ตอนที่ 53
ศึกสังหารราชา·ฉากสิ้นสุด
เฉินหมิงยกมือขวาที่กุมกระบี่ปราณเข้าต้านดาบโลหิตมายาสมุทร ส่วนมือซ้ายชี้ออกไปเล็กน้อย!
เมื่อชี้มือออกไป เมฆและสายลมล้วนแต่ขยับเคลื่อนไหว !
พลังดัชนีสีเขียวขนาดใหญ่ลอยออกมาจากใจกลางมือข้างซ้ายของเฉินหมิง กระแทกเข้าใส่บนทรวงอกของม่อเทียน ระเบิดจนม่อเทียนลอยกระเด็นออกไปชนเข้ากับปากทางเข้าหุบเขาของสำนักเซียนเหิน กระแทกจนภูเขาต้องแหลกลาญเป็นชิ้นๆ ภายใต้สภาพที่ไม่ต่างจากเศษซากศพ ม่อเทียนหอบหายใจคำโตอย่างละโมบ เพราะเขาทราบว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
เลือดบนบาดแผลไหลออกมาไม่หยุด อวัยวะภายในของเขาถูกพลังดัชนีบดขยี้ แต่เพราะร่างกายของเขาอยู่ในระดับราชาจึงทำให้ไม่ตาย
ม่อเทียนพยายามดิ้นรนหมายมั่นที่จะลุกขึ้น แต่กลับมีกระบี่บินเข้ามาเล่มหนึ่ง นั่นก็คือกระบี่ของเฉินหมิง คมกระบี่บินผ่านลำคอ ศีรษะร่วงลงสู่พื้น ภายในแววตายังเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความไม่ยินยอม
เฉินหมิงเดินมายังข้างกายของม่อเทียน : “ในที่สุดก็ตายสักที!”
เฉินหมิงผายมือออก ดาบโลหิตมายาสมุทรจึงพุ่งเข้ามาอยู่ในมือของเขา เมื่อมาอยู่ในมือของเฉินหมิง ด้ามดาบก็เหลือเพียงกลิ่นอายมารที่ไร้ขอบเขต หาได้มีการต่อต้านหรือความคิดที่จะแว้งกัดแม้แต่น้อยไม่
เฉินหมิงลูบไปที่ตัวดาบอยู่รอบหนึ่ง หัวเราะแล้วกล่าว : “เป็นดาบที่ดีเล่มหนึ่งเลย!”
“ติ่ง คุณได้สังหารม่อหวินแล้ว คุณได้รับปราณรู้แจ้ง 1000 แต้ม และค่าชื่อเสียง 100 หน่วย”
“ติ่ง คุณได้สังหรณ์ม่อเทียนแล้ว คุณสำเร็จภารกิจเลื่อนขั้น ได้รับการคลายพลังขอบเขต จะสามารถฝึกปรือได้จนถึงขอบเขตสู่วิถีขั้นที่เก้า!”
“ติ่ง คุณได้สังหารม่อเทียนแล้ว ระดับการทำลายล้างสำนักดาบหมึกเพิ่มขึ้นเป็น 30%”
“ติ่ง คุณได้สังหารม่อเทียนแล้ว คุณได้รับโอกาสในการสุ่มหนึ่งครั้ง การสุ่มในครั้งนี้ไม่อาจควบคุมเองได้ คุณได้รับโลงฝักดาบโลหิตสมุทร”
ที่ข้างกายม่อเทียน ข้างใต้ฝักดาบปรากฏโลงศพสีเลือดขึ้นชิ้นหนึ่ง ตัวโลงศพไม่ได้ใหญ่มากมาย มีขนาดความยาวหกฉื่อ กว้างสองฉื่อ ด้านบนของโลงศพมีแนวทางการฝึกวิชาดาบโลหิตสมุทร นี่ก็คือฝักของดาบโลหิตมายาสมุทร ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นฝักดาบคอยเก็บรักษาดาบ
เฉินหมิงยื่นมือออกไป ยกโลงฝักดาบโลหิตสมุทรกักเก็บไว้ภายในแหวนเก็บวัตถุ ในมือกุมเอาไว้ด้วยดาบโลหิตมายาสมุทร เดินเข้าหาฮวาหยาง
ขณะเดียวกันฮวาหยางก็ทราบแล้วว่า ตนนั้นได้พ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบแล้ว
เมื่อเหล่าผู้ฝึกตนที่ชมการต่อสู้อยู่ในที่ห่างไกลเห็นเฉินหมิงฆ่าม่อเทียนเองกับตา : “ม่อเทียนตายแล้ว นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีแห่งแดนใต้ที่ชนชั้นราชาถูกฆ่า”
“ช่างสมกับเป็นศึกสังหารราชาจริงๆ พวกเราไม่สามารถคาดเดาราชาปีศาจยาหวูเต้าได้เลย!”
