“พวกเรามาถึงได้สักพักแล้วล่ะ”
กัลย์ดิษฐ์เป็ฝ่ายตอบตวิษาแทนเพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่ม ด้วยใบหน้าอมยิ้มอย่างมีเลศนัย ทั้งยังแอบใช้หางตาชำเลืองมองไปยังภูธิป ที่กำลังจ้องมองดูตวิษาอย่างไม่วางตา แต่ส่วนตวิษานั้นก็ทำทีเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจ
“หวัดดีไก๊ด์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
ภูธิปเดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ตวิษา ก่อนจะกล่าวทักทายออกไป โดยที่สายตาก็ยังคงมองตวิษาอยู่อย่างนั้น อย่างจงใจให้เ้าตัวรู้ว่ากำลังมองอยู่
“หวัดดี”
ตวิษาหันไปทักทายภูธิปเพียงสั่นๆ แล้วหันจับจ้องท้องถนน ดูว่ารถยนต์ของอัณณิกาจะวิ่งมาถึงเมื่อไร โดยทำเป็ไม่สนใจที่จะพูดจะคุยกับภูธิปอีกแต่อย่างใด และนั้นจึงทำให้ภูธิปเงียบเสียง และหยุดพูดกับตวิษาลงไปโดยพลัน ทำเพียงแต่มองดูอยู่เงียบๆ
ไม่ถึงห้านาทีรถยนต์ของอัณณิกาก็วิ่งตามถนน เข้ามาจอดลงที่ลานจอดรถ ที่มีกลุ่มเพื่อนๆ ยืนคอยกันอยู่ อัณณิกาดับเครื่องยนต์ ก้าวลงมาจากรถยนต์ และไม่รอช้าเดินตรงเข้าไปหากลุ่มเพื่อนทันที
ซึ่งเพื่อนในกลุ่มนี้มีด้วยกันทั้งหมดสิบเอ็ดคน ทุกคนต่างก็รักใคร่กลมเกลียวกัน ถึงแม้จะมีบ้างที่ขัดแย้ง หรือขัดใจกัน แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าจะต้องแตกหักจากความเป็เพื่อน จึงทำให้ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนแแ่จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ และก็มักจะหาเวลาไปเที่ยวเป็กลุ่มเป็ก้อนกันอย่างนี้อยู่บ่อยๆ
“ขอโทษทีนะที่มาช้าไปนิดหนึ่ง พอดีรถยนต์ติดอยู่ที่ไฟแดงโน้นนานมาก ไม่ยอมขยับสักทีอ่ะ”
อัณณิกากล่าวขอโทษขอโพยเพื่อน อย่างสำนึกผิด พร้อมทั้งให้แจ้งเหตุผลไปด้วย ว่าทำไมเธอถึงมาช้า เพร๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑าะปกติเกือบทุกครั้ง อัณณิกาจะต้องมาก่อนหรือมาทันตามเวลานัดหมาย
“ไม่เป็ไรหรอก แค่นี้เอง เอาล่ะในเมื่อมาพร้อมกันแล้ว ก็ออกเดินทางเลยแล้วกัน”
กัลย์ดิษฐ์กล่าวจบ เพื่อนๆ แต่ละคนก็ต่างทยอยกันไปขึ้นรถ โดยไปเที่ยวกันครั้งนี้มีรถยนต์ด้วยกันสี่คัน ตวิษานั่งรถไปกับอัณณิกา และพรรณวา ส่วนภูธิปนั้นก็นั่งรถไปกับกัลย์ดิษฐ์ แพรสุวรรณ และธันวา
“ฉันสงสัย ทำไมธิปถึงไม่เอาแฟนมาเที่ยวด้วยกันกับพวกเรา แบบว่าจะได้มาเปิดตัวให้เพื่อนได้รู้ อะไรงี้!!”
ในระหว่างที่รถยนต์พากันเคลื่อนออกจากลานจอดรถ วิ่งขึ้นไปบนถนนเส้นทางหลัง มุ่งหน้าไปยังหัวหิน ที่เป็ที่หมายที่จะไปท่องเที่ยวกัน พรรณวาก็ขยับตัว โผล่หน้ามาทางด้านหน้า ถามอัณณิกาที่กำลังขับรถอยู่นั้น อย่างอยากรู้อยากเห็น
“ฉันจะรู้ไหม!!... แล้วทำไมเธอไม่ถามธิปเขาเองล่ะ??”
อัณณิกาพูดกับพรรณวา ทั้งที่สายตาก็ยังจับจ้องมองไปบนท้องถนน ที่มีรถยนต์วิ่งกันควักไขว้ไปมา ช้าบ้างเร็วบ้าง ส่วนมือทั้งสองข้างก็กำพ่วงมาลัยรถ ควบคุมรถให้วิ่งอยู่ในเลนถนน และเท้าก็เหยียบควบคุมความเร็ว ให้อยู่ในระดับความเร็วที่คงที่และปลอดภัย
“หรือว่าที่เขาไม่เอาแฟนมาด้วย เพราะเกรงใจเธออ่ะไก๊ด์”
พรรณวาหันมาหาตวิษา พูดออกความเห็นอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าก่อนโน้น ตวิษาและภูธิปเคยคบกันมาก่อน
“จะมาเกรงใจฉันทำไม เื่ระหว่างฉันกับเขาจบไปตั้งนานมากแล้ว ไม่เห็นจะมีความจำเป็อะไรต้องมาเกรงใจฉันหรอก ฉันว่าที่เขาไม่พาแฟนมาด้วย เป็เพราะแฟนเขาไม่ว่าง หรือไม่ก็ไม่อยากให้พวกเราๆ ทั้งหลายรุมแกล้งต่างหากล่ะ ก็ดูแต่ละคนที่พาแฟนมาเปิดตัวสิ แกล้งซะจนจะผิดใจกันก็มี หรือเลิกคบไปเลยก็มี”
ตวิษากล่าวแย้ง พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นอย่างมีเหตุและผล
“ใช่ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
อัณณิกาหันมาพูดเห็นด้วยกับคำพูดของตวิษา แล้วรีบหันไปจ้องมองบนท้องถนนตามเดิม
“อืม!! ก็คงจะเป็อย่างที่เธอว่า พวกเราแต่ละคนใช่ย่อยกันซะที่ไหน ไอ้พวกนี้นี่ก็นะ!!.... แล้วถ้าเธอสองคนมีแฟน พวกเธอจะกล้าเอามาเปิดตัวไหม?”
พรรณวาถามอย่างอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาอีก
“ก็ให้มีก่อนสิแล้วค่อยว่ากัน”
ตวิษาพูดแบบไม่ปฏิเสธและก็ไม่ได้รับปากว่าจะพามาเปิดตัว
“ใช่! ฉันก็เหมือนกัน”
อัณณิกาเห็นพ้องตามคำพูดของตวิษา อย่างไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