เช้าวันใหม่
แสงแดดอ่อนส่องเข้ามาภายในห้องพัก
นัทตื่นขึ้นตามปกติ
เขาหันไปมองบริเวณด้านข้างห้อง ก่อนจะเห็นรีอัสยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ
สัตว์สีขาวตัวใหญ่กำลังรออาหารของมัน
นัทถอนหายใจเบา ๆ
“ตื่นก่อนผมอีกแล้วนะ”
รีอัสขยับหู
นัทหัวเราะ
“รู้แล้ว ๆ”
เขาลุกขึ้นจัดอาหารให้มัน
อีกด้านหนึ่ง มาร์โกกำลังเตรียมอุปกรณ์ของตัวเอง
หลังจากจัดการเรื่องรีอัสและอัมบร้าเรียบร้อย ทั้งสองก็เริ่มทำสิ่งที่ค้างอยู่จากเมื่อวาน
อาวุธ
ขวานของนัทวางอยู่บนโต๊ะ
ส่วนประกอบหลักเสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว
เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดและปรับสมดุลอีกเล็กน้อย
มาร์โกมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
“วันนี้น่าจะเสร็จ”
นัทหันมาทันที
“จริงเหรอ?”
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด”
“งั้นทำเลยครับ”
มาร์โกเริ่มงานตั้งแต่ช่วงเช้า
นัทนั่งอยู่ข้าง ๆ ตามหน้าที่ของตัวเอง
เขาเปิดสมุด ตรวจข้อมูล และเตรียมวัสดุให้มาร์โกทีละอย่าง
ไม่มีใครต้องอธิบายพื้นฐานอีกแล้ว
ทั้งสองทำงานแบบนี้มาหลายครั้ง
มาร์โกลงมือสร้าง
นัทช่วยเตรียมทุกอย่างที่จำเป็น
เสียงค้อนดังขึ้นเป็นระยะ
เคร้ง!
เคร้ง!
เศษประกายไฟกระเด็นออกจากโลหะที่กำลังถูกขึ้นรูป
นัทมองอาวุธตรงหน้าอย่างตั้งใจ
นี่ไม่ใช่ขวานแบบเดิมที่เขาเคยใช้
มันถูกสร้างขึ้นตามแบบที่เขาคิดเอาไว้
ขนาดใหญ่
ด้ามยาว
ส่วนใบขวานถูกออกแบบให้รองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย
และมีโครงสร้างสำหรับส่วนง้าวตามแบบที่เขาเคยวางไว้
เวลาผ่านไปพักใหญ่
ในที่สุดมาร์โกก็วางค้อนลง
“เสร็จแล้ว”
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
เขามองอาวุธตรงหน้า
ก่อนจะยื่นมือไปรับมัน
น้ำหนักของมันกดลงบนฝ่ามือทันที
นัทจับด้ามแน่น
ลองยกขึ้น
จากนั้นขยับฟันในอากาศหนึ่งครั้ง
ฟึ่บ!
เขาหยุด
หมุนข้อมืออีกเล็กน้อย
ลองเปลี่ยนท่าจับ
แล้วฟันอีกครั้ง
คราวนี้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“พอดีเลย”
มาร์โกยิ้ม
“ก็นายเป็นคนออกแบบ”
“แต่คนทำคือพี่”
“นายก็ช่วยตั้งแต่ต้น”
นัทมองขวานในมือ
“ขอบคุณครับ”
มาร์โกพยักหน้า
“ลองอีกหน่อย”
นัทจึงทดลองขวานต่อ
เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่
เพียงทดสอบน้ำหนัก ความสมดุล และการเปลี่ยนทิศทาง
ทุกอย่างตอบสนองตามที่ต้องการ
หลังจากนั้นนัทก็วางขวานลง
คราวนี้สายตาของเขาหันไปยังวัสดุอีกชุดหนึ่ง
คาตานะสายฟ้า
“ต่อของพี่กล้าเลยไหม?”
