ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 แผนของหลิ่วเทียนฉี

           หลิ่วเทียนฉีมองบิดาที่มีสีหน้าหดหู่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลางถอนหายใจเบาๆ ที่นี่คือยุคโบราณ ยังค่อนข้างให้ความสำคัญกับความกตัญญู หากหลิ่วฮั่นชิงไม่ให้บิดาออกจากบ้าน บิดาก็ไร้หนทาง!

            “ลูกกลับมีความคิดหนึ่ง ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่?” หลิ่วเทียนฉีครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงบอก

            “ความคิดอะไรหรือ?” หลิ่วเหอมองบุตรชาย เอ่ยถามอย่างฉงน

            “ในเมื่อท่านปู่ไม่ยอมให้ท่านพ่อแยกบ้านออกไปลำพัง เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ เดือนหน้าข้ากับพี่สาม พี่สี่ พี่ห้าและเสี่ยวรุ่ย พวกเราห้าคนจะไปนครเซิ่งตูเพื่อเข้าร่วมการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยเซิ่งตู ท่านพ่อเพียงอ้างว่าจะคุ้มครองพวกเราไปส่งนครเซิ่งตู รอจนถึงนครแล้ว ท่านค่อยส่งข่าวบอกท่านปู่ว่าทิ้งลูกไม่ลง ต้องการอยู่เป็นเพื่อนลูกช่วงหนึ่ง เช่นนี้ท่านก็แยกออกจากตระกูลหลิ่วได้แล้วมิใช่หรือขอรับ?” ทำในที่แจ้งไม่ได้ก็ทำในที่ลับเสีย ขอแค่ออกจากเมืองฝูเฉิง มือของหลิ่วฮั่นชิงยาวเท่าใด คงยากที่จะแตะหลิ่วเหอได้เสียแล้ว

            เห็นบุตรชายพูดเป็นฉากๆ หลิ่วเหอก็พยักหน้ารับ “นี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง!”

            “ถูกต้องขอรับ วิธีของนายน้อยเจ็ดดี รอนายท่านสามออกจากเมืองฝูเฉิงแล้วไม่กลับมา เจ้าตระกูลย่อมไร้หนทางเหมือนกันขอรับ!” หลิ่วถงพยักหน้าเห็นด้วยกับวิธีการ

            “ดี ถ้าอย่างนั้นก็ทำเช่นนี้! หลิ่วถงเตรียมพร้อมสักหน่อย วันพรุ่งนี้เจ้าไปนครเซิ่งตูก่อน ซื้อเรือนหลังที่พอๆ กับเรือนหลังนี้ไว้สักแห่ง ซื้อสาวใช้อีกสอง แม่ครัวกับคนรับใช้ไว้สักจำนวนหนึ่ง จัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อย เดือนหน้าข้ากับเทียนฉีจะเข้าไป!” หลิ่วเหอพูดพลางนำศิลาทิพย์ถุงหนึ่งออกมาส่งให้

            หลิ่วถงเป็นคนสนิทของเขา เรื่องนี้ต้องมอบให้หลิ่วถงจัดการ เขาถึงจะวางใจ

            “ขอรับนายท่านสาม!” หลิ่วถงขานรับ รับถุงศิลาทิพย์แล้วหมุนตัวออกไป

            “ท่านพ่อ!” หลิ่วเทียนฉีเห็นหลิ่วเหอสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็เรียกเสียงเบา

            “ไม่เป็นไร ไป พ่อจะพาเจ้าไปเหลาสุรากินอาหาร!” หลิ่วเหอพูดพลางลุกขึ้นจะพาไป

            “ท่านพ่อ แต่พิษของท่าน!” หลิ่วเทียนฉีมองบิดาอย่างกังวล รู้สึกไม่วางใจเล็กน้อย

            “ไม่เป็นไร หมอเหยาบอกแล้วไม่ใช่หรือ? กินโอสถแก้พิษก็ไม่เป็นไรแล้ว!” หลิ่วเหอโบกมือตอบ เอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

            “ขอรับ!” ได้ยินบิดาว่าเช่นนั้น หลิ่วเทียนฉีก็พยักหน้า ตามบิดาออกไปจากเรือนด้วยกัน

            .........

