เยี่ยชิงอีไม่เข้ามาช่วยเขาลุก
นางยืนอยู่ที่ช่องประตู มือยังวางบนบานไม้ที่เพิ่งถูกงัดเปิด ดวงตาเคลื่อนจากหลินเซวียนที่ทรุดอยู่ครึ่งนั่งครึ่งล้ม ไปยังมือขวาที่กำเศษโลหะ แล้วลงต่ำถึงผงขาวบนพื้นดินเผา
ผงขาวกระจายเป็วงบาง ๆ ราวกับขี้เถ้าที่ถูกลมเย็นเป่าให้หยุดนิ่งกลางทาง
นางนิ่งอยู่นานพอให้หลินเซวียนรู้ว่านางไม่ได้ใ
นางกำลังประเมินเหตุการณ์
หลินเซวียนดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยมือซ้าย แขนข้างนั้นยังสั่นจากพลังย้อน เส้นปราณตรงหัวไหล่เต้นตุบเหมือนถูกเข็มร้อนฝังไว้ใต้ผิว เขาไม่รีบซ่อนเศษโลหะ ไม่ปัดผงขาวออกจากพื้น สิ่งที่เยี่ยชิงอีเห็นแล้วไม่อาจทำให้ไม่เห็น และการซ่อนหลังถูกจับได้มีแต่จะทำให้ของในมือดูสำคัญกว่าเดิม
"เ้ารอดจากฝนเถ้าได้อย่างไร" เยี่ยชิงอีถาม
คำถามเดียวกับที่คนในลานเคยถาม แต่ครั้งนี้หนักกว่า เพราะนางไม่ได้ถามด้วยข่าวลือ นางถามด้วยหลักฐานบนพื้น
หลินเซวียนกลืนรสเืในคอ "เศษโลหะชิ้นนี้กรองพิษเถ้าออกจากร่างได้บางส่วน"
"กรองอย่างไร"
"ข้ายังไม่รู้ทั้งหมด"
"ส่วนที่รู้"
เขามองปลายนิ้วที่แผลเดิมยังไม่ปิดสนิท "มันตอบสนองต่อเืของข้า ดูดซากเถ้าเข้าไป แล้วทิ้งสิ่งที่สะอาดกว่าไว้ข้างนอก"
เยี่ยชิงอีมองผงขาวบนพื้น "สิ่งนี้"
"ใช่"
"และเ้าทรุดเพราะอะไร"
"หลอมเร็วเกินไป พลังย้อนกลับเข้าเส้นปราณ"
คำตอบสั้นกว่าความจริง แต่ไม่โกหก
เยี่ยชิงอีไม่ได้ถามเื่เส้นปราณต่อ นางรู้จักมันดีพอจะไม่เสียเวลาอธิบาย นางเพียงย่อตัวลง ใช้ปลายมีดสั้นแตะผงขาวเล็กน้อย
ทันทีที่ปลายโลหะแตะ ผงขาวเม็ดนั้นแตกเป็ละอองละเอียด เกาะคมมีดอยู่ชั่วพริบตา แล้วถูกเศษโลหะในมือหลินเซวียนดูดกลับไปเหมือนละอองน้ำถูกดึงเข้ารอยแตก มันเหลือเพียงคราบเย็นบาง ๆ บนพื้น
เยี่ยชิงอีเงยหน้าขึ้น "ใช้แล้วหมด"
"ใช้แล้วเสียรูป" หลินเซวียนแก้ "อาจเหลือเศษประโยชน์ แต่ไม่เท่าเดิม"
"เ้าลองกับคนอื่นหรือยัง"
"ยัง"
"มีคนหนึ่งกำลังจะตาย"
ประโยคนั้นไม่ใช่คำขอ
มันคือมีดที่วางลงบนโต๊ะ
