“เ้าค้นหาอันใด ข้าอยู่นี่ รับมือ”
เ้าของเสียงปรากฏตัวทางด้านหลังของยมฑูตหานหนี่ว์ ร่างสตรีในอาภรณ์สีขาวพลิ้วกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าครึ่งล่างถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช็คหน้าสีดำ ปรากฏให้เห็นแค่ดวงตาอันสดใสและผิวหน้าที่ขาวนวลผ่องใส ในมือถือกระบี่ยาวเล่มหนึ่งทิ่งแทงใส่เป้าหมายเบื้องหน้า
ท่วงท่าและอิริยาบถของนางล้วนสมบูรณ์แบบ งามสง่าอย่างหาที่ติไม่ได้ กระบี่ที่ทิ่มแทงใส่กลับไร้ซึ่งความกดดันใด ๆทั้งสิ้น คล้ายกับหยอกล้อมิตรสหายเท่านั้น
นั่นเป็มุมมองผู้ที่ชมดูอยู่รอบข้าง
สำหรับยมฑูตหานหนี่ว์แล้ว สถานการณ์กลับวิกฤติถึงที่สุด กระบี่ที่ทิ่มแทงเข้ามากลับมีสร้างแรงกดดันมหาศาลยากจะต้านทาน ปลายกระบี่ยังมาไม่ถึงแต่บนร่างคล้ายถูกทิ่มแทงจนรู้สึกเ็ปด้วยเข็มนับพันเล่ม รังสีกระบี่คลอบคลุมทั้งบริเวณยากที่จะหลบหนีไปได้
ถึงกระนั้นนางก็ยังคงอยู่ในท่วงท่าอันงามสง่า มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อพร้อมกับถีบเท้าถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ววัตถุในมือที่เพิ่งล้วงออกมาพุ่งใส่สตรีอาภรณ์ขาวในทันที
สตรีอาภรณ์ขาวใช้ปลายกระบี่จี้ใส่อาวุธลับที่พุ่งเข้ามา อาวุธลับนั้นกลับแตกะเิออกมา ฝุ่นสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่สตรีผู้นี้นับเป็ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งกลับพุ่งถอยหลังออกมาด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ ไม่มีฝุ่นจากอาวุธลับััแตะต้องนางแม้แต่นิดเดียว
ยมฑูตน้อยหานหนี่ว์อันตรธานหายไปแล้ว
ยังไม่ทันที่สตรีอาภรณ์ขาวจะเริ่มค้นหา เสียงเสียดสีระหว่างกระบี่กับอากาศก็แว่วดังเข้าโสต คู่ต่อสู้ทิ่มแทงกระบี่มาจากทางด้านหลังเป็การโจมตีที่รวดเร็วและน่าสะพรึง หล่อนรู้สึกตัวเมื่อกระบี่อยู่ห่างจากตัวแค่สองวายากแก่การระวังป้องกันยิ่งนัก
แต่สตรีอาภรณ์ขาวนั้นไม่หลบหนี กลับทิ่มแทงกระบี่กลับหลังโดยไม่มองดู ปลายกระบี่ััปลายกระบี่ เสียงะเิกึกก้องดังขึ้นคราหนึ่งทั้งสองล้วนสะท้านขึ้นโดยพร้อมกัน กระบี่ในมือสตรีอาภรณ์ขาวแหลกละเอียดมีพลังขุมหนึ่งแล่นเข้ามาก่อนที่กระบี่จะแหลกละเอียด ปะทะกับพลังวัตรของนางจนต้องกระเด็นถอยหลังไปสามสี่ก้าวเสื้อผ้าพลิ้วไสวไปด้านหลัง รวมไปถึงผ้าเช็คหน้าสีดำที่ปลิวหลุดออกจากใบหน้าครึ่งล่าง เผยให้เห็นถึงใบหน้างามสุดซึ้งที่แลดูชืดชาไร้อารมณ์ความรู้สึก สายตาที่คลับคล้ายหิมะอันหนาวเหน็บจ้องเขม็งไปยังยมฑูตน้อยหานหนี่ว์ที่ลอยละลิ่วตกลงยังอีกฟากหนึ่ง
ยมฑูตน้อยหานหนี่ว์จ้องมองกระบี่ในมือด้วยความตื่นตระหนกมันคล้ายกับกระบี่วิเศษเล่มหนึ่งจริง ๆลำพังอาศัยพลังวัตรของตนเองยังไม่มีความสามารถทำลายกระบี่ของสตรีอาถรณ์ขาวได้แต่กระบี่เล่มนี้กลับมีพลังภายในของผู้อื่นบรรจุเอาไว้
