“ห๊ะ!!...จริงดิ แล้วนี่เธอเป็อะไรมากหรือเปล่า ไอ้หมอนั้นมันทำอะไรเธอหรือเปล่า!!??......”
“ไม่เป็อะไรมากหรอก เขาไม่ได้ทำอะไร”
รมย์ชลีอุทานเสียงหลง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าเื่ที่ถูกชนเข้าอย่างจัง เมื่อตอนไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งวิภวาก็บอกปัดไป ตามที่ตัวเธอไม่ได้เป็อะไรเลยจริงๆ จะเป็ก็เพียงแค่อายที่ถูกกอดเพียงเท่านั้น เท่านั้นเองจริงๆ
“โล่งอกไปที... เธอนี่ก็นะ ไปต่อว่าเขาซะอย่างนั้น ขืนเขาโกรธพาลทำร้ายขึ้นมาจะแย่เอาได้นะ”
รมย์ชลียกมือขึ้นลูบอกตัวเองอย่างรู้สึกโล่งอกโล่งใจ ที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำร้ายวิภวา หาไม่แล้ววิภาวาจะเจ็บตัวซะเปล่าๆ มีที่ไหนกล้าไปต่อว่าตรงๆ อย่างนั้น โดยที่ตรงนั้นก็ไม่มีคนอื่นผ่านไปผ่านมา ที่พอจะช่วยได้ทัน
“แหม! ก็คนมันโมโหนี่นา เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์มือถือ แถมพอชนแล้วยัง......”
วิภวาพูดไปตามอารมณ์ที่ถูกชน แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักค้าง เมื่อนึกถึงอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอด จนร่างสองร่างแนบชิด ทำให้ใบหน้าสวยใสเห่อร้อนผะผ่าว ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกเขินอาย
“แถมยัง... ยังอะไร!!??......”
“เปล่า.... ไม่มีอะไร ไม่เอาแล้ว เลิกพูดเื่นี้ได้แล้ว พูดไปก็เสียอารมณ์เปล่าๆ”
วิภวาเห็นรมย์ชลีถามและมองเธอด้วยสายตาใคร่รู้เต็มที่ นั้นก็ยิ่งทำให้ใบหน้าสวยใสเห่อร้อน เห่อแดงมากยิ่งขึ้น เธอจึงบอกปัดที่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ และพอพูดจบก็ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
รมย์ชลีไม่ได้เซ้าซี้เพื่อนอีก ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารปิ้งย่างต่อจนกระทั่งอิ่มไปตามๆ กัน จากนั้นก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วพากันออกจากร้าน เพื่อเดินทางกลับบ้าน
“ฉันไปนะ แล้วเจอกัน บ๊ายบาย!”
“บายจ๊ะ”
สองสาวเดินกันมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้า ก็กล่าวร่ำลากันและกัน ก่อนที่ต่างคนจะเดินกันไปคนละทาง เนื่องจากที่พักของคนทั้งสองไม่ได้ไปทางเดียวกัน จึงจำต้องแยกย้ายกันกลับ โดยที่วิภวานั้นกลับรถไฟฟ้า ส่วนรมย์ชลีนั่งวินมอไซค์กลับ เพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้สักเท่าไร
กริ๊งงง...... กริ๊งงง...... กริ๊งงง......
“สวัสดีค่ะพี่อวย”
ขณะที่วิภวาอยู่ภายในสถานีรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นชื่อหัวหน้างานแสดงอยู่ที่หน้าจอ เธอจึงรีบรับสาย พร้อมกับทักทายไปตามสาย
“วา พอดีคนขาด พี่จึงจะให้วาไปช่วยงานถ่ายโฆษณาหน่อยน่ะ ่นี้เราไม่มีงานเร่งด่วนใช่ไหม หรือหากมีก็ให้คนอื่นทำแทนนะ”
“ค่ะ!... ว่าแต่ว่าจะให้วาไปช่วยทำอะไรบ้างล่ะคะ!!??...”
วิภวาได้ยินคำถามจากอวยอนันต์ ก็ไม่เข้าใจว่าอวยอนันต์จะถามมาทำไม ถามเองก็ตามเองเสร็จสรรพอย่างนี้ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ถามถึงเนื้องานที่เธอจะต้องไปช่วย เพราะโดยปกติแล้ว เธอจะทำงานในออฟฟิศ นี่จึงเป็ครั้งแรกที่เธอจะต้องลงไปช่วย เธอจึงอยากจะรู้ว่าหลักๆ เธอจะต้องทำอะไรบ้าง
“ไปช่วยดูแลนักแสดง”
“ดูแลนักแสดง เหรอคะ!!??......”
วิภวาทวนคำพูดของอวยอนันต์ ด้วยความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาตะหงิดๆ เธอไม่ถนัดที่จะต้องไปดูแลใคร ยิ่งเป็นักแสดงด้วยแล้ว เธอเคยได้ยินมาบ้าง ว่านักแสดงบางคนเื่เยอะ เธอไม่ชอบอะไรที่เื่เยอะ และไม่ชอบบริการใครด้วย
“ใช่!!... หรือเรามีปัญหาอะไรอย่างงั้นหรือ!!??......”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ”
วิภวาตอบอวยอนันต์ไปด้วยน้ำเสียงเบาลง ก็เธอมีทางเลือกที่ไหนกันล่ะ ในเมื่อหัวหน้ามอบหมายให้ไปทำอะไร เธอก็ต้องไปทำตามนั้นนั่นแหละ เพราะงานก็คืองาน จะเลี่ยงไม่ทำได้ที่ไหนกัน
“โอเคงานตามนี้ พรุ่งนี้เช้าให้ไปที่สตูดิโอถ่ายทำเลยนะ”
“โอเคค่ะ”
วิภวาตอบรับคำสั่งของอวยอนันต์เพียงคำสั้นๆ ก่อนที่อวยอนันต์จะวางสายไป
๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘๓๘
อยู่ๆ ก็ได้ไปช่วยงานอย่างนี้ ต้องไปเจอกับเตชัสอีกแน่ๆ คิคิ...... จะได้เจอหรือไม่ได้เจอมาติดตามกันในตอนหน้านะคะ....................... ^_^ ^_^