ทั้งสองพี่น้องนั่งรถมาด้วยกันจนเกือบจะกึ่งทางที่จะถึงบ้านแล้วตอนที่เกร๊กร้องออกมาด้วยความกังวลและเริ่มหมุนพวงมาลัยหักรถเลี้ยวเข้าสู่เลนนอกสุดซึ่งจะไม่กีดขวางทางจราจรซูซานเบือนหน้าไปมองน้องชายที่กำลังมีสีหน้ายุ่งยากอยู่อย่างสงสัย
“เป็อะไรหรือ?”
“เครื่องมันร้อนเกินไป” เกร๊กตอบ ค่อย ๆ ชะลอความเร็วของรถลงจนหยุดนิ่งอยู่บนไหล่เส้นทาง
“นั่นละที่ผมกำลังจะต้องหาสาเหตุอยู่”เกร๊กตอบขรึม ๆ ขณะเปิดประตูด้านที่นั่งอยู่ออก เดินตรงไปเปิดกระโปรงหน้าหม้อรถขึ้น
ควันสีเทาลอยพลุ่งขึ้นในอากาศทันทีที่ฝากระโปรงเปิดออกด้วยความใ ทำให้ซูซานรีบเปิดประตูรถก้าวลงไปหาน้องชายที่กระถดถอยออกไปยืนห่างจากหน้าหม้อรถด่าตัวเองอยู่พึมพำ
“ไฟไหม้หรือนี่?” เธอถามอย่างกระวนกระวาย แต่ก็มองไม่เห็นเปลวไฟอันเป็ต้นเหตุของกลุ่มควัน
“เปล่า หม้อน้ำน่ะ” เกร๊กถอนหายใจออกมาแรง ๆ “หม้อน้ำมันแตก”
“แล้วทำได้หรือเปล่าล่ะ?” ซูซานเดินตามเกร๊กซึ่งเดินเข้าไปพิจารณาส่วนชำรุดเมื่อควันจางลงระมัดระวังที่จะไม่เข้าไปใกล้มากนัก ด้วยเกรงว่าเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่อยู่จะเปรอะเปื้อนจากไอที่ระเหยขึ้น
“ก็ซ่อมได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ”เด็กหนุ่มคำรามออกมาอย่างหงุดหงิด “แล้วแถวนี้ก็ไม่มีที่ไหนจะหาเติมน้ำได้เสียด้วยสิ”
“หมายความว่ายังไงน่ะ?” ซูซานไม่เข้าใจ
“ก็หมายความว่า” เกร๊กยกมือขึ้นเท้าสะเอวกวาดตามองไปตามทิศทางที่เพิ่งผ่านมา “ผมจะต้องโบกรถไปอู่ที่ใกล้ที่สุดก็คงจะสักประมาณไมล์ครึ่งให้เขามาลากไปซ่อมน่ะสิ แล้วก็หมายความด้วยว่าผมจะต้องใช้เงินที่สะสมไว้สำหรับซื้อดุมล้อมาซ่อมหม้อน้ำทั้งหมดเลยด้วย”
“เกร๊ก...พี่เสียใจด้วยนะ” ซูซานเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจน้องชาย “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พี่จะช่วยออกค่าลากรถไปซ่อมให้ถือเสียว่าเป็ส่วนหนึ่งของของขวัญวันเกิดก็แล้วกัน พี่ ... ”
“สวัสดี ซูซาน เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือครับ?”
เธอหันขวับไปทางเสียงที่ร้องทักทันทีและแล้วหัวใจก็เต้นรัวแรงขึ้นเมื่อพบกับใบหน้าที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มของมิทช์ เบรเดนเขากำลังเดินลงจากรถสปอร์ตคันสีฟ้าซึ่งจอดเลยไปทางด้านหน้าไม่กี่หลา
แวบหนึ่งอย่างมิได้ตั้งใจเลยที่เธอพอจะสังเกตเห็นว่าสีดวงตาของเขานั้นช่างคล้ายคลึงกันกับสีรถเสียเหลือเกินแต่ความรู้สึกส่วนใหญ่ในเวลานี้ของซูซาน เต็มไปด้วยความพิศวงงงงันมากกว่า อาจจะเป็เพราะว่าการจราจรกำลังคับคั่งก็เป็ได้ที่ทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่าจะมีรถคันไหนชะลอความเร็วลง หรือหยุดให้ความช่วยเหลือ
“คุณ...คุณรู้ได้ยังไงน่ะว่าเป็ฉัน?” เธอถามออกไปด้วยความรู้สึกที่ยังแปลกใจอยู่มาก
มิทช์ กวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างก่อนที่จะหวนกลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้า
