เสียงแพะร้องขึ้นมาจากคอกเล็กหลังบ้าน เสียงนั้นดังจนแทรกเข้ามาในความเงียบที่เหลือจากจดหมายได้อย่างแม่นยำ
ไรเดนสะดุ้งหลุดจากความคิด รีบลุกขึ้นพร้อมจดหมายในมือ
"เออ...เ้าดอรี่ เป็อะไรอีกล่ะ"
เขาวิ่งไปที่คอกไม้เล็กๆ ใต้เงาต้นโอ๊ก ด้านหลังบ้าน
ที่นั่นมีแพะตัวหนึ่ง—ขนฟูสีขาวสะอาดตาราวกับหิมะ ตาของมันเป็สีม่วงเข้มและเรืองแสงจางๆ ในความมืด มันชื่อว่า ดอรี่
ดอรี่ไม่ใช่แพะธรรมดา
มันไม่เคยโต ไม่เคยเจ็บป่วย และบางครั้ง...มันเหมือนจะ รู้ทันความคิดของไรเดน
แพะเ้าปัญหาตัวนี้ชอบเดินเตร็ดเตร่ไปในที่แปลกๆ หายตัวจากคอกไปทั้งคืน แล้วโผล่มาตอนเช้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมดอกไม้ประหลาดที่ไม่มีในหุบเขานี้ติดเขากลับมาด้วย
ไรเดนยื่นหญ้าสดเข้าไปในรางไม้
ดอรี่ไม่กินทันทีเหมือนทุกครั้ง แต่มองเขาด้วยสายตานิ่งลึกจนไรเดนขนลุก
“...จะไม่พูดอะไรเลยเหรอ ดอรี่”
แน่นอน แพะไม่พูด
แต่ในวินาทีนั้นเอง ดอรี่กระทืบเท้าหนึ่งครั้ง เสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย — และที่พื้นตรงนั้น กลับเกิด ลายเวทสีเงินบางๆ กระจายออกเป็วงกลมเล็กๆ แล้วจางหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ไรเดนชะงัก
แต่ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงแม่อาลิซก็ดังจากในบ้านอีกครั้ง
“ไรเดน! ถ้ามีอะไรแปลกๆ อย่าลืมจดใส่สมุดนั่นนะลูก!”
เขาหันไปมองแพะอีกครั้ง
ดอรี่กำลังกินหญ้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไรเดนถอนหายใจ เอื้อมมือลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะคว้าจดหมายแล้ววิ่งกลับเข้าบ้าน
"โอเค ดอรี่...ไว้เราค่อยคุยกันอีกที"
ภายในบ้านไม้ที่อบอุ่น แสงไฟจากโคมลอยเวทที่แม่อาลิซแขวนไว้ตามมุมห้องค่อยๆ สว่างขึ้นเองตามเวลาพลบค่ำ
กลิ่นหอมของซุปเห็ดรมควันลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว โต๊ะไม้ตรงกลางมีจานช้อนจัดเรียงอย่างเรียบร้อยราวกับพิธีกรรมประจำวัน
ไรเดนเดินเข้ามาเงียบๆ พร้อมซองจดหมายที่ยังไม่ได้ยัดคืนลงซองในมือ
แม่อาลิซหันมายิ้มให้
เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมที่ปักลายแพะตัวจิ๋วด้วยไหมทอง “เ้าดอรี่” อีกแล้วสินะ
“มาทันพอดีเลยลูก วันนี้มีเห็ดดำจากป่าทางตะวันตก แม่เอามาเคี่ยวกับเนื้อกวาง...ไม่เหม็นเลยนะ ลองชิมดูสิ”
ไรเดนฝืนยิ้มน้อยๆ
เขานั่งลงตรงข้ามเธอ ลูบขอบโต๊ะไม้อย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น
“แม่...วันนี้ผมได้จดหมาย”
แม่อาลิซตักซุปอย่างใจเย็น เธอยิ้มโดยไม่เงยหน้า
“จดหมาย? จากเมืองเหรอ?”
“...ไม่ครับ ไม่ได้ส่งมาทางไปรษณีย์”
“แล้วใครให้ล่ะ?”
“...ลมครับ”
แม่หยุดมือชั่วขณะ เงยหน้ามามองลูกชายช้าๆ
แววตาเธอไม่ได้ตื่นตระหนก แต่คล้ายกับจะรับรู้บางอย่างล่วงหน้าแล้ว
“เป็ซองสีน้ำตาลทอง...มีชื่อผมด้วยหมึกสีเงิน”
แม่อาลิซวางช้อนลงเบาๆ เสียงช้อนกระทบขอบชามดัง ตึ๊งง
เธอพยักหน้าเบาๆ ราวกับเพิ่งได้ยินสิ่งที่รอคอยมานาน
“งั้น...มันก็มาถึงจนสิได้นะ มะรืนนี้ ลูกชายตัวน้อยของแม่จะอายุ 15 ปีแล้ว”
ไรเดนเบิกตากว้าง
“แม่รู้เื่นี้อยู่แล้วเหรอ!?”
“แม่ไม่รู้ ว่าเมื่อไหร่ แต่รู้ว่า... ‘วันนั้น’ จะมาถึงเสมอ”
“แม่พูดเหมือนรู้จักที่นั่นเลย”
“แม่รู้จักเท่าที่จำเป็ต้องรู้…เพื่อปกป้องเธอ”
เงียบ
ไรเดนมองแม่อย่างไม่เข้าใจ — ในใจปั่นป่วนไปหมด
แม่อาลิซเอื้อมมือมาจับมือเขาเบาๆ ััอบอุ่นและมั่นคง
เธอยิ้ม และวางของสิ่งหนึ่งลงตรงหน้าลูกชาย—สมุดบันทึกเล่มหนึ่ง หุ้มหนังสีเทานวล
ด้านหน้ามีตราสัญลักษณ์รูปดวงตาลอยอยู่เหนือคทาไขว้กัน
“นี่คือของแม่...และตอนนี้มันเป็ของลูกแล้ว”
ไรเดนมองสมุดเล่มนั้น นิ้วแตะบนตราสัญลักษณ์ที่ดูคุ้นเคยโดยไม่รู้ว่าทำไม
ภายในใจเริ่มร้อนรน ปนตื่นเต้น
คืนนี้ เขาคงนอนไม่หลับแน่...