ในที่สุดเราก็ได้พบเจอกันอีกครั้ง
นี้ก็หนึ่งเดือนแล้วที่ิอี้หลินมาใช้ชวิตอยู่ที่หมู่บ้านเหอ เธอรู้ว่านี้เป็หมู่บ้านที่อยู่ในมณฑลเหอหนาน หมุ่บ้านเหอนั้นอยู่ห่างจากตัวอำเภออี้หยาง 14 ลี้ ห่างจากตัวเมืองลั่วหยาง 220 ลี้ ใช้เวลาเดินไปตัวอำเภอก็ชั่วโมงกว่าๆเกือบสองชั่วโมง ถ้านั่งเกวียนของหมู่บ้านก็สี่สิบนาที หรือนั่งรถแท็กเตอร์ของฝ่ายผลิตก็ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ตอนนี้เธอไม่มีความจำเป็ต้องเข้าไปในตัวอำเภอ เธอไม่อยากให้คนในบ้านิสงสัย ร่างนี้ไม่เคยได้ออกไปไหน แต่จากความทรงจำของิอี้หลินคนเก่า เธอเคยไปในตัวอำเภอเมื่อครั้งที่พ่อแม่เธอยังอยู่ ซึ่งมันก็นานมาแล้ว
ั้แ่พ่อแม่เสียผู้เป็ย่าไม่ยอมให้เธอออกไปไหน นอกจากเข้าป่าเพื่อหาของป่า เห็ดที่เก็บมาย่าก็เอามาตากแห้งเก็บไว้เป็เสบียงหน้าหนาว หน่อไม้นำมาดองเอาไว้
ถ้าหากได้ไม่มากพอเธอก็จะโดนย่าและป้าสะใภ้ด่าท้อ ดีที่เธอเข้าป่าและหามันได้จำนวนมาก ทุกวันที่เข้าป่าิอี้หลินจะแอบเอาอาหารจากมิติออกมาทานเสมอ ตอนเข้านอนเธอก็เข้านอนในมิติ โดยตั้งนาฬิกาปลุกออกมาจากมิติให้ทันตอนตีห้า
เธอตื่นตีสี่ทุกวัน ออกกำลังกาย อาบน้ำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ในมิติ ผิวพรรณที่ได้รับการบำรุงจากครีมราคาแพงนั้นเริ่มผุดผ่องขึ้นมาแล้ว ฝ่าและกระที่มีบนใบหน้าเริ่มค่อยๆจางลง
เธอยังคงใส่เสื้อผ้าเก่าๆชุดเดิม แต่เธอเสื้อกล้ามเนื้อผ้าอย่างดีข้างในด้วย ตอนนอนเธอเข้าไปนอนในมิติ เธอไม่ต้องกังวลเพราะในเวลาตอนกลางคืนนั้นคนบ้านิไม่เข้ามาวุ่นวายกับเธอ อาจเป็เพราะโรงเก็บฟืนนั้นอยู่ห่างจากตัวบ้านใหญ่ด้วย
ชีวิตของเธอ ก็เหมือนเดิม ตื่นมาทำกับข้าว ตักน้ำ รดผัก หาอาหารให้ไก่และหมู ซักผ้าให้ทุกคนในบ้านใหญ่ จากนั้นทำมื้อเที่ยง และเข้าป่าไปหาของป่า
แต่ดูเหมือนเย็นวันนี้เธอถูกป้าสะใภ้ไล่ออกมาจากครัว เพราะลุงใหญ่นั้นดักไก่ป่ามาได้ วันนี้ที่บ้านิมีอาหารจานเนื้อ แน่นอนว่าไม่มีให้สำหรับเธอ
เย็นวันนี้เธอมาถอนหญ้าที่แปลงผัก ก่อไฟในที่พักของเธอ ย่างแป้งที่ิหรูหรงเอามาให้ ในบ้านิก็มีแค่ิหรูหรงที่ดีกับเธอ ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็ยังดีที่ไม่หาเื่รังแกเธอ มีบ้างที่ป้าสะใภ้รองจะใช้งานเธอ บ่นเธอแต่ก็ไม่ได้ลงมือทุบตีเธอ สายตาของลุงรองและคนบ้านนั้นมองเธอด้วยแววตาสมเพชเวทนา แต่ก็ไม่ช่วยเหลืออะไร