            หลายวันให้หลัง ณ เรือนของหลิ่วไห่

            “ท่านแม่ ข้าได้ยินว่าลุงใหญ่วางยาพิษท่านอาสาม แต่ถูกท่านใช้เข็มเงินตรวจพบเข้าเสียก่อนจึงวิ่งไปทะเลาะกับลุงใหญ่ ทำร้ายลุงใหญ่ไม่เบาจนนอนอยู่บนเตียงมาหลายวันแล้ว!” หลิ่วอู่เบะปาก เอ่ยขึ้นอย่างดูแคลน

            หลิ่วเหอระดับดวงปราณช่วงกลาง หลิ่วเจียงแค่ระดับสร้างรากฐานช่วงปลาย ย่อมไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของหลิ่วเหอ

            “ข้าว่า ไม่แน่พิษอาจเป็นหลิ่วเจียงวาง!” ซูหงเอ่ยพลางก้มหน้าดมแป้งชาดในมือที่บุตรสาวซื้อมา

            “ท่านแม่หมายถึง?”

            “ไม่แน่บางที นี่อาจเป็นอุบายทำร้ายตนเองของอาสามของเจ้า! ก่อนหน้านี้ลุงใหญ่เจ้าหาศพปลอมร่างหนึ่งมาใส่ร้ายและทำร้ายเทียนฉี ไยเขาจะไม่เคียดแค้นเล่า?”

            ได้ยินซูหงบอก หลิ่วอู่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “หากเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นท่านอาสามก็ชังหลิ่วเจียงสุดหัวใจแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดเรื่องขึ้น!”

            “แต่หมอเหยาบอกว่าพิษนั่นกับพิษที่สังหารท่านพ่อเหมือนกันนะเจ้าคะ?” หลิ่วซือพูดอย่างคลางแคลง

            “เฮอะ เจ้าจะรู้อะไร อาสามของเจ้าเคยช่วยชีวิตหมอเหยาไว้ เรียกได้ว่าหมอเหยาเชื่อฟังทุกคำพูดเลย!” พูดถึงตรงนี้ ซูหงก็หรี่ตา

            “อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!” หลิ่วอู่กับหลิ่วซือพยักหน้าเข้าใจ

            “ข้าคิดว่าอาสามของเจ้าทำเช่นนี้ บางทีอาจไม่ใช่เพื่อแก้แค้น คงคิดออกจากตระกูลหลิ่วมากกว่ากระมัง!” นิสัยของหลิ่วเหอ ซูหงพี่สะใภ้รองคนนี้เข้าใจอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้เจ้าสามพูดถึงเรื่องออกจากตระกูลหลิ่ว อยากแยกบ้านไปอยู่ลำพัง แต่นายท่านผู้เฒ่าไม่เห็นด้วยก็เท่านั้น!

            “ออกจากตระกูลหลิ่วงั้นหรือ? ท่านอาสามเป็นถึงผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่เชียวนะ? หากออกจากตระกูลไป เท่ากับตระกูลหลิ่วเสียรายได้ไปครึ่งหนึ่งเลยมิใช่หรือ?” หลิ่วอู่พูดจบก็อดร้อนรนไม่ได้

            “ใช่แล้ว หากท่านอาสามจากไป ถือเป็นความเสียหายอันใหญ่หลวงของตระกูลหลิ่วเชียวล่ะ!” หลิ่วซือพยักหน้า นางคิดเช่นนี้เหมือนกัน

            “ไม่ ท่านปู่เจ้าไม่มีทางให้เขาไปหรอก!” เจ้าตระกูลไม่ใช่คนโง่ จะให้บุตรชายความสามารถร้ายกาจแยกบ้านไปอยู่ลำพังได้อย่างไรเล่า? 