“เสนอกระบี่เดี๋ยวนี้”
สตรีอาภรณ์ขาวส่งเสียงตวาดทรงอำนาจปรากฎร่างเด็กสาวสองคนในชุดขาวประคองกล่องไม้ทรงยาวบรรจุกระบี่เข้ามา แววตาเด็กสาวแลดูจืดชืดเ็าเหมือนผู้เป็นายไม่มีผิดทั้งสองก้าวเท้าโดยพร้อมเพรียงเป็ระบบระเบียบไม่สนใจเหลียวแลผู้คนมากมายรอบข้างแม้แต่น้อย เมื่อมาถึงเบื้องหน้าสตรีอาภรณ์ขาวทั้งสองก็ใช้มือซ้ายเปิดฝากล่องไม้บรรจุกระบี่ออก เผยให้เห็นกระบี่คมกล้าเล่มหนึ่ง
สตรีอาภรณ์ขาวหยิบกระบี่ขึ้นมา มันเป็กระบี่ยาวที่สวยสง่าเล่มหนึ่ง คมแวววับสะท้อนแสงอาทิตย์แลดูน่าเกรงขามไม่เบา
“ข้าหงลู่เสียนทายาทตำหนักสุรางคนางค์คนปัจจุบัน มาขอรับกระสุรางคนางค์คืนแต่เมื่อเ้าได้กระบี่ไปแล้ว ข้า้าประลองกับเ้าตัวต่อตัว ผู้มีชัยได้กระบี่ไป ตกลงหรือไม่”
หงลู่เสียนส่งสายตาอันเ็าไปยังยมทูตน้อยหานหนี่ว์ที่จ้องมองมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งสองคล้ายจะอยู่ในวัยไลเลี่ยกัน แต่แท้จริงแล้วอายุต่างกันเกือบเท่าตัวหงลู่เสียนที่เป็เกิดเป็เทพแม้จะมีอายุถึงสี่สิบปีแต่สำหรับพวกเทพแล้วนางยังคงเป็แค่เด็กหญิงรุ่นหลังเท่านั้น ผิดกับยมทูตน้อยหานหนี่ว์ที่มีอายุเพียงยี่สิบปีแต่สำหรับมนุษย์นับเป็หญิงสาววัยรุ่นผู้หนึ่ง
“ท่านพูดเองนะว่าหากข้าได้ชัยก็สามารถนำกระบี่เล่มนี้ไปได้”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์จงใจพูดเสียงดังตอนนี้นางกำลังมั่นใจว่ากระบี่ในมือจะสามารถนำชัยชนะมาให้ตนเองได้ หากสามารถคงสถานะไม่แพ้พ่ายเอาไว้นางก็สามารถนำกระบี่กลับไปได้โดยไม่มีข้อครหา
“เป็เช่นนั้น”
หงลู่เสียนตอบแบบไม่ลังเลจากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าหาคู่ต่อสู้ทันที กระบี่ในมือทิ่มแทงออกมาไม่ขาดสายเพียงครู่เดียวก็กลายเป็ร่างแหกระบี่ผืนหนึ่งครอบคลุมใส่ยมทูตน้อยหานหนี่ว์จนหมดทางหนีการลงมือของนางรวดเร็วจนผู้คนตาลาย กอปรกับกระบวนท่าที่อ่อนช้อยงดงามสามารถสะกดผู้ชมดูจนแทบลืมหายใจ นี่เป็ยอดฝีมือที่แท้จริงผู้หนึ่ง
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ตื่นตระหนกสุดขีดั้แ่ท่องยุทธภพนางยังไม่เคยปะทะฝีมือกับเหล่าเทพมาก่อนนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ประมือ ดันโชคร้ายมาเจอคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือระดับเหนือกว่าตนเองมากโขความเชื่อมั่นในตอนแรกล้วนพังครืน มือไม้ปั่นป่วนไม่ทราบว่าควรรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าเช่นไรดีชั่วชีวิตที่ผ่านมานางไม่เคยใช้กระบี่อย่างจริงจังมาก่อนมีเพียงแส้และอาวุธลับที่คุ้นเคยพอมาเจอยอดมือกระบี่ที่แท้จริงจึงไม่รู้ว่าควรรับมือเช่นไร
