หลังจากตกลงกันว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่ห้างสรรพสินค้า ผมเดินนำทางคุณลูกค้าไปที่โรงเก็บรถ ในใจก็คิดว่ารอบนี้น่าจะไปด้วยรถยนต์ดีกว่า เพราะเธอไม่มีเสื้อผ้าอื่นมาเลย ดูท่าทางงานนี้คงจะช้อปไม่น้อย ฉนั้น รถยนต์ย่อมต้องสะดวกในการขนของกลับมากกว่า
“อ๊ะ ฮันแน่~ จะไปไหนกันจ๊ะทั้งสองคน” เสียงมาแต่ไกล ป้ามลแกเอาอีกล๊ะ
“ไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้างให้คุณหลินครับป้า เดี๋ยวกลับมา” ผมตอบแกไป ตอบเสร็จก็แอบจับหน้าผากตัวเองเล็กน้อย รู้สึกปวดขมองกับการให้ได้แซวของแก แต่เอาจริง ๆ ตอนนี้ภาพในสายตาของคนนอกทั่วไป มันก็ไม่ต่างกับคู่รักที่ไปเดินเล่นในห้างกันนั่นแหละ
ผมขับรถพาเธอเดินทางออกมาจากรีสอร์ท ระหว่างทางสาวฮ่องกงคนนี้ดูจะสนุกกับการชมวิวข้างทาง ถนนที่ทอดยาวไปพร้อมกับภาพของทะเลอันกว้างใหญ่ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมันช่างน่าประทับใจ ยิ่งเมื่อถึง่เวลาที่รถไต่ขึ้นผ่านูเาด้วยแล้ว ทะเลด้านหน้ายิ่งเห็นชัด ผมมองเธอที่นั่งอยู่เบาะหลังทางกระจกเป็ระยะ ๆ แววตาเป็ประกายและรอยยิ้มของเธอมันชวนให้ผมนึกถึงตัวเองตอนที่ได้มาเห็นที่นี่ครั้งแรก
ระหว่างทางขณะรถแล่นผ่านเส้นทางที่ต้องขึ้นเขาอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นป้ายจุดชมวิวจึงเอ่ยถามขึ้นมา ตรงนี้เป็จุดพักยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะหยุดกัน ผมบอกให้เธอรู้ว่าที่นี่มีทางลาดทำไว้สำหรับเดินลงไปด้านล่างโขดหินได้ด้วย หลินตื่นเต้นมาก ผมสัญญาว่าจะพาเธอมาที่นี่อีกครั้งในวันอื่น แต่วันนี้คงต้องไปซื้อเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเธอให้เสร็จก่อน เพราะมันเย็นจนใกล้จะค่ำเสียแล้ว
รถยนต์เลี้ยวผ่านไฟแดงเข้ามาในถนนเส้นที่จะพาไปยังห้างสรรพสินค้า จนเมื่อเลี้ยวผ่านวงเวียนอีกครั้ง ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงห้างที่ใหญ่ที่สุดของเกาะสมุย นี่มันใหญ่กว่าบางห้างในกรุงเทพเสียอีกนะเนี่ย ขณะที่ผมกำลังจะเลี้ยวเข้าห้างไป หลินเห็นฝั่งตรงกันข้ามของห้างแล้วร้องวี๊ดว้ายออกมาเสียงดังจนผมสะดุ้ง แม่คนนี้มีอะไรให้ผมเซอไพรส์ตลอด ผมรีบมองไปทางกระจกเห็นเธอกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นั่นเพราะฝั่งตรงกันข้ามของห้างแห่งนี้เป็บึงน้ำขนาดใหญ่มาก และมีถนนกว้างสำหรับเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายทอดยาวไปตามบึง ผมเห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจขับตรงต่อไปโดยที่ยังไม่เลี้ยวเข้าห้าง ถือโอกาสนี้พาเธอเที่ยวชมซะเลย
