กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.12 ช่วยเหลือเร่งด่วน [2]

    ในตอนนี้ เสิ่นเยว่ นั้นสิ้นหวังเป็นอย่างมากเพราะ คราวนี้เป็นเพราะพวกเขานั้นรับภารกิจสังหาร ที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะนอกจากภารกิจจะไม่สำเร็จแล้ว ยังทำให้กลุ่มของตนทั้งหมดต้องตกตายไปอย่างอนาถ โดยเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว แถมยังถูกศัตรูจับได้ แม้กระทั่งการจะฆ่าตัวตายในตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้
    น็อกที่กำลังคิดประเมินสถานการณ์ การสังหารให้ตายนั้นไม่ยาก แต่เขาต้องการรู้ถึงความเคลื่อนไหวของตระกูลต่างๆ และมันจะดีกว่าหากจะปล่อยให้เจ้านี่รอดไป แล้วป่าวประกาศว่าครอบครัวพวกเขาทั้งหมดตกตายไปแล้ว อย่างน้อยก็จะได้วางใจไปได้เปราะนึง
    ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ พ่อกับแม่ และลิลลี่ ก็เดินมารวมตัวกับเขาทันที แววตาปรากฏความตื่นตระหนกไม่น้อย เมื่อมองไปรอบๆ ที่ถูกน้ำแข็งเกาะกุมไปทั่วแม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า ที่สำคัญกลุ่มคนที่เข้ามาหมายจะสังหารพวกเขา ก็ถูกแช่แข็งเป็นตุ๊กตาน้ำแข็ง และบางส่วนที่แตกกระจายจนไม่อาจแยกออกได้ว่าชิ้นส่วนไหนเป็นของใคร ก่อนที่พ่อของเขาจะเอ่ยขึ้น "ลูกพ่อ เจ้าจะจัดการอย่างไรต่อ"
    "ผมอยากให้มันออกเป็นคนออกไปปล่อยข่าวว่าครอบครัวของพวกเรานั้นถูกสังหารไปหมดแล้ว เพื่อให้ครอบครัวของเรามีความพร้อมในการเตรียมกำลังคนเพื่อตอบโต้การสู้รบบ้าง แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นกังวลว่ามันจะทรยศ เลยกำลังคิดหาวิธีอยู่น่ะครับ" น็อกตอบออกไปตามคิดของตน ก่อนจะเริ่มคิดขึ้นได้
    "ใช่แล้ว" จู่ๆ น็อกก็พลันคิดได้ถึงทักษะเซียนโอสถสวรรค์ที่เขาพึ่งได้รับมาทันที ก่อนจะเรียกเตาโอสถจักรพรรดิทมิฬขึ้นมา และทบทวนสูตรยาต่างๆ ในความทรงจำทันที "ได้การล่ะ!!" น็อกที่คิดถึงสูตรยาในแบบที่ต้องการได้แล้ว ก็หยิบเอาสมุนไพรในระบบออกมา แต่เพราะพลังในตอนนี้ของเขาเป็นธาตุหยิน ทำให้ไม่สามารถจุดไฟได้ จึงจำเป็นต้องใช้พลังปราณในการสร้างความร้อนขึ้นมาแทน ซึ่งค่อนข้างจะกินพลังไม่น้อย ก่อนจะโยนสมุนไพร 5-6 อย่างในเตาหลอม
    ท่ามกลางความตกตะลึงของครอบครัวเขา และเสิ่นเยว่เป็นอย่างมาก น็อกใช้เวลาราว 3 นาทีเพื่อเร่งความร้อนถึงขีดสุด ทำให้สมุนไพรทั้งหมดเริ่มที่จะหลอมรวมกันจนลงตัว ก่อนจะเรียกใช้ลมปราณในการควบร่างอัดแน่น จนก่อร่างเป็นเม็ดยาได้ ในยามนี้นั้น น็อกแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรงทันที เพราะการปรุงโอสถโดยใช้ลมปราณสร้างความร้อนนั้นกินพลังมากกว่าการจุดไฟราวๆ 10 เท่าเลยทีเดียว 
    เมื่อเม็ดยาปรากฏปนมือของเขา น็อกได้แต่สะบัดหัวอย่างอารมณ์เสีย "ชิ เพราะไม่สามารถใช้ปราณในการจุดเปลวไฟได้ ทำให้ฤทธิ์ยาต่ำลงเป็นได้เพียงแค่พิษ ระดับนภา ขั้นสูง เท่านั้นเอง"
    แต่นั้นก็ทำให้ครอบครัวของเขา และเสิ่นเยว่ถึงกับตะลึงค้างไปในทันที เพราะการที่เด็กหนุ่มที่ไม่สามารถใช้ปราณในการจุดไฟได้ กลับสามารถกลั่นยาระดับนภาขั้นสูงได้ นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้นักปรุงโอสถคนอื่นๆ กระอักเลือดช็อคตายได้ง่ายๆ และที่สำคัญมันเป็นถึงพิษระดับนภาขั้นสูงเชียวนะ และถ้าถามความสำคัญของระดับนักปรุงโอสถแล้วล่ะก็
