“ทำไมเธอไม่บินไปหรือให้พ่อแม่มารับล่ะ”
เ้าแกะถามฉันทั้งที่ตอนนี้เราสองคนมายืนอยู่หน้าสถานีขนส่งสายใต้แล้วที่นี่ไม่เหมือนกับที่ฉันเคยเห็นในทีวี มันร้อน คนเยอะ เสียงดังและควันรถก็เพียบแต่ไม่เป็ไร ฉันว่ามันก็เป็ความแปลกใหม่ดี
“ฉันจะไปเซอร์ไพรส์พวกเขาไง”
“อ๋อหนึ่งในสามสิบข้อที่อยากทำก่อนตาย” เ้าแกะก็ยังย้ำเื่นี้อยู่นั่นล่ะไม่ใช่แค่คำพูดนะ ยังเดินไปร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อช็อกโกแลตมากินโดยไม่แบ่งด้วย
“กินช็อกโกแลตแท่งคนเดียวเธอทำแล้วนี่ ไม่ต้องกินเพิ่มหรอก” ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าแกะต้องทำเหมือนแดกดันฉันนักสิ่งที่ฉันอยากทำมันขัดหูขัดตาอะไรเขานักหรือไงกัน
“การจะหาขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพไปกินในโรงพยาบาลมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะคนอย่างนายคงไม่เข้าใจความอร่อยตอนได้พยายามหรอก” ฉันหมั่นไส้ในท่าทีของเ้าแกะเลยตอบกลับไปแบบนั้นแต่มันก็เป็เื่จริงที่กว่าจะได้ลิ้มรสช็อกโกแลตหวานๆ ในโรงพยาบาลฉันต้องออดอ้อนกับพี่พยาบาลอยู่นานกว่าเขาจะใจอ่อนดังนั้นรสชาติความหวานของมันเลยทำให้มีความสุขเป็พิเศษ
พวกเราเดินกันมาจนถึงหน้ารถบัสคันใหญ่ฉันสังเกตเห็นว่าเ้าแกะหยุดก้าวขา เขามองขึ้นไปบนรถ แววตาแปลกไปเล็กน้อย
มันใช่...ความกลัวหรือเปล่า
“นายโอเครึเปล่า”
“มาถามอะไรตอนซื้อตั๋วละฮ้าวววว” เขาหาวพลางกินช็อกโกแลตคำสุดท้ายคนเดียวหมดไม่แบ่งใครสายตาที่เหมือนสะท้อนความหวาดหวั่นอะไรบางอย่างหายไปแล้ว ฉันอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้
“โอ๊ย!”
พอเราสองคนจะขึ้นรถก็มีผู้ชายตัวใหญ่เดินแทรกและกระแทกไหล่ฉันจนเซออกไปอีกทาง
“เฮ้ยลุง เดินดีๆ ดิ ชนคนอื่นเขาเนี่ย”
เ้าแกะไม่ได้ช่วยดึงฉันแต่เขาโวยวายใส่ชายคนนั้น โลกใบเล็กของฉันหวาดหวั่นเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายเขาดูน่ากลัว ตัวใหญ่บึกบึนแบบทหาร ไว้เคราแล้วยังมีกลิ่นบุหรี่คลุ้งจนแทบหายใจไม่ออกยิ่งตอนที่เขาหันกลับมามองหน้าเอาเื่ ยิ่งทำให้ฉันตัวลีบลงเหลือคืบเดียว
“รถจะออกแล้วนะ”
พนักงานคนหนึ่งร้องเรียกทำให้ทุกอย่างเป็ปกติ เ้าแกะให้ฉันขึ้นก่อนแล้วเขาก็เดินตามเข้ามาเราได้นั่งเบาะเกือบหลังสุด ซึ่งมีกลิ่นบุหรี่ติดเบาะเหม็นฉึ่งกว่าจุดอื่นแต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือพี่คนเมื่อกี้นั่งเบาะหลังฉัน
“นายไปพูดกับเขาแบบนั้นไม่กลัวเขาเหรอ”ฉันกระซิบถามเบาๆ แต่เ้าแกะส่ายหน้า ก่อนที่เขาจะเอาหูฟังมาใส่เข้าสู่โลกของตัวเองโดยไม่สนใจอะไรอีก
กระทั่งรถออกไปสักพักเ้าหน้าที่ก็ดับไฟลงฉันนอนไม่หลับ แม้รถจะขับมาสักพักแต่ฉันยังใจสั่นจนต้องหายาในกระเป๋าฉันเห็นเ้าแกะหลับตาฟังเพลง เขาคงจะนอนแล้ว ฉันจึงค่อยๆขยับตัวเพื่อคลี่ผ้าห่มที่เขาแจกมาคลุมตัวให้
อ๊ะ…
ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังคุกคามฉันมือใครบางคนเอื้อมจากด้านหลังแล้วจับที่หน้าอกฉันพอดีฉันสะดุ้งขยับตัวไปหาเ้าแกะทันที
ตอนขึ้นรถเมื่อกี้นี้เขาจงใจชนฉันแต่แรกด้วยหรือเปล่า?
