ตอนที่ 25 พวกเ้าอยากฆ่าข้าจริงๆ?
หลินเฟยกลับไปยังตำหนักของเขาใช้เวลาล่ำลาจิวหลินกว่าสองชั่วยามถึงจะพอคลายใจลงได้ ก่อนจะตรงไปยังตำหนักภารกิจรับภารกิจสำรวจเขตชายแดนใต้ที่มีการปะทะกันอยู่บ่อยครั้ง
ภารกิจจำพวกนี้จะมีระยะเวลาที่ยาวนานด้วยบางครั้งต้องแทรกซึมเข้าไปยังอาณาเขตของศัตรู แต่หลินเฟยเขารับภารกิจนี้มาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้นเพราะจุดหมายของเขาไม่ใช่ดินแดนภาคใต้แต่เป็ดินแดนภาคเหนือ
ด้วยสายข่าวของเจียนเหินหลินเฟยพอจะคาดเดาได้ว่าเจียนเหินจะต้องรับรู้ว่าเขาออกไปทำภารกิจยังนอกสำนักและนั่นก็คือสิ่งที่มันรอคอยแน่นอนอยู่แล้วมันคงไม่พลาดโอกาสที่ลูกกวางตัวน้อยพลัดหลงจากฝูงเป็แน่
ก่อนจะจากไปหลินเฟยแวะไปหาเสี่ยวหลินิเต้าหลี่ปิงและยู่เจียงก่อนจะมอบผลึกอสูรระดับต่ำที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้พวกเขาได้แบ่งกัน
ตบะของหลี่ปิงและยู่เจียงก้าวหน้าจากเดิมมากเป็ไปได้กว่าแปดส่วนว่างานคัดเลือกในปีหน้าพวกมันจะผ่านเข้าเป็ศิษย์สายในได้อย่างไม่ยากเย็น
"ข้าจัดการเื่ที่ค้างคาใจทั้งหมดแล้วถึงเวลาจากไป" แววตาที่ปราศจากความลังเลเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าปรากฏขึ้นภายในดวงตาเรียวสวยสีดำสนิทของเขา
ดวงตาสีแดงเพลิงของเขานั้นสะดุดตาเกินไปเขาจึงใช้พลังลมปราณปิดบังไว้นานแล้วแต่มันจะกลับมาทันทีหากเขาต่อสู้สุดกำลังจนดึงพลังลมปราณทั้งหมดไปใช้
หลินเฟยสาบานกับตัวเองจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นมากจนสามารถเหยียบย่ำคนที่คิดร้ายกับเขาและตระกูลหลินหากเมื่อเขากลับมาเจียนเหินยังไม่เลิกตอแยเขามันจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
หลิยเฟยจากไปอย่างเงียบเชียบเขามุ่งหน้าเต็มกำลังด้วยเคล็ดวิชาัเหินวิชาตัวเบาขั้นที่สองที่เกือบจะทะลุเพดานเข้าสู่ขั้นที่สามได้แล้ว เช่นเดียวกับเคล็ดลมปราณหวนท้า์ที่หลังจากใช้มันยามคืนร่างเผ่าพันธุ์ในครั้งนั้นก็ใกล้จะผ่านขั้นแรกเต็มที
สี่เดือนต่อมา
สี่เดือนที่ผ่านมาเจียนเหินได้ส่งนักฆ่าลงใต้ไปไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนมันลำพองใจอย่างมากคิดว่ายังไงหลินเฟยก็ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน
นักฆ่าชุดนี้นั้นต่างอยู่ในขั้นปราณยุทธเงินเป็อย่างน้อยมันเข้าใจว่าด้วยระยะทางที่ไกลมากและยังต้องค้นหาเป้าหมายเวลาหลายเดือนนั้นไม่ได้ทำให้มันสงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย
หากมันรู้ว่าส่งคนไปผิดทิศผิดทางคงจะต้องโกรธเกรี้ยวจนเผลอกัดลิ้นตัวเองอย่างแน่นอน...
