หลายวันต่อมาผมคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังของโบราณสถานใต้ดินนั่นเสร็จจนได้
สิ่งที่มีประโยชน์ในครั้งนี้คือเวทไร้ธาตุ【ดรอว์อิ้ง】เป็เวทมนตร์ที่สามารถถ่ายสำเนาสิ่งที่เคยเห็นลงในของอย่างกระดาษได้ทั้งๆ อย่างนั้นเลย ก็นะ เครื่องถ่ายเอกสารสินะครับ
เพราะไม่ใช่ว่าผมต้องใช้ปากกาเขียนลงไปเองแต่มันจะปรากฏขึ้นมาบนกระดาษเลย เครื่องถ่ายเอกสารของแท้เลยมั้งผมดูภาพถ่ายในสมาร์ทโฟน พร้อมกับถ่ายสำเนาลงบนกระดาษ แบบนี้น่าจะเรียกกว่า “ปริ้นต์”มากกว่า “ดรอว์อิ้ง” นะเนี่ย
ประเด็นคือเวทมนตร์นี้นี่เองที่ทำให้ผมได้เครื่องปริ้นต์มาครองผมทดสอบด้วยการปริ้นต์สูตรทำขนมหลาย ๆ ประเภทออกมา พอเอาไปให้คุณอาเอลเธอก็ดีใจสุด ๆ ไปเลย ถ้าหากคิดให้ดี ๆก็จะแปลภาษาให้เป็ของทางนี้ได้เรียบร้อยเลยด้วย รู้สึกขอบคุณจริง ๆ ที่มันเป็การพิมพ์เพียงแต่ วัตถุดิบที่จำเป็นั้น ผมต้องใช้【เซิร์จ】หามาให้ด้วยนี่สิ
ส่วนปริมาณผมใช้วิธีคำนวณจากการเทียบน้ำหนักของสิ่งที่ผมมีติดตัวอยู่อย่างพวกเหรียญร้อยเยนน่าจะรู้สึกตัวให้มันเร็วกว่านี้นะ ตัวผม
เอาล่ะต้องเอาไปส่งที่เมืองหลวงสินะ ถึงจะชวนทุกคนเผื่อเอาไว้แล้ว แต่ดูเหมือนจะกลัว
การไปพบตามคาดเลยกลายเป็ว่าผมต้องไปคนเดียวซะงั้น
ในเวลาแบบนี้ััถึงความแตกต่างด้านความรู้สึกที่มีต่อขุนนางได้เลยแฮะก็ที่ญี่ปุ่นไม่มีขุนนางอยู่นี่นา ไม่สิ ถ้าให้พูดอย่างละเอียด ก็อาจจะมีอยู่ในอดีตน่ะนะ
ผมถือเอกสารที่ทำสำเนาเสร็จแล้วเอาไว้แล้วเปิด【เกท】
หลังเดินผ่านประตูแสงก็ออกมาตรงหน้าประตูใหญ่ของตระกูลดยุค
“เหวอ!”
“อ๊ะ ขอโทษครับ”
คุณยามเฝ้าประตูใเพราะอยู่ๆ ผมก็โผล่ออกมา ที่จริงก็ใทุกครั้งที่ผมโผล่มาตรงนี้เลยล่ะอยากจะให้เคยชินได้แล้วนะ แต่ดูสภาพแล้วคงยังอีกนานแหละ
อ้าว?
ประตูเปิดออกแล้วก็มีรถม้าแล่นออกมาจากข้างใน กำลังออกไปข้างนอกเหรอ? จังหวะไม่ดีเลยแฮะ
“ท่านโทยะ!? ขอบคุณจริง ๆ! ขึ้นมาเลย!”
“เอ๋? เดี๋ยว......เอ๋!? อะไรเหรอครับ!?”
ดยุคเปิดประตูรถม้าออกมาจากนั้นก็ยื่นแขนออกมาดึงผมเข้าไปในรถม้าทันที อะไรกันล่ะเนี่ย!?
