รักวุ่นวาย ของเจ้าชายซุปตาร์

    ตอนที่ 7

            ควีนยังไม่ทานอาหารจากแม่ที่ตั้งใจทำขึ้นมาให้เขากินจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 2 ควีนยังคงปฏิเสธการกินอาหารและน้ำจากแม่ โดยที่ไม่พูดจาโต้ตอบ และไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกจากปาก เขาเอาแต่ส่ายหัวไปมาตามคำวอนจากคนเป็๲แม่ 

            สิ่งที่ควีนกำลังเผชิญอยู่นี้ทำให้แม่รู้สึกเสียใจและสงสารเขาไม่น้อยกว่าอาการที่เขาเป็๞อยู่ เธอพยายามพูดและหาเหตุผลต่างๆ นานามาอธิบายให้ลูกฟังแต่ควีนกลับไม่รับฟังเหตุผลอะไรเลย เขาพูดแต่เพียงว่า ๻้๪๫๷า๹ให้เขมกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิมเท่านั้นเอง ยิ่งทำให้เจ๊หยกร่ำไห้เพราะความสงสารลูกแต่เธอก็ไม่รู้จะช่วยลูกด้วยวิธีใดในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันว่า๻้๪๫๷า๹จะตัดขาดจากลูกชายของเธอแล้ว 

             

             

            ควีน ณพงศ์

            น้ำตาของควีนยังคงรินไหลจวนแทบจะหมดตัวเพื่อรอใครคนนั้นที่เขา๻้๪๫๷า๹ทุกวินาที นับ๻ั้๫แ๻่วันที่เขมก้าวขาออกจากบ้านของเจ๊หยก ผู้เป็๞ลูกชายเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในอารมณ์ของความรู้สึกสูญเสียคนที่ไว้ใจและรู้ใจเขามากที่สุดไปยังคงตกอยู่ในภวังค์ของความเศร้าหมอง ในทุกๆ วันเจ๊หยกจะนำอาหารพร้อมน้ำดื่มและขนมที่โปรดปรานขึ้นมาป้อนจนไม่เป็๞อันทำงานอย่างอื่น เธอยังทำหน้าที่แม่ที่ดีแต่คนเป็๞แม่ก็ถูกลูกชายปฏิเสธความหวังดีจากเธอโดยสิ้นเชิง 

            อาการที่ดูเศร้าหมองของควีนยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังไม่ยอมแตะอาหารเลยแม้แต่น้ำที่เป็๲เครื่องดื่มที่ดื่มกินได้ง่ายก็ยังปฏิเสธ เป็๲เวลาเกือบ 4 วันเต็มที่เขาไม่ยอมทำอะไรเอาแต่พร่ำเพ้อถึงเขมเพียงคนเดียว ช่างเป็๲ภาพที่น่าสงสารและหดหู่ใจเหลือเกินสำหรับคนเป็๲แม่ เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรลูกชายได้ เจ๊หยกร้องไห้ทุกครั้งที่ขึ้นมาพบกับสภาพของควีน

            วันนี้ก็เป็๞อีกวันหนึ่งที่เธอนำอาหารขึ้นมาให้ลูกตามปกติ ลูกชายของเธอยังคงมีอาการเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงแต่อย่างใด สำหรับวันนี้ควีนดูอ่อนแรงลงมากเพราะขาดอาหารและน้ำที่เป็๞ปัจจัยสำคัญต่อร่างกาย เมื่อคนเป็๞แม่ได้เห็นสภาพที่ลูกชายทนทุกข์ทรมานต่อหน้าต่อตาก่อนที่เธอจะโผเข้าสวมกอดลูกชายด้วยความสงสาร แต่เธอกลับต้องชะงักกับท่าทีของลูกชายที่ถือรูปของใครสักคนหนึ่งอยู่ในมือ พอเธอตั้งใจดูให้ดีก็ทราบว่าเป็๞รูปของลูกจ้างคนที่เพิ่งลาออกไปนั่นเอง แต่รูปใบนั้นเป็๞รูปคู่ระหว่างลูกชายของเธอกับลูกจ้างหนุ่ม ที่ในรูปแสดงถึงความน่ารักความทะเล้นของเด็กหนุ่มทั้งสองคน

            ควีนเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดระยะเวลาสี่วันที่ผ่านมา สีหน้าแววตาของลูกชายเธอเริ่มมีประกายที่บ่งบอกถึงความสุข 

            ขณะที่เธอกำลังชื่นใจและกำลังจะมีรอยยิ้มเพื่อเป็๞กำลังใจให้กับลูกชายอยู่นั้น ควีนกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปกะทันหันจนเธอรู้สึกหวาดกลัวในแววตาดุดันที่ยังจับจ้องรูปในมืออย่างไม่ละสายตาพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวจนเธอผงะและรีบดึงตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงของลูกชายทันที เธอรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนที่นอนอยู่บนเตียงคนนั้นไม่ใช่ลูกชายที่เธอคุ้นเคยอีกแล้ว 

            "แม่เป็๲อะไรหรอครับ ทำไมทำท่าทางเหมือนกลัวผมแบบนั้น?" 

            น้ำเสียงเข้มบวกกับสายตาดุดันมองมาที่เธอและเอ่ยถามเธอที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวไม่หาย 

            "เปล่าจ้ะ แม่เพียงรู้สึก๻๠ใ๽เท่านั้น หนูเป็๲อะไรหรือเปล่า ทำไมมองแม่แบบนั้น" 

            ความน่ากลัวของลูกชายเธอทำให้เจ๊หยกกลับมาพูดสำเนียงภาษาไทยอย่างชัดเจนไม่หลงเหลือสำเนียงจีนสักคำ

            "หนูไม่เป็๲อะไรหรอกครับ แม่เอาข้าวขึ้นมาให้หนูใช่ไหม พอดีเลยหนูกำลังหิว ขอบคุณแม่มากนะครับ" 

            เจ๊หยกไม่ทันได้พูดโต้ตอบอะไรลูกชายก็ถูกมือทั้งสองของลูกชายยื่นมารับสำรับข้าวที่วางอยู่ข้างโต๊ะหัวเตียงขึ้นไปตักกินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดเกลี้ยงไปในพริบตา 

            ควีนยังถามถึงอาหารเพิ่มอีก เจ๊หยกจึงรีบลงไปจัดแจงอาหารอีกสำรับขึ้นมาให้กับลูกชายได้กินต่อด้วยความแปลกใจระคนสงสัยและมีข้อกังขาอีกมากมายภายในใจของเธอ แต่ไม่สามารถที่จะถามลูกชายในสิ่งที่เธอเห็นอยู่นี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเธอกันแน่ 

            หลังจากที่ควีนทานอาหารสำรับที่สองเสร็จเรียบร้อย ไม่นานเจ๊หยกก็ต้อง๻๷ใ๯อีกรอบเมื่อควีนลงมาจากชั้นบนด้วยชุดไปรเวทสบายๆ พร้อมกับกระเป๋าเป้สะพายหลังหนึ่งใบ

            "ควีนจะไปไหนลูก หนูเพิ่งอาการดีขึ้นเองนะแม่ว่าหนูกลับขึ้นไปพักผ่อนดีกว่าจ้ะ" เจ๊หยกถามลูกชายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

            "ไม่เป็๞ไรครับแม่ หนูมีธุระต้องทำและหนูต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ แม่ไม่ต้องถามหนูหรอกนะว่าหนูจะไปไหน หนูจะไปทวงคนของหนูคืนไม่ว่าใครก็มาห้ามหนูไม่ได้ หมดข้อสงสัยแล้วใช่ไหมครับ ถ้างั้นหนูขอตัวนะครับแม่..." 

            แต่เจ๊หยกก็ถูกลูกชายปฏิเสธขึ้นมาทันควันด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดุดันเช่นเดิม เธอกลับ๻๠ใ๽ในคำพูดของลูกชายมากกว่าความน่ากลัวทางสีหน้าและน้ำเสียง ทำให้เธอต้องรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของใครคนหนึ่งทันที หลังจากที่ลูกชายของเธอเดินก้าวออกจากประตูบ้านไปอย่างรวดเร็ว