แกร๊กๆ
เสียงของรถม้าคันหนึ่งวิ่งอย่างโดดเดี่ยวภายในเส้นทางเล็กๆเส้นทางหนึ่งรอบด้านเต็มไปด้วยผืนป่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ภายในรถม้าไม่มีสิ่งใดให้สะดุดตานอกจากฟางที่ปูไปทั่วบริเวณคาดว่าน่าจะใช้เป็ที่หลับนอน
ผู้ที่บังคับรถม้าสวมใส่ชุดคลุมสีดำคลุมไปถึงศรีษะมีผ้าปิดปากสีดำปิดบังไปถึงจมูกแววตาสีดำสนิททอประกายคมกล้าดุดันดูน่าเกรงขามไม่น้อย
เขาสะพายดาบขนาดหนึ่งเมตรไว้ที่ด้านหลังแม้จะสวมฝักดาบที่ทำอย่างลวกๆจากหนังสัตว์แต่ดูจากด้ามจับสีดำสนิทที่มีลวดลายพยัคฆ์กำลังคำรามประดับอยู่ก็พอจะเดาได้ถึงความไม่ธรรมดา
บุรุษผู้นี้แน่นอนว่าคือหลินเฟยนั่นเองเขาเลี่ยงการใช้เส้นทางหลักเลือกที่จะใช้เส้นทางที่ทุรกันดารกว่าและอันตรายกว่าเพื่อหลบเลี่ยงสายข่าวของเจียนเหินที่อาจจะพบเจอเขาได้
แม้จะเป็ไปได้ยากที่จะสามารถระบุตัวตนของเขาได้แต่เพื่อความปลอดภัยเขาจึงเลือกใช้เส้นทางเล็กๆเช่นนี้แทนกันไว้ดีกว่าต้องมาแก้ในภายหลัง
ในเดือนแรกที่จากมาเขาเดินทางเพียงใช้เคล็ดวิชาตัวเบาเคล็ดัเหินจึงทำให้เขาบรรลุถึงระดับสูงสุดของขั้นที่สองแล้วและเริ่มเรียนรู้ในขั้นที่สามต่อ เพียงแค่เรียนรู้สำเร็จไปได้เพียงสี่ในสิบส่วนของความเข้าใจไม่ใช่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น
ในขั้นที่สามนี้ยังมีความสามารถที่น่าตื่นตะลึงซ่อนอยู่มันถึงกับสร้างร่างจำแลงขึ้นมาได้หนึ่งร่างโดยร่างจำแลงนั้นจะมีพลังถึงห้าในสิบส่วนของเลยทีเดียว นับว่ามีประโยชน์อย่างมากและยังสามารถพลิกแพลงได้ในหลายสถานการณ์
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันคือมีข้อจำกัดในเื่ของเวลาที่สามารถใช้ได้เพียงชั่วครึ่งก้านธูปดับเท่านั้น แต่ที่สุดยอดกว่านั้นคือเคล็ดลมปราณหวนท้า์ก็สามารถบรรลุขั้นแรกและเรียนรู้ขั้นที่สองได้แล้วเช่นกัน
เคล็ดวิชาที่เสริมเข้ามาในขั้นที่สองนี้นับเป็ไพ่ตายอีกใบของหลินเฟยได้เลยทีเดียว!
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
หลินเฟยพลันชะงักรถม้าลงทันทีที่สิ้นเสียงคำรามของชายร่างั์ที่ไม่สวมใส่เสื้อในมือของมันถือดาบั์ขนาดเท่าตัวคนอยู่หนึ่งเล่ม
ใบหน้ามีรอยแผลเป็หลายแห่งศรีษะโล้นเตียนหนวดเคราเฟิ้มไปทั่วใบหน้ายืนจังก้าขวางหน้ารถม้าของเขาอยู่ไม่ไกลมากนัก แววตาที่ต้องมันมองหลินเฟยไม่ต่างจากพยัคฆ์ผู้หิวโหยได้พบเจอกับเหยื่ออันโอชะ
"ส่งถุงสมบัติหรือของมีค่าทั้งหมดมาหากไม่อยากตายแบบศพไม่สวย!"