หลินเซวียนมองนาง แล้วมองเศษโลหะในมือ ความเย็นของมันเคยช่วยดึงพิษออกจากปอดเขา แต่เมื่อครู่มันก็เพิ่งตอกกลับจนเขาล้มพับ หากใช้กับคนอื่น เขาจะต้องส่งสิ่งที่ตัวเองยังควบคุมไม่มั่นคงออกนอกร่าง
ของที่ใช้ช่วยตนอาจฆ่าคนอื่นได้ง่ายกว่า
"ถ้าจะให้ข้าลอง" เขาพูด "ข้ามีเงื่อนไข"
เยี่ยชิงอีไม่ขยับมือจากด้ามมีด "ว่ามา"
"หนึ่ง ไม่มีใครแตะเศษโลหะของข้า"
"ได้"
"สอง ถ้าข้าทรุด เ้าไม่ให้คนในหมู่บ้านค้นตัวข้า"
ดวงตาของเยี่ยชิงอีแคบลงเล็กน้อย "เ้ากลัวข้าหรือกลัวพวกเขา"
"กลัวคนหิวที่เห็นของมีค่า"
นางเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า "ต่อ"
"สาม ข้า้าซากเถ้าที่มีแร่ผสมมากกว่านี้ ไม่ใช่เถ้าธรรมดา ถ้าข้าช่วยเขาให้รอดคืนนี้ได้ เ้าต้องบอกที่มา"
เยี่ยชิงอีมองเขานานขึ้น
ครั้งนี้นางไม่ได้ประเมินเศษโลหะ นางประเมินเขา
"เ้ายังยืนไม่ตรง" นางกล่าว
"เพราะอย่างนั้นจึงต้องต่อรองก่อนล้ม"
มุมปากนางไม่ยก แต่บางอย่างในแววตาเปลี่ยน น้ำแข็งยังเป็น้ำแข็ง เพียงแต่มันยอมรับว่าก้อนหินตรงหน้าหนักพอจะไม่ถูกเตะทิ้งง่าย ๆ
"ถ้าเขาตายเพราะเ้า"
"เ้าฆ่าข้าได้"
"ถ้าเขารอด"
"เ้าจ่ายตามเงื่อนไข"
เยี่ยชิงอีพยักหน้า "ลุก"
หลินเซวียนใช้กำแพงช่วยพยุงตัวขึ้น ขาทั้งสองข้างยังเบาเกินไปเหมือนไม่ใช่ของตนเอง เสียงฝนเถ้าข้างนอกหยุดไปแล้ว แต่กลิ่นไหม้ยังเกาะอยู่ในอากาศ ราวกับ์เพิ่งดับเตาเผาใหญ่เหนือหัวคนทั้งหมู่บ้าน
เขาเก็บผงขาวที่เหลือใส่ห่อผ้าอย่างระวัง
ทุกเม็ดน้อยกว่าชีวิตคนหนึ่งชีวิต
และมากกว่าชีวิตของเขาในสายตาคนที่้ามัน
เรือนของชายป่วยอยู่ทางฝั่งเหนือของหมู่บ้าน ใกล้รั้วไม้เก่ามากกว่าหลังอื่น ฝาเรือนมีรอยซ่อมหลายชั้น ดินเหนียวทับผ้าชุบยาง เปลือกไม้ผุทับรอยดินแตก ทุกอย่างถูกเอามาอุดรูรั่วเหมือนคนที่นี่ไม่ได้สร้างบ้านเพื่ออยู่ แต่สร้างเพื่อยื้อไม่ให้ตายเร็วเกินไป
เยี่ยชิงอีเคาะประตูสองครั้ง แล้วดันเข้าไป
กลิ่นสมุนไพรต้มเก่าคลุกกับกลิ่นอับและลมหายใจเน่าอ่อน ๆ ของคนป่วย หญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ข้างแคร่ไม้ ดวงตาแดงและบวม แต่ไม่มีน้ำตาเหลือแล้ว นางมองเยี่ยชิงอีหนึ่งครั้ง ก่อนสายตาจะหยุดที่หลินเซวียน