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์รีบสงบสติเปลี่ยนเป็ถือกระบี่ด้วยมือซ้าย มือขวาสะบัดแส้คู่ใจออกมาหล่อนสะบัดแส้ในมือหมุนเป็วงกลม ก่อเกิดเงาร่างวงกลมวงแล้ววงเล่าเข้าปะทะกับกระบี่ที่จู่โจมประดังเข้ามาเสียงลมปราณกระทบกันดังลั่น ผลการปะทะปรากฎชัดเจนว่าใครเหนือกว่า
ยมทูตน้องหานหนี่ว์ถูกกระแทกถอยหลังอย่างต่อเนื่องต้องกระอักเืออกมาคราหนึ่ง แส้ในมือขาดไปหลายท่อนแล้วกระบี่ในมือฝ่ายตรงข้ามนับเป็ยอดศัสตราเช่นกัน หล่อนจำเป็ต้องสละอาวุธที่คุ้นเคยหันมาใช้กระบี่วิเศษแทน
หงลู่เสียนเห็นว่าได้เปรียนก็ลอบยินดีฝ่ายตรงข้ามมียอดกระบี่อยู่ในมือแท้ ๆ กลับไม่ใช้ออกจึงเร่งทำการโจมตีเพื่อเผด็จศึกให้เร็วที่สุดกระบี่ในมือแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็เชื่องช้าลง จากทิ่มแทงเปลี่ยนเป็ฟาดฟัน นางรวบรวมลมปราณทั่วทั้งร่างใส่กระบี่ในมือ ้าตัดสินศึกครั้งนี้ในกระบี่เดียวเป็เวลาเดียวกับที่ยมทูตน้องหานหนี่ว์ละทิ้งแส้หันมาใช้กระบี่แทน
สองกระบี่ปะทะกันอย่างหนักหน่วงหนึ่งจู่โจมสุดกำลัง หนึ่งต้านรับอย่างฉุกละหุก ผลที่ออกมาก็เป็ไปตามรูปการณ์ร่างของยมทูตน้องหานหนี่ว์ปลิวลอยละลิ่วไปอย่างควบคุมไม่ได้หงลู่เสียนเองก็ถูกกระแทกตัวลอยถอยหลังเช่นกันไม่สามารถตามติดไปจัดการให้ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดได้
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์เห็นดาวระยิบระยับหล่อนรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่มีกระบี่วิเศษอยู่ในมือ วินาทีที่สองกระบี่ปะทะกันเริ่มแรกตนเองเป็ฝ่ายตกเป็รองอย่างชัดเจน พลังวัตรของคู่ต่อสู้ไหลทะลักเข้าสู่ชีพจรขณะที่กำลังจะถูกกระแทกทำร้าย กลับปรากฎพลังลมปราณกลุ่มหนึ่งมาจากตัวดาบเข้าสู่ชีพจรของตนเองกระแทกพลังวัตรของฝ่ายตรงข้ามกลับไป อีกทั้งยังรักษาชีวิตของนางไว้ด้วยถึงกระนั้นยังคงต้องอ้าปากกระอักเืออกมาอย่างต่อเนื่อง หล่อนก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองพ่ายแพ้แล้วดาบในมือหลุดร่วงจากมือไปแล้ว ร่างที่ลอยละลิ่วกำลังจะตกลงถึงพื้น
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ไม่ได้ตกลงพื้นดังที่คิดมีมือคู่หนึ่งรับร่างของหล่อนเอาไว้ มือที่อ่อนนุ่มและคุ้นเคย ตาของหญิงสาวเบิกมองสตรีที่โอบอุ้มตนเองสตรีผู้เป็พี่ศิษย์พี่ร่วมสำนัก
กระบี่ดอกท้อหูเทียนฉิน
ใบหน้าของนางมีส่วนคล้ายยมทูตน้อยหานหนี่ว์อยู่หลายส่วนสวยงาม สูงโปร่ง และแววตาหยิ่งทระนง นี่เป็เ้าสำนักดอกท้อคนปัจจุบัน เป็ยอดฝีมือชั้นนอกลำดับที่สามของแดนมนุษย์ลำดับอยู่เหนือกว่าท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวและยมทูตน้อยหานหนี่ว์
“ท่านพี่...”
