บทที่ 30 ได้รับการปกป้องจากเขา
เยี่ยเจียรู้สึกกระวนกระวายใจ สายตาเหม่อลอยมองใบไม้ที่แกว่งไกวอยู่นอกหน้าต่าง ไม่กล้าสบตากับแม่สามีเลยแม้แต่น้อย
เธอรู้ดีว่าคุณนายฟู่อยากอุ้มหลานมาโดยตลอด อยากมากกว่าตัวเธอเองเสียอีก ครั้งนี้หญิงแก่ทุ่มเทความพยายามอย่างมากแต่กลับไม่ได้ผล เธอกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้นั้นยากที่จะจัดการมาตั้งแต่สมัยโบราณ เธอกลัวว่าตัวเองจะทำให้คุณนายฟู่ผิดหวัง จนสูญเสียความรู้สึกว่ามีตัวตนในบ้านหลังนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ฟู่อวิ่นซางจะสาบานว่าจะไม่หย่าร้างกับเธอ แต่ครอบครัวนี้ก็คงแตกหักกับเธอไปแล้ว
เธอรอคอยอย่างทรมานให้คุณนายฟู่พูดออกมา
“เฮ้อ… เยี่ยเจีย ฉันไม่ได้อยากเร่งเร้าเธอหรอก ไม่ใช่ว่าฉันไม่เป็นห่วงสุขภาพของเธอนะ การมีลูกเป็นหัวใจสำคัญของครอบครัว ถ้ามีก็ยิ่งดี แต่เธอต้องไม่ฝืนตัวเองมากเกินไปเพราะฉันกดดันนะ” ถึงแม้คุณนายฟู่จะไม่พอใจเยี่ยเจียแค่ไหน แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังรักเธออยู่ดี
เมื่อเห็นสภาพของลูกสะใภ้เป็นแบบนี้ ในฐานะแม่ก็อดรู้สึกเจ็บปวดแทนไม่ได้
เยี่ยเจียได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เธอพยายามฝืนยิ้มออกมา “คุณแม่คะ ช่วยดูรายงานอื่น ๆ หน่อยนะคะ คุณหมอบอกว่าสุขภาพของหนูดีมาก เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์ และมีโอกาสสูงมากด้วย ขอแค่พยายามอีกสักสองสามครั้งก็น่าจะสำเร็จแล้วล่ะค่ะ”
แม่สามีเปิดอ่านเอกสาร ค่าดัชนีต่าง ๆ ของเธอดีขึ้นกว่าตอนอยู่โรงพยาบาลจริง ๆ
เธอจึงเรียกป้าอู่มาทันที จากนั้นก็สั่งให้เพิ่มอาหารเสริมมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เยี่ยเจียฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เยี่ยเจียทำท่าทางเชื่อฟังและน่าเอ็นดู
“เป็นสะใภ้มานานขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะไม่บังคับหรอก พักผ่อนให้ดีล่ะ”
“ค่ะ งั้นหนูขึ้นไปก่อนนะคะ”
คุณนายฟู่พยักหน้า
เมื่อเยี่ยเจียหันหลังกลับไป รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปในทันที ครั้งนี้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ประจำเดือนยังมาช้ากว่ากำหนดอีก แสดงว่าการคำนวณช่วงไข่ตกของเธอคงคลาดเคลื่อน
ทั้งคุณนายฟู่และตัวเธอเองต่างก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่เหมือนกับว่าลูกน้อยกำลังเล่นซ่อนแอบกับเธออยู่ ความกลัวทำให้จิตใจหดหู่มากยิ่งขึ้น แม้แต่ท่าทางตอนเดินยังขาดความกระปรี้กระเปร่าไปด้วย
คุณนายฟู่มองเธอแล้วถอนหายใจ “ป้าอู่ทำอะไรขึ้นไปให้เยี่ยเจียบำรุงสักหน่อยเถอะ”
“คุณหนูเป็นอะไรเหรอคะ” ป้าอู่รีบเช็ดมือเตรียมจะไปทำตามคำสั่ง
“เธอไม่ได้ท้อง เลยรู้สึกเศร้านิดหน่อย”
“หา? ฉันเพิ่งเคยเห็นคุณนายยิ้มให้เธอ ยังคิดอยู่เลยว่าครั้งนี้ต้องได้แน่ ๆ”
“แค่เธอยอมมีลูกก็พอแล้ว จะให้ฉันด่าเธอได้ยังไง อยู่กับฉันมานานขนาดนี้ ยังไม่รู้จักนิสัยฉันอีกเหรอ น่าเบื่อจริง ๆ!” คุณนายฟู่ส่งเสียงฮึดฮัด แล้วหันหลังเดินไปด้วยท่าทางแง่งอน
ป้าอู่หัวเราะอย่างนึกขำ เอาเถอะ เธอคงคิดมากไปเอง
เยี่ยเจียนี่ก็มีความสามารถจริง ๆ เพิ่งเข้าบ้านมาได้ไม่นาน คนที่เอาใจยากที่สุดก็ยังยอมช่วยเหลือเธอซะแล้ว
แต่ถ้าเธอไม่มีลูก คงจะเอาชนะใจคุณนายในระยะยาวไม่ได้หรอก
ในมื้อเย็น คุณนายฟู่ตักอาหารให้เยี่ยเจียเยอะมาก ฟู่อวิ่นซางมองทั้งสองคนสลับไปมา แต่เมื่อไม่เห็นความผิดปกติก็หยุดใช้สายตาคาดคั้นไป ภรรยากับแม่มีความลับร่วมกันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไรนัก
แต่ว่าอารมณ์ของเยี่ยเจียดูหม่น ๆ แม้แต่ฟู่อวิ่นซางที่ปกติไม่ค่อยสนใจก็ยังมองออก หลังอาหารค่ำจบแล้ว เขาก็เรียกเธอไปที่ห้องทำงานใหม่ แล้วถามความเห็นเกี่ยวกับการตกแต่ง
เยี่ยเจียเดินวนรอบห้อง ใช้มือดึงผ้าม่านเบา ๆ แล้วตอบ “ม่านยาวไปหน่อยนะคะ นอกนั้นก็ดีแล้วค่ะ”
“อืม พรุ่งนี้ผมจะให้คนมาเปลี่ยน” เขาตอบไปส่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยเข้าเรื่อง “วันนี้เป็นอะไร ไม่สบายตัวเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ แค่ไปตรวจร่างกายมา เหนื่อยนิดหน่อย ตอนบ่ายอยากพักผ่อนแต่ก็นอนไม่ค่อยหลับ”
“อยากหยุดพักอีกสักสองสามวันไหม”
“คุณคะ ฉันไม่ใช่ดอกไม้อ่อนแอในเรือนกระจกนะ คุณให้ฉันไปทำงานเถอะ ถ้าอยู่บ้านต่อ ฉันอาจจะไม่สบายจริง ๆ ก็ได้” เธอเดินไปหาเขา แล้วจับมือเขาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานออดอ้อนสามี
ฟู่อวิ่นซางเห็นสีหน้าของเธอไม่ค่อยดี แต่ดูท่าทางจะสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว เขาสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้แตกต่างจากทุกวันนัก
ตราบใดที่หัวใจของเธอไม่มีปัญหา การมาทำงานก็แค่นั่งเฉย ๆ ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง
เขาพยักหน้ารับ “พรุ่งนี้ไปกับผม”
เธอยิ้มตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แลดูน่าหลงใหลเป็นพิเศษ
ฟู่อวิ่นซางชำเลืองมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย พลางชี้นิ้วยาวไปที่เตียง “ไปนอนได้แล้ว”
“ฉันขอไปอาบน้ำก่อน”
น้ำอุ่น ๆ ไหลผ่านร่างกายบอบบาง ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าลงไปได้บ้าง
เยี่ยเจียรู้สึกเหนื่อยมากจริง ๆ แม้แต่จะลืมตาก็ยังทำไม่ไหว ต่อหน้าแม่สามี เธอยังแสร้งทำเป็นปกติได้ แต่พอเจอหน้าฟู่อวิ่นซาง เธอกลับรู้สึกกังวลและหดหู่มาก แต่ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อปั้นหน้าให้ดูเป็นปกติ
โชคดีที่ปกติเขาไม่ค่อยใส่ใจเธอมากนัก จึงไม่ทันได้สังเกตเห็น
มันช่างน่าเสียดายในสาเหตุที่เธอโกหกจนสำเร็จนั้น มาจากการที่สามีของเธอไม่ใส่ใจเธอ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขำจริง ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยเจียเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็ขึ้นรถไปกับฟู่อวิ่นซาง ที่คอของเธอมีรอยจูบ จึงหยิบผ้าพันคอมาปิดไว้ แต่กลับยิ่งทำให้เธอดูน่าค้นหามากกว่าปกติ
เมื่อมาถึงบริษัท เยี่ยเจียก็ได้ยินเรื่องของสวีเสี้ยนหย่ามาไม่น้อย ถึงอย่างไรเธอก็กำลังจะกลับไปบริษัทใหญ่แล้ว แต่ยังมีคนคาดเดาว่าเธอกำลังเจรจาต่อรองบางอย่างกับประธาน ดูจากสายตาของทุกคน เยี่ยเจียก็เดาได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘บางอย่าง’ นั้นก็คือร่างกายนั่นเอง
ได้ยินคนอื่นซุบซิบเรื่องความสัมพันธ์ของสามีตัวเองกับผู้หญิงคนอื่น เยี่ยเจียที่เดิมทีก็หดหู่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก
แม้แต่ตอนที่ฟู่อวิ่นซางเดินผ่านเธอไปหลายครั้ง เธอก็ไม่ทันสังเกตเห็น เพราะกำลังเหม่อมองต้นมินต์เล็ก ๆ บนโต๊ะทำงานอยู่
“นี่ เยี่ยเจีย เธอเป็นอะไรไป เมื่อกี้ผู้จัดการเว่ยให้เธอไปรินน้ำ” ต้านหนี่ที่นั่งข้าง ๆ เตะเก้าอี้ทำงานของเธออย่างแรง
เมื่อเยี่ยเจียได้สติ เธอก็ยิ้มแข็ง ๆ เอ่ยขอบคุณออกไป “ขอบคุณนะ ต้านหนี่ ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ละ”
ต้านหนี่ถอนหายใจ “เธอเป็นอะไรไปน่ะ ไม่เหมือนปกติเลย ปกติขยันทำงานมาก ทำไมถึงมาเหม่อลอยตอนประธานมาพอดีล่ะ อกหักเหรอ ไม่ต้องกังวลไปนะ ฉันจะหาผู้ชายให้เธอสักโหลบนเว็บหาคู่”
“ฉันไม่ท้องสักทีน่ะ”
ไม่ท้อง!?
