กลยุทธ์ที่ 4 ตัวข้าคือปราชญ์
ในเกมนี้ผู้เล่นเริ่มต้นยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็สายอาชีพได้ทันทีพวกเขาจะต้องทำเควสหรือผ่านเงื่อนไขของแต่ล่ะสายก่อนและทุกสายอาชีพล้วนแล้วแต่มีเงื่อนไขในการเปลี่ยนเป็สายอาชีพแตกต่างกันไปอาชีพนักรบก็จะง่ายหน่อยออกไปล่ามอนเตอร์จนเลเวลขึ้นมาสิบก็สามารถรับเควสอาชีพได้นักบู๊ นักฆ่าเองก็เช่นกัน แปลกๆหน่อยก็มีสายนักประดิษฐ์ที่ต้องประดิษฐ์ของที่ใช้งานได้จริงๆ ขึ้นมา 1 ชิ้นหรือนักเลี้ยงสัตว์ที่ต้องมีค่าความรักต่อมอนเตอร์ระดับนึงซึ่งเป็สกิลที่นักเลี้ยงสัตว์ต้องมี
ทว่าสำหรับนักปราชญ์แล้วไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากศึกษา ศึกษา แล้วก็ศึกษาตรงตามความหมายมันนั่นล่ะ
ระบบเก็บค่าประสบการณ์ของเกมนี้นั้นจะแบ่งออกเป็ 4 ระบบซึ่งแม้จะดูทำดาเมจไม่ได้จักรพรรดิก็มีสิทธิ์สนุกอยู่
1 คือการสังหารสิ่งที่้านั่นล่ะ
2 คือการหารค่าประสบการณ์กับคนอื่นที่เราร่วมสู้ด้วย(เข้าปาร์ตี้) หรือจากผู้รับใช้ สัตว์เลี้ยงของเราเป็ต้น
3 คือรับเควสต่างๆจากเอ็นพีซีหรือทำเควสด้วยตัวเองจนสำเร็จค่าประสบการณ์ก็จะขึ้นและเลเวลก็อัพตามเช่นอารักขาเอ็นพีซีขุนนาง ปกป้องเมือง หรือหาสิ่งที่ถูกจ้างวาน
4 เป็สิ่งพิเศษสุดๆที่จักรพรรดิคิดว่าไม่เหมือนใครดี และเกมอื่นคงไม่มี
สิ่งที่จักรพรรดิกำลังทำตอนนี้คืออย่างที่2 นอกจากศึกษาข้อมูลต่างๆในอาคารอาชีพที่มีแต่หนังสือต่างจากที่อื่นที่มีแต่อาวุธเขายังรับเควสเดินเอกสารไปทั่วเมืองเริ่มต้นเวิร์มนี้อีกด้วย จากเลเวล 1 ในเวลา 1 วันในเกมก็ขึ้นเป็เลเวล 3 ยศชาวบ้านแล้ว แม้จะต่ำแต่มันก็ต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไปจักรพรรดิเข้าใจดี
โชคเริ่มเข้าข้างเขาอีกครั้ง(?) ที่เขานั้นยังไม่เฉียดใช้เงินเรสักเหรียญเดียวก็มีที่พักอาศัยพร้อมของกินชั่วคราวในฐานะศิษย์นักปราชญ์ เขาก็สามารถอยู่ที่อาคารอาชีพนักปราชญ์เป็การชั่วคราวได้