รถของเราอยู่บนเส้นทางซึ่งทอดยาวขนานไปกับบึงใหญ่ที่มีต้นก้ามปูมากมายโน้มเอียงมาเป็ร่มเงาให้กับผู้สัญจร ริมฟุตบาทมีผู้คนมากมายเดินอยู่ แต่สังเกตได้ว่าเป็ชาวฝรั่งต่างชาติเสียส่วนใหญ่ ถัดลงไปจะเป็ถนนคนเดินอีกเส้นริมบึงที่กลายเป็ลู่วิ่งออกกำลังกายให้กับผู้คนในยามเย็น เครื่องออกกำลังกายสาธารณะมีคนเล่นอยู่ใกล้กับกลุ่มคนที่กำลังเต้นแอโรบิคแดนซ์ ถัดไปก็เป็สนามบาสเกตบอลและตระกร้อที่อยู่เกือบจะด้านหน้าสถานีตำรวจ บรรยากาศชิว ๆ สโลไลฟ์บนเกาะแบบนี้แหละ ที่ทำเอานักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายหลงใหลต่อเกาะสมุย
“บางวันที่นี่มีตลาดนัดกลางคืนด้วยนะ ไว้จะพามาครับ” ผมบอกกับเธอแล้วยิ้มให้ทางกระจก เธอหันมายิ้มให้แล้วก็หันกลับไปมองสถานที่ด้วยความตื่นเต้นต่อ ถ้าลองมองในมุมของนักท่องเที่ยว การที่มีบึงขนาดใหญ่แบบนี้อยู่บนเกาะมันก็น่าอัศจรรย์ใจอยู่เหมือนกัน
ผมเลี้ยวรถไปทางถนนที่จะพาวนกลับไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ ห้างแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างถนนสองเส้น เส้นหนึ่งผ่านบึงและสวนสาธารณะเมื่อครู่ ส่วนอีกเส้นเป็ย่านแหล่งที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเยอะที่สุดบนเกาะ แหม~ ที่ตั้งทำเลทองระดับพันล้านจริง ๆ
หลังจากเอารถไปจอดในชั้นใต้ดินของห้างเสร็จเรียบร้อย ผมพาเธอเดินขึ้นบันไดมาชมร้านค้าต่าง ๆ บนชั้นสอง ห้างนี้ถึงจะมีแค่ 2 ชั้น แต่ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความยาวมาก ๆ ก็ประมาณว่าไม่ได้เน้นจำนวนความสูงของตัวอาคารด้วยจำนวนชั้น แต่เน้นขนาดความกว้างของพื้นที่ห้างแทนสินะ แบบนี้นักท่องเที่ยวก็ได้เดินไกลกันสมใจเลยกว่าจะเลือกชมสินค้าได้หมด
“อ๊ะ! นั้นร้านขายไอศครีมนี่ คุณหลินอยากลองชิมดูรึเปล่า” ผมลองชวนเธอหลังจากเดินกันมาได้ไม่นาน ไม่ใช่อะไรหรอกความจริงผมน่ะหิวเอง จะไม่ชวนด้วยก็คงเสียมารยาท
เธอพยักหน้าตอบรับ พร้อมบอกว่าเธออยากลองชิมไอศครีมชาเขียวบนป้ายนั้นดูหน่อย แล้วก็กำลังจะเปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมาให้ ผมเห็นแบบนั้นก็เลยรีบห้ามไว้
“ไม่เป็ไร ๆ คุณหลิน ผมเลี้ยงเอง ๆ” ผมยิ้มพร้อมยกสองมือห้ามไว้ ผมไม่อยากให้ใครเห็นเงินเป็ปึก ๆ ในกระเป๋าของเธอ แล้วผมก็เป็คนชวนเองด้วย ก็ต้องเป็ฝ่ายเลี้ยงสิ
“ก็ได้ แต่ครั้งหน้ายูต้องให้ไอเลี้ยงของกินบ้างนะ” เธอยิ้มและตอบกลับมาหลังจากทำหน้างงกับผมแป้บหนึ่ง