มันะโเสียงดังด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมพร้อมกับพรรคพวกมันอีกหกคนทยอยเดินออกมาจากสองข้างทางใบหน้าของพวกมันต่างประดับไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายอันน่าชิงชัง
"เฮ้อ...ั้แ่ข้าออกเดินทางมาพวกเ้านับเป็กลุ่มที่ยี่สิบห้าแล้วที่พูดกับข้าแบบนี้" หลินเฟยพึมพัมเบาๆค่อยๆย่อนกายลงจากที่นั่งบังคับรถม้าอย่างเชื่องช้า
"หากเ้าคิดหนีข้าจะทำให้เ้าได้กับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส!" โจรคนเดิมกล่าวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับก้าวเท้าเข้าหาหลินเฟยอย่างรวดเร็ว
"นี่พวกเ้าอยากฆ่าข้าจริงๆ?"
"หึ นับว่าเ้าดวงซวยเองที่มาพบเจอกับพวกเรากลุ่มโจรใจเหี้ยมแต่หากเ้ายอมดีๆข้าจะช่วยส่งเ้าจากไปโดยไม่เ็ป"
"..."
หลินเฟยไม่พูดอะไรอีกเพียงยืนเฉยๆเท่านั้นโจรคนแรกที่เดินเข้ามาใกล้ยิ้มลำพองใจมันคิดว่าหลินเฟยจะยอมตามที่มันพูดจริงๆ
"ตาย!"
มันเงื้อดาบใหญ่ของมันสูงขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมดาบขนาดใหญ่ถูดฟาดลงมาด้วยความรวดเร็วกระจายพลังปราณออกไปโดยรอบแสดงถึงพลังที่ไม่ธรรมดา
ฉวะ!
ตุบ!
"อ้ากก!"
เสียงของบางอย่างล่วงหล่นกระทบกับพื้นดินพร้อมกับเสียงแผดร้องที่ดังก้องสะท้อนไปทั่วผืนป่า
แน่นอนว่าเสียงร้องนี้ย่อมเกิดจากโจรป่าร่างั์ที่บัดนี้แขนขวาั้แ่ข้อศอกลงมาที่ได้หลุดลอยตกลงไปยังพื้นดินพร้อมกับดาบใหญ่ที่ยังคงกำแน่นอยู่ภายในมือของมัน
มันเบิกตากว้างด้วยความใเบื้องหน้ามันคือบุรุษที่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งพิษสงใดๆบัดนี้กลับถือดาบที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีแดงสด
มันไม่แม้แต่มองเห็นว่าบุรุษเบื้องหน้าชักดาบออกมาเมื่อใดลูกน้องมันที่ยืนอยู่ด้านหลังล้วนตกตะลึงพรึงเพลิดหน้าถอดสีกันทุกตัวคน
"ท่านผู้าุโโปรดยั้งมือด้วยพวกเรานั้นมีตาแต่หามีแววไม่ได้โปรดธละเว้นชีวิตพวกข้าด้วย!"
"ส่งถุงสมบัติหรือของมีค่าทั้งหมดมาหากไม่อยากตายแบบศพไม่สวย!"
