วาตีรีบเบี่ยงตัวหลบไปยังมุมอับลับตาคนโดยไม่สนใจว่าพีรดากับชลธีเดินตัวปลิวเข้าไปถึงหน้าเคาน์เตอร์แล้ว ปล่อยให้สองคนนั้นคิดว่าหล่อนกำลังป๊อดขึ้นสมองทั้งที่ความจริงหล่อนแค่ไม่อยากเจอสารทูล เพราะกลัวว่าเขาจะจำหล่อนได้นั่นเอง
แล้วการที่หล่อนพบสารทูลที่นี่...มีเพียงคำตอบเดียว
“ว่าไงกันยะ ทำไมวันนี้แกถึงได้ขี้ขลาดตาขาวทำตัวปอดแหกจังนะ ทีสมัยตอนเรียนหนังสือ ทั้งกล้าทั้งบ้าบิ่น ถึงไหนถึงกันเฮไหนลุยนั่น แล้วนี่แค่ทำตัวเลียนแบบกะเทย นั่งเนียนๆจิบน้ำส้มคนละแก้วคนอย่างแกถึงกับหงอเป็นแมวขยาดน้ำไปได้”
ตอนนี้เสียงของพีรดาเหมือนเสียงนกเสียงกาหาใช่สำคัญไม่...
วาตีชะโงกหน้ามองข้ามไหล่ของเพื่อนสาวไปยังหน้าเคาน์เตอร์เห็นหลังของสารทูลเดินลับตาไปยังประตูทางเข้าซึ่งกั้นเป็นกระจกทึบจึงแอบถอนหายใจอีกยก
“ฉันไม่ได้ขี้หดตดหายนะยะแต่แกเห็นผู้ชายคนนั้นไหม ที่เพิ่งเดินเข้าไปข้างในเมื่อกี้น่ะ”
พีรดาเหลียวหลังกลับไปมองตามสายตาของเพื่อน“คนที่ขาวๆสูงๆน่ะเหรอเห็นนะ ก็หล่อดีออก นึกแล้วยังเสียดาย ไม่น่าเป็นเกย์เลย ว่าแต่แกถามทำไม”
“ก็คนนี้แหละ ที่ฉันไปเจอตัวเป็นๆมาเมื่อวานเขาเป็นพิธีกรที่ชาแนล เค มีชื่อเสียงจะตาย แต่ที่ฉันสนใจเป็นพิเศษก็เพราะว่าเขารับเป็นนายแบบโฆษณาสินค้าให้กับเครื่องสำอางชิ้นเดียวกับที่คุณพัดทำแล้วเมื่อวานนี้เขาก็แสดงท่าทางแปลกๆ ทำเหมือนกับว่า...หึง...จริงๆนะเขาทำเหมือนหึงฉันกับคุณพัด”
หล่อนเล่าไปพลางนึกสงสัยไปแต่คู่สนทนากลับนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก
“แกหมายความว่าอีตารูปหล่อนั่น เข้าใจผิดคิดว่าแกกับคุณพัดเป็นกิ๊กกั๊กกันเหรอ...ถึงได้หึง แล้วแกมั่นใจมากเลยนะยะกล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าเขาหึงคุณพัดอะไรนั่นกับแก”
“จริงๆนะมันถึงทำให้ฉันชักไม่มั่นใจในตัวคุณพัดไง ว่าตกลงสิ่งที่เขาแสดงออกกับฉันมันคือละครฉากหนึ่งหรือว่าชีวิตและตัวตนจริงๆของเขา”
“แกนี่มันสมกับเป็นนักเขียนนิยายจริงๆจินตนาการล้ำเลิศ นึกทางออกให้ตัวละครเป็นตุเป็นตะ...แล้วยังไงต่อล่ะ”
พีรดาถามแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งปนกึ่งยั่วเย้าทำให้วาตีต้องมองค้อนปะหลับปะเหลือก พลางหมดอารมณ์จะเล่าต่อความยาวให้สาวยืดออกไปจึงออกปากอย่างติดรำคาญว่า
“ถ้าแกไม่เชื่อ ก็เรื่องของแกเอาเป็นว่าฉันมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์แล้วแน่นอนหนึ่งรายว่าสายตาฉันไม่กลับ...คุณเสือสารทูลอะไรนั่นเป็นเกย์ชัวร์ แต่ทีนี้แหละที่ฉันจะต้องสืบหาความกระจ่างให้ได้ว่าอย่างคุณพัดเป็นพวกเดียวกับเขาไหม”
“ย่ะ งั้นไปนั่งตรงโน้นเถอะ...ชลลี่เดินมาแล้ว”
สองสาวจึงเดินไปนั่งยังลอบบี้ซึ่งกั้นไว้เป็นสัดส่วนโทนสีของผนังและพื้นเน้นไปทางสีน้ำตาลทึบกับสีดำมีแสงไฟสีนวลฝังเพดานสาดกระทบลงกับพื้นเป็นกระหย่อมจึงทำให้บริเวณนั้นดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น วาตีหย่อนกายลงนั่งชิดด้านในกวาดสายตามองไปโดยรอบ นอกจากพนักงานของที่นี่จะยืนเป็นจุดที่เหลือก็เป็นแขกที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งล้วนเป็นผู้ชายทั้งสิ้นและแต่ละคนก็หน้าตาดี รูปร่างกำยำกันทั้งนั้น
“ตะลึงเลยหรือครับคุณวา...พวกที่อยู่ข้างในยิ่งกว่านี้อีกนะครับ”
