ตอนที่ 4 เกม สารเสพติดและการร่วมรัก (1)
เช้าวันจันทร์ ณ สำนักงานศูนย์ซื้อขายที่ดินประจำนครเจียง
วันนี้ได้จัดงานประมูลที่ดินรวมสามสิบผืน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็กและบริษัทลงทุนแต่ละแห่ง รวมถึงผู้ประมูลประจำเครือบริษัทล้วนแต่ทยอยเข้าร่วมงาน
การประมูลที่ดินยังไม่ทันเริ่มขึ้น ผู้รับผิดชอบและผู้ประมูลจากแต่ละบริษัทต่างก็เข้ามาทักทายกันภายในฮอลล์ศูนย์ซื้อขายฯ บุคลากรจากกลุ่มสี่เ้าสัวใหญ่ของนครเจียงล้วนได้รับการจับตามอง
เมื่อผู้ประมูลจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทราบว่า สี่เ้าสัวใหญ่อย่างตระกูลหยวน ตระกูลเซิน ตระกูลเซวียและตระกูลเซี่ยมาร่วมงาน ต่างก็สืบข่าวว่าพวกเขาจะทำการประมูลที่ดินผืนใด จะได้ตั้งตัวทัน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและขนาดเล็กรู้ดีว่า ถึงจะทุ่มเงินอย่างไรก็สู้สี่เ้านี้ไม่ได้ แต่ถ้าที่ดินที่จะประมูลเป็ที่ดินทำเลทอง ก็คงต้องกัดฟันสู้สักตั้ง
หยวนจุนกับหยวนเยี่ยนมาพร้อมกัน นอกจากโชเฟอร์แล้ว วันนี้พวกเขาพาผู้ประมูลมาแค่คนเดียว
ส่วนเซวียติ้งจากตระกูลเซวียกับเซินฝานจีผู้เป็ภรรยา พวกเขาพาผู้ประมูลมาสองคน
ตระกูลเซินส่งตัวผู้ประมูลมาแค่คนเดียว โดยเวลานี้กำลังพูดคุยอยู่กับเซินฝานจี
ส่วนตระกูลเซี่ย เซี่ยเจี่ยนอี้เป็คนมาเอง เขาพาผู้ช่วยหนึ่งคนและผู้ประมูลหนึ่งคนมาพร้อมกัน
“พี่รอง ไอคนตระกูลเซี่ยกำลังมองเรา” หยวนเยี่ยนผู้ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงชุดสูท เชิดคางชี้พลางเอ่ยขึ้น
เซี่ยเจี่ยนอี้แต่งกายนำสมัยเช่นเดิม ช่างแตกต่างจากคนชุดสูทภายในฮอลล์เอามากๆ ดาราดังผู้เคยคลุกคลีกับวงการบันเทิงคนนี้เดินไปไหนก็สะดุดตาเป็พิเศษ
เมื่อเดินเข้ามาถึงตรงหน้าของพวกเขาพี่น้อง เซี่ยเจี่ยนอี้ก็ยิ้มพลางยื่นมือให้ “หยวนจุน ไม่เจอกันนานเลยนะ”
หยวนจุนกวาดตามองเขาอย่างเ็า ก่อนจะหันหลังไปเจรจากับกรรมการผู้จัดการอีกคนประจำบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง กรรมการผู้จัดการประจำบริษัทอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวแตกตื่นด้วยความดีใจ ยินดีที่จะเสวนากับเขามากๆ
เมื่อพบว่าเซี่ยเสียสติโดนพี่รองเมิน หยวนเยี่ยนก็ยกมุมปาก ยิ้มเยาะแล้วพูดว่า “เซี่ยเจี่ยนอี้ ถ้านายยังอยู่ในวงการบันเทิง ตอนนี้คงได้รางวัลตุ๊กตาทอง ออสการ์ไปแล้วละ”
เขาตีวัวกระทบคราดกับความเสแสร้งของอีกฝ่าย
พอหุบยิ้มลง สีหน้าของเซี่ยเจี่ยนอี้ก็เริ่มนิ่งขรึม “หยวนเยี่ยน อย่ามาท้าทายความอดทนของฉันซ้ำๆ ซากๆ ดีกว่า ที่ฉันอ่อนข้อให้นายก็เพราะเห็นว่านายเป็น้องชายแท้ๆ ของเขา”
