน้าจะไม่บอกเขาก็ต้องทำให้พอใจที่สุดอยู่แล้ว มันเป็นเพราะชายคนนั้น เมื่อเขาคิดแล้วขนก็ยังลุกตั้งชันไม่หาย “..คืนบ้าน?..” ต้นยืนงงเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่พูดซ้ำออกมา“ใช่แล้วครับ นอกจากนี้เรายังคืนเงินที่เป็นดอกเบี้ยทั้งหมดให้กับทางคุณเฟิร์น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นเพื่อความแน่ใจ เราต้องการพบคุณเฟิร์นเพื่อทำเรื่องนี้ให้มันจบๆไปครับ” ลูกน้องคนนั้นกล่าว เพราะเขา และลูกน้องเองก็อยากจะให้เรื่องนี้มันจบๆไป เพื่อช่วยพี่ใหญ่ของพวกเขา รวมถึงตัวเองให้หลุดจากฝันร้ายเช่นนี้“ใครมาคะพ่อ..” เฟิร์นที่เห็นพ่อออกมานานแล้ว เธอทำอาหารจนนำมันไปวางไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อย พ่อของเธอก็ยังไม่กลับเขามาทานเสียที เธอจึงเดินออกมาตาม อีกใจหนึ่งก็คิดไปถึงเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ชายคนเมื่อคืนกล่าว และมันน่าจะเป็นเรื่องที่ตกใจสำหรับเธอพอสมควร เพราะพวกมันเป็นเจ้าหนี้ของพ่อเธอ“สวัสดีครับคุณเฟิร์น.. เชิญทางนี้ก่อนนะครับ เรามีเรื่องอยากจะคุยด้วย..::” ชายคนนั้นรีบโบกมือให้กับเฟิร์นทันทีที่เห็นเธอ แน่นอนว่าเมื่ออยู่ภายในบ้านแล้วเธอไม่กลัวพวกนี้อยู่แล้วถ้าพวกมันคิดจะทำอะไร เธอจึงเดินออกไปหาพวกมันในทันที“..ยังไม่ถึงเวลาจ่ายดอกเลยนี่คะ อีกตั้ง 2-3 วันกว่าจะครบกำหนด..” เฟิร์นเดินออกมาพร้อมกับถามอย่างมึนงง เธอมองไปยังพ่อที่ตอนนี้กำลังหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด เหมือนว่ามีเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำให้พ่อตกใจ“..ดงดอกอะไรกันล่ะครับ ไม่มี๊.. อย่าพูดเรื่องนั้นเลยครับ.. นี่คือสัญญาเงินยืมที่ทางคุณต้นไม้ได้เซ็นเอาไว้กับทางเรา ... นี่คือโฉนดที่ดินบ้านของคุณต้นไม้ครับ... แล้วก็นี่คือเงินจำนวน 180,000 บาทที่คุณได้จ่ายมาทั้งหมดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราเห็นว่ามันถือยากก็เลยแถมให้อีก 20,000 บาท คุณเฟิร์นจะได้ถือง่ายๆครับ..” เขายื่นทุกอย่างให้กับเฟิร์นอย่างสุภาพ ราวกับว่าเธอคือนางฟ้ามาโปรด เฟิร์นเองก็รับทุกอย่างมาแบบมึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น“ถือว่าทางคุณต้นไม้ และคุณเฟิร์นไม่เคยยืมเงินจากทางเรานะครับ .. ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะครับที่เอารัดเอาเปรียบทางคุณเฟิร์นมาโดยตลอด พี่เต๋าเองก็อยากจะมาด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้พี่เต๋านอนอยู่โรงพยาบาล หวังว่าคุณเฟิร์นจะไม่ถือสา แล้วก็ฝากขอโทษท่านผู้นั้นด้วยนะครับ..” ชายชุดดำหลายคนก้มหัวให้กับเฟิร์นและก็พ่อต้น มันยิ่งทำให้เฟิร์นสับสนตามพ่อของเธอไปด้วย จากนั้นชายชุดดำทั้งหมดก็รีบวิ่งหนีไปในทันที“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี้ย.. ทำไมจู่ๆ..” พ่อต้นพูดออกมาในขณะที่มองไปมองมาอยู่อย่างนั้น ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เฟิร์นเองก็เช่นกัน เธอนึกถึงคำพูดของชายคนนั้นขึ้นมาในทันที ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าไปภายในห้องนอน แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะดูประวัติเบอร์โทรลูกค้าผ่านทางแอปพลิเคชัน เผื่อในกรณีที่ลูกค้าลืมของนู่นนี่นั่น และเธอก็กดโทรไปในทันที ไม่นานก็มีคนรับสาย“...โทรหาลูกค้าโดยตรงหลังจากบริการเสร็จสิ้นไปแล้วอย่างนี้ ทางบริษัทจะไม่ว่าเอาเหรอครับ.. ว่าแต่เรื่องเซอร์ไพรส์น่ะ.. เซอร์ไพรส์พอไหมครับ..” นทีที่เห็นว่าเบอร์มีแปลกโทรมา มันก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าใคร และยิ่งเช้าขนาดนี้มันก็มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละ“..คุณนที..คุณต้องการอะไรจากฉัน..” เฟิร์นถามกลับไปทันที“อีกสองชั่วโมงคุณมาเจอผมที่ร้านสตาร์เบส สาขามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห้ามสาย.. แล้วผมจะบอกรายละเอียด..อื้มม จริงซิ จะให้พ่อของเธอมาด้วยก็ได้นะ จะได้คุยทีเดียวให้จบๆ ผมไม่อยากเสียเวลาหลายครั้ง..” นทีกล่าวจบเขาก็ตัดสายในทันที ไม่รอให้เฟิร์นได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม“..ร้านกาแฟสตาร์เบสซินะ...” เธอกล่าวออกมา ก่อนจะโทรไปที่โรงพยาบาลเพื่อลางานสำหรับวันนี้ จากนั้นก็ออกมาพูดคุยเรื่องที่มันเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ กว่าจะรู้เรื่องก็ใช้เวลานานพอสมควร เพราะเธอเล่าเรื่องที่เจอกับชายคนนี้ตั้งแต่ต้น ทุกคนในครอบครัวจึงตัดสินใจเดินทางไปทั้งหมดบ้านเลย แน่นอนว่าทุกคนก็แต่งหน้าแต่งผมอย่างกับจะไปงานใหญ่กันอย่างนั้นเลย