“เป็อะไร”
เ้าแกะไม่ได้หลับอย่างที่คิดเขาหันมาถามฉันอย่างเป็ห่วง แต่ฉันก็พูดไม่ออกได้แค่ตัวสั่นไม่เคยเจอเื่นี้มาก่อน แถมยังไม่กล้าขยับกลับไปอีกจึงเบียดเขาอยู่อย่างนั้นจนเ้าแกะจะหันไปมองเบาะหลัง พอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ขมวดคิ้วแน่นสายตาที่ดูง่วงนอนจนถึงเมื่อกี้แปรเปลี่ยนเป็ดุดัน ก่อนจะตวาดใส่เสียงดัง
“เฮ้ยลุง! เป็โรคจิตรึไงวะ”ไม่ได้พูดเปล่า เ้าแกะพาดมือไปเบาะหลังแล้วปัดแขนชายคนนั้นออกอย่างแรงจนเริ่มเกิดความวุ่นวาย
“จับนมผู้หญิงแบบนี้ได้ไง!”
หลังเ้าแกะประกาศให้รู้กันทั่วฉันรู้สึกได้ว่าคนมองฉันกันทั้งรถในความมืดที่มีแสงไฟทางส่องเป็จังหวะนั้นฉันอายมาก
“แกพูดอะไรปรักปรำคนอื่นเหรอไอ้หนู”
“ยังจะเถียงกล้าทำกล้ารับดิไอ้หัวงู ฮ้าวว” มันคงดูน่าเกรงขามกว่านี้หากเขาไม่หาวปิดท้ายลุงก็เลยลุกขึ้นชี้หน้าใส่เรา
“หึ ไหนหลักฐานคิดจะเรียกเอาเงินล่ะสิ พวกเด็กใจแตก” ชายคนนั้นตอบหน้าตาเฉยนั่นทำให้อารมณ์บางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาจนลืมความอายก่อนหน้าไปหมด
นอกจากถูกลวนลามแล้วฉันยังกลายเป็เด็กใจแตกหนีตามผู้ชายอีกใช่ไหม!? มันจะมากเกินไปแล้วนะ ทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ
“ไอ้แก่ตัณหากลับเอ๊ย!”เ้าแกะโกรธนำฉัน ทำท่าจะปีนเบาะข้ามไปท่าทางเกรี้ยวกราดจนฉันกับอีกคนที่อยู่ข้างๆ ต้องดึงไว้ก่อนที่เ้าหน้าที่บนรถจะวิ่งมาดูเหตุการณ์
“เฮ้ย...” ผู้ชายตัวผอมที่นั่งข้างลุงคนนั้นถึงกับถอยหนีเมื่อลุงหยิบมีดพกอันยาวออกมา
“ใจเย็นนะครับ” เ้าหน้าที่รีบห้ามไว้แต่ใครจะคิดว่าเื่มันแย่ลงได้อีกเพียงเพราะสัญญาณไฟที่เปลี่ยนเป็สีแดงรถบัสเบรกจนชายคนนั้นเซมาข้างหน้า ชั่วขณะนั้นเท้าเ้าแกะที่กำลังจะยกถีบเลยรับเอามีดเข้าไปจนทะลุอีกด้าน
ฉันกรีดร้องด้วยความใ
“หลบไปโว้ย”
ทันทีที่รถจอดชายคนนั้นก็วิ่งออกจากรถไปทันทีโดยไม่มีใครกล้าจับเขาไว้แม้แต่คนขับรถที่อยู่หน้าสุดและสามารถขวางเขาได้ก็ไม่ทำ
ทุกคนต่างใกับเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นไฟในรถถูกเปิดจนสว่างไสว คนขับรีบล็อกรถแล้ววิ่งมาหาเรา เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย
“เ้าแกะ นายจะปล่อยไว้อย่างงี้เหรอ?”เ้าของฉายาลงไปนั่งกับเบาะทั้งที่เท้ายังมีมีดปักอยู่ เขายกขาไว้คนทั้งรถตื่นกันหมด และเริ่มมองมาทางเรามากขึ้น
“ทำใจดีๆ ไว้นะน้องเดี๋ยวพี่พาส่งโรงพยาบาล” คนขับรถบอก ฉันเห็นเืค่อยๆไหลซึมออกจากแผลที่เท้าของเขาแล้วหยดติ๋งๆ ภาพดูน่าสยดสยอง คิดแล้วมันไม่ต่างจากตอนที่ฉันเห็นรถเข็นโรงพยาบาลพาผู้ป่วยไปห้องฉุกเฉินใจฉันแกว่งทุกครั้ง ตอนนี้เองก็เช่นกัน และแม้ฉันจะเริ่มรู้สึกพะอืดพะอมแต่ก็อดทนไว้ไม่แสดงมันออกมา เพราะเ้าแกะดูน่าเป็ห่วงกว่าเยอะเลย
ในที่สุดรถก็จอดให้เราลงที่ตรงข้ามโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง...
