เรื่องทั้งหมดมาจากฮ่องเต้ที่รับปากหยวนเจ๋อหมิงที่ให้แต่งงานกับเขาแต่ไม่สามารถยับยั้งไทเฮาที่เกลียดและไม่ต้องการให้เขาแต่งงานกับบุตรีของผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในต้าฉิน
ในเมื่อเขาเป็นเพียงสิ่งของที่เอาไว้ใช้แลกเปลี่ยนแต่เมื่อเกิดความยุ่งยากกลับเป็นพี่สะใภ้ที่พยายามยื่นมือเข้ามาช่วยดูเหมือนคนเดียวที่เขาจะพึ่งพาได้ก็คงมีเพียงพี่สะใภ้
และในเมื่อไทเฮาแตะถึงจุดที่เขาจะไม่ยอมถึงขนาดวางแผนฆ่าคนในจวนของเขาต่อจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันแต่อย่างใด
“ท่านอ๋องขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“ว่ามา” ฉินมู่หยาง
“ข้าได้แจ้งไปแล้วทางนั้นแจ้งกลับมาว่าในวันที่ไปตรวจของให้ไปช่วงมื้อเที่ยงขอรับเพราะจะนำเสนออาหารใหม่และสินค้าที่แจ้งมา” เสิ่นเยี่ย
“นางตื่นสายหรือ” ฉินมู่หยาง
“เท่าที่ไปสืบมานางมักจะออกจากเรียนช่วงยามอู่ขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“นางขี้เกียจขนาดนั้นเลยหรือ” ฉินมู่หยาง
จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะสินค้าของนางไม่ได้มีแค่อย่างสองอย่างแถมแผนการค้าของนางนั้นไม่ธรรมดาเลยไม่มีทางที่คนทั่วไปจะสามารถคิดได้ในเวลาที่สั้นขนาดนี้
“นางทูลฝ่าบาทด้วยตนเองขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“เรื่องนั้นข้ารู้แล้วล่ะ” ฉินมู่หยาง
เพราะเจ้าของขาดสรรเสริญนางเรื่องที่ต่อปากต่อคำกับฮ่องเต้บ่อยขนาดนั้นแม้แต่คนที่ไม่สนใจก็ต้องจำได้และดูวิธีการจัดการกับคนที่เข้ามาวุ่นวายกับนางก็เฉียบคมรวดเร็วสมกับคนขี้เกียจวุ่นวายอย่างนาง
ก่อนหน้านี้นางมักจะขยันหาเรื่องใส่ตัวหรือเพราะว่านางเรียนรู้จากการถูกทำร้ายหลายครั้งแต่ทว่าความดื้อของนางไม่ลดลงเลยและดูเหมือนว่าแม้แต่ฮ่องเต้นางยังไม่ใส่ใจแล้วสามีที่ทิ้งงานแต่งงานอย่างเขาจะเป็นอย่างไร
“อีกเรื่องขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“ชายารองเจียงไม่ยอมกลับบ้านเดิมนางหนีกลับมาที่นี่อีกแล้ว” เสิ่นเยี่ย
“แล้วใครปล่อยให้นางเข้ามา” ฉินมู่หยาง
“เอ่อพวกบ่าวไม่กล้าขอรับเพราะนางมีตราท่านแม่ทัพเจียง” เสิ่นเยี่ย
“แม่ทัพเจียงนี่ช่างไม่รู้จักเข็ดเสียจริงอยากจะเล่นกับข้าหรือ” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องโปรดสั่งการ” เสิ่นเยี่ย
“ไปบอกนางว่าหากอยากเป็นฮูหยินก็ย่อมได้แต่ข้าจะให้นางและผู้ติดตามเป็นฮูหยินกองทัพให้นางเลือกเอาว่าจะกลับบ้านหรือเข้ากองทัพ” ฉินมู่หยาง
“ขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“เดี๋ยว” ฉินมู่หยาง
