
นางพิมพรรณถือมีดไว้ในมือปากก็ะโออกไปด้วยความกลัวแต่เมื่อไม่มีทางหนีได้ก็ฮึดสู้เพื่อรอลูกสาวมาช่วย
“บอกว่าไม่มีไง เงินตั้งสามหมื่นฉันไม่มีหรอก”
“สามหมื่นอะไรวะดอกอีกทั้งหมดห้าหมื่นโว้ย!”
“อะไรนะ”นางพิมพรรณเข่าอ่อนทันทีแม้จะรู้ดีว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบมันโหดแค่ไหนแต่ก็ไม่มีทางเลือก้าเงินทุนมาทำขนมและแบ่งให้ลูกสาวไปเป็ค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วยแต่ด้วยลูกชายที่ไม่ทำงานทำการเอาคอยแต่แบมือขอเงินกำไรที่ควรจะเก็บไว้ก็ต้องให้ลูกชายไป
“กูรออีกครึ่งชั่วโมงไม่มากูเอามึงไปถ่วงน้ำเล่นดีกว่าไม่จ่ายมาสามเดือนแล้วนะมึง”
“หมุนไม่ทันจริงๆ”
“ไม่ทันก็ต้องหามาจ่ายเงินนะไม่ใช่กระดาษจะได้แจกให้ฟรีๆตอนไปขอกู้บีบน้ำตาน่าสงสารพอตอนจ่ายแม่งน่าถีบว่ะ”
“ฉันไม่มีเลย”นางพิมพรรณลองกดโทรศัพท์หาลูกสาวอีกครั้งโชคดีที่พราวนภากดรับสายได้แต่เสียงลมปะทะดังจนฟังไม่ค่อยชัดนัก
“อะไรนะแม่หนูจะถึงแล้ว”
“มันบอกว่ายอดเงินกู้ห้าหมื่น”
“อะไรนะ” พราวนภาถามเสียงดังลั่น
“รีบมานะ แม่กลัว”นางพิมพรรณรีบกดวางสายเมื่อชายทวงหนี้ทั้งสามคนเตะประตูเพื่อขู่อีกครั้ง
“พี่จอดนี่ล่ะ” พราวนภาบอกแล้วจับสายชุดเดรสเพราะเลื่อนหลุดจากไหล่อยู่เรื่อยๆ
“ไม่มีเสื้อคลุมด้วยสิแต่งตัวแบบนี้นั่งมอเตอร์ไซค์เธอนี่มันสุดจริงๆ”กันต์กวีพูดพลางคว้าข้อมือของพราวนภาไว้แน่น
“ไม่ต้องที่นี่ถิ่นฉันเอง”
“เก่งจริงนะ”เขาพูดพลางปล่อยมือเดินตามคนร่างอรชรไปจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งก่อนพราวนภาจะหันมามองหน้าเขาแล้วชี้ไปบ้านที่อยู่ถัดไปแต่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“ฉลาดนี่มาดักดู แล้วเอาไง”
“มีเงินแล้วก็ให้มันไป”ไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งพราวนภารีบกดรับสายเพราะเกรงพวกที่มาทวงหนี้จะได้ยินเสียงเรียกเข้า
“มาหรือยัง”
“อยู่ตรงข้ามนี่ล่ะแม่มีเงินมาด้วยห้าหมื่นแล้วพี่เพชรล่ะ”
“ไม่เกี่ยวลูกอันนี้หนี้ของแม่เองของพี่เพชรต่างหากทางนั้นยังไม่ติดต่อมาเลยมันให้เวลาเราห้าวันนี่”
“ไม่เป็ไรหนี้แม่ก็หนี้แม่แค่นี้นะหนูไปแล้วหนูมีพี่มาด้วยค่ะไม่ต้องห่วงนะ”พราวนภาพูดพลางมองสำรวจรูปร่างของกันต์กวีแล้วนึกหวั่นในใจเพราะรูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่ได้ดูแข็งแรงกล้ามล่ำโตเหมือนนักมวยหากพวกนั้นมาหลายคนยังไงก็สู้ไม่ได้แน่นอน