พร้อมกับให้เบอร์ติดต่อรถให้มารับเราได้ในตอนเช้าเราสองคนซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะกลับต้องถูกทิ้งให้ติดอยู่กลางทางที่ไหนสักแห่งตอนนี้ฉันต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับความเ็ปของเพื่อนร่วมทางของฉันเสียก่อน
“หึ ปัดความรับผิดชอบสินะโอ๊ย” เ้าแกะบ่นระหว่างที่เดินลงจากรถแล้วเผลอลงน้ำหนักที่ขา
“มาๆ ให้ฉันช่วยนายนะ”ฉันพยุงเ้าแกะไว้ เพราะขาข้างหนึ่งของเขาแตะลงพื้นไม่ได้เราหยุดอยู่ที่ม้าหินหน้าป้ายรถเมล์ คิดไม่ออกว่าจะพาเขาข้ามถนนยังไง
“โทรบอกพ่อแม่ไหม” ฉันถามเขา
จะว่าไป...ฉันเอาแต่ขอร้องให้เขามาด้วยโดยไม่ได้สนใจจะถามเลยว่าเขาเป็ใครมาจากไหนพ่อแม่จะห่วงหรือไม่ ฉันไม่ได้ให้เวลาเขาเตรียมตัวจัดกระเป๋าด้วยซ้ำแย่ชะมัดเลย...
“ไม่แต่เธอช่วยอะไรฉันหน่อยสิ” เขากัดฟันพูดกับฉัน “ช่วยดึงมีดออกจากจากเท้าที”
“เอ๋... มะ ไม่ดีมั้งทำไมไม่ไปหาหมอ”
อยู่ๆฉันก็นึกถึงเื่เมื่อตอนเย็นที่เ้าแกะแทงตัวเองต่อหน้าฉันแล้วฟื้นขึ้นมาหรือว่า...เขาคิดจะทำแบบนั้นอีก
ฉันยังไม่ทันได้คำตอบที่ดีพอเขาก็เอามือตัวเองเอื้อมไปดึงมีดที่เท้า แล้วออกแรงดึงมันทันที
เ้าแกะสบถคำหยาบออกมาเพียบแถมแขนสั่นระริกด้วยความเ็ปจนฉันต้องช่วยเขา ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บไปหมดตอนที่ออกแรงดึงมีดออกมากลิ่นเืตีคละคลุ้ง กระทั่งมือของฉันถือมีดเ้าปัญหาที่หลุดจากเท้าเ้าแกะไว้
“เอาไงต่อ...”
ไม่ทันให้ถามจบเขาก็คว้าข้อมือข้างที่ถือมีดไปแทงกลางอกตัวเอง!
ฉันเอามือปิดปากตัวเองจนแน่นเพื่อไม่ให้เสียงออกมามากนักขนาดเตรียมใจแล้วแต่มันสยดสยองเหลือเกิน ฉันเห็นเขาแน่นิ่ง ก่อนจะหมดลมหายใจแล้วร่างก็โดนแรงโน้มถ่วงดึงให้คว่ำเกือบตกลงจากม้าหิน ดีที่ฉันดันเขาไว้ได้ทันให้เขานั่งนิ่งๆ จมกองเืที่ไหลจากอก
บ้าจริงนี่ฉันนั่งข้างศพเขาทั้งมือที่ยังเปื้อนเืของเขาหากมีใครมาเห็นสภาพจะคิดยังไงเนี่ย!
ฉันได้แต่ภาวนาให้เขาฟื้นอีกครั้งให้ฉันแน่ใจว่าเ้าแกะเป็คนพิเศษ ไม่ใช่ไอ้บ้าที่มาฆ่าตัวตายกลางทางโดยไม่ฟื้นและถ้าหากเขามีพลังจะฟื้นจริงๆ ฉันคงรู้สึกอิจฉาเหลือเกิน
ถ้าได้เป็อย่างเขา...ฉันคงมีเวลามากพอให้ทำมากกว่าสามสิบข้อนั้น
แต่นี่มันชักจะนานเกินไปแล้วนะแถมยังมีคนเดินลงมาจากสะพานข้ามถนนมาทางนี้ด้วยเกิดเขามาเห็นแล้วเข้าใจผิดว่าฉันเป็ฆาตกรคงได้เข้าคุกก่อนกลับถึงภูเก็ตแน่
“เ้าแกะ ตื่นสักทีสิ”ฉันพูดเบาๆ ไม่กล้าแตะตัวเขาเพราะกลัวจะล้มไปกองกับพื้น
เคร้ง
เสียงมีดหล่นกระทบพื้นก่อนที่เ้าแกะจะผงกหัวขึ้นแล้วหาวเสียงดังเืที่เคยเปื้อนมือของฉันและเสื้อของเขาก็หายไป ค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย
“นายตายแล้วฟื้นจริงด้วย”เห็นครั้งที่สองแบบนี้ฉันเชื่ออย่างสนิทใจ เ้าแกะหันมองฉันด้วยดวงตาที่เหมือนซ่อนความหวาดหวั่นไว้อีกครั้งก่อนที่มันจะหายไปอย่างรวดเร็วเขาเปลี่ยนเื่ไปเหมือนไม่อยากให้ฉันสนใจสิ่งที่เขาเพิ่งทำ
“จะไปภูเก็ตต่อยังไงดีล่ะทีนี้”