ตอนที่ 2 สัตว์ประหลาด
ทางด้านของเอเดนนั้นเขาเป็เด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูมาโดยเศรษฐีคนหนึ่ง มีเพียงจี้ห้อยคอสีแดงทองที่เขียนว่าเอเดนเท่านั้นที่สามารถระบุตัวตนของเขาได้ ั้แ่จำความได้เอเดนสามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ดั่งใจนึกจะจุดติดหรือดับมอดง่ายเพียงความคิดเท่านั้น
เอเดนได้พบสัตว์อสูรครั้งแรกตอนมัธยมต้นและนั่นเป็ครั้งแรกที่เอเดนได้พบกับคนที่สามารถใช้พลังได้แบบเดียวกับเขาเอเดนคิดว่า หากตนตามกำจัดสัตว์อสูรพวกนี้ไปเรื่อยๆอาจจะได้พบกับเบาะแสเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองก็ได้ หลังจากนั้นไม่นานเศรษฐีที่รับเอเดนมาเลี้ยงก็เสียชีวิตลง
เอเดนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนและตามหาครอบครัวของตนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและนั่นทำให้เขาได้มาพบกับคาเรนและทัตซึยะ เป็จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่จะก่อตัวขึ้นไม่นานหลังจากนี้
ในเช้าวันต่อมา ทัตซึยะและคาเรนไปเรียนตามปกติพวกเธอต้องแฝงตัวเป็คนธรรมดา และใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วๆไปทั้งคู่อยู่ในโรงเรียนมัธยมนานาชาติแห่งหนึ่งซึ่งโรงเรียนนี้มีผู้ใช้พลังแฝงตัวอยู่ไม่น้อยกว่า 10 คน
เมื่อพวกมันเห็นทัตซึยะที่ได้แผลมาก็ต่างมารุมล้อมด้วยความเป็ห่วง(?)
“นี่แกโดนพวกอสูรเล่นหรือโดนคาเรนซัดกันแน่วะฮ่าๆ”
“ดูจากแผลแล้วอสูรตัวนั้นมันน่าจะตะปบนายเล่นล่ะมั้งเนี่ยคิคิ”
“คาเรนควรเปลี่ยนคู่หูได้แล้วมั้งหมอนี่ไม่ไหวหรอก”
เมื่อพวกมันเห็นว่าต่อให้ถูกเหน็บแนมมากแค่ไหน แต่ทัตซึยะกลับไม่เถียงพวกมันกลับเหมือนทุกทีจึงเริ่มมีสีหน้าจริงจังกันมากขึ้น(?)
“วันนี้หมอนี่มันกินยาระงับโรคบ้ามาด้วยเหรอ”
“นั่นสิทุกทีต้องหันมาเห่าใส่แล้วนะ”
“ไม่ไหวแล้วจริงๆด้วยเปลี่ยนมาคู่ฉันเถอะ”
ทัตซึยะที่โดนหยอกล้อยังคงก้มหน้านิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแม้แต่น้อย คราวนี้พวกมันเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติจึงหันไปหาคาเรนแทน
“เกิดอะไรขึ้น”
คาเรนถอนหายใจเบาๆและค่อยๆเล่าให้พวกมันฟังถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น และบุคคลอันตรายที่เธอได้เจอ
“หากพวกนายบังเอิญเจอหมอนั่นให้ติดต่อฉันทันที แต่ห้ามเข้าโจมตีเด็ดขาด!”
“ผมสีดำยาวถึงหลังใช่ไหม”
“ั์ตาสีแดงสินะ”
“หมอนั่นรึเปล่า?”