ิอี้หลินก็ไม่คิดจะใส่ใจ ก่อนที่หิมะจะตกลงมาเธอต้องเก็บสะสมฟืนเอาไว้ให้เพียงพอ ไม่งั้นย่าคงได้มาต่อว่าและทุบตีเธอ
เธอไม่อยากให้คนในบ้านิมายุ่งวุ่นวายกับเธอ ตอนนี้แค่รอให้พ้นฤดูหนาวไป เธอจะหาทางออกจากบ้านหลังนี้ ตอนนี้ทนอยู่ที่นี้ไปก่อน
ดีที่เมื่อก่อนเธอเป็เด็กกรำพร้า ดิ้นรนทำทุกอย่างด้วยตนเอง งานแค่นี้ถือว่าเธอทำได้สบาย แถมยังมีมิติที่มีที่นอนและอาหาร เธอแค่ต้องอดทนรอเท่านั้น
ิอี้หลินได้แต่บอกกับตัวเองงานของฝ่ายผลิตนั้นก็มีน้อยลงนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จทุกคนก็ได้หยุดพักกันแล้ว ผลผลิตในปีนี้เป็ที่พอใจของหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็อย่างมาก
เมื่อไม่มีงานลงแปลงนา ลุงใหญ่ิอี้เฟิ่งและลุงรองิอี้หลง พี่ิจางเฟย แล้วก็น้องิหรูหรง เข้าป่าไปล่าสัตว์ ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลง แต่หิมะยังไม่ตก ชาวบ้านเริ่มออกสะสมเสบียงโดยการล่าสัตว์ในป่า
ถึงแม้จะมีเงินที่ลูกชายที่ไปเป็ทหารส่งให้ แต่การเข้าป่าไปหาเสบียงก็เป็ทางเลือกที่ดีที่จะได้มีเสบียงเพียงพอสำหรับหน้าหนาวก่อนที่หิมะจะตกลงมา
ซึ่งบ้านิเข้าไปในป่าลึกสองวัน ได้หมูป่ากลับมา 1 ตัว และได้ไก่ป่า 3 ตัว นับว่าเป็ที่พอใจของปู่และย่า หมูป่าตัวไม่ใหญ่มา ปู่แบ่งคนละครึ่งกับบ้านของลุงรอง
เพราะตอนนี้ิจางเฟยมีลูกชายฝาแฝด เป็ที่เอ็นดูของปู่และย่า จึงให้เนื้อไปบำรุงเหลนชายทั้งสอง อีกทั้งบ้านลุงรองยังมีหลานชายอยู่อีกสองคน สมาชิกนับว่าเยอะกว่าบ้านใหญ่
ส่วนิหลินนั้นได้กินแค่เศษเนื้อเท่านั้น เนื้อที่ได้มาย่าเอามามักและให้ป้าสะใภ้รมควันเอาไว้ทานในโอกาศพิเศษเท่านั้น
วันนี้บ้านใหญ่และบ้านรองได้กินเนื้อกันอย่างเอร็ดอร่อย
"ได้กินเนื้อก็ขยันให้มากหน่อยนะอี้หลิน" เป็ลุงใหญ่ที่เอ่ยบอกกับเธอ ตอนที่เธอกำลังล้างจานอยู่ เธอได้กินแค่เศษเนื้อเท่านั้น หมู่ป่าตัวเล็กนิดเดียว คงมีส่วนของเธอหรอก
เธอไม่ได้เอ่ยตอบ และลุงใหญ่ก็ไม่ได้สนใจเธอ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หิมะเริ่มตกลงมา อากาศนั้นหนาวเย็น ชาวบ้านนั้นไม่ออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็ แต่เธอิอี้หลินยังคงต้องออกไปตักน้ำอยู่
ยิ่งเสบียงที่ตุ่นไว้มีจำนวนลดลง ผู้เป็ย่าก็ให้อาหารเธอเพียงวันละมื้อ เธอยังคงต้องออกไปตักน้ำให้ทุกคนในบ้านอยู่ ทุกคนไม่สนใจเธอ แต่ถ้าหากวันไหนน้ำไม่เต็มตุ่มเสียงผู้เป็ย่าก็จะะโด่าทอเธออย่างไม่เกรงใจบ้านข้างๆ