ไม่ใช่ความหวัง
เป็สิ่งที่เกิดขึ้นหลังความหวังถูกใช้หมด แต่คนยังไม่รู้จะวางมือลงตรงไหน
บนแคร่ ชายคนหนึ่งหายใจรัว
หลินเซวียนหยุดที่ปากประตูและอ่านทุกอย่างก่อนก้าวเข้าไป
หน้าอกของชายป่วยขึ้นลงถี่ผิดปกติ ลมหายใจแต่ละครั้งตื้นเหมือนปอดรับอากาศได้เพียงครึ่งส่วน ริมฝีปากคล้ำ คราบเถ้าที่คอและแขนไม่ได้เกาะแค่ผิว แต่ซึมลึกเข้าเนื้อเป็เส้นดำเทา เสียงในปอดเปียกและขูดเบา ๆ ทุกครั้งที่อากาศผ่าน
"นานแค่ไหน" หลินเซวียนถาม
"สามวัน" เยี่ยชิงอีตอบ "ฝนเถ้าใหญ่ก่อนเ้ามาถึง เขาออกไปพาเด็กกลับเข้าเรือน สูดเข้าไปเต็ม ๆ"
"ให้ยาอะไรแล้ว"
"สมุนไพรชำระปราณ ต้มอ่อน ของดีหมดไปนานแล้ว"
หลินเซวียนมองหม้อดินที่มุมห้อง ขอบหม้อมีคราบขาวจับเป็วง สมุนไพรไม่ได้หมดฤทธิ์ แต่มันเบาเกินไปสำหรับพิษที่กินเข้าไปถึงปอด
"ข้าไม่ใช่หมอ" เขาพูด
หญิงข้างแคร่กำผ้าห่มแน่นขึ้น
เยี่ยชิงอีตอบแทน "ข้ารู้"
"ถ้าข้าทำผิด เขาอาจตายเร็วขึ้น"
หญิงคนนั้นหลับตา เสียงของนางแหบมาก "ถ้าไม่ทำ เขาตายคืนนี้หรือไม่"
ไม่มีใครตอบทันที
ความเงียบในเรือนหนักกว่าเถ้าบนหลังคา
เยี่ยชิงอีพูดในที่สุด "ใช่"
หญิงคนนั้นลืมตา "เช่นนั้นลองเถอะ"
การอนุญาตนั้นไม่ได้ทำให้เื่ง่ายขึ้น มันเพียงย้ายน้ำหนักจากมือคนหนึ่งมายังอีกคนหนึ่ง
หลินเซวียนเดินเข้าไปใกล้แคร่ นั่งลง วางเศษโลหะบนเข่า แล้วฟังลมหายใจของชายป่วยอีกครั้ง เขาไม่มองใบหน้า ไม่มองความทุกข์ของหญิงคนนั้น เขามองจังหวะ หน้าอก คอ นิ้วมือ สีผิว และทางที่พิษอาจไหล
ความสงสารช่วยอะไรไม่ได้
ข้อมูลเท่านั้นที่ยังพอมีราคา
"ออกไปข้างนอก" เขาบอกหญิงข้างแคร่ "ถ้าข้าเรียกค่อยเข้า ถ้าเขาชัก อย่าเข้ามาเอง"
นางมองเขาเหมือนอยากถามว่าทำไม แต่สุดท้ายลุกขึ้น เยี่ยชิงอีแตะไหล่นางเบา ๆ แล้วพาออกไปถึงประตู ก่อนกลับมายืนในมุมห้อง
หลินเซวียนไม่ไล่นางออก
นางเห็นมากพอแล้ว และถ้าพลังย้อนเกิดขึ้นอีก เขาอาจ้าคนลากเขาออกจากความตายอย่างน่าอับอายอีกครั้ง
"อย่าให้ใครเปิดประตู" เขาพูด
"ทำงานของเ้า"