“ผมนี่เป็คนที่ภาคภูมิใจมากนะเกี่ยวกับเื่การจำรูปร่างหรือใบหน้าคน”เขาตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างยั่วประสาท
มันเป็คำตอบที่ทำให้หัวใจของเธอต้องเต้นรัวแรงขึ้นซูซานเบือนหน้าหนีเสียทางหนึ่งไม่อาจจะตอบโต้กับคำพูดประโยคนั้นของเขาได้
จากปลายหางตา เธอสังเกตเห็นว่าขณะนี้น้องชายคนเก่งกำลังยืนอ้าปากค้างจ้องมองหน้ามิทช์อยู่อย่างตะลึงงันราวกับว่าเขาไม่เชื่อสายตาของตนเองเลยด้วยซ้ำ ถ้าจะว่าไปแล้ว ถึงตัวเธอเองก็ตามที ใครเล่าที่จะนึกฝันว่ามิทช์เบรเดนจะหยุดรถลงเพื่อให้ความช่วยเหลือ
ความคิดเช่นนั้นที่เกิดขึ้นทำให้เส้นประสาทในช่องท้องเขม็งเกลียวขึ้น เธอจะทำอย่างไรถ้าเขาเกิดพูดขึ้นมาต่อหน้าเกร๊กเื่ที่วอร์เรนอ้างว่าเธอกับเขาแต่งงานกันแล้ว?เธอคงจะไม่อาจจะทนทานกับแววเยาะเย้ยในดวงตาของเขาได้แน่ ถ้ามิทช์ได้รู้ว่าวอร์เรนพูดอย่างหน้าตาเฉยเช่นนั้น
“มีปัญหาอะไรหรือ?” มิทช์เบรเดนเข้ามายืนอยู่ทางเื้ั น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของเขาแฝงสำเนียงขัน ๆ อยู่
“เอ้อ... เอ้อ...หม้อน้ำมันรั่วครับ” เกร๊กพยายามดึงตัวเองออกมาจากความงุนงงอย่างสุดความสามารถ
มิทช์ เบรเดนโน้มตัวเข้าไปในหน้าหม้อรถตรวจตราในสาเหตุและซูซานก็รีบขยับตัวออกไปยืนทางด้านข้าง ผู้ชายคนนี้มีลักษณะเหมือนหมาจิ้งจอก และเธอไม่้าที่จะให้มีการถูกต้องตัวด้วยความบังเอิญเกิดขึ้นเพราะเขาอาจจะถือประโยชน์จากเหตุการณ์นั้นได้อย่างว่องไว ชนิดที่คาดไม่ถึงก็เป็ได้
มิทช์ เบรเดนยึดร่างขึ้นสีหน้าเคร่งขรึมไปเมื่อตวัดสายตามองหน้าเธอ
“เป็ที่หม้อน้ำจริง ๆ”
“ผมชื่อเกร๊ก เมบรีครับเป็น้องชายของซูซาน” เกร๊กรีบแนะนำตัวเอง อาการตื่นเต้นใที่ได้ประจันหน้ากับนักขับรถแข่งผู้เลื่องชื่อเมื่อครู่หายไปหมดสิ้นแล้ว“ให้ตายสิ ผมแทบจะไม่เชื่อตัวเองเลยว่าจะได้พบคุณชนิดตัวต่อตัวอย่างนี้ครับ คุณเบรเดนผมน่ะดูคุณขับรถแข่งมานับเป็ร้อยๆ ครั้งแล้วละมั้ง ส่วนใหญ่ก็จากทางโทรทัศน์นั่นแหละครับ แต่... วู้ว...นี่มันเป็เหตุการณ์พิเศษสุดในชีวิตของผมจริง ๆ นะครับ”
“ฉันก็ดีใจที่ได้รู้จักเธอนะเกร็ก”มิทช์ เบรเดนยื่นมือมาให้ ซึ่งเกร๊กก็รีบรับไปกอดกุมไว้ ด้วยความตื่นเต้นอย่างล้นเหลือ
“ มันคุ้มค่าจริง ๆ ที่รถเกิดมาเสียตรงนี้”น้องชายของเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ความตื่นเต้นยังคงแฝงอยู่ในน้ำเสียงอย่างเห็นได้ชัดคล้ายกับเขายังพยายามย้ำกับตัวเองอยู่ว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ตรงหน้าเวลานี้เป็เื่ที่เกิดขึ้นจริง ๆ มิใช่เพียงฝันไป
“เกร๊ก...นี่มันชักจะค่ำมากแล้วนะ” ซูซานเอ่ยเตือนขึ้นเพื่อให้น้องชายนึกถึงปัญหาที่จะต้องรีบแก้ไข
“อะไรนะ?” เขาหันหน้ามามองเธออย่างใจลอยแต่แล้วก็อุทานออกมาว่า“เออ... จริงด้วยสิ”
มุมปากของมิทช์ เบรเดนกดลึกลงกว่าเดิม เมื่อเห็นซูซานสะบัดหน้าหนีเสียจากเขา
“ทำไมเธอไม่ให้ฉันช่วยขับรถพาไปอู่ที่อยู่ใกล้ที่สุดเสียก่อนล่ะเกร๊ก จะได้ไปเรียกช่างให้เขามาลากรถไปซ่อมเสีย?” เขาแสดงน้ำใจกับน้องชายของเธอ