“อีกทั้ง เขายังสามารถใช้ดาบโลหิตมายาสมุทรได้โดยที่ดาบโลหิตมายาสมุทรไม่ต่อต้านเขาเลย!”
“คาดว่าจากวันนี้เป็นต้นไปพันธมิตรหกราชาคงได้ขึ้นเป็นผู้ปกครองแดนใต้!”
เฉินหมิงกุมดาบโลหิตมายาสมุทรเอาไว้ มุ่งหน้าพุ่งเข้าหาฮวาหยาง บุกขนาบข้างเข้าไปพร้อมกับราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำทราบดีว่าเฉินหมิงได้รับบาดเจ็บแล้ว จึงไม่กล้าที่จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป กระบวนท่าที่ใช้ก็เผ็ดร้อนมากขึ้น !
ฮวาหยางที่ถูกราชาปีศาจพยัคฆ์ดำตราตรึงไว้ พร้อมด้วยการจำกัดพลังของค่ายกลจตุลักษณ์ ในเวลานี้ฮวาหยางเหมือนกับตะเกียงที่ใกล้สิ้นน้ำมัน เฉินหมิงขยับดาบโลหิตมายาสมุทร แทงเข้าใส่ที่แผ่นหลังของฮวาหยางในทันที ดาบโลหิตมายาสมุทรสำแดงพลัง ดูดกลืนเลือดสดใหม่ของฮวาหยางเป็นอาหาร ฮวาหยางคิดที่จะสลัดให้หลุด แต่ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำมีอย่างที่ไหนจะมอบโอกาสให้แก่เขากัน ?
หลังผ่านไปสิบลมหายใจ ฮวาหยางเหลือแต่เพียงร่างกายที่แห้งเหือด เลือดในกายของเขาถูกดาบโลหิตมายาสมุทรดูดไปจนหมดสิ้น
ฮวาหยางล้มลงกับพื้น บัดนี้ไม่มีผู้ใดที่จะต่อกรกับเฉินหมิงและราชาปีศาจพยัคฆ์ดำได้อีกแล้ว!
“ติ่ง คุณได้สังหารฮวาหยางแล้ว คุณได้รับปราณรู้แจ้ง 1000 แต้ม และค่าชื่อเสียง 100 หน่วย”
“ติ่ง คุณได้สังหารฮวาหยางแล้ว ระดับการทำลายล้างสำนักเซียนเหินเพิ่มขึ้นเป็น 30%”
“ติ่ง คุณได้สังหารฮวาหยางแล้ว ได้รับโอกาสในการสุ่มหนึ่งครั้ง การสุ่มครั้งนี้จะไม่อาจควบคุมได้ คุณได้รับ《เพลิงสุริยันพิฆาต》แล้ว”
รางวัลในการฆ่าระดับราชาไม่เหมือนกับรางวัลโดยทั่วไป เพียงฆ่าราชาไปหนึ่ง ก็เหมือนกับตัวเขาได้สำเร็จไปอีกหนึ่งภารกิจ
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำหันไปมองเฉินหมิง มิตรภาพของทั้งสองแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ด้วยเพราะได้สังหารราชาร่วมกัน ในหลายร้อยปีมานี้ทั่วทั้งแดนใต้ นี่ถือเป็นมิตรภาพที่เกิดจากการสังหารราชาเป็นครั้งแรก จึงได้เอ่ยถามด้วยความกังวล : “น้องหวูเต้า เจ้าไม่เป็นไรนะ?”
เฉินหมิงหัวเราะ แล้วกล่าว : “ท่านอย่าได้กังวลจนเกินเหตุไป ข้าเกิดบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ในสายตาของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ เฉินหมิงที่ครอบครองดาบโลหิตมายาสมุทร มีความน่าเลื่อมใสยิ่งนัก หาได้มีความคิดอื่นใดไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เอามาใช้ไม่ได้อยู่แล้ว : “เช่นนั้นก็ยินดีกับน้องหวูเต้าที่ได้ถือครองดาบโลหิตมายาสมุทร มีพลังฝีมือรุดหน้าขึ้นอีกแล้ว!”
