เมื่อเสร็จพิธีการวัดระดับ มีเจ้าหน้าที่ยื่นป้ายสลักชื่อขนาดเท่าฝ่ามือให้กับทั้งสาม พร้อมกำชับไว้ว่า
“ป้ายนี้ถูกเชื่อมกับพลังของเจ้าจากการทดสอบ ดังนั้นพวกเจ้าไม่มีทางที่จะเปลี่ยนตัว แบบว่าส่งตัวแทนมาสอบแทน ไม่ได้แน่นอน เข้าใจไหม หากว่าพวกเจ้าชนะในแต่ละรอบ พวกมันจะเปลี่ยนสภาพเป็นกระเป๋าเงินของเจ้าเลยเชียวล่ะ หวังว่าพวกเจ้าจะมีวันนั้น ในระหว่างนี้ ข้าขอพูดด้วยความหวังดีกับพวกเจ้านะ จงเตรียมลางาน 7 วัน เพื่อฝึกฝีมือเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นอาจเป็นการยากที่พวกเจ้าจะชนะทีมใด ทีมหนึ่งได้”
ทั้งสามรับคำ แล้วรีบมาหลบจากการเป็นเป้าสายตา และเสียงหัวเราะ ในร้านขนมแห่งหนึ่งอยู่ห่างจากลานทดสอบอยู่พอสมควร
“เอาน้ำใบเตย ใส่ว่านหางจระเข้ด้วย ใส่มาเยอะๆ” เฌอปรางค์ร้องสั่ง “เครียดแบบนี้ได้เคี้ยวอะไรนุ่มๆ หน่อยจะได้หายเครียด”
พนักงานที่ร้านยื่นรายการขนมให้กับมือ ซึ่งเธอก็จิ้มๆ ไปหลายรายการเลย ทำเอาครามกับอชิรา นั่งนิ่งยอมให้เฌอปรางสั่งให้แบบรวบหัวรวบหาง
น้ำใบเตยนั้นหวานหอม แค่ได้สูดกลิ่นปรางก็สดชื่นแล้ว เมื่อได้กัดกลืนวุ้นของว่านหางจระเข้แล้วยิ่งทำให้เธอนั้นยากที่จะหยุดในความกรุบกริบของมันได้
“ยังไงเสียทุกคนก็จำเจ้าไม่ได้ เจ้าก็นึกว่าเจ้าเป็นอีกคนหนึ่ง” ครามเอ่ย เพราะรู้ในความกลัดกลุ้มของปราง
ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง “แต่ข้าจำได้” ทั้ง 3 เงยหน้าหันขึ้นไป เป็นชายวัยกลางคนกำลังยิ้มกว้าง กับชายชราอีกท่านหนึ่ง
เฌอปรางอุทาน “ท่านพ่อ” ส่วนอีกคนไม่ต้องเอ่ยชื่อ นั่นคือลุงวานร หรือพ่อบ้านคนสนิท
“ข้าขอโทษที่ทำให้อับอาย” ปรางคิดถึงตอนไปทดสอบระดับ
“ไม่เห็นต้องอาย ดีเสียอีก เจ้าจะได้ทดสอบดูว่าสายที่เจ้าไม่เชี่ยวชาญ เจ้าจะไปถึงจุดไหน แต่ข้าเชื่อว่าครามน่าจะมีคำตอบที่ทำให้ข้าคาดไม่ถึงอยู่บ้าง”
“ใช่ค่ะท่านลุง ขนาดข้าฝึกดาบมาตั้งแต่จำความได้ บัดนี้ไม่คิดว่าข้าจะมีโอกาสเข้าสู่การเป็นนักบำเพ็ญเพียร ที่ยิ่งไม่น่าเชื่ออย่างมากคือ…” อชิรานับนิ้ว “ข้าเพิ่งบำเพ็ญเพียรมาได้เพียง 20 วันเท่านั้น”
“20 วัน อืม ไม่นานๆ” ทั้งศิลา และวานรผงกศีรษะขึ้นลง
หา!!! 20 วัน ได้นักบำเพ็ญระดับ 5 มันจะเป็นไปได้อย่างไร!!!