“ผมกลับมาแล้วคุณนิว”จักรพรรดิกล่าวทักทายเอ็นพีซีที่ดูแลอาคารหลังจากกลับมาทำภารกิจส่งเอกสารซึ่งด้านในอาคารหลังนี้มีแต่เอกสารหนังสือกองเต็มไปหมด
“ขอบคุณมากครับคุณจักรพรรดิมีคุณอยู่แบบนี้ถือว่าช่วยงานผมได้เยอะจริงๆ”นิวกล่าวชมก่อนจะยื่นมือขึ้นมาเบื้องหน้าจักรพรรดิแล้วแสงจ้าก็โอบร่างจักรพรรดิไว้ครู่นึงแล้วหายไปแม้เลเวลจะไม่เพิ่มแต่ก็ได้ค่าประสบการณ์ ใบชาอีกจำนวนและเงินอีกนิดหน่อยเพิ่มเติมต่อจากอาหารและที่พักฟรี
จักรพรรดิทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้รับแขกและหยิบหนังสือที่มีที่คั่นขึ้นมาอ่าน
อาชีพอื่นๆอาจจะออกกำลังหวดนู่นนี่นั่นหรือฝึกฝนสมาธิและจิตใจเพื่อจะได้อาชีพนั้นๆแต่อาชีพนักปราชญ์นั้น คือการตอบคำถามของเอ็นพีซีผู้ที่มอบอาชีพให้เรา 3 ข้อและข้อมูลเ่าั้ก็อยู่ในห้องนี้นี่ล่ะ
แม้จะบอกว่าตอบคำถามจากหนังสือที่อ่านแค่3 ข้อก็ตาม แต่หนังสือในห้องนี้ก็มีนับร้อยเล่มแถมแต่ล่ะเล่มมีความหนาไม่ต่ำกว่า 500 หน้ากระดาษทั้งนั้นนี่ขนาดยังไม่นับรวมเล่มอื่นๆ ที่อยู่ในส่วนลึกของอาคารหรือตามทางเดินยังดีที่มีสิทธิ์รับบททดสอบกี่ครั้งก็ได้เหมือนสอบตกแล้วมาสอบซ่อมไม่อย่างนั้นมันจะดูยากไปยิ่งทำให้ผู้คนปลีกห่างจากสายอาชีพนี้ไปอีก
นิวทำงานของตนเองต่อไปโดยการรอผู้ที่มาใหม่เหมือนจักรพรรดิผู้ที่อยากเป็นักปราชญ์แต่ในระหว่างรอก็เอาหนังสือขึ้นมาอ่านเหมือนกับจักรพรรดิเช่นกัน
เอ็นพีซีสายอาชีพไม่ต่างจากแองเจิ้ลพวกเขานั้นจำเป็ต้องย่อยข้อมูลให้ละเอียดก่อนจะมอบให้ผู้เล่น นิวในที่นี้จึงเป็คนจริงๆที่มารับบทบาท การวางตัวและกิริยาท่าทางนั้นจึงดูไม่ใช่หุ่นไม้
“คุณนิวผมมีคำถาม”จู่ๆ จักรพรรดิที่นั่งอยู่ก็พูดขึ้น
“คำถามอะไรครับ?”นิวตอบรับ
“ทำไมนักปราชญ์ถึงไม่มีสกิลทำดาเมจเลยล่ะ?”