“ยังซุกซนเหมือนเดิมนะศิษย์น้อง ฝีมือยังไม่เท่าไหร่ก็ริมาอาละวาดถึงตำหนักราชันย์ โชคดีที่ข้ามาทันท่วงทีมิฉะนั้นคงต้องอับอายขายขี้หน้าผู้อื่นแล้ว”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ไม่ต่อปากต่อคำกับเ้าสำนักดอกท้อกลับใช้สองมือโอบกอดนางไว้คล้ายกับคนที่ได้พบพานญาติมิตรหลังจากห่างเหินกันมานานนับสิบปี
มันเป็เช่นนี้จริง อาจารย์ของทั้งสองรับศิษย์กำพร้าเพียงสองคน คือกระบี่ดอกท้อหูเทียนฉินและยมทูตน้อยหานหนี่ว์ คนหนึ่งกลายเป็เ้าสำนักดอกท้อคนหนึ่งกลายเป็ทายาทตำหนักยมทูต ต้องอยู่กันคนละทิศคนละทาง ไม่มีโอกาสได้พบเจอกันอีกเลยหลังจากสำเร็จวิชา
“เด็กน้อยเ้าอย่าร้องไห้สิ ผู้คนมากมายกำลังจับจ้องเ้าอยู่ หากตาบวมขี้มูกโป่งความสวยงามร่าเริงที่เป็เอกลักษณ์ของเ้าก็มลายหายหมดสิ้น เ้า้าเช่นนั้นหรือ?”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ไม่ตอบคำศิษย์พี่เพียงผงกศีรษะเบา ๆ ะโออกจากอ้อมอกของเ้าสำนักดอกท้อยกมือขึ้นเช็คคราบน้ำตาบนใบหน้า
หูเทียนฉินชักกระบี่ออกจากฝักจี้ปลายกระบี่ไปทางหงลู่เสียน
“อาวุธลับของเ้ายังอยู่หรือไม่?”
“ยังคงมี”
“เก้าปีที่แล้วเราเคยร่วมมือกันกำจัดโจรราคะผู้หนึ่งวันนี้เราจะสู้ร่วมกันอีกครั้ง มา..”