“ท่านลุง มันเป็นไปได้อย่างนี้” ว่าแล้วอชิราก็กระซิบข้างหูของของศิลา
ศิลาพยายามสงบสติไม่ให้รื่นเริงกว่าปกติ และพยายามกดเสียงเอาไว้ให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ “นี่ใช่ไหม ที่เจ้าจะทำให้กับพวกเรา คราม”
“ท่านลุง สิ่งที่ข้าให้กับอชิรา ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะให้ท่าน แต่รับรองว่าลูกท่านก็จะได้สิ่งนั้นเหมือนกัน ท่านงงไหม”
ชายสูงวัยทั้งสองพยักหน้าว่างง
“คือ สิ่งที่เราตกลงกันน่ะครับ ไม่ใช่สิ่งนี้ แต่เป็นสิ่งอื่นที่ท่านต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน และมันก็เกี่ยวกับการที่ทีมวิปลาสลงแข่งในสายวิชาที่ไม่เชี่ยวชาญในครั้งนี้ด้วย”
“อะไร ทำไมข้าไม่รู้” ปรางทำน้ำเสียงขุ่นเคือง เมื่อรู้ว่าความอับอายของเธอมีเบื้องหลังที่เธอไม่รู้
“เอาน่า เรื่องนั้น หลังจากกลับสำนักข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเอง รวมทั้งอชิราด้วย” ครามเอ่ยพลันประกบมือ
ในจังหวะนั้น ลุงวานรได้เอ่ยถามกับปรางว่า “ข้าไม่เคยเห็นคุณหนูฝึกศาสตราวุธ หรือพกพาอาวุธมาก่อน ทำไมถึงได้เป็นผู้ฝึกศาสตราระดับ 4 ได้ แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้ข้าประหลาดใจ อันที่จริงคุณหนูไม่ควรจะได้อันดับใดๆ เลยด้วยซ้ำ”
ลุงงงงงวานร!!! ข้าจะโกรธแล้วนะ ท่านจะขยี้ไปจนถึงเมื่อไร!!!
“ใช่ ข้าก็สงสัย” ศิลาลูบคางไปมา “ข้าจำได้ว่าไม่มีใครเคยสอนวิชาด้านศาสตราให้กับเจ้า คัมภีร์สักเล่มก็ไม่เคยให้ แต่เจ้ากลับเป็นผู้ฝึกศาสตราขั้น 4 นั่นเพราะอะไร เจ้ามีคำตอบหรือไม่” ดรุณีน้อยส่ายหัว นางก็รู้ตัวดีว่านางไม่เคยฝึกศาตราเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าล่ะคราม เจ้าบอกได้ไหม” ศิลาขัดจังหวะการกินขนม
“เข้าเคยประมือกับปรางอยู่ครั้งหนึ่ง นางสามารถใช้พลังหมัด กับการสืบเท้าที่มั่นคง สลับกับการปล่อยสายพลังอิทธิได้อย่างคล่องแคล่ว ข้ามองว่านางอาจมีพรสวรรค์ด้านศาสตราด้วย หากมีการผสานพลังทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันสำเร็จ จะเกิดพลังทักษะคู่ที่น่ากลัวอย่างมาก ยิ่งวันนี้เมื่อได้เห็นผลการวัดระดับยิ่งแน่ใจ ถ้าไม่กล่าวว่าพรสวรรค์แล้วจะเรียกว่าอะไร”
“ดีมาก ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ” ศิลายิ้มอย่างพอใจ ตบบ่าครามอย่างนักแน่น “จากสถานการณ์ข้าพอจะเดาได้ว่าเจ้ามองทะลุทุกอย่างไปแล้ว การที่เจ้าให้ทุกคนทดสอบสิ่งที่ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของตัวเอง เจ้าย่อมมีแผนการที่แยบยลรองรับเอาไว้อย่างแน่นอน”
“ครับท่านลุง แต่จะให้บอกกล่าวที่นี่คงไม่เหมาะ เมื่อพวกเรากลับถึงสำนักแล้ว ข้าจะเล่าให้ท่านฟังอย่างชัดเจน”
“แล้วตอนนี้เจ้าจะไปที่ใดต่อ”
ครามใช้มือลูบกำไรเก็บของ ข้าจะไปร่วมงานประมูล!!!