กลับมาถึงบ้านกวินกานต์ก็เอาแต่คิดถึงเื่ของภวัต ไม่คาดคิดว่าจะเจอกันที่นี่ เขาและภวัตคบหากันมาเกือบสองปีแต่ก็เกิดเื่ที่ทำให้กวินกานต์ตัดสินใจหนีหายหลบหน้าเพราะเขาแอบไปได้ยินว่าภวัตคุยโทรศัพท์กับใครบางคนในบทสนทนานั้นกำลังพูดถึงเื่ทำผู้หญิงท้อง
กวินกานต์ตัดสินใจย้ายหอพักทันทีเวลาไปเรียนก็พยายามหลบหน้าไม่พูดคุย จนในที่สุดทั้งคู่ก็ห่างหายกันไปแต่พอได้กลับมาเจอกันวันนี้ ทำให้ตัวเขารู้ว่าหัวใจยังเต้นระส่ำทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่าย
กลับมาเจอกันคราวนี้กวินกานต์ก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพียงแต่เล่าให้ภวัตฟังในเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเ้าของใบหน้าคมเข้มไม่ได้พูดอะไรออกมา ภวัตหยิบสร้อยตะกรุดออกมาให้เขาเส้นหนึ่งแล้วกำชับไว้ว่าใส่แล้วห้ามถอดออกเด็ดขาด
ค่ำคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิทไร้ซึ่งดวงจันทร์ให้แสงสว่างเพราะเป็คืนเดือนดับ ดวงจันทร์สีเหลืองนวลถูกกลืนหายเหลือเพียงดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับประดับอยู่บนท้องฟ้า
สายลมภายนอกพัดโกรกมาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่ร่างกายของกวินกานต์กลับร้อนรุ่มกระสับกระส่ายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลายรอบแล้วแต่ความรู้สึกเ่าั้ก็ไม่หายไป
ดวงตากลมจ้องมองอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะทำงานแต่ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว เขาก็ยังไม่ได้เริ่มพิมพ์ตัวหนังสือเลยสักตัวเพราะสมองมันตื้อตันไปหมด ไหนจะความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านอยู่ในร่างกายทำให้ไม่มีสมาธิเอาเสียเลย
“พรุ่งนี้ค่อยทำแล้วกัน”กวินกานต์ปิดคอมพิวเตอร์แล้วหันกลับขึ้นไปนอนบนเตียง
หัวใจตอนนี้เต้นแรงมากราวกับว่ากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสูบฉีดเอาเืไปเลี้ยงร่างกาย จนในที่สุดเขาก็หลับไปก่อนที่จะถึงเที่ยงคืน
ร่างหนึ่งย่างก้าวไปในความมืดซุ่มซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ ั์ตาสีแดงแวววับเป็ประกายน่ากลัวกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน
เสียงแตกตื่นของบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อถูกเสือโคร่งตัวใหญ่ที่มีั์ตาสีแดงเข้าจู่โจม เสียงร้องนั่นทำให้ชาวบ้านแตกตื่นขึ้นมากลางดึกแต่เมื่อออกมาสำรวจ กลับพบเพียงรอยเท้าที่คล้ายแมวตัวใหญ่เดินหายเข้าไปในความมืดและซากสัตว์ที่ตายแล้วหลายตัว
/////
“เฮ้ย!...” กวินกานต์ร้องลั่นด้วยความใ เมื่อลืมตาตื่นในตอนเช้าแล้วพบว่าในห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยรอยเท้าของสัตว์ที่เปื้อนเื
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆห้อง รอยเท้านั้นไม่ได้เดินวนไปวนมา แต่เดินตรงจากประตูจนมาถึงเตียงกวินกานต์รีบลุกจากที่นอนแล้วแล้วเปิดประตูออกไปดูทันทีรอยเท้าพวกนั้นเหมือนมาจากด้านนอก
กวินกานต์เดินตามรอยเท้าเปื้อนเืพวกนั้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าประตูบ้าน แต่ก็เพียงแค่นั้น เพราะนอกบ้านกลับไม่มีรอยเท้าที่ว่าอยู่เลยแม้แต่รอยเดียว
ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจเมื่อเขานึกถึงคำพูดของทนายความประจำตระกูลและลุงมิตรที่บอกกับเขาเื่คำสาปของเสือสมิงที่อยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ถึงอย่างนั้นกวินกานต์ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว
แต่พยายามนึกหาสาเหตุของการที่มีรอยเท้าคล้ายแมวขนาดใหญ่มาอยู่ในห้องของเขาเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกอีกทั้งรอยเท้าพวกนั้นยังเปื้อนเือีกต่างหาก
"คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ" เขาพูดกับตัวเองอีกครั้งในเมื่อมันเป็สิ่งที่เหลือเชื่อคนมีเพียงคนเดียวที่จะสามารถบอกเขาเกี่ยวกับเื่นี้ได้
กวินกานต์รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับรถออกไปยังบ้านของภวัตแต่ระหว่างทาง ก็เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูอะไรอยู่สักอย่างและเมื่อเห็นรถของเขาขับผ่าน ชาวบ้านกลุ่มนั้นก็หันมามองอย่างเพร้อมเพรียงด้วยสายตาที่เขาไม่อาจจะเดาความหมายได้เลย
แต่ด้วยความสงสัยทำให้กวินกานต์จอดรถเพื่อจะลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นเขาเดินเข้าไปยังกลุ่มชาวบ้านที่กำลังคุยกัน บางคนก็หันมาจ้องเขาเขม็ง ลุงมิตรเองก็อยู่ที่นี่ด้วยเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามลุงมิตรทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับลุงมิตร”คนโดนถามหันมามองหน้าเล็กน้อย แล้วก็เขยิบตัวออกห่างก่อนที่จะตอบกลับมา
“เมื่อคืนมีตัวอะไรไม่รู้ว่ากัดหมาชาวบ้านตายไปหลายตัวเหลือแต่รอยเท้าพวกนี้เอาไว้ดูต่างหน้า”
เมื่อได้ยินคำตอบกวินกานต์ก็ชะโงกหน้าไปดูภาพที่เห็นแทบจะทำให้เขาอาเจียนเอากาแฟและขนมปังที่กินเมื่อเช้าออกมาแต่นั่นก็ยังไม่น่าใเท่า รอยเท้าเปื้อนเืที่อยู่รอบบริเวณนี้ซึ่งมันเหมือนรอยเท้าในห้องนอนของเขา
กวินกานต์รีบกลับขึ้นมาบนรถแล้วขับไปบ้านของภวัตทันทีจากที่ไม่แน่ใจ ตอนนี้เขาเริ่มที่จะเชื่อในเื่ของคำสาปนั้นบ้างแล้วเพราะหากไม่ใช่ แล้วทำไมในบ้านของเขาถึงมีรอยเท้าพวกนั้น
ไม่นานรถของกวินกานต์ก็มาจอดหน้าบ้านของภวัต คราวนี้เขาไม่ต้องรอให้ใครเชิญ สองขารีบก้าวขึ้นไปบนบ้านหาคนที่อยากเจออย่างรวดเร็ว
“พี่วัต” กวินกานต์เอ่ยเรียกภวัตที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
“กานต์มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า”ถึงแม้จะรู้เื่ที่เกิดขึ้นอยู่แก่ใจ แต่ภวัตก็ไม่อยากรีบเร่งเท่าไหร่นักด้วยกลัวจะทำให้กวินกานต์ใกลัวมากกว่าเดิม
“คือว่า” กวินกานต์ชะงักคำพูดไปครู่หนึ่ง“เมื่อคืนมีเื่แปลก ๆ เกิดขึ้นที่บ้านครับ”
ภวัตมองหน้าคนที่กำลังพยายามเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองเจอให้เขาฟังน้ำเสียงของกวินกานต์คล้ายกำลังสับสนเป็อย่างมาก
“กานต์”
“ครับ”
เพราะภวัตเรียกชื่อเขาทำกวินกานต์ที่กำลังเล่าเื่ต่าง ๆ อยู่ชะงักแล้วก็ขานรับ
“ไม่ต้องกลัวขอแค่กานต์ไม่ถอดสร้อยตระกุดเส้นนั้นออกจากตัว กานต์จะปลอดภัย”ภวัตเอ่ยบอกกับกวินกานต์ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
ในตอนนี้เขายังหาวิธีที่จะช่วยกวินกานต์ไม่ได้นัยหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าิญญาร้ายตนนั้นมีพลังมากแค่ไหน ้าจะเอาชีวิตหรือแค่้าอยากได้ร่างไว้อาศัยเป็บางคราวจึงทำได้เพียงปกป้องกวินกานต์ไม่ให้โดนิญญาร้ายครอบงำก่อนที่จะหาทางแก้ไขได้
///////////////////////////////////////////////////////