เขาหยิบผงขาวออกจากห่อผ้า ปริมาณน้อยกว่าที่เคยใช้กับตัวเองครึ่งหนึ่ง เพราะเขาไม่รู้ว่าร่างคนอื่นจะรับสิ่งที่ผ่านโลหะได้มากแค่ไหน ผงนั้นเย็นบนฝ่ามือซ้าย แต่เย็นแบบของที่เพิ่งผ่านไฟมา ไม่ใช่ของที่ไม่เคยถูกเผา
มือขวาถือเศษโลหะ
นิ้วเดิมถูกกรีดซ้ำ แผลเก่ายังไม่ปิดดี เืจึงซึมออกมาเร็วเกินคาด หลินเซวียนปล่อยเืแตะโลหะเพียงหยดเดียวแล้วกดปิดทันที
เศษโลหะอุ่นขึ้น
ไม่ใช่อุ่นแบบยอมทำตาม
อุ่นแบบถูกปลุกอย่างไม่พอใจ
หลินเซวียนวางมือขวาลงบนหน้าอกของชายป่วย เบาจนแทบไม่แตะ แล้วหลับตา
เขานึกถึงพิษในร่างตนเองก่อน พิษที่เคยถูกดึงจากปอด พิษที่ฝังในเส้นปราณ พิษที่ยังค้างอยู่ตรงไหล่เหมือนเศษทรายร้อนใต้ผิว จากนั้นค่อยเทียบกับเสียงหายใจของชายบนแคร่
ตำแหน่งไม่เหมือนกัน
ลึกกว่า
กระจายกว่า
และร่างนี้ไม่รู้จักเขา
เขาลองส่งความร้อนออกไปเพียงเส้นเล็ก ๆ
ทันทีที่พลังผ่านฝ่ามือ ชายป่วยสะดุ้ง หน้าอกหดเกร็ง เสียงหายใจขาดเป็่เดียวเหมือนเชือกถูกตัด
"หยุดหรือไม่" เยี่ยชิงอีถามทันที
"ยัง"
คำตอบนั้นออกจากปากก่อนความเจ็บจะตามมาถึง
ความร้อนสะท้อนกลับเข้าเส้นปราณของหลินเซวียน รุนแรงพอให้แผ่นหลังเขากระตุก มือซ้ายกำผงขาวจนแน่น ผงขาวแตกเป็ฝุ่นละเอียด ละอองบางส่วนลอยขึ้น แล้วถูกเศษโลหะดูดผ่านอากาศเป็เส้นซีด ๆ ราวกับด้ายบางถูกดึงเข้ารอยแตก
ไม่ใช่หายไป
มันถูกใช้เป็สะพาน
และสะพานนั้นกำลังไหม้
ชายป่วยไอออกมา เืดำปนเถ้ากระเด็นติดขอบผ้าห่ม กลิ่นโลหิตไหม้ตีขึ้นทันที เยี่ยชิงอีขยับเข้ามาครึ่งก้าว แต่หลินเซวียนยกมือซ้ายห้ามโดยไม่ลืมตา
พลาด
เขาส่งแรงมากเกินไป
ไม่ใช่เพราะพลังมาก แต่เพราะทิศผิด เขาผลักเหมือนผลักพิษออกจากตัวเอง ทั้งที่ร่างตรงหน้าไม่ใช่ภาชนะของเขา มันมีจังหวะต่อต้าน มีความกลัวของเนื้อหนัง มีลมหายใจที่กำลังจะดับ
หลินเซวียนผ่อนลมหายใจ
ช้าลง
เขาไม่ผลัก
เขาใช้ผงขาวที่กำลังแตกเป็ละอองเป็ชั้นกรอง ปล่อยให้เศษโลหะดึงพิษขึ้นมาเองทีละน้อย แล้วส่งความอุ่นกลับเข้าไปเพียงพอให้ปอดไม่หดเกร็ง
ครั้งนี้ความเจ็บไม่ได้กระแทก
มันกัด