“แหมท่านโทยะแวะมาได้จังหวะพอดีเลยนะ......! บางทีพระเ้าอาจจะส่งเธอมาก็ได้ รู้สึก
ขอบคุณจริง ๆ”
ดยุคยกมือขึ้นมาอธิษฐานด้วยความตื่นเต้นอยู่ตรงหน้าผมถึงคนที่ส่งผมมาจะเป็พระเ้าจริง ๆ ก็เถอะนะ
ยังไงก็เถอะท่าทางร้อนรนแบบนี้คงไม่ใช่เื่ปกติแล้วล่ะ เกิดอะไรขึ้นกันนะ
“มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ครับ?”
พอผมถามดยุคไปแบบนั้นเขาก็อ้าปากพูดราวกับกำลังอับจนหนทาง พร้อมกับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผาก
“ท่านพี่โดนวางยาพิษน่ะ”
......ว่าไงนะ?
ถ้าพูดถึงท่านพี่ของดยุคก็ต้องเป็พระาา......สินะพระาาถูกลอบสังหารงั้นเหรอ?
“เพราะโชคดีรับมือได้เร็วอาการก็เลยยังทรงตัวอยู่ แต่ว่า......”
เขากำมือทั้งสองเสียงที่รีดเร้นออกมาพร้อมหน้าที่ก้มลงนั้นสั่นเทาเป็อย่างยิ่งพี่น้องตกเป็เป้าหมายการสังหารก็เลยเป็ห่วงงั้นสินะ
“คนร้ายที่พอจะนึกออกล่ะ?”
“บุคคลที่นึกได้ก็มีอยู่แต่ว่า ไม่มีหลักฐานน่ะสิ เธอเองก็คงจำได้สินะ เื่ที่ซูโดนจู่โจมน่ะฉันกำลังคิดว่าคนร้ายอาจจะเป็คนเดียวกันน่ะสิ”
“แต่ว่าทำไมถึงเป็พระาา? อ๊ะพวกมือลอบสังหารจากอาณาจักรอื่น หรืออะไรทำนองนั้นเหรอ......”
“ถ้าเื่มันเป็นั้นก็ยังเข้าใจได้ง่ายๆ อยู่หรอก แต่ว่านะ......”
ดยุคถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากนั้นก็เผยสีหน้าอึดอัดใจ
“ราชอาณาจักรเบลฟาสต์ของพวกเราถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรทั้งสามทิศตะวันตกคืออาณาจักรรีฟรีส ทิศตะวันออกคือจักรวรรดิเรกูลัสที่ถูกคั่นด้วยเทือกเขาเมลิเซียและทิศใต้คือราชอาณาจักรมิสมิดที่ถูกคั่นด้วยแม่น้ำใหญ่โกว์ซึ่งในอาณาจักรเหล่านี้ พวกเราได้คบค้ากับอาณาจักรรีฟรีสทางตะวันตกมานานหลายปีแล้วและยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่”
อืมอืม
“ส่วนทางจักรวรรดินับั้แ่ที่ทำากันเมื่อยี่สิบปีก่อน ถึงจะทำสนธิสัญญาไม่รุนรานเผื่อเอาไว้แต่บอกตรง ๆ คงพูดได้ยากว่ามีสัมพันธ์อันดีต่อกันจะมาโจมตีอาณาจักรนี้เมื่อไหร่ก็ไม่แปลกเลยด้วยซ้ำ และราชอาณาจักรมิสมิดตรงนี้ล่ะที่มีปัญหา”
“ปัญหา?”
“มิสมิดคืออาณาจักรที่เพิ่งเกิดจากการสถาปนาขึ้นมาใหม่ระหว่างที่เราทำากับจักรวรรดิเมื่อยี่สิบปีก่อนท่านพี่ได้ไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรใหม่นี้เพื่อสกัดกั้นการรุนรานของจักรวรรดิ และสร้างช่องทางการค้าใหม่ขึ้นมาแต่ก็มีพวกขุนนางที่คัดค้านเื่นั้นอยู่น่ะสิ”
“ทำไมล่ะครับ?”