“พรุ่งนี้ไม่ว่านางจะเลือกทางไหนให้ไปส่งนางให้ถึงที่หากนางเลือกกองทัพเจ้าอยู่ดูให้แน่ใจว่านางเริ่มงานได้ทันทีแต่หากนางกลับบ้านจงนำคำของข้าไปแจ้งแม่ทัพ” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องโปรดสั่งมาได้เลยขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“อย่าให้มีครั้งที่สอง” ฉินมู่หยาง
“ขอรับแต่ว่า” เสิ่นเยี่ย
“อะไรอีก” ฉินมู่หยาง
“วันที่ไปส่งนางเป็นวันนัดกับคุณหนูหยวนขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“เจ้าไปส่งนางก่อนหากกลับมาไม่ทันข้าจะไปดูเอง” ฉินมู่หยาง
“ขอรับ” เสิ่นเยี่ย
เสิ่นเยี่ยนั้นเป็นชายหนุ่มรูปงามและเป็นคนทำงานรอบคอบเพียงแต่มีข้อเสียคือใจอ่อนแต่ก็เป็นคนกล้าที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาบางครั้งที่ฉินมู่หยางตัดสินใจเด็ดขาดเกินไปเขาก็มักจะทักท้วง
ดังนั้นหากเรื่องที่เสิ่นเยี่ยไม่ทัดทานนั่นก็แปลว่าไม่ได้โหดร้ายเกินไป และเป็นเพราะว่าเสิ่นเยี่ยรู้มาว่าเจียงถงเอ๋อนั้นร้ายกาจกับหยวนเข่อชิงมากแค่ไหน
นางเป็นคนที่ก่อเรื่องให้ร้ายหยวนเข่อชิงมากที่สุดและการใช้เข็มแทงตามปลายนิ้วนั้นเป็นการกระทำที่โหดร้ายมากที่สุดเขาเคยได้ข่าวว่านิ้วขอหยวนเข่อชิงไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้อีกเลย
และนางเคยลากหยวนเข่อชิงไปถอดเสื้อผ้ากลางบ่าวชาย ดีที่หลีกงกงมาทันไม่อย่างนั้นหยวนเข่อชิงคงเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว
หากไม่ใช่ฮองเฮาส่งคนมาดูเนืองๆ ป่านนี้หยวนเข่อชิงคงไม่รอดมาจนถึงตอนนี้โทษของเจียงถงเอ๋อที่แค่ปลดนางจึงเบาไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับที่นางทำกับชายาเอกอย่างหยวนเข่อชิง
ยังไม่รวมถึงการบีบบังคับให้เกี้ยวเจ้าสาวเข้าทางด้านข้างจวนจนนางมีต้องมีสถานะอนุแล้วยังแย่งสินเดิมไปอีกและการที่สาวใช้ส่วนตัวไปตายที่จวนหน้าหีบชุดพระราชทานนั่นอีกแม้แต่คนตาบอดยังเห็นเจตนาของนาง
“ไม่จริงข้าต้องการพบท่านอ๋อง” เจียงถงเอ๋อ
“ข้าขอเตือนว่าเมื่อเทียบกับความผิดที่ท่านได้ก่อท่านอ๋องอาจไม่มีทางเลือกให้ท่าน” เสิ่นเยี่ย
“เจ้าเป็นแค่องครักษ์!” เจียงถงเอ๋อ
“ส่วนท่านเป็นชายารองที่ถูกปลดอย่าให้พูดถึงชาติกำเนิิดและความผิดของท่านเลยนะ” เสิ่นเยี่ย
“เจ้า!” เจียงถงเอ๋อ
“เจียงถงเอ๋ออย่าให้ข้าสาธยายเลยไม่เช่นนั้นต่อไปเจ้าอาจไม่มีหน้าได้พบเจอใครหรือแม่แต่จะแต่งงานกับใครอีก” เสิ่นเยี่ย
เมื่อได้รับหนังสือหย่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจนางออกต่อไปหวังแค่ว่าเพราะเห็นแก่หน้าแม่ทัพเจียงบิดาของเจ้าท่านอ๋องจึงยังไม่ทำอะไรแต่หากเกินกว่านี้นางได้เจอนรกแน่