พวกมันทั้งสามคนชี้ไปที่บริเวณหน้าโรงเรียนพร้อมกันก่อนจะเอ่ยทวนรูปพรรณที่คาเรนกล่าวไว้ตอนแรก
เมื่อคาเรนมองตามปลายนิ้วของทั้งสามคนไปก็ได้พบกับคนที่เธอพึ่งเอ่ยถึงไปเมื่อกี้ทันทีเขาเดินผ่านหน้าโรงเรียนของพวกเธอไปอย่างไม่รีบร้อน
เธอรีบกดมือถือโทรไปหาทางตระกูลทันทีเมื่อแจ้งสถานที่เสร็จ เธอจึงสะกดรอยตามเขาไป
“เฮ้! แล้วเธอไม่เข้าเรียนรึไง”
…
เมื่อตามไปได้สักพักเมื่อเอเดนเดินเข้าไปในตรอกที่ไม่มีผู้คนเดินผ่าน และหันกลับมาหาเธอ
“เธอมีธุระอะไร”
เอเดนรู้ตัวั้แ่ที่เธอเริ่มสะกดรอยตามเขามาแล้วเมื่อรู้ตัวว่าความแตก คาเรนจึงแสดงตัวเพื่อหวังจะเจรจา
“ฉันแค่อยากคุยด้วยเท่านั้นรบกวนเวลานายหน่อยได้ไหม”
ยังไม่ทันที่เอเดนจะตอบกลับมีกลุ่มคนหกคนที่ตามมาตระกูลเดียวกับคาเรนเดินตามเข้ามาในตรอก
“ไม่เห็นจำเป็ต้องคุยให้เสียเวลาลากตัวมันไปเลย”
เมื่อพูดจบชายคนหนึ่งสร้างบอลไฟขนาดประมาณลูกบาสเกตบอลสามลูกขึ้น คาเรนที่เห็นดังนั้นต้องหน้าซีดลงอย่างช่วยไม่ได้
“หยุดนะ!” เธอะโด้วยความใ ทว่าบอลไฟทั้งสามลูกต่างพุ่งตรงไปทางเอเดนด้วยความเร็วสูง แต่เมื่อบอลไฟพุ่งออกมาได้เพียงเล็กน้อยมันกลับอันตธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีมาก่อน
ฉั่วว!
พริบตาต่อมาแขนของชายที่จู่โจมเอเดนก็หลุดกระเด็นลงบนพื้นทั้งสองข้างไม่มีเืแม้แต่หยดเดียว เนื้อแผลเรียบเนียนราวกับถูกนาบด้วยวัตถุความร้อนสูง
“อ๊ากกกก! แขนฉันน”
“นี่คือสิ่งที่เธอเรียกมันว่าการคุยสินะ...”
น้ำเสียงเย็นเยียบที่มาจากเอเดนส่งผลให้พวกมันต้องสั่นสะท้านไปทั้งร่าง พวกมันเคยเจอกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง หรือเหตุการณ์เสี่ยงเป็เสี่ยงตายมามากมายแต่ต่อให้มัดพวกนั้นรวมกัน ยังเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของความน่าสะพรึงในตอนนี้สัญชาตญาณพวกมันกำลังร้องบอก หากมันกล้าชักดาบออกมาต่อหน้าคนๆนี้วันนี้จะเป็วันสุดท้ายของชีวิตมัน
“ข...เข้าใจผิดแล้วฉันไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนายเลยนะ”
“คนพวกนี้ก็มากับเธอไม่ใช่รึนี่ก็คงจะเป็หนึ่งในพรรคพวกของเธอ”
เอเดนมองไปยังชายที่นั่งกุมแขนตัวเองและกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆเย็นะเืลงเรื่อยๆ
“ตอนนี้พวกแกคงจะโกรธฉันอยู่ไม่น้อย”
“หมอนั่นจงใจทำร้ายนายก่อนนั่นเป็บทลงโทษที่เหมาะสมแล้ว”
“ช...ใช่พวกเราจะโกรธคุณไปทำไม”
พวกมันปั้นยิ้มกันอย่างสุดความสามารถเพื่อลดความกดดันของสถานการณ์ลง ถึงแม้จะเป็หัวกะทิ แต่ก็แค่ของตระกูลสาขาพวกมันไม่มีความสามารถพอจะชนะคนๆนี้อย่างแน่นอน การเจรจาจึงเป็ทางออกที่ดีที่สุด คนที่สามารถตัดแขนคนที่อยู่ห่างจากตัวเกือบสิบเมตรโดยไม่ต้องแม้แต่กระดิกนิ้ว ต่อให้พวกมันใจกล้ากว่านี้อีกสิบเท่าก็ไม่มีทางที่พวกมันจะกระโจนเข้าใส่สัตว์ประหลาดตัวนี้แน่