เป็คำถามที่ทำให้นิวเหลือบสายตามามองจักรพรรดิหากเขาตอบออกไปตรงๆ ก็กลัวว่าจักรพรรดิจะรีบเปลี่ยนใจไปหาอาชีพอื่น
“นักปราชญ์คือผู้เข้าถึงความรู้ผู้ที่เข้าถึงความรู้ย่อมไม่แสวงหากำลัง ผู้ที่เข้าถึงความรู้ที่แท้จริงสยบศัตรูด้วยสติปัญญาและสติปัญญานั้นล่ะคืออนาภาพพลังทำลายล้างที่แท้จริง ปราชญ์อย่างเราแม้ไม่ต้องจับอาวุธฆ่าฟันใครก็สามารถเลี้ยงชีวิตตัวเองให้อยู่รอดได้เพียงแต่ท่านจะเลือกใช้มันไปทางไหนก็เท่านั้น”
จักรพรรดิพอเข้าใจสิ่งที่นิวบอกตนว่ามันหมายความว่ายังไง
“สรุปเป็อาชีพที่พวกโง่ๆ หลังเขาไม่มีทางเข้าใจสินะ” นิวถึงกับสะดุ้ง
“เอ่อ...จะว่าอย่างนั้นมันก็ไม่ผิดนะครับ”เขาไม่อยากกล่าวต่อเพราะเดี๋ยวมันเป็การสนับสนุนแิสุดโต่งของจักรพรรดิ
จักรพรรดินั้นไม่ได้ฉลาดและไม่ได้โง่เขาเป็เพียงแค่ชายที่เอาชีวิตรอดจนมาถึงวันนี้ด้วยสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็นและนำมันมาปรับใช้ที่อดัมบอกว่าตนเองเหนือกว่าจักรพรรดิก็ไม่แปลก เพราะอดัมนั้นได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะขนานแท้ด้านการเรียน ด้านกีฬา หรือแม้แต่มนุษยสัมพันธ์กับคนรอบข้างทุกๆอย่างล้วนแล้วแต่เพอร์เฟ็คไร้ที่ติ
เวลาผ่านไปชั่วครู่ที่สุดจักรพรรดิก็ตัดสินใจได้
“น่าเบื่อจัง...ผมขอรับการทดสอบเป็นักปราชญ์เลยดีกว่าครับ”
นิวทำท่าอ้ำอึ้งที่จู่ๆได้ยินเช่นนั้น
“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับแค่วันเดียวเอง คุณจักรพรรดิจะบอกว่าคุณอ่านหนังสือทุกเล่มนี้หมดแล้วเหรอ?”
จักรพรรดิที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเพียงส่ายหน้าช้าๆยิ่งทำให้นิวไม่เข้าใจไปใหญ่
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกผมไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน”
นิวไม่รู้ว่าจักรพรรดิพูดจริงหรือพูดเล่นยังไงเสียบททดสอบก็สามารถทำได้จนกว่าจะผ่านหรือถอดใจเลือกเล่นสายอื่นแทนเขาจึงรับคำของจักรพรรดิแล้วหยิบหนังสือเล่มสีทองมีรูปมงกุฎตรงปกออกมาจากหน้าต่างระบบเอ็นพีซีอาคารที่มีคนอยู่เพียง 2คนค่อยๆ ปิดลงกลายเป็ห้องปิดตายเพื่อป้องกันสิ่งที่ทั้ง 2 พูดตอบรั่วไหลออกไปและเพื่อตั้งสมาธิของพวกเขาเอาไว้ในนี้มิหนำซ้ำหน้าต่างระบบของจักรพรรดิไม่สามารถใช้ได้ชั่วคราว
นิวเปิดหนังสือออกมาไม่ต้องพลิกหน้าคำถามก็ถูกเลือกออกมาแบบสุ่มคำถามที่มีนับร้อยนับพันข้อและมีเวลาคิดก่อนตอบข้อละ 3 นาที
“เอานะครับ”
“เอาเลย”
