บทที่ 1 หมั้นหมาย
ในเวลานี้ ได้มีสองเื่ใหญ่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหย่งอัน!
อย่างแรกคือมีซิ่วไฉคนใหม่ย้ายเข้ามาในหมู่บ้าน และทุกคนก็กำลังเฉลิมฉลอง และอีกเื่คือ อวิ๋นซิ่วชิงสาวอ้วนทึนทึกในหมู่บ้านกำลังจะได้แต่งงานในที่สุด!
“เฮ้!! พวกเ้าได้ยินหรือไม่ เฒ่าอวิ๋นเตรียมสินเดิมชนิดแดงมาแต่สิบลี้(1)ไว้ให้ชิงเหนียงแล้ว!”
"อะไรนะ? มากมายเพียงนั้น!" นางหวังที่กำลังซักผ้าจ้องไปยังผู้พูดขณะถือไม้ทุบผ้าในมือ
"ข้าไม่เชื่อหรอก!"
"จริงสิ! ข้าได้ยินกับหูว่าแม่ของซิ่วชิงพูดเช่นนั้น!
พวกเขายังคงซักผ้าต่อไปขณะพูดต่อด้วยความอิจฉาริษยา "ตระกูลอวิ๋นร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านของเรา และพวกเขาก็มีลูกสาวเพียงคนเดียว แต่ข้าไม่รู้ว่าใครคือผู้โชคดีที่ได้รับสินเดิมเ้าสาวเ่าั้!"
“ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ได้สนใจ ! ” หลังจากได้ยินเื่นี้นางหวังก็พ่นลมหายใจและซักผ้าต่อ "นางอวิ๋นซิ่วชิงทั้งหน้าตาอัปลักษณ์และอ้วนฉุปานนั้น แม้จะให้ทองคำและเงินมากมายกับข้า หากข้าเป็บุรุษ ข้าก็ไม่แต่งงานกับนาง!"
“ฮ่า ๆๆๆ! เ้าพูดถูกเลย!” ทั้งสองคนที่กำลังนินทาอวิ๋นซิ่วชิงมองหน้ากันและหัวเราะร่าอย่างสะใจ
ต้นอ้อริมแม่น้ำสั่นไหวไปตามเสียงหัวเราะ นกเป็ดน้ำสองสามตัวกระพือปีกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะะโลงไปในน้ำและไหลลอยไปทางทิศตะวันออกอย่างไม่รีบร้อน
ตอนนี้อากาศใน่ต้นฤดูสารทเริ่มหนาวแล้ว อวิ๋นซิ่วชิงห่อเสื้อผ้าด้วยด้ายสีทองบนร่างกายของนาง พลางลอบนึกเสียใจว่าเหตุใดนางถึงไม่สวมเสื้อผ้าหนากว่านี้?
"น้ำในแม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าข้าช่างใสกระจ่างนัก เหมือนกับน้ำในบ่อน้ำพุจิติญญาของข้าเสียจริง!" อวิ๋นซิ่วชิงคิดในใจ
"แต่น้ำในแม่น้ำก็เย็นเกินไป ไม่เหมือนน้ำพุแห่งจิติญญาของข้าที่อบอุ่นตลอดทั้งปี มันกลมกล่อมเหมือนกับบ่อน้ำร้อนที่มีชีวิต...”
จิติญญาของอวิ๋นซิ่วชิงข้ามมิติมายังโลกนี้เมื่อเดือนที่แล้ว และหญิงสาวก็ได้รู้ว่าเ้าของร่างเดิมของนางะโลงไปในแม่น้ำด้วยความโกรธที่นางไม่สามารถแต่งงานได้
อวิ๋นซิ่วชิงที่ข้ามเวลามาจากยุคปัจจุบันเลยได้มาอาศัยอยู่ในร่างใหม่นี้นี่เอง
“ท่านอยากแต่งงานกับข้าจริง ๆ หรือ? ” อวิ๋นซิ่วชิงที่ตื่นจากภวังค์ความคิดหันหน้าไปถามพลางชะเง้อมองขึ้นไปที่บุรุษตรงหน้า
หลู่ชีฉางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “เอ่อ ท่านแม่ของข้าไม่ได้ส่งสินสอดทองหมั้นไปให้ทั้งหมดแล้วหรอกหรือ?”
ตอนนั้นเองที่อวิ๋นซิ่วชิงจำเศษเงินที่ใหญ่ไม่มากไปกว่าปลายก้อยของนางได้ เมื่อคิดถึงสีหน้าท่าทางของแม่เฒ่าหลู่ที่เห็นครอบครัวของนางแล้ว นางก็แอบมุ่ยหน้า "ท่านไม่คิดว่าข้าน่าเกลียดและอ้วนหรอกหรือ?"