เฉินหมิงกล่าว : “ทางด้านของหุบเขาพรางอากาศนั้นไม่ทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ถึงอย่างไรพวกเราก็รีบรุดหน้าไปยังสนามรบหุบเขาพรางอากาศกันโดยเร็วเถอะ อย่างน้อยก็ต้องควบคุมสถานการณ์ของหุบเขาพรางอากาศเอาไว้ให้ได้ก่อน!”
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “เช่นนั้นที่นี่ก็มอบให้แก่น้องหวูเต้าจัดการแล้วกัน เจ้าก็พักรักษาตัวตามสบายก่อนเถอะ ข้าจะมุ่งหน้าไปสนามรบหุบเขาพรางอากาศก่อน ทำการปิดล้อมทัพของหุบเขาพรางอากาศ รอจนอาการบาดเจ็บของน้องหวูเต้าหายดี ค่อยเปิดศึกสังหารราชาอีกครั้ง เปิดศักราชสมัยอันรุ่งโรจน์ของพันธมิตรหกราชาเรา!”
เฉินหมิงพยักหน้าแล้วตอบ : “ได้ พี่พยัคฆ์ดำเดินทางไปก่อน เมื่อข้าพักฟื้นจนอาการบาดเจ็บหายดีแล้วจะรีบตามไป!”
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเป็นห่วงสถานการณ์ของหุบเขาพรางอากาศ ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ก็มีห้าคนคอยคานอำนาจของราชาปีศาจราชสีห์เอาไว้ บัดนี้เหลือเพียงแค่สี่ เขาเองก็เป็นห่วงอยู่บ้าง จึงได้เหยียบขึ้นเมฆปีศาจในทันที ตวาดขึ้นกึกก้อง : “เหล่าบริวารของข้าผู้เป็นราชา ข้าจะเดินทางกลับไปก่อน พวกเจ้าทั้งหมดจงรับคำสั่งจากราชาปีศาจหวูเต้า! ”
กล่าวจบ ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำก็เร่งมุ่งหน้าไปทางหุบเขาพรางอากาศ
เฉินหมิงมองไปทางสำนักเซียนเหิน ตวาดกึกก้อง : “เผ่าปีศาจทั้งหมด จงถอยตัวออกจากสำนักเซียนเหิน!”
บัดนี้เฉินหมิงถือเป็นผู้ตัดสินทุกอย่าง อีกทั้งราชาปีศาจพยัคฆ์ดำได้สั่งการไว้แล้ว เผ่าปีศาจย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดได้อยู่แล้ว จึงได้พากันถอยตัวออกไปจากสำนักเซียนเหินไปในทันที เฉินหมิงยืนอยู่ที่เบื้องหน้าสำนักเซียนเหิน พริบตานั้นค่ายกลจตุลักษณ์ได้ถูกไหลเวียนจนถึงขีดสุด วายุอัคคีเผาไหม้ แผ่นดินถูกผนึกเป็นน้ำแข็ง ภายใต้การโจมตีระหว่างวารีอัคคี ใจกลางสำนักเซียนเหินเกิดเสียงคร่ำครวญดังออกมาเป็นระลอก !
ผู้ฝึกตนที่ชมดูการต่อสู้จากที่ห่างไกล ต่างพากันกลับเข้าใกล้สำนักเซียนเหิน เพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่รอบนอกค่ายกลของสำนักเซียนเหิน พวกเขาต่างทราบกันดีว่านับจากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีสำนักเซียนเหินอีกต่อไป และผู้ปกครองแดนใต้ได้ถูกตัดสินแล้วว่าคือพันธมิตรหกราชาผู้ใช้สภาวะที่ไร้ผู้ต้านเข่นฆ่าสังหารชนชั้นราชาไปแล้วถึงสองคน วางรากฐานแต่งตั้งตนเองขึ้นอย่างมั่นคง
“รีบไปส่งข่าวต่อเจ้าสำนักโดยเร็ว พันธมิตรหกราชาสังหารราชาทั้งสองในศึกสังหารราชาแล้ว!”
“เร็วเข้า รีบส่งข่าวถ่ายทอดกลับไปที่สำนักโดยเร็ว นับจากนี้เป็นต้นไป ทั่วทั้งแดนใต้ ล้วนแต่ตกเป็นของพันธมิตรหกราชา!”