เ้าสำนักดอกท้อพุ่งไปทางซ้ายสะบัดกระบี่จู่โจมออกในระยะไกล ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ก็ดีดตัวพุ่งไปทางขวาในมือซ้ายเพิ่มมีดสั้นสามเล่ม มือขวากลับมีวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกเชอรี่จำนวนหนึ่งทั้งสองจู่โจมใส่หงลู่เสียน
กระบี่ของหูเทียนฉินอ่อนช้อยพลิ้วไสวคล้ายงูพิษตัวหนึ่งมันจู่โจมใส่หงลู่เสียนที่ตั้งกระบวนท่าตั้งรับเอาไว้มีดสั้นสามเล่มในมือของยมทูตน้อยหานหนี่ว์ก็พุ่งจู่โจมใส่คู่ต่อสู้แล้วเช่นกัน
หงลู่เสียนแทงกระบี่ออกสามกระบี่ต้านทานมีดสั้นจากยมทูตน้อยหานหนี่ว์จากนั้นก็หันมาจู่โจมสุดกำลังใส่เ้าสำนักดอกท้อที่มีวรยุทธ์เหนือกว่าปลายกระบี่ของทั้งสองัักันแล้วแยกออกัักันแล้วแยกออกอีกเป็จำนวนหลายสิบครั้ง จากนั้นก็ปรากฎอาวุธจู่โจมเข้ามาอีกลูกเหล็กกลมเท่าลูกเชอรี่จำนวนเจ็ดลูกจู่โจมเข้ามาในตำแหน่งที่แตกต่างต่าง
หงลู่เสียนก็ยอดเยี่ยมยิ่งใช้กระบี่กระแทกใส่กระบี่เ้าสำนักดอกท้อคราหนึ่งจากนั้นก็วกกลับมาสะบัดกระบี่อย่างรวดเร็วสานเป็ร่างแหกระบี่ปิดกั้นอาวุธลับเ่าั้เอาไว้ แต่นั่นกลับเป็ความผิดพลาดของนางอีกครั้งลูกเหล็กเมื่อัักับร่างแหกระบี่ก็ะเิออก ควันสีดำจำนวนมากฟุ้งกระจายปิดวิสัยทัศน์เบื้องหน้าจนหมดสิ้น
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พุ่งไปยังกระบี่สุรางคนางค์ เป้าหมายของนางกับเ้าสำนักดอกท้ออยู่ที่กระบี่เล่มนี้ั้แ่แรกอยู่แล้ว การจู่โจมเพียงเป็แผนลวงเท่านั้นมือของยมทูตน้อยหานหนี่ว์อยู่ห่างจากกระบี่สองคืบเท่านั้น ปรากฎเงาดำขึ้นวูบหนึ่งกระบี่ก็อันตรธานหายไปแล้ว
เงาดำนั้นเป็เงาร่างคนผู้หนึ่งที่แต่งตัวมิดชิดในชุดสีดำ ท่าร่างของมันรวดเร็วเหลือเชื่อ รวดเร็วจนกระทั่งเหล่าชาวยุทธ์รอบข้างนึกว่าเป็เพียงภาพหลอนเท่านั้นแต่นั่นเป็คนผู้หนึ่งจริง ๆ ยอดฝีมือสี่คนที่อยู่ในบริเวณนี้ล้วนยืนยันได้
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พุ่งร่างติดตามไปแต่กลับไม่สามารถแตะต้องแม้แต่เงาของฝ่ายตรงข้าม เงาร่างนั้นพุ่งไปยังทางลงจากเขา ปรากฎคนผู้หนึ่งใช้ท่าร่างที่ว่องไวเช่นกันมาขวางหน้าเอาไว้ ท่องเดียวดายอู่อี้หลิวนั่นเอง
คนชุดดำสะบัดฟาดฝ่ามือใส่อู๋อี้หลิวคราหนึ่งอู๋อี้หลิวหัวร่อ ฮา ฮา ซัดฝ่ามือเข้าปะทะกับคนผู้นั้น เมื่อฝ่ามือัักัน ร่างของอู๋อี้หลิวกลับปลิวว่อนไปไกลหกเจ็ดวาคนกระอักโลหิตออกมาเป็ทางยาว แค่กระบวนท่าแรกก็พิสูจน์ผลแพ้ชนะแล้วผู้มาเป็สุดยอดฝีมือผู้หนึ่ง ยอดฝีมือที่เหนือกว่ายอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์
“กระบี่นี้ข้าขอเอาไปชื่นชมสักหลายปีก่อนแล้วจะเอามาคืนให้”
เป็เสียงของสตรี สตรีผู้เป็ยอดยุทธ์ วิชาตัวเบาของนางเป็เลิศ ฝ่ามือก็รุนแรงอำมหิต คนชุดดำเป็ยอดฝีมือจารสารทิศใดกันแน่
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พุ่งตัวออกจะติดตามคนชุดดำไปแต่เ้าสำนักดอกท้อยกมือห้ามปรามเอาไว้ นางจึงหยุดอยู่กับที่มองดูศิษย์พี่ของตนเองที่เดินไปประคองอู๋อี้หลิวขึ้นมาโดยไม่แสดงอาการรังเกียจแม้แต่น้อย นางยังมองดูหงลู่เสียนพุ่งทะยานติดตามคนชุดดำไปและยังมีเงาร่างที่ไม่รู้จักอีกหลายร่างที่พุ่งทะยานตามคนชุดดำไปเช่นกัน
กระบี่ดอกท้อหูเทียนฉินจ้องมองอู๋อี้หลิวด้วยสายตาเ็ากล่าวว่า
“ท่านรับาเ็หนักหนาหรือไม่?”