มาร์โกพยักหน้า
“เอาสิ”
นัทหยิบรายการที่เตรียมไว้
วัสดุส่วนใหญ่ถูกเตรียมไว้แล้วจากก่อนหน้านี้
โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวข้องกับสายฟ้า ซึ่งทั้งสองตั้งใจเก็บเอาไว้สำหรับอาวุธของกล้า
นัทไม่ได้พูดถึงกล้ามากนัก
แต่ทุกครั้งที่หยิบวัสดุเหล่านี้ออกมา เขาจะนึกถึงเพื่อนที่อยู่ไกลออกไปอีกโลกหนึ่งเสมอ
มาร์โกเริ่มงาน
นัทช่วยเตรียมวัสดุ
กระบวนการของคาตานะละเอียดกว่าขวาน
แต่ทั้งสองไม่ได้รีบร้อน
เวลาผ่านไปทีละช่วง
จนในที่สุด...
ดาบเล่มหนึ่งก็วางอยู่ตรงหน้า
รูปร่างเรียวยาว
คมดาบสะอาด
และมีคุณสมบัติรองรับพลังสายฟ้าตามที่นัทออกแบบไว้
นัทมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่ได้หยิบขึ้นมา
เพียงมองเงียบ ๆ
มาร์โกถาม
“ไม่ลอง?”
นัทส่ายหน้า
“ของพี่กล้า”
“ฉันรู้”
นัทหยิบผ้าขึ้นมาห่อดาบอย่างระมัดระวัง
“เก็บไว้ก่อน”
เขามองมันอีกครั้ง
“ถ้าพี่กล้ากลับมา...ค่อยให้เขา”
มาร์โกพยักหน้า
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างสงบ
อาวุธทั้งสองชิ้นเสร็จแล้ว
ของที่ค้างอยู่ก็ถูกจัดเก็บเข้าที่
นัทเก็บขวานของตัวเองไว้ข้างตัว
ส่วนคาตานะสายฟ้าถูกเก็บเอาไว้อย่างดี
รีอัสเองก็นอนพักอยู่ไม่ไกล
อัมบร้ายืนอยู่ข้างมาร์โกอย่างเงียบ ๆ
ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ชีวิตปกติ
แต่หลังจากจัดของเสร็จ
นัทกลับไม่ได้ลุกออกจากโต๊ะทันที
เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
มาร์โกมองเขา
“เป็นอะไร?”
“ไม่ได้เป็นอะไรครับ”
นัทตอบ
แต่ยังไม่ลุก
เขามองขวานที่วางอยู่ข้างตัว
มองรีอัส
มองอุปกรณ์เดินทางที่ตอนนี้มีมากขึ้นกว่าตอนเพิ่งมาถึงโลก 2
จากนั้นจึงพูดขึ้น
“พี่”
“หืม?”
“เรามาอยู่ที่นี่นานแล้วนะ”
มาร์โกเงียบ
“สามเดือนกว่าแล้ว”
นัทพูดต่อ
“ตอนแรกเราบอกกันว่าจะตั้งตัวก่อน”
“มีเงินพอใช้”
“มีที่พัก”
“รู้จักเมือง”
“รู้จักกิลด์”
“รู้วิธีเอาตัวรอด”
เขาหยุด
ก่อนมองไปทางรีอัส
“ตอนนี้เราก็มีพาหนะแล้ว”
จากนั้นมองอัมบร้า
“เดินทางไกลก็ได้”
แล้วมองขวานในมือ
“อาวุธก็พร้อมแล้ว”
มาร์โกฟังเงียบ ๆ
นัทเอนหลังพิงเก้าอี้
“ผมรู้สึกว่า...”
เขาหยุดคิดคำพูด
“เราไม่ได้มีเหตุผลต้องเตรียมตัวอยู่เมืองนี้ต่อแล้ว”
มาร์โกมองเขา
“นายกำลังคิดเรื่องอะไร?”
