ครืดดดด ครืดดด
สายโทรเข้า ‘Singh’
“ว่า…”
<มึง พรุ่งนี้ไปตั้งแคมป์กัน>
“ไม่ไป”
ผมปฏิเสธทันทีเพราะปกติผมไม่ใช่สายรักธรรมชาติเที่ยวป่า เที่ยวเขาอยู่แล้วที่เที่ยวสำหรับผมมีแค่ 2 ที่เท่านั้น คือร้านเหล้า กับ โรงแรม
<ไอ้บ้า ชีวิตมึงจะแดกเหล้ากับปี้อย่างเดียวหรอ>
“เออ”
<ไปเถอะ น้องกูอยากไปแม่งขู่ว่าถ้ากูไม่ไปด้วย จะไปกับกอหญ้าสองคน>
ผมหูผึ่งทันทีที่รู้ว่าใครไปด้วย
“กี่โมง”
<เย็นๆ ต้องรอหญ้าเลิกเรียนก่อน>
“เออ”
<สรุปไปนะกูจะได้หาเต้นท์เผื่อ>
“เออไป”
<โอเค แค่นี้แหละ>
หลังกดวางสายผมก็ยิ้มชอบใจทันทีต้องมีสักวันที่เด็กนั่นต้องเสร็จผมล่ะ ซื้อไม่ได้ ก็ตะล่อมสอยเอา
วันต่อมา ผมมาสุม (รอเจอเด็ก)ที่ร้านไอ้สิงห์เหมือนเดิม จนเย็น ฝนทำท่าจะตกไอ้สิงห์เลยให้ผมเอารถมันไปรับกอหญ้าที่มหา’ลัยแล้วค่อยตามไป มันจะไปกับไอ้กรณ์ และน้องสาวนำไปซื้อของกับจองที่ก่อน
ผมรับคำตามนั้น เพราะมันเข้าทางผมสุดๆผมคว้ากุญแจรถขับดิ่งไปหาเด็กที่มหา’ลัยทันที
........................................................................................................................
ณ วันต้องไปทริป
“ท้ายคลาส มีพรีเทสนะ”
แง้~~~~ .... ฉันต้องรีบไปทริปน้าาาาา
ฉันเงยหน้าขึ้น อ้าปากพะงาบๆ มองอาจารย์หน้าห้อง
“โห จารย์ ไรอ่ะ ไม่เห็นบอกก่อนเลย”
เสียงเพื่อนในคลาสบ่น
“บอกก่อนพวกแกก็แอบจดโพยน่ะสิมาเอาข้อสอบไป ทำเสร็จก็กลับได้”
“โหๆๆ”
ฉันไม่รอช้ารีบไปคว้าข้อสอบมาทำทันที
ครืดดดด ครืดดด
‘ชิบยัยสวยโทรตามแน่เลย’
ฉันกดตัดสายสาย ก่อนจะปั่นข้อสอบต่อจนเสร็จ พอออกจากห้อง ฉันก็รีบโทรกลับทันที
“โหลๆ โทษที ฉันมีทำพรีเทส”
<นั่น ว่าแล้วทำไม่รับสาย>
“เออๆ ว่าไงอ่ะ”
<ตอนนี้อยู่ไหน>
“กำลังจะกลับไปเตรียมของ”
<ฉันส่งเฮียเตไปรับนะ ฉันกับเฮียสิงห์นำหน้ามาซื้อของก่อนแล้ว>
“เอ่อ…”
แต่ฉันอยากไปกับเฮียสิงห์นี่ แง้~~~~
ปื้นนน
ยังไม่ทันวางสายก็มีรถสปอร์ตคันคุ้นตา มาจอดเทียบท่าหน้าตึก ฉันก้มลงดู ก็เห็นเป็เฮียเต นั่งใส่แว่นดำเก๊กหล่ออยู่
‘แหวะ’
“เจอละ แค่นี้”
ฉันวางสายจากยัยสวย ก่อนจะขึ้นนั่งเบาะหลัง แล้วยกมือไหว้ทักทายเฮียขี้เก๊กนั่น
“สวัสดีค่ะ..”
“ทำไมไปนั่งหลัง”
เฮียเตหันมาถาม
“ก็เผื่อเฮียจะรับเด็กเฮียไปด้วย”
“ก็มารับแล้วนี่ไง”
“!!!”
หืมมมตาหมอนี่เข้าใจความหมายที่ฉันพูดรึเปล่า หมายถึงเด็กเลี้ยงเฮียค่าาาที่เฮียจะเอาไปนัวด้วยบนเขาน่ะ ฉันแอบถอนหายใจเบาๆก่อนจะย้ายไปนั่งข้างคนขับ
“ต้องไปเอาของที่หอก่อนใช่ไหม”
“ค่ะ ที่หอพักหญิง…..”
ฉันบอกพิกัดหอพักให้เฮียเต แล้วนั่งเงียบ
“ยืมรถเฮียสิงห์มาหรอคะ”
“อื้ม เฮียไม่มีรถใช้น่ะ”
“แล้วเฮียจะมาอยู่ไทยกี่วันหรอคะ”
“ก็ ...ยังไม่แน่ใจ อยากกลับก็กลับ”
“...”
หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยอะไรกันจนถึงหอพัก ฉันรีบขึ้นไปเก็บสัมภาระใส่เป้ โดยให้เฮียเตนั่งรออยู่ในรถนอกรั้วหอพัก
“เรียบร้อยค่ะ”
“ไม่เปลี่ยนชุดหรอ”
“อ้ะ ลืมเลย … ช่างมัน ค่อยไปเปลี่ยนก่อนขึ้นเขา”
“อืม”
และแน่นอนบรรยากาศก็ตกในความเงียบอีกแล้ว
เฮ้อออ ถ้าไปกับเฮียสิงห์ฉันคงหัวเราะคิกคักจนแทบหมดแรงละมั้ง
“คิดถึงใครอยู่หรอ”
“คะ?”
“เห็นชอบนั่งเหม่อ”
“เปล่าค่ะ”
มันไม่ใช่เื่ของเฮียเด้ออออออ
“ไม่ต้องพูดคะ พูดค่ะ ก็ได้ ฟังดูห่างเหินชะมัด”
“งั้นเราสนิทกันหรอ”
“อยากสนิทไหมล่ะ”
เฮียเตว่าแล้วยิ้มแบบมีซัมติงส่งให้ฉัน
‘...หึ คิดจะอ่อยฉันหรอ มาลองดูสักตั้งสิ ฉันไม่จะยอมเป็ลูกกวางน้อยให้เฮียเตล่าหรอก..’
ฉันพยักหน้า แล้วยิ้มหวานกลับ
“ทำไมใส่กระโปรงสั้นขนาดนั้น”
ฉันหันมองตามเฮีย กระโปรงทรงเอผ่าหน้า ถกขึ้นตามการนั่ง จนยาวกว่าแพนตี้แค่คืบเดียว
“มันถกขึ้นน่ะ ยืนดีๆก็ไม่สั้นขนาดนี้”
“อืมม.. รู้ไหมผู้ชายที่เห็นผู้หญิงใส่สั้นๆแบบนี้ มันไม่ได้แค่อยากมองนะ”
เฮียเตทำท่าเหมือนจะสอนหลักการสตรีที่ดีให้ฉัน
“แล้วมันอยากอะไรหรอคะ”
ฉันแกล้งถามยวนๆ กลับ เฮียเตหันมามองก่อนจะยิ้มที่มุมปาก
“มันอยากพาขึ้นเตียงน่ะสิ”
“หรอคะ แล้ว…..รวมถึงเฮียด้วยไหมคะ”
ไม่พูดเปล่า ฉันเอื้อมมือไปจิ้มๆที่ไหล่กล้ามแน่นของเฮียเต พลางทำท่าปูไต่ใส่ไปด้วย
“....”
เฮียเงียบไม่ตอบ นึกว่าจะแน่สักแค่ไหนโดนคำถามหยั่งเชิงแค่นี้ก็นิ่งเป็พระซะละ ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอเป็การเยาะเย้ย
“หึ”
“...อืม”
“!!!”
เยาะเย้ยเขาได้ไม่ถึงครึ่งนาทีฉันก็ต้องใในคำตอบ ตาเฮียบ้านี่ ชอบพูดตรงจนฉันผงะหน้าหงายตลอด ถึงจะรู้ว่านี่น่ะพ่อเสือ แต่ฉันเองก็แม่เสือเหมือนกันย่ะ ...อ่อยมา อ่อยกลับ ไม่โกงอยู่แล้ว
ฉันแกล้งเอื้อมมือไปลูบขาอ่อนเฮียเต จนเ้าตัวขับรถเขวไปเล็กน้อย แล้วหันมาพูดกับฉันสลับกับมองทาง
“ไม่ให้เอา ก็อย่าอ่อยนะ”
“ว้าาา แย่จัง ก็คิดๆ อยู่นะเนี้ยว่าจะลองนัวกับเฮียดีไหม...”
ฉันเปิดโหมดแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ เอียงตัวไปใกล้ๆท้าวคางมองเฮียเต พลางยิ้มหวานส่ง มือเล็กยังลูบขาอ่อนนั่นไปมา แถมสูงขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะถึงเป้าเฮีย
“เด็กสมัยนี้มันร้าย...”
“เฮียก็ชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอคะ”
“เฮียไม่ใช่พวกพ่อพระ ยอมหักห้ามใจนะ ถ้าเฮียอยากได้ ก็กดเลย”
“น่ากลัวจัง…”
เฮียเตเม้มปากแน่นเหมือนกำลังเก็บอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ก่อนจะจอดรถลงข้างทาง เอื้อมมือมากุมใบหน้าฉัน ดึงเข้าไปใกล้กับใบหน้าเขา จนปลายจมูกเราชนกัน
“หญ้าครับ อย่าท้าเฮียนะ”
ฉันนั่งนิ่ง ทั้งอึ้งในความมือไว ทั้งใกับสีหน้าเฮียเตเพราะดูจากแววตาแล้ว เขา ...“เอา”... จริงแน่
‘อึก...งานเข้า ท้าผิดคนซะแล้ว ยัยหญ้าเอ้ยยยย’