“จริง ๆ น่ะหรือครับ?” เกร๊กแทบจะสำลักลมหายใจ“ผมหมายถึงว่า...วู้ว... แจ๋วเลยจริง ๆ นะครับนี่”
ซูซานอยากจะจับตัวน้องชายเขย่าแรง ๆ นัก อาการชื่นชมบูชาที่เกร๊กแสดงออกต่อมิทช์เบรเดน มันมากเสียจนเธอรู้สึกรำคาญ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เธอ้าจะให้การพบปะครั้งนี้สิ้นสุดลงเสียโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้“งั้นก็ล็อกรถเสียก่อนสิ เราจะได้รีบไปกัน” มิทช์สั่ง
“ไม่จำเป็ต้องล็อกก็ได้”ซูซานรีบขัดขึ้นทันที “เพราะฉันจะนั่งเฝ้ารถอยู่ที่นี่จนกว่าเกร๊กจะกลับมาพร้อมกับช่างก็แล้วกัน”
“ผมปล่อยให้คุณทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”มิทช์ เบรเดนสั่นศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย แววยิ้มหัวกระจายอยู่ในดวงตา “คิดดูสิ ว่าจะปล่อยให้ผู้หญิงสวยอย่างคุณเดียวดายอยู่บนทางหลวงได้ยังไงกัน เดี๋ยวก็ยุ่งเท่านั้น แล้วผมจะมองหน้าสามีคุณได้ยังไงถ้าหากว่ามันเกิดมีอะไรขึ้นในระหว่างที่ทั้งผมทั้งน้องชายของคุณไม่อยู่”
สามี... นั่นไง...คำนั้นหลุดออกมาแล้ว และเกร๊กก็คว้าหมับทันที ขณะที่หัวใจของซูซานลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม
“สามี?” เขาขมวดคิ้วเครียดหันมามองหน้าซูซาน “เอ๊ะซูซานยังไม่ได้แต่งงานนี่ครับ”
ไม่จำเป็จะต้องหาเหตุผลอื่นเลยว่าทำไมดวงตาของมิทช์จึงพราวแสงขึ้นเมื่อเขาตวัดไปมองหน้าน้องชายของเธอ
“ยังหรอกเรอะ... อ้าว...ก็คุณวอร์เรน ... ”
“ไอ้ขี้ฉ้อน่ะสิ” เกร๊กร้องออกมา
“เกร๊ก” ซูซานตวาดใส่น้องชาย
แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเธอเอาเสียเลย
“เขาเป็แค่คู่หมั้นกันเท่านั้นละครับ”น้องชายของเธอตอบด้วยน้ำเสียงเดียวกัน “แต่ว่ายังไม่ได้แต่งงานกันหรอก”
“ฟังจากเสียงของเธอรู้สึกว่าไม่ได้ชื่นชมกับการแต่งงานของพี่สาวเลยนะ”มิทช์ เบรเดนตั้งข้อสังเกต
“ผมไม่สนหรอก” เกร๊กตอบไม่ใส่ใจกับสายตากินเืกินเนื้อของพี่สาว
“เอ...ถ้างั้นสงสัยว่าเธอกับฉันจะต้องเป็แนวร่วมต่อต้านกันเสียแล้วละมั้ง” เขาเสนอขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เป็ความคิดที่ดีมากเลยละครับ”เกร๊กเปล่งเสียงหัวเราะออกมา มองเห็นภาพตัวเองเป็พ่อสื่อตัวฉกาจและออกจะพอใจกับความคิดที่ว่าถ้าซูซานกับมิทช์ได้แต่งงานกันมาก
“ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็... ” น้ำเสียงของซูซานพร่าด้วยความโมโห
“เออ... จริงสินะ” มิทช์เบรเดนผงกศีรษะ เรือนผมเป็ประกายสีทองเมื่อต้องอยู่ในแสงอาทิตย์ยามชิงพลบ “ไอ้การที่เรายืนพูดกันอยู่อย่างนี้มันไม่ช่วยให้รถดีขึ้นได้แน่”
“จริงครับ” เกร๊กคล้อยตามทันที“ผมจะล็อกรถเกี่ยวนี้เลย”
เขารีบเดินไปปิดหน้าหม้อรถลง และเดินกลับมาล็อกประตูด้านข้างทั้งสองด้านซูซานนั้นอยากจะจิกเท้าลงไปในดินตรึงร่างของเธออยู่กับที่ ปฏิเสธที่จะทิ้งรถไว้ แต่แล้วเมื่อประสานสายตาที่มองมาอย่างท้าทายของมิทช์เข้าเธอก็รู้ดีว่า ไม่อาจจะปล่อยให้เกร๊กไปกับเขาแต่เพียงลำพังได้ เพราะไม่รู้ว่า ระหว่างทางมนุษย์ผู้ชายสองคนนี้จะวางแผนจัดการอะไรกับการแต่งงานของเธอบ้าง