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“จุดวาร์ป”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที
ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว
หลังจากมาถึงโลก 2
พวกเขาต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่
หาเงิน
หางาน
สร้างอุปกรณ์
พัฒนาตัวเอง
เรียนรู้กฎของโลก
และเอาชีวิตรอด
ตอนนั้นเรื่องจุดวาร์ปจึงถูกเลื่อนออกไปก่อน
แต่วันนี้...
สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
นัทมองมาร์โก
“ตอนแรกเรายังไม่พร้อม”
“ถ้าออกเดินทางไกล เราก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไร”
“แต่ตอนนี้ต่างออกไป”
มาร์โกพยักหน้าช้า ๆ
“ใช่”
“เราพร้อมกว่าเดิมมาก”
นัทมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ผมไม่ได้หมายถึงว่าจะไปไหนนะ”
“ผมแค่อยากรู้เรื่องจุดวาร์ปให้ชัดเจน”
มาร์โกนิ่งไป
“เรื่องจำนวน?”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
ทั้งสองรู้เรื่องจุดวาร์ปอยู่ระดับหนึ่ง
จุดวาร์ปเป็นจุดกลางที่ใช้เดินทางระหว่างโลก
ผู้คนจากแต่ละเผ่าพันธุ์สามารถใช้มันเดินทางไปยังโลกของตัวเอง
แต่สำหรับนัทกับมาร์โก...
มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น
ถ้าจุดวาร์ปถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
มนุษย์จากโลกเดิมจะเข้ามาได้มากแค่ไหน?
จำนวนที่เข้ามาได้คือเท่าไร?
เป็นจำนวนต่อครั้งหรือไม่?
มีข้อจำกัดอะไร?
และถ้าคนจากโลกเดิมสามารถเข้ามาได้จริง...
จะมีคนเข้ามาเท่าไร
นัทถอนหายใจ
“ผมอยากรู้เรื่องนี้”
มาร์โกพยักหน้า
“ฉันก็อยากรู้”
“เราไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไร”
“แต่ควรไปตรวจสอบข้อมูล”
นัทพยักหน้า
“ใช่”
เขามองแผนที่เมืองที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พรุ่งนี้เราไปกิลด์กัน”
“ถามเรื่องจุดวาร์ป”
มาร์โกมองแผนที่
“แล้วถ้าต้องเดินทางไปตรวจสอบด้วยตัวเองล่ะ?”
นัทมองรีอัส
จากนั้นมองอัมบร้า
ก่อนยิ้มเล็กน้อย
“ตอนนี้เราพร้อมแล้วไม่ใช่เหรอ?”
มาร์โกหัวเราะ
“จริง”
คืนนั้น
ก่อนเข้านอน
นัทนำสมุดของตัวเองออกมา
เขาเปิดไปยังหน้าที่เคยเขียนข้อมูลเกี่ยวกับโลก 2
จากนั้นเขียนข้อความใหม่ลงไป
จุดวาร์ป — ต้องตรวจสอบ
จำนวนผู้ที่สามารถเข้ามาได้เมื่อเปิดจุดวาร์ป — ยังไม่ทราบ
เขาหยุดเขียน
มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนปิดสมุด
เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น
ไม่ได้รู้สึกกลัว
เพียงรู้สึกว่า...
ถึงเวลาแล้ว
สามเดือนกว่าในโลก 2 ทำให้พวกเขาไม่ใช่คนสองคนที่เพิ่งถูกโยนเข้ามาอีกต่อไป
พวกเขาตั้งตัวได้แล้ว
เดินทางได้แล้ว
มีพาหนะแล้ว
มีอาวุธแล้ว
และมีความรู้มากพอที่จะเริ่มตั้งคำถามกับเรื่องที่ใหญ่กว่าชีวิตประจำวันของตัวเอง
พรุ่งนี้...
พวกเขาจะไปกิลด์
เพื่อหาคำตอบเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อทั้งสองคน
ถ้าจุดวาร์ปเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
มนุษย์จากโลกเดิมจะสามารถเข้ามาได้กี่คน?