“พี่กันต์เอ้ยคุณกันต์ไหวไหม”พราวนภาถามอีกครั้งในขณะที่กันต์กวีได้แต่พยักหน้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองและพราวนภาด้วย
“เงินมาแล้ว”พราวนภาะโใส่ชายแปลกหน้าที่อยู่หน้าบ้าน
“ห้าหมื่นไหมล่ะ”
“ครบมานับเลยมาแค่หนึ่งคน”
“น้องสาวนี่รอบคอบจังที่จริงไม่ต้องระวังตัวหรอกถ้าตุกติกกับพี่น้องสาวกับผัวตายแน่นอน”
“ครบไหม”
“ครบ” ชายที่วิ่งมานับตอบพร้อมกระชากซองน้ำตาลไป
“ไปเลยนะได้เงินแล้ว”
“ก็แค่นั้นได้เงินแล้วก็จบยึกยักเอง”มันพากันวิ่งออกไปทำให้พราวนภารู้สึกโล่งใจและรีบเข้าไปในบ้านเพื่อดูอาการของแม่
“พราว”
“มันทำอะไรแม่หรือเปล่า”
“ไม่หรอกลูกมันรอเงินอย่างเดียวพวกนี้แค่มาทวงหนี้ส่วนหนี้ของเพชรมันพวกยาเสพติดมันน่ากลัวกว่าเยอะ”
“คุณกันต์นี่แม่ฉันเองค่ะแม่นี่คุณกันต์เป็คู่หมั้นน้ำอบจ้ะ”
“สวัสดีครับ”กันต์กวียกมือไหว้มองสำรวจรอบบ้านที่ดูโทรมและเก่าแต่ตัวบ้านค่อนข้างสะอาด
“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” นางพิมพรรณยกมือไหว้ขอบคุณ
“ไม่ใช่ครับเงินคุณพ่อน้องน้ำอบผมแค่มาเป็เพื่อนครับคุณน้า”
“ค่ะยังไงก็ขอบคุณแล้วจะกลับเลยไหมคะฟ้าก็ร้องแล้วฝนจะตกหรือเปล่า”
“จริงด้วยแม่ฟ้าร้อง”พราวนภาเดินไปดูหน้าบ้านแล้วเดินเข้ามาไม่ทันไรฝนก็ตกลงมาไม่ลืมหูลืมตา
“ฉันไม่ได้เอารถมาแถวนี้มีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไหม”เขาหันมาถามพราวนภา
“มีตอนกลางวันแต่มันวิ่งแค่ถึงแยก ต้องเดินไปอีกราวๆ50เมตรมีเพิงสังกะสีบังฝนให้รอรถที่วิ่งผ่าน”
“คุณรอฝนหยุดอยู่ในบ้านนี่ล่ะค่ะ”นางพิมพรรณมองหน้ากันต์กวีและก็เดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนมาให้
“ผมรอนี่ก็ได้ครับ”เขารับผ้าห่มไว้แล้วนั่งลงบนโซฟาเก่าๆที่สีค่อนข้างซีดและมีรอยขาด
“แม่ไปอาบน้ำนอนก็ได้นะหนูจะไปเปลี่ยนชุดแล้วลงมาอยู่เป็เพื่อนคุณกันต์”
“มีอะไรก็เรียกแม่นะวันนี้เจอแต่เื่เครียดๆเวียนหัวมากเลยตอนนี้”นางพิมพรรณพูดพลางเดินขึ้นไป้า
“คุณนอนก็ได้นะโซฟาเก่าแต่ฉันก็เช็ดทุกครั้งที่กลับมาบ้าน ไม่มีเชื้อโรคหรอกค่ะ”
“คุณหนูพราว หึ น้องน้ำอบเล่นอะไรพวกเธอเห็นฉันเป็อะไรกันแน่”เขาพูดพลางขบกรามแน่น
“น้ำอบไม่ได้แกล้งคุณกันต์หรอกค่ะคงแค่นึกสนุกอยากให้ฉันแต่งตัวสวยๆ”
“ไปเถอะฉันอยู่คนเดียวได้เดี๋ยวฝนคงหยุด”
ร่างอรชรเดินไป้าแล้วก็หันมามองเ้าของร่างสูงโปร่งที่กำลังหยิบผ้าห่มมาดมก่อนจะคลี่แล้วห่มทับตัวเขาเหยียดขาเต็มที่แล้วก็เอามือก่ายหน้าผาก
“ทำเป็ดมแม่ฉันไม่ใช่คนสกปรกหรอกย่ะ”พราวนภากระแทกส้นเท้าเดินไปที่ห้องด้วยความไม่พอใจ