วาตีพยักหน้ารับ...พลางถามถึงภายในของสถานบริการแห่งนี้ชลธีซึ่งแวะเวียนมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอจึงเล่าแบบรวบย่อ...หล่อนถึงได้รู้ว่า ‘ซาวน่า’ ของลูกค้าเฉพาะกลุ่มนั้นมีบริการสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านนอกมีห้องออกกำลังกายแนวสปอร์ตคลับที่อุปกรณ์ครบครันและมีสปาขนาดย่อมแบ่งพื้นที่ออกจากห้องซาวน่า
“ฉันถามคุณชลลี่หน่อยเถอะค่ะ ซาวน่ามันคืออะไรคะทำไมพวกคุณถึงนิยมมากันที่นี่แล้วไม่อายบ้างเหรอคะที่ต้องนุ่งผ้าผืนนิดเดียวเดินไปเดินมา”
พีรดาตีแขนหล่อนดังเผียะ“บ้าจริงๆเลยแก...มันมีแบบที่ไม่นุ่งอะไรแล้วเดินโทงเทงด้วยนะยะ”
ชลธีจึงหัวเราะเสียงดังขึ้นมาก่อนจะแจงว่า “จริงๆแล้วซาวน่ามันเป็นวิธีการชำระล้างร่างกายสมองแล้วก็จิตใจให้สะอาดนะครับ มันช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อแถมยังบรรเทาปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพก็ได้ ทั้งผิวหนังทั้งเมื่อยล้าหรือว่านอนไม่หลับแต่สำหรับซาวน่าของพวกที่เป็นอย่างผม...นอกจากประโยชน์ตรงนั้นแล้วมันยังเป็นแหล่งหาคู่ด้วยครับ...ผมกับแฟนคนปัจจุบันก็เจอกันที่นี่แหละครับ”
บริกรนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟคั่นจังหวะพอดีวาตีจึงเลียบเคียงถามชลธีว่า “แล้วทุกคนที่มาใช้บริการแบบนี้ เป็นอย่างว่ากันทุกคนเลยไหมคะ”
“ผมว่าผู้ชายแท้ๆคงไม่มาหรอกเพราะที่นี่มันเน้นเฉพาะกลุ่ม”
“แสดงว่านายแบบคนหล่อๆเมื่อกี้ที่เพิ่งมาถึงตอนเราสองคนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก็เป็นใช่ไหมชลลี่” พีรดาถามย้ำ เพราะหวังจะชวนเข้าประเด็น
“อ๋อ...นายเสืออะไรนั่นใช่ไหมมาที่นี่ประจำทุกอาทิตย์แหละ จนใครๆก็รู้ว่าเป็นขาประจำมาแต่ละทีก็ควงผู้ชายหน้าใหม่ๆกลับบ้านด้วยทุกครั้ง เราเองไม่เคยคุยด้วยหรอกขี้เกียจยุ่ง...เท่าที่รู้ก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ เป็นพิธีกรอยู่ที่เดียวกันชื่อวาเลนอะไรนี่แหละ”
“ถ้าเขามีแฟนแล้ว ทำไมถึงต้องมาเที่ยวที่แบบนี้แล้วควงคนนั้นทีคนนี้ทีล่ะคะ” วาตีอดสงสัยไม่ได้
“เท่าที่ผมรู้ นายเสือเป็นพวกไม่รู้จักพอน่ะครับข่าวว่าวาเลนก็ขี้หึงจะตาย แถมนายเสือก็ยังเป็นพวกใจร้อน โมโหร้าย...มีอยู่ช่วงนึงมาเที่ยวทั้งที่ตายังเขียวปั้ดอยู่เลยครับ คงจะมีเรื่องวิวาทกับแฟนมาเห็นเขาลือกันว่าอย่างนั้นนะครับ จริงหรือเท็จก็ไม่รู้”
“เป็นไงบ้างยะ ได้ข้อมูลอะไรมั่ง ทั้งถาม ทั้งมองคนที่เดินไปมาไม่หยุดหย่อน...พอจะดูออกบ้างหรือยังยะว่าคนที่เขาเป็นเกย์จะมีบุคลิกลักษณะแบบไหน”
สิ่งที่พีรดาถามทำให้วาตีซึ่งจับจ้องมองผู้ชายหลากหลายที่มาเหล่านั้นลุก นั่ง เดินไปมาด้วยการเก็บรายละเอียดเข้าไปในกล่องเก็บความจำ จนกระทั่งเกือบหนึ่งชั่วโมงหล่อนจึงพอใจ...คิดว่ากลับไปอ่านทบทวนสิ่งที่จดอีกสักทีแล้วค่อยนำไปประกอบการจับผิดภูพัดอีกครั้ง
ขณะกำลังจะเอ่ยปากชวนกลับสายตาก็ไปปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่เคยเป็น ‘อดีต’
หล่อนไม่นึกว่าจะพบเขาที่นี่...
นี่หล่อนไม่ได้พบหน้าเขานานเท่าไรแล้วนะ?
แล้วหล่อนก็ต้องใจเต้นโครมครามเมื่อพบว่าผู้ชายที่เดินตามชลันออกมาไม่กี่ก้าวคือสารทูล...แถมฝ่ายหลังยังตรงเข้าไปโอบประคองร่างของชลันไว้ในอ้อมแขนอย่างสนิทแนบแน่น
ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอมือที่มองไม่เห็นสะกิดแผลที่แห้งจนตกสะเก็ดอีกจนได้!
//////////////////////////////////////////////////