“จงจำเอาไว้ บอกต่อกษัตริย์ของแคว้นเรา ผู้ที่ไปยั่วยุโทสะแคว้นเหยียน จงฆ่าทิ้งอย่าให้เหลือ ว่าหากเป็นไปได้ ก็ไปอยู่ใต้การปกครองของอ๋องเฒ่าแห่งแคว้นเหยียนเถอะ ราชาปีศาจยาหวูเต้า ล่ำลือกันว่าครั้งหนึ่งนั้นก็คือองค์ผู้สืบทอดของผู้สำเร็จราชการแห่งแคว้นเหยียน”
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม บนยอดเขาที่ตั้งของสำนักเซียนเหิน ก็ไม่หลงเหลือพยานอีกต่อไป พร้อมกับจัดการให้หมีใหญ่หมีรองขึ้นเขาไปเพื่อเก็บรวบรวมสิ่งของล้ำค่า เฉินหมิงหันไปมองผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบ ก่อนละสายตามองไปยังบนร่างของเจ้าสำนักแห่งสำนักวายุบริสุทธิ์และเจ้าสำนักแห่งสำนักน้ำแข็งเยือก เมื่อเจ้าสำนักแห่งสำนักวายุบริสุทธิ์พบเห็นแววตาของเฉินหมิง ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมกับดึงกระบี่ปราณที่ไม่ทราบมาจากที่ใดขึ้นแล้วกล่าว : “สำนักเซียนเหิน สำนักดาบหมึก ก่อความวุ่นวายไปทุกหย่อมหญ้า เป็นภัยร้ายของผู้ปกครองแดนใต้ มีแต่ต้องถูกทำลายล้างสำนักเท่านั้น!”
พริบตานั้นเจ้าสำนักน้ำแข็งเยือกก็มีปฏิกิริยากลับคืนมา สำนักเซียนเหินได้ถูกทำลายไปทั้งสำนักแล้ว แต่ว่าสำนักดาบหมึกยังหาได้ถูกทำลายล้างไม่ นี่จะถือเป็นความดีความชอบได้เลย การขึ้นตรงต่อพันธมิตรหกราชา เขาเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บมาใส่ใจ ก่อนหน้ามิใช่การขึ้นตรงต่อหุบเขาพรางอากาศกันหรอกหรือ ? ทว่าก็แค่เปลี่ยนผู้นำก็เท่านั้น อีกทั้งพันธมิตรหกราชายังไม่ชอบกินเด็กเหมือนอย่างมารร้ายเช่นหุบเขาพรางอากาศนั้นไม่ การอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ย่อมร่มเย็นเป็นสุข[1] :“บัดนี้สำนักเซียนเหินได้ล่มสลาย แต่ว่าสำนักดาบหมึกยังคงอยู่ การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว และสำนักที่มีจิตใจชั่วร้าย ย่อมสมควรที่จะถูกล้างบางสำนัก ! ”
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆมีอย่างที่ไหนที่จะไม่เข้าใจ ต่างพากันกล่าวอย่างพร้อมเพรียง : “พวกเรายินดีเข้าร่วมกับทัพพันธมิตรหกราชา เพื่อมุ่งหน้าปราบทำลายสำนักดาบหมึก ! ”
เหล่าผู้ฝึกตนต่างพากันแสดงจุดยืนของตน สำนักดาบหมึกที่ถือได้ว่ามีความผิดอย่างมหันต์ ย่อมสมควรตาย : “ต่อให้ใต้เท้าราชาปีศาจมีจิตใจที่เมตตากรุณา พวกเราก็ไม่สามารถปล่อยสำนักดาบหมึกซึ่งเป็นสำนักที่ก่อความวุ่นวายไปได้ ! ”
เฉินหมิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วกล่าว : “ทุกท่านสามารถที่จะตื่นตัวได้เช่นนี้ ย่อมต้องถือเป็นเรื่องดี หลังจากที่ได้ลบล้างสำนักดาบหมึกแล้ว จงมุ่งหน้าไปเข้าเฝ้าชนชั้นราชาแห่งพันธมิตรหกราชา ชนชั้นราชาย่อมต้องจดจำคุณงามความดีของทุกท่านเอาไว้อย่างแน่นอน จะให้รางวัลตามความดีความชอบ ! ”
.
.
.
.
[1] เมื่อได้พึ่งพิง จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างดี