“ข้อที่1 เพนดราก้อนเป็ที่รู้จักกันว่าเป็อาณาจักรที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยท่านอามอเนียคำถามที่ผมจะถามต่อจากนี้คือท่านทำยังไงถึงสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมาได้”
คำถามที่ออกมาจากปากของนิวราวกับว่ามันหลุดออกมาจากเกมเศรษฐียังไงยังงั้นแต่โชคดีข้อแรกเป็สิ่งที่จักรพรรดิพึ่งอ่านจบไปหมาดๆ เขาจึงตอบได้อย่างลื่นไหลทำให้นิวกดนาฬิกาจับเวลาในมือไม่นาน
“เธอปราบาากิล อดีตาารุ่นก่อนลงเพราะเขาเป็คนแย่งชิงบัลลังก์จากพ่อของเธอหลังจากนั้นก็ปราบัแดงดรักกลาสอสูรรับใช้ผู้ทำพันธสัญญาซื่อสัตย์ของเขาลงแล้วเปลี่ยนทั้งอาณาจักรเป็ชื่อเพนดราก้อน”
“ถูกต้องครับ”ใบหน้าที่สงสัยของนิวเริ่มผุดรอยยิ้มขึ้นมา
“งั้นต่อคำถามข้อที่2 เลยนะครับ เรารู้ว่า 5 อาณาจักร เพนดราก้อนโนวา นาจาม อากุม เฟอก้า ทั้ง 5 นี้เป็ศัตรูต่อกันมาเนิ่นนานแล้วไม่มีสัญญายุติาสบโอกาสเมื่อไหร่ก็รุกรานกันตลอด ทว่ากับมีอีก 2 อาณาจักรที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่บนโลกนี้หลบซ่อนอยู่ คำถามอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”คำถามที่กว้างขึ้นทำให้จักรพรรดิจดจ่อมากขึ้น
“2 อาณาจักรนั้นมีชื่อว่าอะไรและมีความสัมพันธ์กับ 5 อาณาจักรรึเปล่าอธิบายมาด้วยครับ”
จักรพรรดิพ่นลมหายใจเบาๆออกมา ยังไงเสียนี่ก็คือเกม แนวคำถามหากออกไปแนววิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์รับรองสายอาชีพนี้คงถูกปิดตายตลอดกาลแน่นอนเขาคิดถูกจริงๆ ที่เลือกอ่านแต่แนวประวัติศาสตร์ ทุกคำถามจึงเกี่ยวข้องในเกมเนื้อเื่ในเกมนั่นเอง แต่หากรู้คำตอบและมีเพื่อนเล่นเกมอยู่ก่อนแล้วก็จะง่าย เสียอย่างที่ตรงนี้นี่ล่ะจักรพรรดิเลี่ยงที่จะเล่นแบบกลุ่มอยากฉายเดี่ยวมากกว่า
คราวนี้จักรพรรดิไม่ได้ตอบทันทีทำให้นิวเหลือบตามองนาฬิกาที่เขากดจับเวลาเอาไวเป็ระยะๆจนสุดท้ายจักรพรรดิหยิบไอเทมหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวมาสวมใส่จากที่ถือมันไว้ก่อนหน้าแล้วแล้วยืนขึ้นสายตาสอดส่องไปเื้ันิว
นิวรอฟังเพียงแค่คำตอบไม่ได้แย้งอะไรไม่นานใบหน้าภายใต้หน้ากากของจักรพรรดิก็เลื่อนออกไปหยิบหนังสือเล่มนึงเื้ันิวพลิกไปครั้ง 2ครั้งคำตอบที่้าก็ปรากฏขึ้น