“ท่านองครักษ์” เจียงถงเอ๋อพยายามต่อรอง
“รู้ไว้ด้วยว่าที่ท่านอ๋องไม่เอาผิดท่านตอนนี้เพราะท่านจะให้พระชายามาจัดการเจ้าเองสิ่งที่ท่านทำกับนางมันเกินรับได้ไม่ใช่ว่าท่านอ๋องปราณีเจ้าจงรอคอยโทษนั้นเถอะ” เสิ่นเยี่ย
“หมายความว่ายังไงหยวนเข่อชิงจะกลายเป็นชายาเอกได้อย่างไรนางเป็นแค่อนุ” เจียงถงเอ๋อไม่ยอม
“หากเรื่องนั้นเป็นจริงโทษของการขัดราชโองการเจ้าต้องตายเก้าชั่วโคตรเห็นแกบิดาของเจ้าจึงยังให้ลงโทษสถานเบายังจะกล้ายกเรื่องนี้มาพูดหรือข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งวันในการเตรียมตัวหากข้ามารับแล้วยังไม่พร้อมข้าจะลากเจ้าเข้ากองทัพด้วยตัวเอง” เสิ่นเยี่ย
ความเด็ดขาดนี้ได้มาจากท่านอ๋องโดยแท้พูดได้ว่าเสิ่นเยี่ยเป็นตัวแทนขั้นเบาของฉินมู่หยางเห็นเสิ่นเยี่ยลงมือเท่านี้ก็คาดการณ์ได้ว่าหากเป็นฉินมู่หยางนางไม่มีทางได้ต่อรอง
เพราะคอคงขาดตั้งแต่อ้าปากเรียกร้องไปแล้ว
“ข้าจะทำยังไงดีแม่นมข้าไม่อยากกลับบ้านเลยกลับไปท่านพ่อฆ่าข้าแน่” เจียงถงเอ๋อ
“ท่านมีทางเลือกเดียวเท่านั้นนะเจ้าคะไม่อย่างนั้นท่านเอ่อ” แม่นมเหยียน
“นี่มันไม่ใช่การบีบให้ข้าตายหรอกหรือ” เจียงถงเอ๋อ
“กลับไปแต่งกับพ่อค้าน้ำมันก็ยังดีกว่าเป็นนางบำเรอกองทัพนะเจ้าคะ” แม่นมเหยียน
เป็นเพราะแม่ทัพเจียงยังต้องการสานสัมพันธ์กับกองทัพของฉินมู่หยางเขาจึงรับไม่ได้ที่ลูกสาวถูกส่งตัวกลับจึงขู่ลูกสาวไว้อย่างนั้น
อีกทั้งเจียงถงเอ๋อก็เป็นเพียงลูกอนุสามารถปีนป่ายขึ้นมาจนได้เป็นชายาของชินอ๋องแล้วแต่นางไม่เอาไหนแถมโง่จนเกือบทำให้ทั้งครอบครัวหายนะไปด้วย
ตอนนี้เหลือไทเฮาที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ว่านางยังเดินทางมาไม่ถึงเมืองหลวงที่เจียงถงเอ๋อวนกลับมาที่นี่เพื่อถ่วงเวลารอไทเฮาแต่ดูเหมือนนางจะไม่มีทางรอดได้แต่หวังว่าไทเฮาจะสามารถช่วยนางได้
ส่วนคนที่จดจ่ออยู่กับหนังสือหย่าก็มารอหน้าตำหนักกลางของท่านอ๋อง
“คุณหนูหยวน” พ่อบ้านหวาง
“ข้ามาขอพบท่านอ๋อง” หยวนเข่อชิง
“ตอนนี้ท่านอ๋องไม่อยู่ขอรับ” พ่อบ้านหวาง
“จะกลับมาเมื่อไหร่” หยวนเข่อชิง
“อาจจะยังไม่กลับวันนี้ขอรับฝ่าบาทเรียกเข้าพบแล้วจะไปร่วมงานในค่ายทหารเลยคาดว่าวันนี้คงไม่กลับขอรับ” พ่อบ้านหวาง
“เช่นนั้นก็ฝากบอกท่านอ๋องว่าข้ามาพบเขา” หยวนเข่อชิง
“ขอรับ” พ่อบ้านหวาง
นางมาช้าไปแค่ก้าวเดียวเพราะฮ่องเต้ส่งคนมารับฉินมู่หยางไปก่อนหน้านี้เพียงครู่เดียว
“ฝ่าบาท” ฉินมู่หยาง
“มาแล้วหรือ” ฮ่องเต้ฉิน
“มีเรื่องอะไร” ฉินมู่หยาง
“ยังไม่หายโกรธข้าอีกหรือไง” ฮ่องเต้