หลู่ชีฉางเหลือบมองใบหน้าอ้วนของอวิ๋นซิ่วชิงที่เต็มไปด้วยสิวและรอยหลุมบ่อ หัวใจของเขาถึงกับสั่นไหว และรีบเบนความสนใจไปยังต่างหูบนใบหูของนาง
ต่างหูนั้นทำจากไข่มุกร้อยบนสายโลหะเงิน มันแกว่งไปมาตามการเคลื่อนไหวของอวิ๋นซิ่วชิง งดงามเสียจนหลู่ชีฉางถึงกับกลืนน้ำลาย “จริงๆ แล้ว...จริงๆ แล้วข้าก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น!”
หลู่ชีฉางพูดขณะลอบคิดในใจว่า ‘ถ้าข้าผู้นี้ได้รับทองคำและเงินเหล่านี้ เมื่อถึงตอนนั้นยังต้องกังวลที่จะหาสตรีหน้าตาดีกว่านี้อีกหรือ?’
อวิ๋นซิ่วชิงมองดูท่าทางละโมบยามเห็นทรัพย์สมบัติของหลู่ชีฉางแล้ว นางก็เยาะเย้ย "ท่านสามารถแต่งงานกับข้าได้ แต่ต้องสาบานต่อหน้าผู้าุโของหมู่บ้านว่าจะไม่แต่งงานกับสตรีคนอื่น ๆ อีกในชีวิตนี้..."
ก่อนที่อวิ๋นซิ่วชิงจะพูดจบ หลู่ชีฉางก็ลดตัวลงข่มนาง “จะเป็ไปได้อย่างไร?! มันเป็เื่ธรรมดามาั้แ่ยุคโบราณแล้วไม่ใช่หรือที่บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุได้ เ้าจะเป็สตรีที่ดีและเป็ภรรยาที่ดีได้อย่างไรหากฝ่าฝืนเื่เหล่านี้?”
อวิ๋นซิ่วชิงเลิกคิ้วขึ้น "แต่มารดาของท่านบอกว่าตราบใดที่แต่งงานกับข้าแล้ว ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับข้า และเมื่อบอกว่าข้าฝ่าฝืนเื่เหล่านี้แล้ว ก็เท่ากับว่าท่านไม่เชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดาท่านหรอกหรือ?"
"เ้า...!" ั์ตาของหลู่ชีฉางหรี่ลงอย่างโกรธเคือง “เ้ามันเป็สตรีที่ฉลาดแกมโกงแถมยังเ้าเล่ห์เป็ที่สุด! ข้าเป็ถึงซิ่วไฉผู้ทรงเกียรติ มีสตรีมากมายมาเสนอตัวให้ข้าไม่เคยขาด เ้ามีดีมาจากไหน ถึงได้กล้าตำหนิติเตียนข้าก่อนจะแต่งงานเข้าบ้านข้าเช่นนี้!”
"หือ?" อวิ๋นซิ่วชิงแสร้งทำเป็เป็ทุกข์ "ตามสิ่งที่ท่านพูดมา มันผิดนักหรือที่ข้าจะเป็เช่นนี้?”
หลู่ชีฉางโกรธจนหน้าขึ้นสี ก่อนจะตวาดใส่นาง “ไร้สาระ!”
“แล้วข้าควรทำอย่างไรเล่า?” อวิ๋นซิ่วชิงมองเขาอย่างขบขัน
หลู่ชีฉางไม่รู้ความหมายประชดประชันในคำพูดของอวิ๋นซิ่วชิง เขากลับพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียด
"เ้าจะต้องทำตามกฎสามเชื่อฟังสี่จรรยา คอยรับใช้ข้าและแม่ของข้าทุกวัน เ้าจะต้องมีคุณธรรมและช่วยผลักดันส่งเสริมตระกูลหลู่ของเราในทุกเื่ และต้องไม่คิดอกตัญญูต่อต้านตระกูลหลู่ของข้าเป็อันขาด!"
อวิ๋นซิ่วชิงแอบเยาะเย้ยอีกฝ่ายในใจ นี่มันชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองหาภรรยาหรอก เขามองหาคนใช้ที่ไม่มีค่าแรงต่างหาก!
………………………………………………………………………………………………………………………
มาจากคำว่า 十里红妆 ในประโยคเต็มคือ 良田千亩,十里红妆 (ผืนดินสมบูรณ์พันหมู่ ขบวนริ้วแดงสิบลี้) กล่าวถึงความยิ่งใหญ่อลังการในการจัดสินเดิมเ้าสาวของครอบครัวร่ำรวยยุคโบราณ ที่ยิ่งใหญ่อลังการจนมองเห็นสีแดงมาแต่ไกลเป็สิบลี้