“จริงสิเพื่อเป็การขอโทษ เราขอเชิญคุณไปที่ตระกูลของเราเป็อย่างไร ให้หัวหน้าของเราได้ขอขมาด้วยตนเอง”
ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าเป็มิตรเพื่อลดทอนความโกรธของชายคนนี้และได้ชวนเขาไปยังตระกูลของตนถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง
“เดี๋ยวฉันจะไปหาด้วยตัวเอง”เมื่อกล่าวจบ เอเดนก็เดินจากไปเงียบๆ ก่อนจะแยกตัวออกมาเอเดนได้ฝังตราประทับเพลิงไว้กับคาเรนเพื่อใช้ติดตามไว้เรียบร้อยแล้ว
ในความเป็จริงเอเดนอยากจะรู้ข้อมูลของกลุ่มคนพวกนี้อย่างมากแต่ด้วยความที่อยู่คนเดียวมานาน เอเดนไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น
“ทราบแล้วครับ”
พวกมันต่างก้มหัวให้กับเอเดนอย่างนอบน้อมราวกับนี่คือผู้นำของพวกมันซะเอง เมื่อได้พบกับตัวจริงพวกมันจึงพึ่งเข้าใจว่าเหตุใดทัตซึยะจึงตกอยู่ในสภาพนั้นยังนับว่าโชคดีด้วยซ้ำที่ทัตซึยะมีเพียงาแเล็กน้อยต่างกับเพื่อนร่วมตระกูลอีกคนที่ต้องเสียแขนทั้งสองข้างเพราะความมุทะลุของตัวเอง
“กลับไปบอกหัวหน้ากันเถอะ”
คาเรนหันไปพูดกับพวกของตนด้วยความเศร้าเธอเตือนทุกคนไว้แล้ว เตือนไว้ั้แ่แรก หากพวกนั้นเชื่อเธอสักนิดก็คงไม่ต้องเป็แบบนี้ เื่ในวันนี้ทำให้คาเรนต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ระดับของเอเดนคือ ‘หายนะ’ อย่างแท้จริง
เธอเป็เพียงคนเดียวที่เห็นว่าสิ่งใดที่ตัดแขนของเพื่อนร่วมตระกูลของเธอ...มันคือใบมีดเพลิงที่บางจนเกือบจะมองไม่เห็นจำนวนสองเล่มมันปรากฏและจางหายไปอย่างรวดเร็วถึงจะดูง่ายดายแต่คาเรนรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ใครๆก็ทำได้ อย่างน้อยๆเธอก็ทำมันไม่ได้อย่างแน่นอน การที่เธอจะหวาดกลัวเอเดนจึงเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
...
“งั้นเหรอ เคนยะเริ่มก่อนสินะ”
หัวหน้าสาขามองดูสภาพของเคนยะและค่อยๆพูดขึ้นช้าๆ ในความคิดของมัน เอเดนเป็เพียงเด็กน้อยจากตระกูลอื่นที่อาจจะพอมีฝีมือบ้างแต่เมื่อได้รับทราบข้อมูลจากคนที่ได้เผชิญหน้ากับเอเดนทุกคนต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘หมอนั่นคือสัตว์ประหลาด’
มันควรเป็คนออกไปพบเอเดนด้วยตัวเองหากเป็เช่นนั้น เคนยะก็ไม่ต้องเสียแขน นักดาบที่จับดาบไม่ได้ความรู้สึกของมันคงไม่อาจจินตนาการได้ มันสำนึกผิดกับการตัดสินใจของตัวเองการตัดสินใจที่เกิดจากการทะนงตัว
“เขาได้บอกถึงเวลาที่จะมาหรือไม่”
“ไม่ครับ”
หลังจากได้ยินคำตอบหัวหน้าพวกมันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น
“หลังจากวันนี้ห้ามพวกเราคนใด เข้าโจมตีเขาอีกเด็ดขาด บทลงโทษสูงสุดคือความตายและมันจะไม่ได้มาจากฉัน เข้าใจใช่ไหม”
“ครับ/ค่ะ!!”
ต่อให้หัวหน้าพวกมันสั่งให้เข้าโจมตีเอเดนก็ตามมันก็มีความมั่นใจถึงสิบส่วน ว่ามันจะขัดคำสั่งนั้นอย่างแน่นอน การเผชิญหน้ากับเอเดนฝังความกลัวลงในจิตใจพวกมันทุกคน
และในตอนนี้เอเดนก็ได้ตามมาถึงที่อยู่ของพวกมันเรียบร้อยแล้ว...