จ้าวหนิงหลงนำตำราไปส่งที่ร้านก่อน ซูหนี่กับเด็กทั้งสองรออยู่ด้านนอกเพียงไม่นานเขาก็กลับออกมา พร้อมกับตำราชุดใหม่ที่จะต้องนำกลับไปคัด ซูหนี่มองจ้าวหนิงหลงอย่างเห็นใจ เขาต้องคัดตำราเพื่อหาค่าใช้จ่ายรวมไปถึงค่าเดินทางที่ต้องไปสอบ แล้วยังต้องทบทวนตำราที่จะต้องไปสอบด้วย
หากให้นางลองเป็ตัวละครจ้าวหนิงหลงก็คงอยากจะฆ่าซูหนี่คนเดิมให้ตายเหมือนกัน เพราะนางไม่ทำงานก็แล้วไป ไม่ดูแลลูกแล้วยังจะทุบตีเด็กทั้งสอง ไหนจะวางแผนจับบัณฑิตคนอื่นอีก
จ้าวหนิงหลงพาซูหนี่เดินไปที่โรงหมอจือชาง เพราะเขาซื้อยาให้ท่านย่าของเขาเป็ประจำจนคุ้นเคยกับท่านหมอที่นั่นเป็อย่างดี ระหว่างที่จ้าวหนิงหลงกำลังออกจากร้านตำรา กลุ่มบัณฑิตสามคนก็เดินมาที่ร้านตำรา
"หนิงหลง สบายดีหรือไม่" บัณฑิตหนุ่มในชุดสีฟ้า ชุดที่เขาสวมใส่ล้วนเป็ผ้าไหมเนื้อดี
"ข้าสบายดี" ซูหนี่สังเกตเห็นว่าจ้าวหนิงหลงมิค่อยอยากจะพูดคุยด้วยสักเท่าไหร่ แม้แต่นางกับเด็กๆเขาก็ไม่แนะนำให้รู้จัก
"พวกข้ามาหาซื้อตำราอ่านเพิ่ม แล้วเ้าเล่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว" บัณฑิตหนุ่มท่าทางหยิ่งยะโส เอ่ยถามเหมือนอยากจะถากถางจ้าวหนิงหลงเสียมากกว่า
ทั้งสามคนล้วนแสดงท่าทีเหมือนถือตัว ที่ต้องหยุดพูดคุยอาจจะเป็เพราะเจอกันโดยตรงจึงไม่อาจทำเป็เมินเฉยได้ ซูหนี่เพียงปรายตามองประเมินเท่านั้นไม่ได้สนใจว่าหน้าตาของแต่ละคนเป็เช่นใด เมื่อคนไม่อยากจะลดตัวมาคุยด้วยนางอยากจะลากจ้าวหนิงหลงไปจากต้องนี้ทันทีเลยด้วยซ้ำ
แต่ยังมีอีกคนที่ไม่ได้เอ่ยทักหรือพูดคุยกับจ้าวหนิงหลงเลยซักคำ สายตาที่ใช้มองนางก็ดูถูกเหยียดหยามโดยไม่ปิดบัง แต่เมื่อนางไม่สนใจก็ทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจแล้วเดินเข้าร้านตำราไปเลยทันที
ตอนนี้ใจของซูหนี่ไปถึงโรงหมอเรียบร้อยแล้ว นางจึงไม่ได้สนใจสิ่งใด จ้าวหนิงหลงที่จับจ้องซูหนี่ตลอดที่เจอบัณฑิตทั้งสามก็เอ่ยถามขึ้น
"เ้าเลิกสนใจเผยเทียนแล้วรึ" สายตาที่จ้องจับผิดของเขาทำให้ซูหนี่ขนหัวลุก
"ใคร คนใด" จ้าวหนิงหลงไม่ตอบแต่รีบออกเดินไปทันที ทำให้ซูหนี่ต้องเร่งฝีเท้าตาม ก็นางไม่รู้จริงๆว่าคนไหนคือเผยเทียน
ถึงร้านขายยาเหงื่อนางก็ซึมแล้ว เขาลืมไปหรือเปล่าว่านางอุ้มอันเออร์อยู่ด้วย จะรีบเดินไปไหน ต่อให้เขาแบกตะกร้ากับอุ้มหนิงเฉิงก็ไม่เห็นจะเหนื่อยเช่นนาง คงแข็งแรงมากมั้ง ซูหนี่คิดในใจแต่ก็อดเบ้ปากไม่ได้
