บทที่ 19 การยิงปะทะบนท้องถนน
แม้เกาฉิงจะเป็ผู้หญิง แต่ที่เอวของเธอก็พกปืนพกไว้เช่นกัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายเสียมารยาทเช่นนั้น เธอจึงรีบปลดกระดุมเม็ดล่างสุดออกทันที เผยให้เห็นปืนพกที่ซ่อนอยู่ด้านใน
"ばかやろう (บากะยาโร)..."
พวกญี่ปุ่น...
เมื่อคนขับรถเห็นอาวุธปืน เขาก็รีบชักปืนออกมาทันที เพราะเขารู้ดีกว่าใครว่าในรถคันนี้บรรทุกใครมาบ้าง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเ้าหน้าที่ทหารที่มีอาวุธ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในรถอย่างแน่นอน
อย่างไรเสียเกาฉิงก็เป็เพียงเ้าหน้าที่กึ่งทหาร ทักษะการรบไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสายลับญี่ปุ่นได้ ในขณะที่เกาฉิงกำลังจะชักปืน อีกฝ่ายกลับชักออกมาได้ก่อนแล้ว
โชคดีที่เซี่ยเยี่ยนไหลมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็ว เขาคว้าตัวทั้งสองคนไว้คนละข้างเหมือนหิ้วลูกไก่ แล้วเหวี่ยงพวกเขาไปที่แผงลอยเล็ก ๆ ด้านข้าง หากไม่มีสองคนนี้เป็ตัวถ่วง เซี่ยเยี่ยนไหลคงจัดการคนที่อยู่ในรถได้อย่างราบคาบ
เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบนท้องถนน เ้าหน้าที่ทีมสืบสวนที่กำลังซุ่มดูอยู่ก็ได้ยินเช่นกัน นั่นไม่ใช่ทิศทางที่หัวหน้าหมู่เพิ่งเดินไปหรอกหรือ? ทุกคนต่างตื่นตัว เมื่อไม่ต้องรอคำสั่งจากเบื้องบน ก็รีบถือปืนบุกเข้าไปทันที
"จัดการพวกมันเลย พวกญี่ปุ่น..."
หม่าหัวเห็นพี่น้องของตนวิ่งเข้ามาจากระยะหลายสิบเมตร ก็รีบชี้ไปที่รถคันนั้นแล้วะโเสียงดัง สายลับญี่ปุ่นสองคนในรถระดมยิงจนพวกเขาโงหัวไม่ขึ้น ตอนนี้พี่น้องของเรามาแล้ว ดูซิว่าพวกแกยังจะมีความสามารถเหลืออยู่อีกไหม
เดิมทีเซี่ยเยี่ยนไหลคิดจะแสดงฝีมือ แต่ลูกน้องสิบกว่าคนก็มาถึงเสียก่อน แถมยังมีคนหนึ่งพกปืนกลมือมาด้วย จะเหลือที่ว่างให้เขาได้โชว์ฝีมือหรือ?
คนขับรถถูกยิงเข้าอย่างจังในพริบตา
เซี่ยเยี่ยนไหลอาศัยจังหวะนี้ ยิงปืนหนึ่งนัดไปยังตำแหน่งหนึ่งที่เบาะหลัง เมื่อครู่เขารู้แล้วว่าตรงนี้คือจุดที่อุจิยามะ โมโตโมโตะ สายลับาุโของหน่วยโทกโกอยู่ ส่วนอีกคนย่อมต้องเป็จั่วโยวหราน
เซี่ยเยี่ยนไหลอยากจะช่วยชีวิตจั่วโยวหรานไว้ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ตาแก่คงต้องพึ่งโชคชะตาเอาเองแล้ว
เมื่อเซี่ยเยี่ยนไหลยื่นมือออกไป คนรอบข้างก็หยุดยิง ความสามารถในการสั่งการของผู้บังคับบัญชาของสมาคมฟู่ซิงนั้นไม่มีปัญหา และจากการปะทะเมื่อครู่ เห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีความเด็ดเดี่ยว ไม่มีใครวิ่งหนีกระจัดกระจาย ถือได้ว่าเป็ระดับหัวกะทิ
"บากะยาโร พวกเราเป็พลเมืองของจักรวรรดิญี่ปุ่น พวกแกโจมตีพวกเรากลางถนน สถานกงสุลของเราจะเอาเื่พวกแกให้ถึงที่สุด..."