“2 อาณาจักรที่ว่าคืออาณาจักรแห่งแสง เบลทิพ และอาณาจักรแห่งความมืด วิคเคอแบล็ค ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรทั้ง2 ต่ออาณาจักรทั้ง 5 นั้นคือผู้ไกล่เกลี่ยกับผู้ยุแยง เบลทิพมักจะคอยผสานรอยร้าวให้ทั้ง 5 อาณาจักรต่างๆ วิธีในเงาแห่งแสง ทว่าวิคเคอแบล็คกลับทำตรงกันข้ามในเงามืดพวกเขาสนุกและเสพติดาระหว่างทั้ง5 อาณาจักร หากทั้ง 5 อาณาจักรทำากันทั้ง2 เองก็ทำากันเช่นกัน ซึ่งเป็ในที่ที่ทั้ง 5 อาณาจักรไม่มีทางพบเห็น”
นอกจากคำตอบแล้วยังแถมข้อมูลยิบย่อยให้อีกถือว่าเหนือคาดจริงๆ หากจักรพรรดิไม่หยิบหนังสือประวัติศาสตร์นั้นขึ้นมาอ่านตำตานิวละก็นะ
คราวนี้เป็นิวที่ถอนลมหายใจออกมาเบาๆแทน มันไม่มีกฎข้อไหนจริงๆ ที่ห้ามผู้ทดสอบไปหยิบหนังสือขึ้นมาตอบคำถามเขากฎมีแค่ว่าตอบให้ได้ภายในเวลาที่กำหนดและห้ามสื่อสารข้อความช่วยเหลือจากใครเท่านั้นนอกจากคำถามที่เขาถามแล้วเหมือนจักรพรรดิจะมองลึกไปกว่านั้นอีก แม้จะเป็เอ็นพีซีที่ได้ทดสอบความรู้ก่อนเข้าเกมเขากับรู้สึกผวาในความคิดของจักรพรรดิยามนี้
สิ่งที่เหมือนไม่ให้อภัยสำหรับจักรพรรดิจึงกลายเป็ความสำเร็จไปจักรพรรดิเก็บหนังสือไว้ที่เดิมแล้วเดินมานั่งอย่างเก่า เขายังสวมหน้ากากที่เพิ่มพลังค่าสายตาของเขาเป็200% อยู่
เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังทำท่าทางสบายก็อดไม่ได้ที่นิวจะอยากทดสอบเขาให้ยากขึ้นแต่มันกลับกลายเป็เพียงแค่คำถามสุ่มที่เขานั้นไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับคำถามด้านในแม้จะเป็แบบนั้นพอเปิดหน้าถัดไปของหนังสือขึ้นมา
ในใจของนิวก็ผุดคิดขึ้นมาทันที
‘จบแล้วล่ะคุณจักรพรรดิ...’
“คำถามข้อที่3 เป็คำถามที่ไม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วนะครับถ้าตอบได้ละก็คุณจะได้รับการยืนยันเป็ปราชญ์ทันที คำถามมีอยู่ว่า ดาบ ปัญญากองทัพ เงินทอง อำนาจ ความสำราญ ความโศกเศร้า ทั้ง 7 สิ่งนี้คือตัวตนของอะไรครับ?”
นี่เป็คำถามปราบเซียนที่ถือว่ายากที่สุดแล้วเท่าที่มีมาแม้แต่นิวที่จบเกียรตินิยมยังต้องเปิดดูคำตอบด้วยตัวเองถึงจะรู้เพราะว่าหัวข้อทั้ง 7นั้นมีความย้อนแย้งและไปกันคนล่ะทิศล่ะทางกันจนจับต้นชนปลายไม่ถูกหากจะบ่งบอกถึงตัวตนของอะไรหรือสถานที่ใดละก็คงคิดจนหัวแตกแน่นอน
และแล้วสายตาของจักรพรรดิก็โพล่งขึ้นมาเหมือนจะเป็ไปอย่างที่นิวคิดไม่นานมือของเขาก็กุมขมับตัวเองแล้วฟุบลงไปที่หน้าโต๊ะของนิว
นิวดูนาฬิกาที่มือของตัวเองจนเวลากระชั้นขึ้นมาเรื่อยๆไม่ดูเวลาผลลัพธ์ของบททดสอบก็น่าจะออกมาให้เขาเห็นแล้วล่ะว่าเป็เช่นไรแต่แล้วตอนนั้นเองเสียงบ่นพึมพำของจักรพรรดิก็พูดขึ้นมา
“จักรพรรดิ...”