พวกมันทั้งหมดเบิกตากว้างคำพูดนั้นลูกพี่มันพึ่งจะพูดกับอีกฝ่ายเมื่อสักครู่นี้แต่ตอนนี้กลับกันจากคนถูกปล้นการเป็คนปล้นไปเป็ที่เรียบร้อย
พวกมันทั้งหกคนต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเป็ความจริงที่ว่าลูกพี่มันคนที่โดนตัดแขนมีพลังตบะที่สูงที่สุดอยู่ในขั้นปราณยุทธขาว่กลางนับได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมาก
แต่กลับโดนจัดการภายในชั่วพริบตาเดียวพวกมันที่มีตบะอยู่ที่ปราณยุทธขาว่ต้นเท่านั้นจะสามารถรับมือกับุรุษเบื้องหน้าได้อย่างไร
พวกมันหันไปสบตากันอย่างขมขื่นก่อนที่ผู้เป็ลูกพี่ที่เหลือแขนอยู่ข้างเดียวจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดั้แ่ได้ผันตัวเองออกมาเป็โจรร้าย
"พวกเราไม่มีถุงสมบัติติดตัว ท่านหัวหน้าใช้ให้พวกเรามาดักปล้นอีกที" ชายที่แขนขาดสกัดจุดห้ามเืตัวเองแล้วจึงรีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
"ดี! บอกรายละเอียดทั้งหมดให้แก่ข้าหากเ้ากล้าโป้ปดข้าจะทำให้เ้าทรมานเสียยิ่งกว่าตาย! ส่วนพวกเ้า..."
หลินเฟยพูดเพียงเท่านั้นก็ขยับกายกลายเป็เงาเลือนลางเพียงชั่วสายฟ้าแลบก็กลับมายืนที่เดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมๆกับร่างทั้งหกของโจรป่าร่วงหล่นลงไปที่พื้นดินมือก็เกาะกุมไปยัง่ท้องโดยพร้อมเพรียงกัน
"ข้าทำลายแหล่งกำเนิดพลังของพวกเ้าไปแล้วต่อไปพวกเ้าจะทำร้ายใครไม่ได้อีก"
หลินเฟยไม่สนใจพวกมันที่นอนร้องโอดโอยด้วยความเ็ปอีกเขาหันไปจ้องโจรป่าลูกพี่ที่กำลังกุมแขนที่ขาดของมันด้วยร่างที่สั่นเทา
แววตาของมันสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นสำหรับมันแล้วการตกตายไปยังดีกว่าการที่ถูกทำลายพลังตบะไปเสียอีกมันจึงรีบเล่าเื่ราวทุกอย่างออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
หากเป็ก่อนหน้านี้ยามที่เขาเดินทางแรกๆโจรป่าผู้นี้คงจะน่าหวาดกลัวสำหรับหลินเฟยไม่น้อย แต่การเดินทางที่ผ่านมานอกจากเขาจะเจอโจรป่าไม่น้อยยังได้สั่งสมประสบการณ์เฉียดตายนับหลายครั้ง
ทำให้ตบะของเขาจากเดิมคือปราณยุทธขาวขั้นที่สาม่ต่ำใกล้จะกลางทะยานขึ้นไปเป็ขั้นปราณยุทธขาวขั้นห้าแล้วหรือก็คือปราณยุทธขาว่กลางนั่นเอง ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้แม้จะเป็ปราณยุทธขาวขั้นสูงก็ยังไม่แน่ว่าจะทำอันตรายแก่เขาได้
"...เป็เช่นนี้เอง พวกเ้านี่มันสวะจริงๆ"
หลินเฟยมองไปยังโจรป่าแขนเดียวด้วยสายตาวาวโรจน์จิตสังหารกระจายออกมาก่อนจะกดดันไปยังร่างของมันที่นั่งสั่นเทาอยู่จนมันถึงกับกระอักเืออกมากองโต หลินเฟยหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อได้ฟังเื่ราวจากโจรป่าแขนเดียวผู้นี้
พวกมันมีทั้งหมดเก้าคนเพียงเท่านั้นแต่ระดับพลังนั้นขั้นต่ำก็อยู่ที่ปราณยุทธขาวระดับเริ่มต้นแล้วนับว่าไม่ธรรมดาตัวมันเองก็เป็รองหัวหน้าคนหนึ่งของกลุ่มโจรใจเหี้ยมนี้