เมื่อคนขับรถถูกลากตัวออกมา หมอนี่ก็ยังพยายามะโบอกฐานะของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง แต่น่าเสียดายที่ถูกยิงไปสองนัด คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
"ทำอะไรกัน? พวกแกเป็ใคร?"
ในขณะที่เซี่ยเยี่ยนไหลกำลังจะเข้าไปตรวจสอบ ก็มีโรนินญี่ปุ่นสิบกว่าคนที่ถือดาบซามูไรวิ่งออกมาจากรอบ ๆ ในยุคนี้มีพ่อค้าชาวญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในเมืองหลวงอยู่ไม่น้อย พวกเขาจ้างพวกนักเลงจากในประเทศมากลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็สาเหตุหลักที่ทำให้เมืองหลวงไม่สงบสุข
ทว่าในตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญคือเ้าหน้าที่ของสมาคมฟู่ซิง ซึ่งปกติก็มีอำนาจและหน้าตาในสังคมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อพวกเขาบุกเข้ามาและเห็นปากกระบอกปืนสีดำสนิทตรงหน้า คนเหล่านี้จึงไม่กล้าพุ่งเข้าใส่ตรง ๆ ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างพากันมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น มีคนญี่ปุ่นที่รู้จักกลัวด้วยหรือ?
"คนเหล่านี้เป็ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศเรา เราแจ้งสถานกงสุลแล้ว พวกแกไม่มีสิทธิ์พาตัวพวกเขาไป"
เมื่อได้ยินคำนี้ เซี่ยเยี่ยนไหลก็หรี่ตาลงทันที เ้าหนูเอ๋ย แกซวยแล้วล่ะ
แม้จั่วโยวหรานจะได้รับาเ็ แต่ไม่เป็อันตรายถึงชีวิต
อุจิยามะ โมโตโมโตะ ถูกยิงที่ต้นขา แต่ไม่เป็อะไรมาก คนเดียวที่น่าจะตายคือคนขับรถคนนี้
"ใครเป็หัวหน้าของพวกแก?"
หลังจากเห็นว่าจั่วโยวหรานไม่เป็อะไรมาก เซี่ยเยี่ยนไหลก็ส่งคนไปเรียกกำลังเสริม จากนั้นจึงเดินทอดน่องออกไปเผชิญหน้าตรง ๆ พี่น้องด้านหลังต่างขึ้นลำกล้องปืนไว้พร้อมสรรพ ขอเพียงหัวหน้าหมู่สั่งคำเดียว ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่มีปัญหา
"ฉันเป็ประธานบริษัทของหอการค้ามิยาโมโตะ ที่นี่คือหอการค้าของฉัน เมื่อกี้ฉันได้ยินว่าเขาเป็พลเมืองของจักรวรรดิญี่ปุ่น ในฐานะพลเมืองของจักรวรรดิญี่ปุ่น ฉันไม่อนุญาตให้แกพาตัวเขาไป"
ชายอ้วนคนหนึ่งที่สวมชุดกิโมโนเดินออกมาจากกลุ่มคน
"เลิกพูดเื่ไร้สาระก่อน หมอนี่เป็ลูกน้องแกใช่ไหม?"
เซี่ยเยี่ยนไหลโบกมือเหมือนไล่แมลงวัน แล้วใช้นิ้วชี้ไปที่โรนินญี่ปุ่นที่พูดจาโอหังเมื่อครู่
"นี่คือหัวหน้าหน่วยผู้คุ้มกันของฉัน ฮาชิโมโตะ จิโร่"
ประธานบริษัทมิยาโมโตะเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้รีบร้อนชิงตัวคนไป ในใจก็รู้สึกยินดี พ่อค้าชาวญี่ปุ่นและสายลับญี่ปุ่นในยุคนี้ล้วนมีความสัมพันธ์กัน ตราบใดที่เซี่ยเยี่ยนไหลไม่รีบพาตัวคนไปทันที ก็ถือว่าเป็การถ่วงเวลาให้คนจากสถานกงสุล
ยังไม่ทันที่ประธานบริษัทมิยาโมโตะจะตั้งตัว เซี่ยเยี่ยนไหลก็ใช้พานท้ายปืนฟาดเข้าที่ใบหน้าของฮาชิโมโตะ จิโร่ เสียงกระดูกแตกดังสนั่น คนของสมาคมฟู่ซิงที่อยู่ด้านหลังถึงกับใ การเผชิญหน้ากับคนญี่ปุ่นพวกเขาก็เคยทำ แต่การทุบตีคนญี่ปุ่นกลางถนนแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แถมยังตีรุนแรงขนาดนี้ พวกเขาฝึกการต่อสู้กันเป็ประจำ แต่เพียงการโจมตีครั้งเดียวเมื่อครู่ ใบหน้าของหมอนั่นก็บิดเบี้ยวเสียรูป
"แก..."