คราบเถ้าที่ค้างในเส้นปราณของเขาขยับตามจังหวะที่พิษในร่างชายป่วยถูกแตะ เหมือนมีมือเย็น ๆ สอดเข้าไปขูดด้านในของเส้นเืทีละเส้น ไหล่ซ้ายชา ปลายนิ้วขวาเย็นลงจนแทบไม่รู้สึก
เขานับลมหายใจของคนบนแคร่
หนึ่ง
สอง
สาม
ที่ลมหายใจที่สี่ ชายป่วยไออีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเื มีเพียงเถ้าดำเหนียวติดริมฝีปาก
ที่เจ็ด หน้าอกของชายคนนั้นขยายได้กว้างกว่าเดิมเล็กน้อย
ที่สิบ เสียงเปียกในปอดเบาลง
ที่สิบสอง หลินเซวียนรู้สึกว่าหัวใจตนเองเต้นผิดจังหวะ
เขาต้องหยุด
ถ้าฝืนอีก ลมหายใจของชายบนแคร่อาจดีขึ้น แต่เขาเองอาจล้มจนไม่มีใครเหลือทำซ้ำในคืนหน้า
หลินเซวียนถอนมือออก
ทันทีที่ตัดการเชื่อมต่อ เศษโลหะเย็นจัดในพริบตา ความเย็นนั้นไหลย้อนขึ้นแขนขวาจนเขาเกือบปล่อยของหลุดมือ ผงขาวในฝ่ามือซ้ายเหลือเพียงคราบสีเทาซีดบาง ๆ เกาะตามร่องนิ้ว ใช้ซ้ำไม่ได้เต็มที่อีกแล้ว
ชายบนแคร่ยังไม่ตื่น
ยังไม่หาย
แต่ลมหายใจของเขาไม่วิ่งหนีความตายเหมือนเมื่อครู่
มันลึกขึ้น ช้าลง และมีช่องว่างระหว่างแต่ละครั้งเหมือนร่างกายเพิ่งจำได้ว่าการหายใจไม่จำเป็ต้องตะเกียกตะกายทุกลมหายใจ
หลินเซวียนมองผลลัพธ์นั้นอยู่ครู่หนึ่ง
เขาควรคำนวณต่อทันทีว่าต้องใช้ผงขาวอีกเท่าไร ต้องใช้เถ้าแร่กี่ส่วน ต้องพักนานแค่ไหนถึงทำซ้ำได้
แต่ในความเงียบสั้น ๆ นั้น เขาเพียงฟัง
คนตายคนหนึ่งยังหายใจ
ไม่ใช่ชัยชนะ
แค่ประตูที่ยังปิดไม่สนิท
"พอแล้ว" เขาพูดเสียงต่ำ
แล้วโลกทั้งห้องเอียงลงข้างหนึ่ง
เยี่ยชิงอีเข้ามารับไหล่เขาก่อนหน้าผากกระแทกขอบแคร่ แรงจับของนางมั่นคง แต่ไม่อ่อนโยน นางพยุงเขากลับมานั่งกับพื้น
"เ้าไหวหรือไม่"
"ยังไม่ตาย"
"ข้าไม่ได้ถามอย่างนั้น"
หลินเซวียนหัวเราะในลำคอครั้งหนึ่ง เสียงนั้นแห้งจนแทบไม่ใช่เสียงหัวเราะ "ถ้าจะถามให้ตรง ข้ายังทำซ้ำตอนนี้ไม่ได้"
เยี่ยชิงอีมองชายบนแคร่ "เขาจะรอดคืนนี้หรือไม่"
"ถ้าไม่มีฝนเถ้าอีก น่าจะรอดถึงเช้า"
"น่าจะ"
"ข้าไม่ขายคำแน่ใจด้วยของที่ยังไม่เข้าใจ"
นางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกไปเปิดประตู
หญิงวัยกลางคนเกือบถลาเข้ามา แต่หยุดเมื่อเห็นมือเยี่ยชิงอียกห้าม นางค่อย ๆ เดินไปข้างแคร่ เห็นหน้าอกสามีขยับช้าลง เห็นสีคล้ำตรงริมฝีปากถอยออกเพียงน้อยนิด
นางยกมือปิดปาก
ไม่มีเสียงร้องไห้
มีเพียงเข่าที่อ่อนลงจนต้องจับขอบแคร่ไว้
หลินเซวียนเบือนสายตาออกจากภาพนั้น
เขาไม่้าให้คนคุกเข่าให้
คนคุกเข่ามักตามมาด้วยคำขอที่หนักกว่าเดิม
เยี่ยชิงอีพาเขาออกมานอกเรือนก่อนหญิงคนนั้นจะถามคำถามที่ตอบไม่ได้
อากาศข้างนอกเย็นกว่าในห้อง แต่หนักกว่าด้วยกลิ่นเถ้าเก่าที่ยังไม่จาง ฟ้าเหนือหมู่บ้านเริ่มมืดลงเป็สีเทาเข้ม เส้นรั้วไม้ดูเหมือนซี่ไม้หักของแท่นปะาเก่าที่ถูกทิ้งไว้ใต้ฝน์
หลินเซวียนพิงเสาไม้หน้าประตู หายใจช้าเพราะหายใจเร็วจะทำให้เส้นปราณแสบขึ้นมาอีก
เยี่ยชิงอียืนตรงหน้าเขา
"เขาไม่ได้หาย" หลินเซวียนพูดก่อนนางถาม
"ข้าเห็น"
"ข้าประคองพิษในปอดเขาออกมาได้บางส่วน ที่เหลือยังอยู่ ถ้าปล่อยไว้จะกลับไปอุดทางหายใจอีก"
"ต้องทำซ้ำ"
"ใช่ แต่ไม่ใช่ด้วยของที่เหลือในมือข้า"
เยี่ยชิงอีมองมือซ้ายของเขา คราบผงเทาซีดติดตามร่องนิ้วเหมือนเถ้าของกระดูกที่ถูกบดละเอียด
"เ้า้าซากเถ้าที่มีแร่ผสม"
"และมากพอให้เสียได้"
"เสีย?"
"ครั้งแรกไม่ควรนับเป็สำเร็จ" หลินเซวียนกล่าว "มันเป็การเรียนด้วยชีวิตคนอื่น ถ้าจะทำอีก ต้องมีของให้พลาดโดยไม่ฆ่าเขา"
คำพูดนั้นทำให้ความเงียบระหว่างทั้งสองลึกลง
เยี่ยชิงอีไม่ได้ต่อว่าเขา บางทีนางอาจรู้ั้แ่แรกว่าหมู่บ้านนี้เหลือทางเลือกน้อยเกินกว่าจะเรียกสิ่งใดว่าสะอาด
"มีที่หนึ่ง" นางพูดในที่สุด "เหมืองเก่าทางเหนือ"
หลินเซวียนเงยหน้าขึ้น
"สำนักชิงหลัวประกาศว่าที่นั่นไม่มีแร่มูลค่าเหลือแล้ว ปราณปนเปื้อนเกินใช้ ทางลงพังบางส่วน ห้ามชาวบ้านเข้าใกล้"
"แต่"
"แต่เดือนที่ผ่านมา มีควันออกจากปากเหมืองสามครั้ง" นางพูด "ไม่ใช่ควันฝนเถ้า สีเข้มกว่า และขึ้นเป็เส้น ไม่กระจายตามลม"
"ชาวบ้านเข้าไปหรือไม่"
"ไม่มีใครโง่พอ"
"คนของสำนัก"
เยี่ยชิงอีไม่ตอบทันที
คำว่าใช่หนักเกินกว่าจะพูดโดยไม่มีหลักฐาน และคำว่าไม่ใช่ก็เบาเกินกว่าจะเชื่อ
"รอยรองเท้าที่ใกล้ทางเข้าไม่เหมือนของชาวบ้าน" นางกล่าวแทน "พื้นแคบ เรียบ ไม่มีลายถัก"