พวกมันทั้งเก้าแทรกซึมเข้าไปยังหมู่บ้านขนาดเล็กที่อยู่ไม่ห่างไกลจากที่นี่มากนักพวกมันสืบสาวจนรู้ว่าผู้ที่เป็ผู้นำหมู่บ้านนี้มีพลังอยู่ที่ปราณยุทธขาวระดับสูงสุด
หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนจากการวางแผนอย่างแยบยลพวกมันที่แทรกซึมเข้ามา่ระยะเวลาหนึ่งนั้นได้รับความไว้วางใจอย่างมากจากผู้นำหมู่บ้าน
หลังจากที่ช่วยขับไล่สัตว์อสูรที่พวกมันเองจงใจวางยาล่อเข้ามาภายในงานเลี้ยงนั่นเองพวกมันได้นำยาพิษผสมน้ำและอาหารให้ผู้นำของหมู่บ้านดื่มกินและรุมสังหารจนผู้นำของหมู่บ้านตกตายลงไปเข้าหมู่บ้านที่โชคร้ายแห่งนี้
พวกมันลงมือฉุดกระชากหญิงสาวไม่ว่าจะเป็เด็กหรือคนแก่หากถูกใจพวกมันล้วนแต่ไม่มีใครรอดคนที่ขัดขืนถูกพวกมันฆ่าอย่างโเี้
ผ่านไปเจ็ดวันหลังจากที่พวกมันเสพสุขกันอย่างเต็มที่
พวกมันจึงยึดเอาหมู่บ้านเป็ที่ตั้งของพวกมันบุรุษในหมู่บ้านหากไม่ยอมเป็โจรก็ต้องตกตายโดยถ้วนหน้า หลังจากนั้นหัวหน้าของมันจึงสั่งให้โจรป่าที่แขนขาดให้มาดักคนที่ผ่านไปผ่านมาเพื่อเพิ่มรายได้ดังเช่นปกติ
"เอาล่ะไอ้หัวหน้าโจรอีกสองคนที่อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้นหากเป็ดังที่เ้าว่าจริงๆข้าจะไว้ชีวิตเ้าแต่กลับกันหากไม่แม้ข้าต้องตายข้าสาบานเลยว่าเ้าจะต้องตกตายไปด้วยอย่างแน่นอน!"
อ้ากก!
เสียงร้องอย่างเ็ปดังออกมาจากปากของลูกน้องทั้งหกของมันก่อนจะตกตายด้วยวิชาหมัดเมฆาปลิดปลิวของหลินเฟยที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งเปลวเพลิงสีส้มสุกใส
มันมองไปยังลูกน้องของมันพร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากหลินเฟยไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อยเขาใช้พลังเต็มสิบส่วนส่งผลให้ร่างกายของพวกมันกลายเป็เถ้าถุลีดับสลายทั้งกายและวิญญา
ด้วยเปลวเพลิงที่บริสุทธิ์ของเขาดวงตาของหลินเฟยกลายสีแดงสดขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะกลับกลายเป็สีดำเช่นเดิมในคราแรกเขาคิดจะไว้ชีวิตพวกมันแต่เื่ราวของพวกมันบ่งบอกได้เลยว่าพวกมันนั้นชั่วร้ายจนยากจะอภัยได้จริงๆ
หลินเฟยโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุดเขาไม่มีความลังเลที่จะฆ่าพวกมันหากพวกมันคิดร้ายกับเขาก่อนแน่นอนว่าพวกมันไม่ใช่กลุ่มแรกที่ดักปล้นหลินเฟยทำให้ที่ผ่านมาเขามีจิตใจที่แน่วแน่ไม่ลังเลที่จะลงมือสังหารคนชั่วช้า
ส่วนผู้คนในหมู่บ้านแม้จะไม่ได้รู้จักใครในหมู่บ้านเป็การส่วนตัวแต่ในเมื่อตอนนี้เขามีกำลังมากพอที่จะจัดการได้ย่อมไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยง่าย
เดิมทีเขาก็ไม่ชอบใจพวกที่ข่มเหงคนอื่นเป็ทุนเดิมอยู่แล้วหากจะผิดพลาดจนต้องรับผลกระทบที่ร้ายแรงเขาก็พร้อมจะเสี่ยง!
.
.
.
ช่วยทนอ่านถึงตอนที่ 32 ด้วยคับ