“อะอะไรนะครับ?” นิวถามจักรพรรดิด้วยความแน่ใจในเวลาที่เหลือ 12วินาที
“ก็คำตอบไงคำตอบ จักรพรรดินั่นล่ะคือคำตอบ”
นิวถึงกับนั่งแข็งไปเลยที่รู้สึกอยากฟุบโต๊ะนั้นไม่ใช่เพราะคำตอบมันยากทว่ามันกลับเป็คำตอบที่ง่ายและติดหูเขามาตลอดเพราะซิลเวอร์พูดให้เขาฟังไม่หยุดถึงตัวตนของชื่อของเขา
“ดาบคือพละกำลังสติปัญญาคือความรอบรู้ กองทัพคือผู้ที่เป็มือเป็เท้าเงินทองคือสิ่งบ่งบอกเจตจำนง อำนาจคือสิทธิของตนที่ผ่านทุกข์สุขมากมายมาความสำราญคือจิตใจที่แสวงหาแต่ความสนุกขจัดความเกียจคร้าน และความโศกเศร้าคือแรงผลักดันให้ไปเบื้องหน้าหากขาดสิ่งใดสิ่งนึงก็จะไม่สามารถเป็จักรพรรดิได้ไร้กำลังเป็ได้เพียงแค่หุ่นประดับ ไร้ความรู้เป็เพียงตัวตลกไร้กองทัพเป็เพียงผู้คับแคบ ไร้เงินทองเป็เพียงผู้ล้มลงในความทะเยอทะยานไร้อำนาจเป็เพียงเงาที่อับแสง ไร้ความสำราญเป็เพียงสีที่ซีดเสียวไร้ความโศกเศร้าเป็เพียงต้นไม้ที่ลืมว่าตนเองนั้นต้องอาศัยรากในดิน
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นประกอบหลอมรวมเป็จักรพรรดิาาที่เหนือาาหากขาดสิ่งใดสิ่งนึงมันก็จะไม่สมบูรณ์แบบ...”
ใครล่ะจะเชื่อว่าคำตอบปราบเซียนของเกมจะเป็คำถามที่ซิลเวอร์คิดบ่งบอกชัดเจนเลยว่าซิลเวอร์อยากให้เขาเล่นสายนี้จริงๆ
จักรพรรดิค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วมองนิวที่นั่งแข็งเป็หินอยู่
“ตึง!!” ที่สุดนิวก็ประทับตราของตนลงที่ใบรายชื่อของจักรพรรดิที่ราวกับเขียนมาสมัคงานตามมาด้วยเสียงประกาศของระบบที่ดังขึ้น
ผู้เล่นจักรพรรดิได้รับการยอมรับเป็นักปราชญ์ได้รับค่าประสบการณ์1500 หน่วย จากเลเวล 3 เลื่อนขึ้นเป็ 4...5 โดยอัตโนมัติค่ะ และยังได้รับชุดเซ็ทนักปราชญ์ 1 ชุดกับพัดไม้1 ชิ้น พร้อมสิทธิเลือกผู้ติดตามได้ 1 คนและเนื่องจากทดสอบครั้งแรกก็ผ่านเลยจึงได้รับกล่องทองแดง 1 กล่องค่ะ
และสุดท้ายในฐานะสิทธิของผู้เป็ปราชญ์ท่านสามารถเข้าอาคารนักปราชญ์ระดับ 1 พู่กันได้ค่ะ
พู่กันในที่นี้ก็ไม่ต่างจากดาวบนร้านอาหารยิ่งมีดาวเยอะข้อมูลสำคัญๆยิ่งเยอะซึ่งมีเต็มที่ทั้งหมด 5 พู่กันหากไม่ใช่สายนักปราชญ์แล้วผู้เล่นต้องทำเควสเพื่อเข้าไปหาข้อมูล
และการที่จะได้พู่กันเพิ่มนักปราชญ์คนนั้นจะต้องแสดงความสามารถของสายนักปราชญ์ออกมาจนระบบยอมรับและให้เลื่อนขั้นไปเอง