ดีที่เธอมีถังน้ำในมิติ เธอตักใส่มิติ จากนั้นก็หาบน้ำก้นถังเอามาเท แสร้งทำเป็หาบสามสี่รอบ แท้จริงแล้วเธอหาบถังเปล่าๆ น้ำเต็มั้แ่เธอหาบมารอบแรกแล้ว
อากาศยิ่งหนาวเมื่อถึง่ปีใหม่ ฝ่ายผลิตจะทำการแจกเนื้อ ข้าว ธัญพืชที่ได้เก็บเกี่ยวมาั้แ่ต้นปี บ้านินั้นนับว่ามีแรงงานที่ลงแปลงนาจำนวนมาก ส่วนแบ่งธัญพืชและเนื้อก็เยอะตามไปด้วย
ิอี้หลินเห็นลุงใหญ่ ลุงรอง ป้าสะใภ้ทั้งสอง และพี่จางเฟยและหรูหรง หอบข้าวของที่ได้ส่วนแบ่งมาไว้ที่โถงบ้านใหญ่
จากนั้นย่าก็แบ่งออกเป็สองส่วนให้บ้านหลักและบ้านรอง
ดูเหมือนปีใหม่ปีนี้ทุกคนจะได้ในบ้านิจะได้ทานเนื้อและได้เสื้อผ้าใหม่กันทุกคน การฉลองเทศกาลนั้น ทุกคนในบ้านิมาฉลองที่บ้านใหญ่ มีการจุดประทัด ทานอาหารร่วมกัน ทุกคนให้บ้านิฉลองปีใหม่ตอนรับปี 1976 กันอย่างมีความสุข
ปู่ย่าแจกซองแดงให้หลานๆ ทุกคนได้รับมัน ยกเว้นิอี้หลิน ทุกคนได้ทานอาหารดีๆในวันปีใหม่ ยกเว้นิอี้หลิน เธอได้ทานแค่ของเหลือเท่านั้น ทุกคนไม่สนใจเธอ แต่ถ้าหากเธอไม่มาเก็บถ้วยชามไปล้าง เธอจะถูกต่อว่าและถูกทุบตีจากผู้เป็ย่าอย่างแน่นอน
"รีบมาเก็บออกไปอย่ามัวโอ้เอ้" น้ำเสียงและสายตาไม่พอใจของผู้เป็ย่านั้นดังออกมา สายตาที่จ้องมองมามีความความเกลียดชัง
ผู้เป็ปู่นั้นมีแต่แววตาเฉยชา ส่วนคนอื่นๆไม่มองเธอด้วยซ้ำ
"ผมไปช่วยพี่อี้หลินล้างจานดีกว่า" ิหรูหลันนั้นไม่อยากให้พี่สาวผู้นี้ต้องล้างจานมากมายนั้นเพียงคนเดียว อีกอย่างอากาศก็หนาวเย็นมากด้วย
"ไม่ต้องหรูหลัน มันเป็งานของอี้หลิน" ผู้เป็ย่าเอ่ยออกมาน้ำเสียงเฉียบขาด เื่อะไรเธอจะยอมให้หลานชายไปล้างจาน นั้นมันงานของผู้หญิง เมื่ออายุครบ 16 ปี นาง้าให้ิหรูหรงไปสมัครเป็ทหาร
เมื่อไปเป็ทหารอาจจะแต่งงานช้าหน่อย แต่เธอก็ไม่ว่าอะไร เพราะหลานชายจะได้เป็ทหารและมีเงินเดือน มันเป็งานที่มั่งคงและเป็หน้าเป็ตาให้สกุลิ
ใครในหมู่บ้านไม่อิจฉานางที่มีหลานเป็ทหารถึง 3 คน หลานชายคนโตมีครอบครัวแล้วนั้นส่งมาให้เดือนละ 5 หยวน อีกสองคนนั้นยังไม่แต่งงาน ส่งเงินมาที่บ้านเดือนละ 10 หยวน ซึ่งนั้นจะเท่ากับว่าหลานชายทั้งสามส่งเงินมารวมเดือนละ 25 หยวน ซึ่งนับว่ามากสำหรับยุคนี้
ผู้เป็ย่าแบ่งให้บ้านของลุงรองเดือนละ 7 หยวน ซึ่งเป็เงิยของิจางเว่ย ที่ส่งมา เธอหักไว้ 3 หยวนเพื่อเป็การแสดงความกัญญูต่อพ่อแม่ ตามที่ลุงรองตกลงไว้ตอนแยกบ้าน