“ข้าาเ็สาหัสนักคงไม่มีทางรักษาแล้ว แต่หากเ้าผู้เป็เซียนดอกท้อจูบข้าคราหนึ่งอาจจะมีปาฏิหาริย์ทำให้ข้ารอดตายก็เป็ไปได้”
“เหลวไหล เก็บเล่ห์ลิ้นคารมณ์ของเ้าเอาไว้หาไม่แล้วข้าจะฟาดศีรษะเ้าให้แหลกเละ อ้อ ข้าไม่ใช่เซียนดอกท้อข้ากระบี่ดอกท้อหูเทียนฉิน หากบังอาจพูดจาแทะโลมข้าอีก กระบี่ในมือเล่มนี้อาจจะแทงทะลุหัวใจของเ้าก็เป็ไปได้”
“แต่วันนั้นท่านบอกว่าเป็เซียนดอกท้อนี่?”
“ข้าโกหกเ้าเซียนดอกท้อเป็อาจารย์ของข้า”
อู๋อี้หลิวผงกศีรษะติดต่อกันหลายครั้งเขาเริ่มไม่เข้าใจสตรีขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะสตรีเ็าตรงหน้าผู้นี้ผู้ที่ล่อลวงให้เขาติดกับดักแห่งความรัก ผู้ที่ขโมยหัวใจของตนเองไป
“เหตุใดเ้ากลายเป็สกปรกโสโครกถึงเพียงนี้”
“หัวใจของข้าแหลกสลายเพราะสตรีนางหนึ่ง...เ้ารู้จักนางกระมัง..”
“เหอๆหากสกปรกโสโครกเช่นนี้ สตรีใดจะรักเ้าได้”
อู๋อี้หลิวยืดตัวตรงคล้ายโดนน้ำร้อนลวกแววตาส่อแววลิงโลดออกมา รีบกล่าวว่า
“หากข้าแปรเปลี่ยนเป็สะอาดเรียบร้อยเ้าจะรับรักข้าใช่ไหม?”
“เหอๆคำพูดนี้เ้าไม่น่าถามออกมา มาศิษย์น้องเราต้องไปแล้ว”
หูเทียนฉินดีดตัวพุ่งทะยานไปยังเส้นทางลงเขายมทูตน้อยหานหนี่ว์ก็ตามไปทันที สองโฉมสะคราญจากไปแล้วเหลือเพียงจอมโสโครกอู๋อี้หลิวที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งมันกำลังมีความสุขที่สุดในชีวิต ความสุขของคนที่พบแสงสว่างในความมืดมิดรักที่เคยไม่มีทางเป็ไปได้ตอนนี้มีโอกาสเป็ไปได้แล้ว
“ได้เวลาอาบน้ำชำระกายแล้วฮา ฮา ...”
มันะโโลดเต้นลงจากเขาคล้ายคนบ้าผู้หนึ่งทิ้งให้เหล่าชาวยุทธ์มองหน้ากันด้วยความฉงนสนเท่ห์ใจในพฤติกรรมของยอดฝีมือเช่นมัน
ยอดฝีมือจากไปหมดแล้ว
แล้วยอดศัสตราที่เหลืออยู่ใครจะเป็ผู้ได้