"คุณชายจ้าว วันนี้มาซื้อยาอันใดขอรับ" เสี่ยวเอ้อหน้าร้านดูคุ้นเคยกับจ้าวหนิงหลงเป็อย่างดี
เพราะจ้าวหนิงหลงสอบซิ่วไฉได้อันดับหนึ่งทำให้เสี่ยวเอ้อนอบน้อมกับเขามากขึ้น เสื้อผ้าที่จ้าวหนิงหลงสวมใส่มีรอยปะชุนแต่ก็ดูสะอาด ถึงเขาจะส่วมผ้าขี้ริ้วด้วยหน้าตาเช่นนี้ก็คงรูปงามอยู่ดี
"พี่ต้าเกอ ข้าอยากจะถามท่านหมอถึงสมุนไพรที่ภรรยาข้าพบเจอขอรับ" จ้าวหนิงหลงตอบกลับอย่างนอมน้อมเช่นกัน
"ท่านนำตัวอย่างออกมาได้หรือไม่ ข้าจะเข้าไปสอบถามท่านหมอให้" ต้าเกอทำงานมานาน เข้าย่อมมีความรู้ว่าสมุนไพรตัวไหนรับซื้อได้หรือไม่ได้
จ้าวหนิงหลงหยิบห่อผ้าในตะกร้าเพื่อเปิดออกให้เสี่ยวเอ้อดู เมื่อต้าเกอเห็นก็รีบร้อนไปตามท่านหมอทันที แม้จะบอกกล่าวกับหนิงหลงก่อนก็ยังลืมไป
เมื่อท่านหมอตู้ได้ยินก็รีบร้อนออกมาเช่นกัน ยิ่งเห็นต้าเกอปล่อยให้หนิงหลงยืนรอหน้าร้านก็หันไปต่อว่าทันที
"คุณชายจ้าว เข้ามาคุยด้านในก่อน" แม้จะตื่นเต้นแต่อายุที่มากขึ้นก็ทำให้สงบติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
การกระทำทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของซูหนี่ หากเป็เช่นนี่ถั่งเช่าที่นางนำมาต้องมีราคาสูงเป็แน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นิญญาของนักแสดงก็เข้าสิงทันที ภายนอกนางดูไม่สนใจแต่หัวใจของนางะโโลดเต้นแล้ว
เมื่อทั้งหมดเข้ามาในห้องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว หนิงหลงก็แนะนำซูนี่กับเด็กๆให้รู้จักกับท่านหมอตู้ เด็กแฝดถึงจะมีวัยเพียงสามหนาวแต่เมื่อได้รับการอบรมจากหนิงหลงก็นั่งกันอย่างเรียบร้อยจะมีเพียงสายตาที่มองไปรอบๆห้องเท่านั้น
"เด็กดี เด็กดี" หมอตู้ลูบเคราพร้อมชมเด็ดแฝดทั้งสอง เขายังให้ต้าเกอนำขนมมาให้เด็กทั้งสองอีกด้วย
จ้าวหนิงหลงก็ไม่เสียเวลาเขาหยิบห่อผ้าขึ้นมาเปิดให้หมอตู้ดูทันที
หมอตู้จับหน้าอกอย่างปวดใจที่เห็นของล้ำค่าต้องมาอยู่ในห่อผ้าเช็ดพื้นเช่นนี้ เขาหยิบถั่งเช่าขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา
จ้าวหนิงหลงก็มิใช่คนโง่ ที่เห็นสายตาของซูหนี่ส่งมาเขาก็กลืนคำพูดที่จะถามว่ารับซื้อไหมเก็บคืนไป หมอตู้แสดงออกชัดเจนเช่นนี้คงไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้