            “ก็จริงนะเจ้าค่ะ!” สองพี่น้องพยักหน้ารับ

            “ด้วยนิสัยอาสามของพวกเจ้า เกรงว่าคงไม่มีทางคิดเช่นนี้ได้ ข้าคิดว่าเรื่องนี้กว่าครึ่งเทียนฉีเป็นคนคิด หลายปีมานี้เขาได้ดิบได้ดีขึ้นมาก ข้าเกือบจำเขาไม่ได้อยู่แล้ว!” ซูหงพูดพลางถอนหายใจแผ่วเบา

            นึกถึงหลิ่วเทียนฉีตอนอยู่ในเรือนเจ้าตระกูลเปิดโปงศพปลอม เพียงไม่กี่ประโยคก็ทำหลิ่วเจียงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แล้วมานึกถึงหลิ่วเทียนฉีที่คุกเข่าโขกศีรษะต่อหน้าเจ้าตระกูลจนหน้าผากแตกในเรือนของตน พูดตามตรง ซูหงรู้สึกว่าเด็กคนนี้เติบใหญ่เร็วเกินไปนัก เร็วจนนางแทบจำไม่ได้

            “เทียนฉีเก็บตัวฝึกฝนสามปี ออกไปฝึกวิชาข้างนอกอีกครึ่งปี สามปีกว่านี้เขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ” หลิ่วซือเห็นด้วย

            “ใช่แค่เขาเปลี่ยนไปมากที่ไหนเล่า เขายังพาบุรุษสองเพศดุร้ายกลับมาอีก เจ้าเด็กอัปลักษณ์นั่นทำร้ายข้าได้โหดเหี้ยมนัก!” หลิ่วอู่คิดถึงเฉียวรุ่ยก็ชิงชังจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            ซูหงกับหลิ่วซือเห็นสีหน้าคับแค้นของหลิ่วอู่พลันหัวเราะขึ้น

            “เสี่ยวอู่ เดือนหน้าเจ้าจะไปวิทยาลัยเซิ่งตูแล้ว นิสัยต้องเก็บงำเสียบ้าง อย่าไม่ทันไรก็ลงไม้ลงมือทะเลาะกับผู้อื่นตามใจ นอกจากนี้ เจ้าควรคิดก่อนพูด อย่าเพียงเอ่ยวาจาร้ายกาจแล้วเข้าทำร้ายใคร นครเซิ่งตูหาใช่เมืองฝูเฉิง ที่นั่นขุนนางใหญ่โตมีอยู่มากนัก หากเจ้าไม่ระวัง ล่วงเกินผู้ที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกนะ กระทั่งพี่สาวของเจ้า ข้า และตระกูลหลิ่วทั้งหมดล้วนจะถูกเจ้าลากเข้าไปด้วย เข้าใจไหม?” ซูหงเอ่ยกำชับอย่างไม่วางใจ

            “เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้วท่านแม่!” หลิ่วอู่พยักหน้ารับ

            “ท่านแม่ ท่านวางใจเถิด ข้าจะดูแลน้องเอง”

            “ซือเอ๋อร์ เสี่ยวอู่ พวกเจ้าต้องจำไว้ ท่านพ่อกับน้องชายพวกเจ้าตายไปแล้ว จากวันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าไร้ขุนเขาให้พึ่งพิง เรื่องใดๆ ให้อาศัยตัวเจ้าเองซะ ไม่ว่าเทียนฉี หลิ่วซาน เทียนอี้หรือเทียนไป่ คนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเขา พวกเจ้าอย่าได้คิดล่วงเกิน โดยเฉพาะคนของบ้านลุงใหญ่ พวกเจ้าต้องทำเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่สิ ต้องใกล้ชิดพวกเขายิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ดีกับพวกเขายิ่งกว่าเดิม ให้พวกเขาลดความระแวงพวกเจ้าลงอย่างแท้จริง หลังจากนั้นพวกเจ้าถึงจะแก้แค้นให้ทั้งสองคนได้ เข้าใจไหม?”