ต้านหนี่มองตามหลังเยี่ยเจียที่กำลังเดินไปห้องประชุมอย่างอ้าปากค้าง เยี่ยเจียแต่งงานตั้งแต่เมื่อไรกัน ปิดบังมาได้ยาวนานมาก
เยี่ยเจียอยู่ในสภาวะเลื่อนลอย ถือกาน้ำชาเดินไปห้องประชุมด้วยท่าทางจิตหลุด
ในห้องประชุมมีผู้บริหารระดับสูงและกรรมการนั่งอยู่หลายคน เยี่ยเจียเดินรินน้ำชาให้ทีละคน
ฟู่อวิ่นซางเงยหน้าขึ้นมองเธอ เมื่อเห็นเธอดูไม่ค่อยสบาย และดูน่าสงสารนิดหน่อย เขาก็ขยับปากแต่ไม่ได้พูดอะไร
รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ค่อยสบาย ควรจะให้เธอพักที่บ้านอีกสักวัน
เมื่อถึงชายวัยกลางคนที่ศีรษะล้านเล็กน้อย เขาได้ห้ามเธอรินน้ำชา โดยการตวาดด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่เคยดื่มชาเขียว เธอเป็นใครกัน ทำไมแม้แต่แค่เรื่องนี้ยังไม่รู้ รีบออกไปเปลี่ยนน้ำเลยนะ!”
เสียงตะโกนของเขาทำให้เยี่ยเจียตกใจ เธอเองก็กำลังเหม่อลอยอยู่แล้ว เมื่อถูกเขาทำให้ตื่นกลัว มือก็เลยไร้เรี่ยวแรง จากนั้นกาน้ำชาก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างแรง
ห้องประชุมที่เงียบสงัดอยู่แล้ว ยิ่งเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก
กรรมการคนนี้อารมณ์ร้อนอยู่แล้ว เมื่อเห็นเธอทำงานไม่ได้เรื่อง ก็ลุกขึ้นยืนในทันที
“เธอทำงานยังไงกันเนี่ย เธอมาจากแผนกไหน” เขาคว้าข้อมือเยี่ยเจียไม่ยอมปล่อย จะพาเธอไปหาหัวหน้าแผนกเพื่อตำหนิเธอให้ได้
“คุณเฮ่อ ผมคิดว่าผมไม่ได้จ้างคนมาเพื่อแยกแยะว่าคุณดื่มชาดำ หรือดื่มชาเขียวนะ”
ไม่รู้ว่าชายที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานเดินมายืนข้าง ๆ ทั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไร เขาใช้มือข้างหนึ่งพิงโต๊ะ แล้วดึงเยี่ยเจียขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง
เมื่อถูกร่างสูงใหญ่ของเขาปกคลุม ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
กรรมการเฮ่อเห็นท่าทางเย็นชาของอวิ่นซาง เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่อารมณ์เขาได้อ่อนลงมาก “ผมไม่ดื่มชาเขียว ไม่ใช่เพราะเรื่องมากหรือตั้งใจจะทำให้ลำบากนะ แต่เป็นเพราะถ้าดื่มแล้วจะแพ้น่ะ ผมก็ไม่อยากจะทำให้เธอลำบาก แต่ควรฟังคำอธิบายของผมบ้างสิ”
“ขอโทษค่ะคุณเฮ่อ ครั้งหน้าฉันจะ…”
“ผมจะเป็นคนอธิบายเอง”
คำขอโทษของเยี่ยเจียชะงักค้างที่มุมปาก เธอเงยหน้ามองไปที่ฟู่อวิ่นซางอย่างไม่อยากจะเชื่อ