หลินเซวียนจำรองเท้าของศิษย์สำนักได้ดี
เขาเคยมองรองเท้าเ่าั้จากระดับต่ำกว่ามาก่อน
"สำนักส่งข้ามาที่นี่เพราะบอกว่าหมู่บ้านนี้ไม่มีค่า" เขาพูด "และอาจยังส่งคนมาขุดของจากเหมืองที่บอกว่าไม่มีค่า"
"ข้าบอกได้แค่ว่ามีควัน"
"เ้าพาข้าไปได้หรือไม่"
"พรุ่งนี้"
"คืนนี้ข้าต้องพัก"
"ข้ารู้" เยี่ยชิงอีมองหน้าเขา "เพราะถ้าเ้ายืนไม่ไหว ข้าคงต้องลากเ้ากลับเหมือนซากไม้"
หลินเซวียนไม่ตอบ
นางหันไปทางทิศเหนือ เงาของรั้วหมู่บ้านทอดยาวบนพื้นดินปนเถ้า "แต่ก่อนพรุ่งนี้ เ้าต้องเข้าใจอย่างหนึ่ง"
"ว่ามา"
"คนในหมู่บ้านจะรู้ว่าชายผู้นั้นหายใจดีขึ้น พวกเขาจะถาม และบางคนจะอยากให้เ้าช่วยคนของตนทันที"
"เ้าจะห้าม"
"ข้าห้ามได้ไม่นาน"
หลินเซวียนมองเรือนคนป่วยที่อยู่ด้านหลัง ได้ยินเสียงหญิงคนนั้นพูดเบา ๆ กับสามีที่ยังไม่ตื่น ฟังไม่ชัด แต่จังหวะเสียงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เสียงของคนรอความตายเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่เขาทำไม่ได้ให้ที่ยืนแก่เขาเท่านั้น
มันสร้างความ้า
และความ้าที่หิวโหยอันตรายกว่าความเกลียด
"คืนนี้อย่าให้ใครเข้าหาข้า" เขาพูด
"นี่เป็เงื่อนไขใหม่หรือคำขอ"
"คำเตือน"
เยี่ยชิงอีมองเขา
หลินเซวียนยกเศษโลหะในมือขึ้นเล็กน้อย "ถ้าข้าถูกบังคับให้ทำซ้ำโดยไม่มีของพอ คนที่สองอาจไม่รอด และข้าอาจตายก่อนคนที่สาม"
"ข้าจะจัดการ"
"และเื่เหมือง"
"รุ่งเช้า" นางตอบ "ถ้าฟ้าไม่เทเถ้าลงมาอีก"
หลินเซวียนมองท้องฟ้าทิศเหนือ
ความมืดตรงนั้นหนาแน่นกว่าส่วนอื่น เหมือนมีเตาใหญ่ซ่อนอยู่ใตู้เาและยังไม่ดับสนิท สำนักชิงหลัวบอกว่าที่นี่เป็เขตตาย บอกว่าเหมืองไม่มีค่า บอกว่าคนที่ถูกส่งมาหมู่บ้านเถาดำเท่ากับตายในบันทึก
แต่ในเขตตาย มีชายคนหนึ่งเพิ่งหายใจลึกขึ้น
ในเหมืองไร้ค่า มีควัน
และในมือของผู้ไร้พลังเซียน มีเศษโลหะที่ดูดเถ้าและทิ้งผงขาวไว้เหมือนหลักฐานว่าคำตัดสินของสำนักไม่ได้หนักเท่าความจริงเสมอไป
หลินเซวียนกำเศษโลหะแน่นขึ้น
ความเย็นของมันกัดเข้าแผลเดิม
ครั้งนี้เขาไม่ปล่อย