หลินสังเกตเห็นป้าย Toilet อยู่ใกล้ ๆ และร้านไอศครีมก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่อคิวอยู่ด้านหน้าผมอีกสองสามคน เธอเลยอยากจะขอตัวเข้าไปทำธุระส่วนตัวพลาง ๆ ผมยิ้มแล้วพยักหน้าให้ ในใจก็คิดว่าไอศครีมของหลินควรจะพร้อมทานเมื่อเธอออกมา
…………………………
ในห้องน้ำ หลังจากหลินเข้ามาล้างหน้าล้างตาเสร็จและกำลังใช้ผ้าผืนเล็กของเธอเช็ดใบหน้าอย่างทะนุถนอมที่ด้านหน้ากระจก จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากห้องที่ประตูปิดอยู่
“เสร็จแล้วลูก เดี๋ยวออกไปรอแม่ด้านนอกแป้บนึง ห้ามไปไหนนะ(ภาษาจีน)” เสียงที่ดูเหมือนจะเป็แม่เด็กพูดขึ้น หลังจากนั้นก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุราว ๆ 6 ขวบเปิดประตูเดินออกมาจากห้อง แล้วประตูก็ปิดอีกครั้ง เมื่อสักครู่คนเป็แม่คงทำธุระให้ลูกเธอเสร็จก่อน ทีนี้ก็ถึงคราวของเธอบ้าง
เด็กหญิงเดินออกมาเห็นหลินยืนอยู่ไม่ไกลก็หยุดแล้วยืนมอง หลินมองตอบเธอทางกระจก
“อ๊ะ! องค์หญิงหิมะขาว(ภาษาจีน)” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วมาทางหลิน
หลินเบิกตาโพลงด้วยความใ รีบเก็บผ้าเช็ดหน้าเเล้วเดินออกจากห้องน้ำอย่างไวที่สุด แม่ของเด็กน้อยได้ยินเสียงก็แง้มประตูออกมาดูว่าลูกของตนเองกำลังทำอะไร
“แม่ ๆๆๆ หนูเจอองค์หญิงหิมะขาวด้วย(ภาษาจีน)” เด็กน้อยรีบเล่าเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นให้แม่ของเธอฟัง
“นี่! เงียบ ๆ หน่อยสิลูก นี่ในห้องน้ำนะเสียงมันก้องดัง รอแม่ก่อนแป้บนึง(ภาษาจีน)” พูดจบแม่ก็นึกในใจว่า สงสัยจะให้ลูกดูซีรี่ส์ด้วยกันมากเกินไปแล้ว เห็นใครก็นึกว่าเป็ตัวละครที่ชอบไปซะหมด กลับจีนเมื่อไหร่คงต้องหางานอดิเรกสักอย่างให้ทำ จะได้งดลูกให้ดูซีรี่ส์น้อยลง
…………………………
ผมที่ซื้อไอศครีมเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หันไปมองทางห้องน้ำว่าหลินเสร็จธุระของเธอหรือยัง สองมือของผมถือไอศครีมข้างละหนึ่งถ้วยพร้อมจะส่งมอบความอร่อยให้ ในที่สุดผมก็เห็นเธอรีบเดินออกมาด้วยความรีบมาก ดูท่าทางจะหิวไอศครีมเต็มที่แล้วล่ะมั้ง
“คุณหลิน นี่ครับไอศครีมของคุ.... เอร้ย!!” ไม่ทันจะพูดจบ เธอรีบคว้าแขนของผมแล้วลากออกไปจากร้านไอศครีมอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ผมจะได้ถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวน่ารักคนหนึ่งที่กำลังลงบันไดเลื่อนกับแม่ของเธอ
“น้ำหวาน!!” ผมอุทานเรียกชื่อเธอออกมา เธอคนที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาจนทำให้เธอมีสีหน้างอนอย่างเต็มที่ด้วยความไม่ถูกใจนัก...
ผมชักสังหรณ์ใจแล้วสิว่า... วันคืนอันสงบสุขของผมกำลังจะจบลงในไม่ช้า -_-