    จะเริ่มจาก นักปรุงโอสถแรกเริ่ม เมื่อสามารถปรุงยาและควบแน่นออกมาเป็นเม็ดแบบสมบูรณ์ ก็จะมีระดับเรียกที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละระดับยังแบ่งออกเป็น ต่ำ กลาง สูง
    ระดับก่อลำต้นระดับปฐพีระดับนภาระดับตำนานระดับสวรรค์ระดับฝืนกฏสวรรค์
    ในปัจจุบันนักปรุงโอสถระดับปฐพีมีจำนวนมากก็จริง แต่ผู้ที่ปรุงโอสถระดับปฐพีระดับสูงนั้นกลับมีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าดันบอกว่า "แค่พิษระดับนภาขั้นสูงเอง" ซึ่งต้องเข้าใจว่าการปรุงโอสถระดับนภา ถึงจะเป็นเป็นเพียงระดับต่ำ ก็ยังมีเพียงแต่ตัวตนระดับสูงเท่านั้น หรือไม่ก็เป็นนักปรุงโอสถประจำตำหนัก ต่างๆ ที่สามารถปรุงยาระดับนี้ได้ และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้น็อกสามารถเป็นที่ต้องการ ของทุกตำหนัก และทุกตระกูลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
    ตอนนี้ทุกๆ คนต่างจ้องมองน็อกราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาดที่หลุดมาจากโลกอื่นก็ไม่ปาน น็อกที่เริ่มเห็นสายตาของคนในครอบครัว ก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ และเกาหัวแบบแก้เขิน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
    "ทุกคนครับ!! ผมปรุงยาได้ห่วยขนาดนั้นเลยหรอ?"
    "...#@$##$@#..."
    เมื่อทุกคนได้เห็นการปรุงยาโอสถพิษระดับนภา ของน็อกก็ถึงกับไร้คำพูด ก่อนที่แม่ของน็อกจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ และอธิบายให้บุตรชายของตนได้ทำความเข้าใจ
    "ลูกแม่ การปรุงยาของลูกมันนั้นมันเหนือกว่าเหล่านักปรุงยาระดับสูงอีกนะ แต่นั้นหมายถึงนักปรุงยาระดับนภา ที่ใช้พลังหยางในการจุดเปลวไฟเพื่อหลอมยา อาจจะมีบ้างที่นักปรุงยาระดับนภา ที่ใช้แกนอสูรแทนการจุดเปลวไฟ แต่ตัวลูกที่ใช้ลมปราณธาตุหยิน กลับสามารถสร้างความร้อนในการหลอมโอสถได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ใครทำได้"
    คำอธิบายของแม่น็อกทำให้เขาถึงกับกระจ่างขึ้นมาในทันที ก่อนที่พ่อของเขาจะเอ่ยถามต่อ "ลูกพ่อเจ้าคิดจะใช้พิษเพื่อควบคุม มันจะไม่เสี่ยงไปหรอ" พ่อของเขารู้จักกลุ่มนักฆ่ารับจ้างเป็นอย่างดี หากพวกเขาทำงานผิดพลาดพร้อมที่จะฆ่าตัวตายในทันที แต่เป็นเพราะเสิ่นเยว่ถูกน้ำแข็งของน็อกผนึกร่างกาย และปากเอาไว้ทำให้ตอนนี้ไม่สามารถจะฆ่าตัวตายได้
    ในความจริงพ่อของน็อกก็เข้าใจรูปแบบการทำงานของคนเหล่านี้ดี ส่วนมากก็ทำเพื่อความอยู่รอด ในใจก็อดนับถือไม่ได้ แต่ถ้าเป็นศัตรูแล้วก็ไม่ควรค่าแก่การไว้ชีวิต น็อกเพียงยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับร่างกายเดินไปหาเสิ่นเยว่ และเอ่ยกล่าวให้พ่อเขาฟังอย่างช้าๆ โดยตั้งใจให้เสิ่นเยว่ได้ฟังไปด้วย