ถ้าเกิดจักรวรรดิจะบุกโจมตีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ล่ะก็ผมคิดว่ามีพันธมิตรมาก ๆ ไว้จะดีกว่านะ แต่มันคงไม่ใช่เื่ง่าย ๆ แบบนั้นล่ะมั้ง
“เพราะราชอาณาจักรมิสมิดคืออาณาจักรของพวกุ์น่ะสิเป็อาณาจักรที่มีุ์อาศัยอยู่จำนวนมาก และถูกปกครองโดยาาที่เป็มนุษย์สัตว์แล้วพวกขุนนางเก่าก็ไม่ถูกใจเื่นั้นน่ะ”
“......อะไรกันครับนั่น?”
เพราะไม่ถูกใจก็เลยขัดขวางแม้จะเป็ผลประโยชน์ของชาติงั้นเหรอ? ยิ่งกว่านั้นเพราะเป็ุ์เนี่ยนะไม่เห็นเข้าใจเลย ถ้าเป็สัตว์ร้ายที่คุยกันไม่รู้เื่ก็ยังยอมเข้าใจได้อยู่แต่พวกมนุษย์สัตว์ก็คุยกันรู้เื่ดีนี่ อัลม่าที่ผมเคยเจอก็เป็เด็กดีมากแท้ ๆ
“ในอดีตพวกมนุษย์สัตว์คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำก็เลยเป็กลุ่มเป้าหมายที่โดนดูิ่ ว่าเป็เผ่าพันธุ์ป่าเถื่อนต่ำต้อยน่ะ แต่ว่าหลังพ่อของพวกเราได้ขึ้นครองราชย์ก็ได้บัญญัติกฎหมายเพิ่มเพื่อให้ตระหนักถึงเื่นั้น ทำให้ธรรมเนียมแบบนั้นค่อย ๆเลือนหายไป ซึ่งในความเป็จริงถึงจะไม่ได้มีการกีดกันพวกมนุษย์สัตว์ที่เดินกันเป็ปกติอยู่ในเมืองรอบปราสาทของอาณาจักรนี้แต่ในเื้ั พวกขุนนางเก่าที่ไม่ยอมรับเื่นั้นก็มีอยู่พอควรเลยล่ะ”
“กีดกันเหรอครับ”
“ถูกต้องไม่เห็นจำเป็ต้องไปจับมือกับอาณาจักรของพวกมนุษย์สัตว์ที่ต่ำต้อยเลย ในทางกลับกันไปบุกโจมตี แล้วเอามาเป็เมืองขึ้นของพวกเราดีกว่า สำหรับพวกขุนนางที่ยืนกรานแบบนั้นไม่มีใครที่เป็ตัวเกะกะไปมากกว่าท่านพี่อีกแล้ว”
งี้นี่เองขุนนางเก่าพวกนั้นอาจจะชักใยเื่ในครั้งนี้อยู่เื้ัก็ได้แต่ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมรู้สึกแบบนั้น ไอ้การฆ่าพระาาของตัวเองเนี่ย โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหากาาตายไป
คนที่ซวยจะไม่ใช่พวกตัวเองหรอกเหรอ?
