handsome is sin คนอื่นมีดีที่วิชา แต่ข้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ

    ตอนที่ 15 ไม่ธรรมดา

          “ ข้าไม่แน่ใจ แต่ซีเหนียงที่หายไปหลายสิบวัน ไม่มาฝึกกับพวกข้า ก็แน่ใจส่วนหนึ่งว่าเกี่ยวกับเจ้านั่นแน่ ” อู่เทียนกล่าวออกมาเสียงเบา       ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไรกับชายคนนั้น ทว่าพอเห็นเพื่อนผู้หญิงสองคนของเขาที่ปกติจะไปไหนไปด้วยกัน ตอนนี้กลับไปตามผู้ชายคนอื่น มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดีด้วยเช่นเดียวกัน และเริ่มที่คิดเห็นอีกฝ่ายเป็นปฏิปักษ์ไปแล้ว       “ อย่างนั้นก็ไปดูหน่อยเถอะ มันมีดีอะไร ทำไมซีเหนียงถึงตามมัน......แต่ว่าแม้แต่อี้หลานด้วยหรือ? เป็นไปได้ยังไง ” พึมพำกับตัวเอง สงเหลาก้าวเท้ายาวตามพวกหญิงสาวเหล่านั้นไปยังลานประลองที่ฟงหมิงกำลังจะขึ้นทันที       ซึ่งเดินผ่ากลุ่มฝูงคนไป ตอนนั้นก็ได้เห็นลานประลองใหญ่ ที่เหมือนจุคนได้เป็นร้อย เวลานี้มันก็ดูกว้างและว่าง เพราะมีเพียงชายร่างผอมคนหนึ่งยืนรอยยู่ข้างบนเพียงคนเดียว โดยชายคนนี้มีลักษณะเป็นคนตัดผมสั้น ใบหน้าดูสะอาด แต่มีแผลเป็นที่ดวงตาขวาคล้ายถูกของมีคมบาด ทำให้ชายคนนี้ดูน่ากลัวและเหมือนเป็นคนที่ผ่านประวัติโชกโชนมาไม่ธรรมดา       “ เจ้าคือฟงหมิงหรือ? ” ชายผู้ยืนอยู่บนลานประลอง เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีขึ้นมายังลานประลองก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา       “ ย่อมใช่ ส่วนเจ้าเป็นคู่ประลองของข้าสินะ ” ฟงหมิงถอนกระบี่ออกมาจากกาย สะบัดไปมาเบาๆ เหมือนกับวอร์มข้อมือ       ตอนนั้นอีกฝ่ายเห็นฟงหมิงกระทำไม่ต่างกับมือใหม่ก็ยิ้มออกมาอย่างเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ และรู้สึกว่ารอบนี้ของตนคงคะแนนฟรีไปแน่ๆ       “ ข้าอยู่ในระดับดินขั้นที่ 4 ตัวเจ้าข้าไม่สามารถสัมผัสถึงพลังได้ และหากดูจากหน้าตาที่ไม่เคยเห็นคงเป็นมือใหม่ ทำไมไม่ยอมแพ้ไปล่ะ เจ้าจะได้ไม่เจ็บตัวและสามารถเตรียมพร้อมที่จะสู้กับคู่ต่อไปได้น่ะ ” จงเกากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใจดีและดูให้คำแนะนำ       ตอนนั้นมันก็ไม่ได้สังเกตว่าคำพูดของมันดันไปสะกิดต่อมโมโหของหญิงสาวสองคนเข้า ทว่าพวกนางเห็นท่าทีนิ่งของฟงหมิง ก็เลือกที่จะนิ่งแทน       “ เรื่องนั้นค่อยว่ากันหลังจากสู้กันก่อนเถอะ วันนี้ข้าไม่ได้มาชนะ แค่มาหาประสบการณ์ ” ทางฟงหมิงพอวอร์มข้อมือเสร็จแล้ว ก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายบุกเข้ามาได้เลย         วันนี้เป็นอย่างที่เขาพูด ไม่ได้มาคิดชนะ แต่มาหาประสบการณ์ ซึ่งจากการบอกเล่าของซีเหนียง การบาดเจ็บจากการประลองเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกันต่อให้แขนขาดก็ต่อได้ ยาของนิกายแห่งนี้ดีถึงเพียงนั้น ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไร       ส่วนทางจงเกาได้ยินอย่างนั้นก็ไม่กล่าวต่อและเพียงพยักหน้าตอบ เมื่ออีกฝ่ายไม่คิดตอบรับคำแนะนำอันใจดีของเขา เช่นนั้นก็อย่าหาว่าใจร้ายแล้วกัน!!       เฉ้งงงงง!!!!!       เสียงกระบี่ตอนนั้นถูกชักออกจากฝัก ก่อนจงเกาจะถีบเท้าพุ่งเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้าทันที ระหว่างที่กระบี่ของเขาชี้ไปด้านหน้า และเล็งเป้าไปที่หัวไหล่ทางด้านขวาของศัตรูอย่างมั่นใจ      “ โจมตีโจ่งแจ้งเกินไป ” ฟงหมิงเห็นอย่างนี้ก็พึมพำออกมาเบาๆ ในตอนนั้นมือของเขาจะสะบัดกระบี่ฟาดเป็นแนวเฉียง ปัดกระบี่อีกฝ่ายไปด้วยความเร็ว ก่อนจะหมุนตัวเสริมความเร็วให้กับกระบี่แล้วฟันกลับไปที่เอวของอีกฝ่ายทันที หลังจากปัดกระบี่แรกไปแล้ว       ฉัวะ!!!       เลือดสีแดงที่สาดกระเซ็น ตอนนั้นฟงหมิงสะบัดกระบี่ ให้เลือดที่ติดกระเด็นออกไป ระหว่างจ้องมองชายตรงหน้าที่ลงไปคุกเข่ากุมเอวของตน และมองมาที่เขาด้วยสายตาอึ้งๆ       แค่ช่วงเวลาไม่เกิน 2 วินาที ผลลัพธ์กลับปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว       จังหวะการโจมตีของอีกฝ่าย ไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างมันดูไหลลื่นไปหมด       ความจริงเกาจงเองก็คิดจะดึงกระบี่ที่ถูกปัดในตอนแรกมาป้องช่วงเอว ทว่าการโจมตีของอีกฝ่ายกลับเร็วกว่าที่เขาคิด มันใช้การหมุนตัวของร่างกายเสริมความเร็ว และเอวของเขาที่ถูกฟัน แม้แผลไม่ลึก แต่เลือดที่ไหลออกมาก็ทำให้รู้ว่าตนได้แพ้จากการประมือรอบแรกแล้ว(จบ)