    "พ่อครับ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก พิษที่ผมใช้แม้จะเป็นเพียงพิษระดับนภา แท้จริงแล้วความน่ากลัวของพิษนี้อยู่ในระดับตำนาน เพียงเพราะผมรีบกลั่นโอสถ และ ยังไม่สามารถจุดเปลวไฟในการหลอมยาได้เท่านั้น จึงทำให้ความรุนแรงของพิษลดลง พิษนี้มีชื่อว่า พันธนาการนิรันด์ สรรพคุณของพิษนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี คือมันจะช่วยปกป้องหัวใจของคนผู้นั้น ต่อให้แขนขาขาด ตัวขาดครึ่งท่อน หรือแม้แต่ หัวขาด ก็จะไม่ตาย เพราะกายเนื้อกับจิตวิญญาณจะตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง และมันก็จะทรมาณไปเรื่อยๆ ตามชื่อของพิษ นิรันด์ ส่วน ข้อเสีย ของมัน ก็คือเส้นโลหิต ชีพจร พลังปราณ ทั่วทั้งร่างจะถูกพันธนาการ และหากมีใจคิดคดทรยศจะได้รับทุกข์ทรมาณอย่างแสนสาหัส ต่อให้ถูกศัตรูจับไปทรมาณก็ไม่สามารถสารภาพ หรือ พูดความจริงใดใดได้ แถมอยากอยู่ก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่ได้ ส่วนวิธีแก้พิษนั้นต่อให้เป็นนักปรุงยาระดับตำนาน ก็มิอาจถอนได้ง่ายๆ เพราะจำเป็นต้องรู้ส่วนผสมของตัวยาที่ผู้ปรุงใส่ลงไป ว่าใช้ในปริมาณเท่าไหร่ ผิดพลาดเพียงนิดก็ไม่อาจแก้พิษได้ นอกจากนักปรุงโอสถระดับสวรรค์เท่านั้น ที่สามารถปรุงยาแก้แบบเป็นเอกเทศได้โดยไม่ต้องรู้ส่วนผสม แต่ก็นะไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่ จะรู้จักพวกคนระดบนี้หรือเปล่า" น็อกอธิบายพลางทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย
    ครอบครัวของน็อกที่ได้ฟังข้อดีก็รู้สึกว่ามันเทียบเท่ากับยาปกป้องชีวิตดีๆ นี่เอง แต่เมื่อฟังข้อเสียก็อดหัวใจหล่นวูบไม่ได้เพราะหากต้องเป็นทาสของคนผู้นั้นไปชั่วนิรันด์ จะตายก็ตายไม่ได้คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้อีกแล้ว เหมาะสำหรับการควบคุมอย่างแท้จริง ผิดกับเสิ่นเยว่ ที่ได้ยินดวงตากับเบิกกว้างขึ้น ถึงกับสบถในใจทันที "บัดซบ ทำไมข้าถึงได้โง่งมนัก ที่มายุ่งเกี่ยวกับตัวตนที่อันตรายเช่นนี้ได้" เสิ่นเยว่ได้แต่คิดอย่างหดหู่
    "เจ้าได้ยินความต้องการข้าแล้วใช่ไหม ภายใน 5 ปี หากเจ้ามีผลงานโดดเด่นและซื่อสัตย์ ข้าจะถอนพิษให้ และปล่อยเจ้าเป็นอิสระ" เมื่อพูดจบ น็อกก็สลายน้ำแข็งที่ปิดปากของเสิ่นเย่วให้เป็นรูขนาดเท่าเม็ดยาพอดี ก่อนจะดีดเม็ดยาเข้าปากโดยที่เสิ่นเยว่ไม่อาจขัดขืนได้ จากนั้นจึงสลายน้ำแข็งที่พันธนาการเสิ่นเยว่ให้ละลายลงทันที
    เสิ่นเยว่ที่ถูกคลายพันธนาการแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าน็อกแล้วคุกเข่าลง ประสานมือเคารพ "นายน้อย จากนี้ชีวิตของข้า เสิ่นเยว่ จะทำงานรับใช้ท่านอย่างเต็มที่" น็อกพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองอีกทางอย่างไม่สนใจ
    ขณะนั้นเอง เฟิร์นที่ออกไปตามล่าชายคลุมหน้าทั้ง 4 คนก็กลับมาพอดี ในมือขวามีเศษผ้าบางสีขาวเปรอะเปื้อนเลือดเล็กน้อย กำลังลากร่างของชายคลุมหน้าทั้ง 4 มาตามพื้น ในสภาพศพดีๆนี่เอง เฟิร์นเดินมาหยุดตรงหน้าของน็อกแล้วคุกเข่าลงทันที "ขออภัยค่ะนายน้อย เพราะพวกมันแยกกันไปคนละทาง ข้าจึงใช้เวลานานในการไล่ล่า พร้อมที่จะรับการลงโทษค่ะ"