ผ่านไปสามชั่วโมงที่กันต์กวีกับพราวนภาออกไปจากบ้านและไม่ได้ติดต่อกลับมาทำให้นรารักษ์กระวนกระวายใจเพราะเป็ห่วงเพื่อนรัก
“ลูกยังไม่กลับฝนก็จะตกแล้วสิคุณเกษม”
“งั้นเรากลับดีกว่าลูกโตแล้วกลับดึกไม่เป็ไรหรอก”นายเกษมพูดแล้วหันไปบอกลาเพื่อน
“สวัสดีค่ะคุณอาขับรถดีๆนะคะ”
“เอาไว้เจอกันอีกนะลูก”นางกัลยายิ้มแล้วเดินตามสามีไปที่รถ
“อยู่ไหนคะพี่กันต์”
“ฝนตกหนักพี่อยู่บ้านคุณหนูพราว”กันต์กวีตอบพลางหันไปมองคนร่างอรชรในชุดนอนขายาวที่กำลังเดินลงมา
“อยู่บ้านพราวเหรอคะ”
“ทำไมหลอกพี่ว่าพราวเป็ลูกคนรวย เล่นอะไรน้องน้ำอบ”
“ขอโทษค่ะ น้ำอบแค่ล้อเล่น”
“แค่ล้อเล่นใช่ไหมไม่มีอย่างอื่นแน่นะ”
“ค่ะ แล้วจะกลับเมื่อไรคะ”
“ลองโทรไปถามเบื้องบนสิว่าจะหยุดตกเมื่อไร”กันต์กวีพูดจบก็รีบกดวางสายเพราะไม่ค่อยชอบใจนักที่โดนนรารักษ์หลอก
‘น้ำอบแค่อยากรู้ว่าถ้ามีคนรวยและหน้าตาดีตั้งสองคนนั่งอยู่ตรงหน้าพี่จะสนใจใครแต่พี่ก็ทำทีสนใจพราวมากกว่าน้ำอบ’ นรารักษ์วางโทรศัพท์มือถือบนที่นอนและนั่งเหม่อก่อนจะเดินไปที่ระเบียงห้องเพื่อมองด้านนอกที่มืดสนิทพร้อมเสียงฟ้าร้องครืนๆความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา
‘พี่กันต์เอารถไปทำไมต้องอยู่ที่บ้านพราวด้วยล่ะ’
ร่างอรชรเดินไปชงนมร้อนสองแก้วแล้วยื่นให้เขาก่อนจะนั่งลงอีกฝั่งพร้อมกับมองหน้าเขาแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พี่เอ้ยคุณกันต์เคยเป็เพื่อนเล่นกับน้ำอบสมัยเด็กๆทำไมจำกันไม่ได้คะทั้งที่เราก็พอได้เจอกันบ้าง”
“ไม่ใช่หน้าที่เธอต้องมาถาม”
“ค่ะ” พราวนภาจิบนมร้อนจนหมดแก้วนั่งเป็เพื่อนเขาเพื่อรอให้ฝนหยุดแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักที
“รู้งี้ฉันเอารถมาก็ดีไม่น่าจอดทิ้งไว้ปากซอยเลย”
“ถ้าไม่หยุดคุณจะนอนตรงนี้ได้ไหมหรือว่าจะไปนอนห้องพี่ชายฉันแต่ว่าปกติฉันไม่ค่อยได้ทำความสะอาดนะคะพี่ชายไม่ค่อยให้ไปยุ่งในห้อง”
“นอนตรงนี้ล่ะขอพัดลมหนึ่งตัวฉันรู้สึกอึดอัดเปิดพัดลมจะได้โล่งๆ”
“ค่ะ” ร่างอรชรเดินไป้าเอาพัดลมห้องตัวเองมาให้เขา
“เธอไปนอนเถอะ”
“รออีกสักพักก่อนค่ะพรุ่งนี้ไม่มีเรียนแต่ต้องไปช่วยงานบ้านที่บ้านของน้ำอบ”
“อะไรนะไปช่วยงานบ้าน หารายได้พิเศษหรือยังไง”
“หลายอย่างค่ะ ทั้งค่ากินค่าอยู่ที่น้ำอบจ่ายให้เลยต้องไปทำงานหักหนี้ไป”
“น้ำอบคิดหมดเลยเหรอก็เป็เพื่อนรักกันนี่”
เครดิตภาพประกอบจากgoogleรูปภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายค่ะ