“ถ้าท่านพี่ตายไปล่ะก็ราชบัลลังก์จะถูกส่งต่อไปยังยูมิน่าที่เป็บุตรีเพียงคนเดียวบางทีขุนนางพวกนั้นอาจจะพยายามไล่ต้อนให้เ้าหญิงต้องยอมแต่งงานกับลูกชายของตัวเองจนกลายเป็ตระกูลเดียวกันและหลังจากที่ได้กลายเป็พระาาก็จะเริ่มการต่อต้านุ์ด้วยอำนาจนั้น......ถ้าเป็แบบนี้คนที่คนร้าย้าจะข่มขู่จากการลักพาตัวซูคงไม่ใช่ฉัน แต่อาจเป็ท่านพี่ก็ได้”
ถ้าเสียดายชีวิตหลานสาวก็จงยุติการสานสัมพันธ์กับมิสมิดซะสินะ ในเมื่อเป็เ้าหญิงของอาณาจักร การเฝ้ายามก็ต้องเข้มงวดไปด้วยแน่เพราะงั้นเลยเล็งมาที่ซูแทน.....อาจเป็แบบนั้นก็ได้ ไม่สิอาจจะเป็เพราะ้าให้ลูกชายไปเป็สามีของเ้าหญิงก็ได้ แต่ว่าจะว่าไงดีล่ะ......รู้สึกว่ามันเป็แผนร้ายที่มักง่ายชะมัด คนร้าย ท่าทางจะโง่แฮะ
ถ้าความแตกล่ะก็ต้องถูกลงโทษไม่ผิดแน่จะหัวหลุดโดยไม่รู้ตัวแบบในละครย้อนยุคด้วยซ้ำอย่างพ่อค้าจอมละโมบหรือเ้าหน้าที่เลว ๆ อะไรเทือกนั้น
“แล้วจะให้ผมช่วยอะไรดีล่ะครับ?”
“อยากให้ช่วยถอนพิษให้ท่านพี่ด้วยเวทมนตร์ที่ใช้กับเอเลนนั่นน่ะ”
เวทรักษาสภาพผิดปกติ【รีคัฟเวอรี่】ไอ้นั่นสินะถ้าเป็เวทนั่นก็สามารถขจัดได้ทั้งพิษและผลข้างเคียงจริง ๆ น่ะแหละดยุคก็เลยดึงตัวผมมาด้วยสินะ เข้าใจได้ซะที
ในระหว่างนั้นรถม้าของตระกูลดยุคก็ลอดผ่านประตูปราสาท ข้ามสะพานชัก แล้วมาถึงพระราชวัง
ในที่สุด
พอโดนดยุคพาเข้าไปในปราสาทอย่างร้อนรนสิ่งที่รอต้อนรับพวกผมที่ในฮอลล์เปิดโล่งก็คือ พรมสีแดงสดที่ปูอยู่เต็มพื้นถึงจะเพิ่งเคยเข้ามาในปราสาทเป็ครั้งแรก แต่รู้สึกว่ามันใหญ่แบบเสียเปล่าจัง
ตรงด้านหน้ามีบันไดที่วาดเป็เส้นโค้งกว้างๆ จากทั้งซ้ายและขวาทอดลงมายังชั้นที่พวกเรากำลังยืนอยู่ส่วนบนเพดานก็เห็นโคมระย้าหรูหราเปล่งประกายดุจดั่งดวงดาวที่พร่างพรายบนนั้นไม่ได้ใช้เทียนไขแฮะ คงติดตั้งหินเวทธาตุแสงเข้าไปมั้ง?
หลังวิ่งขึ้นบันไดยาวปูด้วยพรมพร้อมกับดยุคพวกผมก็สวนทางกับชายคนหนึ่งที่ชานบันไดที่อยู่กลางบันได
“โอ้ ท่านดยุคนี่นาไม่ได้เจอกันนานนะครับ”
“อึก!......เอิร์ลบัลซ่า......!”
ดยุคมองชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาราวกับเขม้นมองเขาคือชายรูปร่างท้วม ผมบาง สวมชุดหรูหรา ให้ภาพลักษณ์เหมือนคางคกโดยไม่รู้สาเหตุเขากำลังมองมาทางนี้พร้อมแสยะยิ้มไม่ยอมหุบ
“โปรดสบายใจเ้าคนที่เล็งชีวิตฝ่าาโดนจับกุมได้แล้วครับ”
“ว่าไงนะ!?”