            “เจ้าค่ะ ลูกเข้าใจ!” สองคนขานรับตอบมารดา

            .........

            ครึ่งเดือนให้หลัง เฉียวรุ่ยที่เก็บตัวฝึกฝนมาได้สามเดือนก็ออกมา

            หลิ่วเทียนฉีเห็นเฉียวรุ่ยหลังออกมาพลังไปถึงขีดสุดระดับฝึกปราณขั้นเก้า และยังมีวี่แววจะขึ้นระดับสร้างรากฐานอยู่เลือนราง เขาดีใจประหนึ่งคลุ้มคลั่ง

            “เสี่ยวรุ่ย เจ้าร้ายกาจยิ่งนัก! เก็บตัวฝึกฝนเพียงสามเดือนพลังก้าวหน้าขึ้นปานนี้แล้ว!”

            “ข้าใช้สมบัติทั้งหมดเชียวนะ หากพลังไม่ยกระดับอีก เช่นนั้นข้าไม่ขาดทุนตายเลยหรือ!” เฉียวรุ่ยพูดจบพลันสีหน้าปวดใจ

            ก่อนหน้านี้เขาหาของวิเศษพบสามสิบสองชิ้น นอกจากอุปกรณ์อาคมกับของที่มอบให้เทียนฉีสี่อย่าง ยังเหลืออีกยี่สิบสามชิ้นซึ่งเป็นของวิเศษยกระดับพลัง แม้เป็นเพียงสมบัติขั้นหนึ่งกับขั้นสอง ปริมาณไม่มากมายนัก แต่ยี่สิบสามชิ้นรวมเข้าด้วยกันก็ถือว่าไม่น้อย ไหนจะศิลาทิพย์สามหมื่นก้อนที่หลิ่วเทียนฉีมอบให้อีก มีของดีมากเช่นนี้ พลังของเฉียวรุ่ยไม่เพิ่มขึ้นพรวดพราดก็แปลกแล้ว!

            “ฮ่าๆ อย่าอารมณ์เสียสิ รอครั้งหน้านะ ครั้งหน้าข้าจะเก็บตัวฝึกฝนกับเจ้า ใช้ของดีที่เจ้าหากลับมาด้วยกันแน่!” เห็นคนรักไม่ค่อยดีใจ หลิ่วเทียนฉีก็โอบเข้ามาในอ้อมแขนพลางปลอบเบาๆ

            ได้ยินอย่างนั้น เฉียวรุ่ยกะพริบตาปริบๆ สีหน้าผ่อนคลายลง “เจ้าพูดแล้วนะ พูดคำไหนคำนั้นนะ!”

            “แน่นอน!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับประกัน

            “หึๆๆ...” เฉียวรุ่ยได้ยินก็หัวเราะ

            “ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปเหลาสุราใหญ่ ฉลองที่เจ้าเลื่อนระดับเป็นระดับฝึกปราณขั้นเก้า!” หลิ่วเทียนฉีจูงมือเฉียวรุ่ยพาเดินลงจากเขา

            “แค่เลื่อนระดับหนึ่งขั้น ไม่ใช่ขึ้นระดับสร้างรากฐานสักหน่อย ไม่ต้องฉลองหรอก!” แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น แต่หัวใจเฉียวรุ่ยมันหวานชื่นเป็นอย่างยิ่ง

            “ได้อย่างไรเล่า? เสี่ยวรุ่ยของข้าร้ายกาจเช่นนี้ เก็บตัวฝึกฝนสามเดือนก็เลื่อนระดับหนึ่งขั้น ไม่ฉลองสักรอบคงไม่ดีกระมัง?” หลิ่วเทียนฉีทำหน้าขึงขัง เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

            “ใคร ใครเป็นคนของเจ้ากันเล่า?” เฉียวรุ่ยมองบุรุษข้างกาย ใบหน้าแดงเล็กน้อย

            “เจ้าไง เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า ไม่อย่างนั้นจะเป็นของใครเล่า?”