"ดีดีดี เก็บได้ดี" วิธีการขุดที่ไม่เสียหาย แถมยังรู้ว่าต้องล้างตากก่อนนำมาขายอีกด้วย
"กล่าวให้คุณชายจ้าวรู้อย่างไปปิดบัง สมุนไพรที่ท่านนำมาคือหญ้าหนอน ช่วยบำรุงปอดและไตได้เป็อย่างดี ตอนนี้ในเมืองหลวงเป็ที่้าอย่างมาก แต่ช่างหายากเสียเหลือเกิน" เพราะคุ้นเคยกับจ้าวหนิงหลงเป็อย่างดีเขาจึงบอกกล่าวโดยละเอียด
"ท่านหมอตู้รับซื้อหรือไม่ขอรับ" ซูหนี่กรอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาซื้ออยู่แล้วยังจะถามอีก
"รับ รับแน่นอน ข้าให้ชั่งละห้าร้อยตำลึงทอง คุณชายจ้าวเห็นเป็เช่นไร" ซูหนี่คิดว่าจะต้องแสดงละครนิดๆหน่อยๆเสียแล้ว แต่ราคาที่ให้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายของนางไปเยอะเลย
จ้าวหนิงหลงเห็นซูหนี่พยักหน้าเขาจึงตกลงขายไป หมอตู้ให้ต้าเกอนำไปชั่งได้ทั้งหมดสองชั่ง ซูหนี่ขอเป็ตำลึงเงินห้าสิบตำลึง ที่เหลือเก้าร้อยตำลึงทองกับอีกเก้าร้อยห้าสิบตำลึงเงิน นางขอเป็ตั๋วเงินทั้งหมด
จ้าวหนิงหลงไม่เคยเห็นเงินเยอะเช่นนี้มาก่อนแต่เขาก็ยังคงควบคุมสติได้เป็อย่างดี เมื่อออกจากร้านยามาแล้ว เขาพาซูหนี่ไปร้านฝากเงินก่อนเผื่อจะได้ปลอดภัย ร้านฝากเงินสามารถยื่นฝากหรือถอนได้ทั่วแคว้น ซูหนี่ก็เห็นด้วยเพราะการถือเงินเยอะจะเป็การเรียกโจรเกินไป
ซูหนี่ก็ไม่ได้โลถจนเกินไป จ้าวหนิงหลงช่วยนางเก็บเช่นกันแล้วยังขออาศัยบ้านเขาอยู่นางจึงเสนอให้มีการแบ่งเงินคนละครึ่ง แต่จ้าวหนิงหลงไม่เห็นด้วยเพราะเขาไม่ใช่คนเจอ เพียงช่วยเก็บเล็กน้อยเท่านั้น ซูหนี่ก็ไม่ดึงดันที่จะยัดเยียดให้เงินใครจะไม่ชอบ นางส่งตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองให้หนิงหลงหนึ่งใบโดยไม่ยินยอมให้เขาปฏิเสธ
เมื่อฝากเงินเรียบร้อยแล้ว ในตัวนางตอนนี้มีเงินตำลึงห้าสิบตำลึงกับตั๋วเงินห้าสิบตำลึงหนึ่งใบเท่านั้น นางจะซื้อของที่จำเป็กลับเรือน
ก่อนจะซื้อของนางพาเด็กแฝดแวะซื้อน้ำตาลปั้นเสียก่อน เพราะเดินผ่านไปผ่านมาเด็กทั้งสองแท้จะไม่พูดหรือร้องจะกินแต่สายตาที่จ้องน้ำตาลปั้นก็ทำให้คนอดเอ็นดูไม่ได้จริง
หนิงเฉิงเลือกลายเสือ หนิงอันเลือกลายลิง ซูหนี่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทั้งคู่ช่างเลือกได้ตรงกับนิสัยของตนอย่างยิ่ง หนิงหลงมองสามคนแม่ลูกอย่างครุ่นคิด