    ท่ามกลางความตื่นตะลึงของครอบครัวน็อก เพราะชายคลุมหน้า 4 คนนี้ต่อให้พวกเขาไม่บาดเจ็บ ก็ยังไม่อาจเอาชนะพวกมันได้ แต่หญิงสาวรูปร่างบอบบาง นอกจากจะสังหารได้โดยไร้ซึ่งบาดแผล ยังตามล่าพวกมันที่แยกไปคนละทางได้อย่างไม่ยากเย็นด้วย แต่ที่หน้าตกใจที่สุดคือ เธอคุกเข่าเรียกน็อกว่า นายน้อย [นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย]
    "ไม่เป็นไรเจ้าลุกขึ้นเถอะ" น็อกไม่ได้สนใจมากนัก ก่อนจะโบกมือให้ลุกขึ้น และชำเลืองไปมองศพทั้ง 4 เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น "แจน แปลงโฉมหน้าพวกมันให้เหมือนกับผมและครอบครัว" หญิงสาวรีบจัดการลงมือทันที ด้วยการใช้ออกด้วยลมปราณเพื่อทำการบิดเบือนโครงหน้าของทั้ง 4 อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักโครงหน้าและใบหน้าของทั้ง 4 ก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป จนเหมือนกับน็อกและครอบครัวของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน [ไม่รู้ครั้งที่ไหร่แล้ว]
    "เสิ่นเยว่ งานแรกของเจ้าจงนำศีรษะของพวกมันทั้ง 4 ไปส่งมอบผู้จ้างวานภารกิจเจ้า เมื่อจัดการงานแรกเสร็จสิ้น เจ้าจงนำครอบครัวของเจ้าทั้งหมดไปพบข้าตามที่อยู่นี้ ไม่ต้องห่วงข้าไม่จะไม่ใช้พิษกับพวกเขา มีเพียงเจ้าที่ข้ายังไม่ไว้ใจเท่านั้น" น็อกเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
    เสิ่นเยว่ ที่ได้ยินงานที่สั่งถึงกับสะดุ้งตกใจ แต่พอได้ยินสิ่งที่นายใหม่ของมันพูดว่าจะไม่ใช้พิษกับครอบครัวของเขา ทำให้เขารู้สึกปิติยินดี เขาจึงรีบก้มหัวขอบคุณทันที  ก่อนที่จะรีบจัดการงานที่ได้รับมอบหมายในทันที ส่วนน็อกกับครอบครัว และ กลุ่มหญิงสาวจะรีบทะยานออกไปจากพื้นที่นี้ทันที 
    ---------------------------------------------------------------------
    ภายในเงามืด ปรากฏร่างของหญิงสาววัยกลางคนที่สวยสดงดงามราวกับเทพธิดา ขัดกับใบหน้าที่เย็นชาราวกับราชินีน้ำแข็ง อยู่ในชุดอาภรณ์สีขาว เหม่อมองท้องฟ้าสีครามสุดขอบฟ้าที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ในตอนแรกนางเองก็สามารถจับสัมผัสการต่อสู้ในระแวกใกล้เคียงได้ แต่นางนั้นก็หาได้ใส่ใจไม่ จนกระทั่งนางสามารถจับสัมผัสกับพลังที่คุ้นเคย เป็นพลังปราณธาตุหยินบริสุทธิ์ จึงเร่งรีบเพื่อตามไปเฝ้าดู ก็พบกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง
    นางเพียงแค่จ้องมองดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ และเมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนึงสามารถใช้ออกด้วยปราณธาตุหยินบริสุทธิ์ หรือแม้กระทั่งการปรุงโอสถ ก็ถึงกับทำให้นางตกตะลึงไม่น้อย จนจดจ่ออยู่กับเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียว เมื่อกลุ่มคนเหล่านี้จากไป นางลงไปยังพื้นที่เพื่อตรวจสอบน้ำแข็งที่แช่สิ่งต่างๆ โดยรอบอยู่ เมื่อนางได้สัมผัสกับน้ำแข็งนั้น ก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันที ก่อนร่างของนางจะจางหายไป พร้อมๆร่องรอยของการต่อสู้ที่เกิดขึ้น กระทั่งเศษชิ้นส่วนมนุษย์ และตุ๊กตามนุษย์พลันสูญสลายมลายหายไป ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะราวกับนางเซียนสวรรค์ก็ไม่ปาน
    "น่าสนใจจริงๆ..........!!?"
    ---------------------------------------------------------------------