“ทูตจากราชอาณาจักรมิสมิดไงครับฝ่าาดื่มไวน์แล้วก็ล้มลงไปเลย ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าไวน์นั่น
เป็ไวน์ที่ได้รับมาจากทูตของราชอาณาจักรมิสมิดครับ”
“บ้าน่า......”
ดยุคกำลังใโดยทำหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่อยากเชื่อเลยถ้าหากเื่นั้นเป็ความจริงจะต้องเกิดช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรแน่ไม่สิ จะเกิดาขึ้นก็ไม่แปลกเลย
แต่ว่ารู้สึกไม่ชอบใจเลยแฮะ ทำเกินไปแล้วนะ
“ทูตถูกจับกุมไว้ที่อีกห้องหนึ่งครับมนุษย์สัตว์ก่อเื่ที่เหลือเชื่อเลยนะครับ คงต้องตัดหัวแล้วส่งกลับไปที่มิสมิดเสียแล้ว......”
“ไม่จำเป็!ทุกอย่างต้องให้ท่านพี่เป็ผู้ตัดสิน! แค่คุมตัวทูตไว้ในห้องซักระยะเท่านั้นก็พอ!”
“งั้นหรือครับช่างเป็คำพูดที่น่าเสียดายสำหรับมนุษย์สัตว์เสียจริง...... ถ้างั้นจะไปทำตามนั้นแต่ว่า ถ้าฝ่าาเป็อะไรขึ้นมา ผมคงหยุดขุนนางท่านอื่น ๆ ไม่ไหวหรอกนะครับ? คาดว่าบางทีคงจะพูดออกมาแบบเดียวกับผมนี่ล่ะครับ”
เอิร์ลบัลซ่าเผยรอยยิ้มน่ารังเกียจออกมาหมอนี่เองสินะ ขุนนางเก่าที่คัดค้านนโยบายของาาแล้วกีดกันมนุษย์สัตว์ที่ว่าน่ะไม่สิ อาจเป็คนวางยาพิษาาด้วยซ้ำ......
เท่าที่เห็นทางดยุคจับจ้องเ้าคางคกดูเหมือนการคาดการณ์นั้นจะไม่พลาดแล้วล่ะ อืม หมอนี่คือคนร้าย ไม่ผิดแน่
“ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวก่อนหลังจากนี้ไปท่าทางจะยุ่งน่าดูเลยนะครับ”
เ้าคางคกพูดแบบนั้นแล้วเริ่มเดินอุ้ยอ้ายลงบันไดยาวยุ่งงั้นเหรอ? เพราะาาจะตายสินะ?มือของดยุคที่มองส่งเอิร์ลหัวล้านกำแน่นจนสั่นสะท้าน ดีล่ะสั่งสอนเ้าคางคกนั่นซะหน่อยละกัน
“【สลิป】”
“เหวอ!?”
เ้าคางคกก้าวเท้าพลาดทำให้กลิ้งตกบันไดอย่างรุนแรง กลิ้งไม่ยอมหยุดไปถึงบันไดขั้นสุดท้ายจนลงไปกองอยู่บนพื้น
“จ๊าก!”
ไม่นานต่อมาเ้าคางคกก็พยายามทำตัวนิ่งเฉยหลังโซเซลุกขึ้นยืนมาได้ก็เริ่มเดินต่อ คุณเมดที่อยู่แถว ๆ นั้นกับพวกอัศวินเฝ้ายามก็พยายามกลั้นหัวเราะกันจนตัวสั่น ชิ ปลอดภัยเหรอ
ดยุคที่อ้าปากหวออยู่หันมาถามผมที่กำลังเดาะลิ้น
“เธอเหรอ?”
ผมยกนิ้วโป้งขึ้นมาโดยไม่ตอบแล้วยิ้มกลับไปให้อย่างสดใส
ถึงดยุคจะเผยสีหน้าเหมือนเอือมระอาแต่ก็สุดท้ายก็ยิ้มอย่างสดใสเหมือนกันกลับมาให้ผม