ปีนี้อาเล็กส่งเงินและของขวัญมาให้ครอบครัวิ อาเล็กนั้นส่งของขวัญมาทุกปี มันมีส่วนของทุกคนรวมถึงส่วนของเธอด้วย แต่เธอไม่เคยได้รับมันเพราะย่าจะเอาให้ิเฟิ่งฮวาแทนเธอ
เธอก็ไม่คิดจะใส่ใจ อยากเอาอะไรก็ตามสบาย เธอแค่อยู่ที่นี้เพื่อรอเวลาเท่านั้น ยังดีที่ผู้เป็ย่านั้นฟังคำสะใภ้ใหญ่ไม่คิดให้เธอแต่งออกเพราะกลัวไม่มีคนทำงานบ้าน
หิมะเริ่มละลาย แสงแดงเริ่มส่องมาให้ความอบอุ่น เธอทำงานบ้านเสร็จแต่เช้า ่ที่ทุกคนหยุดงานหน้าที่ทำอาหารนั้นเป็ของป้าสะใภ้ เธอแค่ตักน้ำ ล้างจานและซักผ้าไม่ต้องทำอาหาร
วันนี้เธอทำทุกอย่างเสร็จั้แ่เช้า วันนี้อากาศเริ่มอบอุ่น เธอจึงสะพายตระกร้าและมุ่งหน้าเข้าไปยังป่า เธอเดินเข้าไปในป่าอย่างคุ้นเคย จุดมุงหมายของเธอก็คือน้ำตกในป่าลึกที่ชาวบ้านไม่ค่อยจะเข้ามา
ตอนนี้ร่างกายของนั้นมีเนื้อหนังขึ้นมา แต่ก็ถือว่ายังผอมอยู่ เธอพยามทำตัวในมอมแม่ม เพราะไม่อยากให้คนที่บ้านิสังเกตุเห็น เธอต้องทาผิวสีคล้ำ ใบหน้าม่อมแมมอยู่ตลอด ดีที่ใส่เสื้อแขนยาวตลอด เลยทาแค่หน้า คอ และมือเท่านั้น
ิอี้หลินก่อไฟขึ้นมา วันนี้เธอนึกอยากกินไก่ย่างหอมๆ เธอเอาไก่ออกจากมิติ ไก่ตัวนี้ถอนขนและถูกจัดการมาเรียบร้อยแล้ว
เธอแค่เอามันมาหมัก และเสียบไก่ทั้งตัวใส่ไม้ จากนั้นเธอก็เริ่มขั้นตอนการย่างไก่ วันนี้อากาศยังคงหนาวเย็น แต่ก็ถือว่าไม่มากแล้วเพราะนี้คือปลายเดือนมกราคมแล้ว
ที่แห่งนี้ไม่มีชาวบ้านผ่านเข้ามาหาของป่าอย่างแน่นอน ิอี้หลันย่างไก่อย่างสบายใจ เธอฮัมเพลงออกมาอย่างมีความสุข
เวลาผ่านไปไก่ย่างของเธอเริ่มสุก มันส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ิอี้หลิงมองไก่ย่างที่ส่งกลิ่นหอมแล้วกลืนน้ำลายลงคอ
และแล้วเวลาที่เธอรอคอยมาถึง เธอใช้มีดเล็กๆหั่นส่วนน่องไก่ออกมา ไก่ย่างส่งกลิ่นหอม เนื้อไก่สุกกำดี เนื้อมันชุ่มช่ำ ิอี้หลินใช้ปากเป่าลมไปที่น่องไก่ในมือ
จากนั้นเธอก็เอามันกัดกินมัน
"อ๊าา ร้อนๆๆ" เธอร้องออกมาเมื่อกัดกินไก่ยาง มันยังร้อนอยู่ แต่มันก็อร่อยมากๆเลย ิอี้หลินยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป โดยไม่ทันได้สังเกตว่าอีกฝากหนึ่งของน้ำตกนั้นมีใครบางคนกำลังจ้องมองและขบขันท่าทีของเธออยู่
ด้วยกลิ่นไก่ย่างที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วของเธอ ทำให้เขาที่กำลังจะกลับออกไปเมื่อล่าสัตว์เสร็จแล้ว เปลี่ยนใจเดินตามกลิ่นนี้มา