            “เจ้า เจ้าคนนี้นี่ ชอบพูดจาเหลวไหลนักนะ!” เฉียวรุ่ยเหล่ตามองอีกฝ่าย หันหน้าหนีด้วยความเขิน

            “ฮ่าๆๆ รีบไปเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีจูงมือคนรักต่อ ชวนคุยเล่นหัวเราะออกจากตระกูลหลิ่ว

            .........

            สองวันให้หลัง ในเรือนของหลิ่วไห่

            “พี่สะใภ้รอง!” หลิ่วเหอก้มหน้ามองซูหงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้าน คำนับให้อย่างนอบน้อม

            “น้องสามไม่ต้องมาพิธี รีบนั่งเถอะ!”

            “ขอบคุณพี่สะใภ้รอง!” หลิ่วเหอพยักหน้าแล้วนั่งลง

            “ข้าได้ยินว่าวันพรุ่งนี้น้องสามจะคุ้มกันเด็กๆ ไปนครเซิ่งตู? เป็นเรื่องจริงหรือ?”

            “ขอรับ ท่านพ่อให้ข้าคุ้มกันไปนครเซิ่งตูด้วยกัน!” หลิ่วเหอพยักหน้ายอมรับ

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ซือเอ๋อร์กับเสี่ยวอู่ของบ้านข้าคงต้องฝากน้องสามดูแลแล้ว” พูดจบ ซูหงก้มศีรษะต่ำคำนับ

            “พี่สะใภ้รองโปรดวางใจ ข้าจะดูแลหลานสาวทั้งสองเป็นอย่างดี!”

            “น้องสามไปครานี้ เกรงว่าคงไม่กลับมาเร็วนักสินะ?” ซูหงรู้กระจ่าง ไปครั้งนี้ สามปีห้าปีคงไม่กลับมา!

            “ตระกูลหลิ่วแห่งนี้ช่างมืดมนเป็นพิษ ทำให้ข้ารู้สึกไม่คุ้นชินนัก!” หลิ่วเหอตอบกลับเสียงเย็นชา

            “น้องสามเป็นคนสำคัญที่เก่งกาจ พลังวัตรระดับดวงปราณ แล้วยังเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่ แต่ข้าหญิงหม้ายคนนี้ เสียทั้งสามีและลูกชาย วันนี้ลูกสาวสองคนยังต้องจากข้าไปนตรเซิ่งตูอีก เกรงว่าวันหน้าที่ข้าอยู่ในตระกูลหลิ่ว คงยากที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว!” ซูหงกล่าว ขอบตานางเริ่มแดงเล็กน้อย

            “พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล มีท่านพ่ออยู่ ไม่มีใครกล้าทำอันใดท่านแน่ ส่วนนี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของน้องสาม ขอพี่สะใภ้รองโปรดรับไว้ด้วย!” หลิ่วเหอพูดพลางเอายันต์วิเศษตั้งหนึ่งกับศิลาทิพย์ถุงหนึ่งออกมา

            “น้องสาม!” เห็นยันต์วิเศษตั้งหนาและถุงศิลาทิพย์ ซูหงก็ร้องเรียกเสียงเบา ในดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

            “พี่รองไม่อยู่แล้ว หากพี่สะใภ้รองพบความลำบากในบ้านก็ติดต่อข้าได้ตลอด หากข้าหลิ่วเหอผู้นี้มีกำลังช่วยได้ ข้าจะต้องช่วยเหลือท่านอย่างแน่นอน อีกอย่างซือเอ๋อร์กับเสี่ยวอู่ร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วย ข้าจะดูแลพวกนางอย่างดี พี่สะใภ้รองวางใจเถิด”

            “อืม ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณน้องสามยิ่ง!” ซูหงพยักหน้าติดกันหลายหน รีบร้อนเอ่ยขอบคุณ

            “ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่สะใภ้รองไม่ต้องเกรงใจ!”

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508