การมีสิทธิ์เข้าถึงคลังความรู้หมายถึงการมีสิทธิ์ทำเควสและจัดการมอนเตอร์สำเร็จมากขึ้นไปด้วยนี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมอาชีพนี้ยังไม่ถูกถอดออกไปจากเกมนี้
จักรพรรดิเปลี่ยนมาใส่ชุดผ้าสีขาวแซมน้ำเงินพลิ้วๆพร้อมในมือถือพัดไม้
ชุดนักปราชญ์หากแยกชิ้นส่วนใส่ก็แทบไม่เห็นค่าอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยทว่าพอสวมพร้อมกันทั้งหมดแล้วมันกลับเพิ่มความคล่องตัวให้เขา 2%
ส่วนพัดไม้ที่(เหมือน) จะเป็อาวุธเพราะมันสวมใส่ในช่องสวมใส่อาวุธ ก็มีค่าพลังป้องกันที่ 1 หน่วย
“หลังจากเป็นักปราชญ์แล้วคุณคิดจะทำอะไรต่อครับ”นิวเริ่มถามจักรพรรดิด้วยความใคร่รู้ จักรพรรดิเพียงปรายตามองเขาแล้วส่งยิ้มให้
“พรึบ!” เขากางพัดออกมาพัดคลายร้อนให้ตัวเองแล้วนั่งชิวๆ อย่างสบายอารมณ์
“ถ้าที่นี่มีเควสให้ผมทำอยู่ผมก็ยังไม่ไปไหนหรอกครับ”
‘กะจะอยู่กินฟรีอีกระยะสินะ’ไม่รู้ทำไมเหมือนคราวนี้นิวจะอ่านใจจักรพรรดิได้
เวลาผ่านไปอีกวันเศษๆในที่สุดจักรพรรดิก็ออกมาจากเกม
เวลาต่างของเกมนี้คือเวลาที่1 ชั่วโมงต่อ 3 ชั่วโมงดังนั้นการที่เขาอยู่ในเกมร่วม 3วันก็เท่ากับว่าเขาหลับไปวันนึงเต็มๆ แล้ว
ข้อจำกัดนี้เองเป็1 ในการที่ทำให้เรตติงของเกมนี้ไม่ถึงที่ 1 สักทีมีดีแค่ติดท็อปและเกือบตกชั้นเท่านั้นไม่ว่าจะพูดจาหรือคุยสนทนายังไงนายทุนใหญ่ที่ริเริ่มสร้างเกมนามซิลเวอร์ก็เล็งเห็นความสำคัญนี้ของผู้บริโภคมากกว่าใครๆ
หากปรับค่าสมองมากจนเกินไปความอันตรายและความเสี่ยงก็ยิ่งสูงในสภาวะสังคมที่พัฒนาการไปด้วยความรวดเร็วแบบยุคนี้นั้นเขาไม่อยากสร้างอันตรายให้แก่ผู้คนเพิ่มขึ้นอีกเขาแค่สนุกไม่ได้อยากทำร้ายใครเกมหลายเกมที่หวังแต่กำไรมักจะทำร้ายชีวิตเกมเมอร์หลายต่อหลายคนโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวหรือไม่สนใจอ้างแค่สิทธิ์นู่นนี่นั่นและมัดมือชกต่อสัญญาเพื่อให้ตนพ้นผิดทว่าซิลเวอร์ไม่ใช่คนแบบนั้น
จักรพรรดิลุกขึ้นมาจากเตียงนอนด้วยความรู้สึกหิวพอเห็นเมมโม่ที่หัวเตียงลงท้ายด้วยชื่อ “วอเร็น” เขาก็จัดแจงธุระภายนอกเกมของเขากินข้าว อาบน้ำ ทำตัวสบายๆ สักระยะ จนวอเร็นมาพบเขา
“อ้าวออกมาจากเกมแล้วเหรอคะ”เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาทำให้จักรพรรดิที่นั่งดูทีวีอยู่เอนหัวไปด้านหลังเพื่อมอง