แล้วเขาก็พบกับหญิงสาว กำลังย่างไก่และฮัมเพลงออกมา ใบหน้าของเธอกำลังบ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุข เขายืนมองเธอนานเกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้
ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมาย่างไก่ที่ในป่าลึก เขามั่นใจว่าไม่เคยเจอเธอมาก่อน เขาลงแปลงนา พอจะรู้จักกับหญิงสาวและยุวชนที่ถูกส่งมาลงแปลงนา แค่หญิงสาวคนนี้เขากลับไม่เคยเจอมาก่อน
เสียงร้องเพลงและท่าทีของเธอทำให้เขายิ้มออกมาอย่างง่ายได้ หัวใจที่เต้นเป็จังหวะมั่นคงกลับเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อเห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสของเธอขนาดตอนที่เธอกินไก่ย่าง ท่าทีของเธอก็ยังคงน่าเอ็นดูสำหรับเขา
เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ เขาเองก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ใจเขามันสั่งให้เขาทำแบบนั้น เดินเข้าไปหาเธอซะ นั้นคือเสียงในใจส่วนลึกที่สั่งสมองของเขาให้เธอไปหาหญิงสาวคนนี้
ิอี้หลินกำลังกินหน่องไก่น่องที่สอง เสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาทำให้เธอหันไปมอง ผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา ในมือเขาถือธนูไม้ ด้วยหลังสะพ่ายตะกร้า เขาคงมาหาของป่า
เธอมองสำรวจและสบตากับเขา ทันใดนั้นหัวใจเธอก็เต้นไม่เป็จังหวะ สัญชาตญาณของเธอมันบอกว่า คนนี้แหละที่เธอตามหา คนนี้แหละคือสามีของเธอ คือเนื้อคู่ของเธอ
เธอมองเขาเดินมาใกล้ๆด้วยแววตาสั่นไหว
"พี่ซงหลาน" เธอพึมพำออกมาเบาๆ
"ทำไมสหายถึงเข้าป่ามาลึกขนาดนี้ มันอันตรายรู้หรือเปล่า" น้ำเสียงทุ่มเอ่ยออกมา ิอี้หลินอยากจะพุ่งตัวเข้าไปโอบกอดคนตรงหน้า แต่เธอได้แต่บอกตัวเองให้ใจเย็นๆ
ในเมื่อเธอเจอเขาและไม่ช้าก็เร็วเขาต้องมาเป็สามีของเธออย่างแน่นอน ตอนนี้เธอต้องบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ นับหนึ่งถึงสามในใจ แล้วตั้งสติเอาไว้
"กินด้วยกันไหม?" ิอี้หลันเอ่ยกับอีกฝ่ายเป็ประโยคแรก เธอไม่รู้จะพูดอะไร ในสมัยนี้ชายหญิงที่ยังไม่ออกเรือนนั้นไม่ควรใกล้ชิดกัน หากมีคนมาเห็นจะต้องมีเื่เสื่อมเสีย และเป็ที่นินทาของชาวบ้าน
แต่เธอไม่แคร์หรอก ตอนนี้เธอได้แต่บอกตัวเองให้ใจ เดี๋ยวผู้ชายตรงหน้าจะใและหนีจากเธอไปเสียก่อน มันต้องค่อยๆเข้าหาอย่างมีชั้นเชิง
เขาไม่รอดมือเธออย่างแน่นอน
---TBC---