คนที่อยู่ด้านหลังประธานบริษัทมิยาโมโตะกำลังจะชักดาบ แต่เซี่ยเยี่ยนไหลกลับยืนกอดอกอย่างไม่สะทกสะท้าน ก็แค่พ่อค้าชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ข่มขู่ตำรวจชั้นผู้น้อยอาจจะได้ผล แต่ต่อหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจอย่างพวกฉัน พวกแกมันก็แค่เศษฝุ่น!!
"ทางที่ดีอย่าชักออกมา ถ้าแกกล้าชัก ฉันก็กล้าจับแก"
เซี่ยเยี่ยนไหลเห็นคนญี่ปุ่นคนหนึ่งกำลังจะชักปืน จึงรีบนำบัตรประจำตัวออกมาแสดงทันที ในบางครั้งบัตรประจำตัวแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าปืนเสียอีก
สมาคมเสื้อน้ำเงิน...
ประธานบริษัทมิยาโมโตะขมวดคิ้ว มิน่าล่ะคนพวกนี้ถึงได้ใจกล้า ในเมืองหลวงแห่งนี้มีไม่กี่คนที่กล้าหยาบคายกับคนญี่ปุ่นขนาดนี้ แต่สมาคมเสื้อน้ำเงินมาจากทางใต้ พวกเขาเป็หน่วยงานทรงพลังของรัฐบาลกลางสาธารณรัฐจีน บางเื่พวกเขาใจกล้าทำจริง ๆ
หัวหน้าแผนกวาตานาเบะมาแล้ว
มีคนญี่ปุ่นคนหนึ่งกระซิบเบา ๆ รถยนต์สองคันขับเข้ามาจากระยะไกล คันหนึ่งเป็รถเก๋ง นั่นคือหัวหน้าแผนกที่สอง วาตานาเบะ เลขานุการของสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเมืองหลวง
ด้านหลังเป็รถบรรทุกหนึ่งคัน บรรทุกสารวัตรทหารญี่ปุ่นมาสิบกว่านาย
เนื่องจากสนธิสัญญาที่ไม่เป็ธรรมต่าง ๆ กองทัพญี่ปุ่นจึงมีการประจำการในเมืองหลวงด้วย แน่นอนว่าจำนวนคนไม่ได้มีมากนัก
กำลังเสริมทางฝั่งเซี่ยเยี่ยนไหลก็มาถึงเช่นกัน ชายชุดดำหลายสิบคนปรากฏตัวออกมาจากถนนสายต่าง ๆ ทำให้มีความได้เปรียบด้านกำลังพล
แต่คนญี่ปุ่นกลับไม่เคยกลัว เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้งต่าง ๆ ในเมืองหลวง พวกเขามักจะเป็ฝ่ายได้เปรียบเสมอ ในสายตาของพวกเขา คนของประเทศัเหล่านี้ไม่มีค่าอะไรเลย
ประธานบริษัทมิยาโมโตะกระซิบรายงานเื่ราวที่ข้างหูของเลขานุการวาตานาเบะ วาตานาเบะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พลางขมวดคิ้วแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าเซี่ยเยี่ยนไหล โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลหัวหน้าหน่วยผู้คุ้มกันที่นอนร้องโอดครวญอยู่บนพื้น
ก่อนจะมา เขาได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานใหญ่ของหน่วยโทกโกว่าต้องพาตัวคนกลุ่มนี้ไปให้ได้ คนที่อยู่ด้านหลังมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าสถานกงสุลจะโกรธมากที่หน่วยโทกโกเคลื่อนไหวในเมืองหลวงโดยพลการ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องพาตัวคนออกไปก่อน ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ต้องพาตัวคนกลับไปให้ได้...