“ใช่ขอบคุณสำหรับข้าวนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะแต่ลืมบอกไปถ้าหากคุณจักรพรรดิ้าเล่นเกมนานๆ กินแคปซูลที่มีสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายเข้าไปเล่นก็ได้นี่คะพวกมันทำมาเพื่อรองรับคนเล่นเกมนานๆ ในยุคนี้อยู่แล้ว”
“อ๋อไอ้นั่นนะเหรอ ไม่เอาหรอก”
“ทำไมล่ะคะ”วอเร็นถามด้วยความสงสัย
“ฉันเป็พวกแยกเกมออกจากโลกแห่งความจริงนะน่ะเกมนะแค่สนุกก็พอแล้ว จริงอยู่ถ้ากินยาพวกนั้นเม็ดนึงก็จะสามารถหลับต่อได้อีกเป็วันแต่หากตื่นขึ้นมาเป็โครงกระดูกร่างกายขยับติดๆ ขัดๆเหมือนไม่ใช่ร่างกายตัวเองละก็ฉันไม่เอาด้วยหรอก”
วอเร็นรีบเดินเข้ามาพูดข้างหูจักรพรรดิทันทีมือกุมทำกระซิบเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยินทั้งๆที่ก็ไม่มีใคร
“ทำตัวสบายเกินไปแล้วนะคะทั้งๆ ที่คนอื่นพยายามกันถึงขนาดอัดยาเอาหน่วยแพทย์มาดูแลทั้งวันทั้งคืนเพื่อเล่นเกมนี้แท้ๆไหนสัญญาไงคะว่าหากได้สืบทอดจะรับฉันเป็ภรรยา...”
“เอ๋”จักรพรรดิที่นั่งดูทีวีอยู่ทำท่าสงสัยเอียงหัวพวกคนระดับเ้าชายในปราสาทอย่างอดัมคงทำแบบนั้นล่ะนะ แต่ก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดียิ่งคิดจักรพรรดิยิ่งตลกแต่ถ้าหากคนธรรมดาทุ่มเล่นเกมแบบนั้นจริงๆล่ะก็อย่าว่าแต่ร่างกายเลยตื่นขึ้นมาทีในเวลาที่ต่างจากโลกความจริง เผลอๆในห้องที่เคยมีข้าวของ ข้าวของรอบกายอาจจะหายหมดเพราะถูกโจรย่องเบาย่องมาขโมยของยามหลับอยู่ก็เป็ได้หรืออาจแย่กว่านั้น ยังไงซะมันก็มีผู้ที่คอยฉกฉวยโอกาสจากความสุขของคนอื่นอยู่แล้ว
เพราะห่วงจริงๆถึงได้เข้มงวด ยิ่งคิดจักรพรรดิยิ่งรู้ว่ามันเป็เกมของซิลเวอร์จริงๆ
จากเอียงหัวจักรพรรดิเริ่มเบนสายตามองมาที่วอเร็นที่ทำตาปริบๆใกล้หน้าตน แล้วยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากของเธอ 1 ครั้งเบาๆ
“เจ็บอ่ะ!” เธอถอยออกไปเอามือกุมหน้าผากตัวเองเอาไว้
“เกมน่ะแค่สนุกก็พอแล้วแล้วอีกอย่างอย่ามาแหลฉันบอกแค่ว่าจะรับเธอไว้พิจารณาเท่านั้น”ว่าจบจักรพรรดิก็ชักสีหน้า วอเร็นที่เห็นทำแก้มป่องสะบัดหน้าหนีอย่างแรง
“โธ่เราก็นึกว่าจะได้ตกถังข้าวสารแล้วแท้ๆ เชียว” เธอจ้ำอ้าวไปด้วยความรวดเร็วแต่ไปไม่ทันพ้นเสียงของจักรพรรดิก็ดังขึ้น
“...ถ้ามัวแต่นอนละก็ฉันก็อดกินข้าวที่เธอทำนะสิกลางวันนี้ฝากด้วยนะ”
เื่อาหารไม่มีใครไว้ใจได้เท่ากับวอเร็นอีกแล้ววอเร็นเปลี่ยนเป็เดินอย่างอารมณ์ดีหายลับไปแทน