ดูเหมือนหยวนเยี่ยนจะได้ยินเื่ตลกสักเื่ เขาจึงเขยิบเข้าไปเอ่ยเสียงเบาว่า “ทางที่ดีนายต้องเล่นฉันให้ถึงตายนะ ถ้าไม่งั้นฉันต้องจับนายมาห้อยโหนกับเสาไฟเข้าสักวัน”
“หยวนเยี่ยน นายปากเก่งได้ตามสบายเลย ถึงเวลานั้น...” เซี่ยเจี่ยนอี้เปลี่ยนสีหน้าไปอีกแบบ ก่อนจะเผยยิ้มโปรยเสน่ห์ “ฉันจะเอาให้นายไม่คู่ควรแม้แต่จะเลียรองเท้าฉันด้วยซ้ำ” พูดจบก็หันไปมองกล้องสื่อ พร้อมโบกมืออย่างเป็มิตร
นักสื่อสารมวลชนรีบพุ่งตรงเข้ามา ไม่ว่าอย่างไรก็คงสัมภาษณ์สี่เ้าสัวใหญ่ได้ลำบาก แล้วจะพลาดโอกาสนี้ได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นบุคคลท่านนี้เต็มไปด้วยข้อถกเถียง ถึงจะลาวงการบันเทิงไปแล้ว แต่กระแสก็ยังสูงเอาเื่ มีแฟนคลับเหนียวแน่นอีกเป็โขยงที่ยังติดตามเขาอย่างใกล้ชิด
อดีตเ้าชายแห่งวงการบันเทิง ปัจจุบันเป็คุณชายใหญ่ตระกูลเ้าสัว สองฐานะนี้มากพอที่จะทำให้เขากลายเป็จุดสะกดสายตาเวลาเดินไปไหนมาไหนได้เลยทีเดียว
พอเป็บุคคลที่มีกระแสติดตัว ข่าวก็พอจะเป็ประเด็นได้หน่อย อีกเดี๋ยวก็แมสเอง
เซี่ยเจี่ยนอี้หันหน้าหากล้องสื่ออย่างชำนิชำนาญ พร้อมสปอยล์ข้อมูลที่ดินที่้าจะประมูล ที่ดินที่เขาถูกใจมีภูมิทัศน์งดงามเป็พิเศษ ทั้งยังวางแผนลงทุนสร้างเป็ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรอีกด้วย
นักข่าวถามเขาว่า ‘เขากำลังจะสื่อว่า เครือบริษัทหฺวาเซิ่งกำลังขยายเข้ามายังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ใช่หรือไม่’
เซี่ยเจี่ยนอี้ยิ้มตอบว่า ‘นี่เป็การลงทุนโดยส่วนตัวของเขาเอง ไม่เกี่ยวข้องกับเครือบริษัทหฺวาเซิ่ง’
เมื่อกรรมการผู้จัดการที่อยู่ในงานได้ยินเข้า บ้างก็คิดว่าเขาถลุงเงินตามใจชอบ บ้างก็เผยสีหน้าไม่อยากจะแยแส เพราะคิดว่าคุณชายท่านนี้แค่กำลังเล่นเอาสนุก
นักธุรกิจนครเจียงจำนวนมากล้วนลอบขัดใจกับคุณชายใหญ่ที่คลุกคลีกับวงการบันเทิงรายนี้ นิสัยเหลวไหลทำอะไรตามอำเภอใจของเขากลายเป็ภาพจำฝังใจเลยทีเดียว แต่ก็ไม่มีใครกล้าแสดงความไม่สบอารมณ์ต่อหน้าเขา เซี่ยเจี่ยนอี้ได้ฉายาว่าคนเสียสติ ใครกล้าไปหือกับเขา เขาจะเล่นงานคนคนนั้นจนศพไม่สวยแน่
เื่ที่ผู้คนจำฝังใจกันที่สุดก็คือ่ที่เขายังเป็ดารา บริษัทขนาดเล็กแห่งหนึ่ง้าให้เขาเป็พรีเซนเตอร์ แต่ดันไปหือกับเขาเข้า หลังเสร็จเื่ เขาก็อาศัยอำนาจตระกูลเซี่ยมาเล่นงานจนบริษัทเ้านั้นต้องล้มละลาย ผู้รับผิดชอบต้องแบกรับภาระหนี้สินหลักสิบล้าน ก่อนจะแขวนคอจบชีวิต
สรุปคือคำวิจารณ์เชิงลบภายในนครเจียงของเขาก็ใช่ว่าจะไม่ไม่มีที่มาที่ไป
ทว่าสำหรับบรรดาแฟนคลับที่ติดตามกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนก่อให้เกิดการจราจรติดขัดภายในนครเจียงนั้น กลับกลายเป็เื่จิ๊บจ๊อยที่ไม่จำเป็ต้องพูดถึงเลยด้วยซ้ำ