4
บรรดาคู่หมั้นตัวน้อยกับพวกผู้ใหญ่
ย้อนเวลาไปสักเล็กน้อยพวกเ้าตัวรู้เื่การหมั้นหมายที่เริ่มต้นจากการจัดการต่างๆ นานาของเหล่าผู้ปกครองบ้านเมืองก่อนการหมั้นจะถูกประกาศอย่างเป็ทางการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หากพูดถึงปฏิกิริยาของท่านโวล์ฟกังตอนรู้สถานการณ์ทีแรกท่านโวล์ฟกังไม่เห็นชอบด้วยเลยแน่นอนว่าเป็เพราะผู้ใหญ่จัดการดำเนินเื่กันโดยไม่สนใจความคิดของเ้าตัวก็เป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว
“ถ้าเป็การตัดสินใจของท่านพ่อ”
ผมได้ยินว่าท่านโวล์ฟกังตอบไปอย่างนั้นโดยไม่พูดเอาแต่ใจเลยแม้แต่คำเดียวหรืออาจพูดไม่ได้ เนื่องจากผมมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับท่านโวล์ฟกังจึงรู้จักนิสัยใจคอค่อนข้างดีตอนนั้นท่านโวล์ฟกังท่าทางเป็อย่างไรผมก็นึกออกได้ชัดเจน
ท่านโวล์ฟกังคงตอบไปอย่างนั้นด้วยเสียงที่ข่มกลั้นอารมณ์ตัวท่านเองไม่ใช่คนอ่อนแอแน่นอน ท่านโวล์ฟกังคงต่อสู้กับการคิดโต้แย้งอย่างหนักพลางพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจไม่ผิดแน่
ท่านโวล์ฟกังเป็เด็กอายุสิบขวบ การ ‘อ้อน’ ไม่ใช่เื่น่าแปลกเลยสักนิดแต่ท่านโวล์ฟกังเป็คนที่บางครั้งคงไม่แสดงท่าทีต่อท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็คนที่เขาอยากอ้อนด้วยที่สุด
ดูเหมือนท่านนายกรัฐมนตรีเองก็กลุ้มใจเกี่ยวกับเื่นี้แต่มีแค่เื่นี้ที่ไม่อาจบังคับได้สาเหตุที่ท่านโวล์ฟกังไม่อาจอ้อนพ่อได้เพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีตามแบบวัยรุ่นของเ้าตัวเองด้วยนั่นเอง
หลายปีมานี้ท่านนายกรัฐมนตรีกลุ้มใจกับกำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างท่านกับลูกชายหรือพูดอีกอย่างได้ว่าสับสนกับความขัดแย้งระหว่าง ‘ภาพท่านโวล์ฟกัง’ที่คิดไว้ในใจตัวเองกับท่านโวล์ฟกังในความเป็จริง
ดูเหมือนท่านนายกรัฐมนตรีไม่อาจทิ้งภาพของท่านโวล์ฟกังตอนเด็กเมื่อท่านเพิ่งเป็นายกรัฐมนตรีและมีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าในตอนนี้มากหากลองสลับเป็ตัวผมเองกับพ่อก็ใช่ว่าจะนึกไม่ออกเลย
วิธีที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าใจท่านโวล์ฟกังที่อยู่ในวัยเข้าถึงยากหรือที่เรียกว่า่หัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กที่เติบโตขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจนี้มีเพียงการเฝ้ามองท่านโวล์ฟกังด้วยตาตัวเอง ทว่าเวลาที่พ่อลูกได้ใช้ร่วมกันนั้นมีน้อยมากภรรยาของท่านซึ่งเป็เหมือนกาวใจอันสำคัญที่คอยเชื่อมระหว่างพ่อกับลูกก็จากไปนานแล้ว
พ่อผู้เป็ที่เคารพทั้งในด้านการทำงานและด้านบุคลิกภาพกับลูกชายที่พยายามทำตัวให้เหมาะสมคู่ควรกับพ่อขณะที่มองจากสายตาคนนอกก็เห็นเป็ภาพพ่อลูกในอุดมคติ แต่ในความเป็จริงความสัมพันธ์ไม่ได้ราบรื่นเลยแม้แต่น้อยความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกคู่นี้ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
จุดที่ช่วยได้คือพ่อลูกยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะเดินเข้าหากันระหว่างทั้งสองคนมีความรักอยู่แน่นอน ความพยายามที่จะสื่อใจให้ถึงกันยังคงมีอยู่แน่นอนเช่นกัน
แม้มีความคิดเห็นต่างๆนานาในเื่ความสัมพันธ์ ความคืบหน้าเื่การหมั้นก็เดินหน้าไม่หยุดแล้วเวลาที่เหล่าคู่หมั้นตัวน้อยๆ จะได้เจอหน้ากันก็มาถึง
วันนั้นที่ท่านลีเลียพาคุณหนูลีโคริสเรเดียตามา ผมก็อยู่ที่คฤหาสน์ดยุกรานันคูลา
ผมรีบร้อนเล็กน้อยเนื่องจากงานเร่งท่านนายกรัฐมนตรีที่ความจริงอยากจะออกไปต้อนรับแขกทั้งสองคนคือท่านลีเลียกับบุตรสาวของท่าน ต้องผูกติดอยู่กับโต๊ะทำงาน
ท่านโวล์ฟกังซึ่งมีสีหน้าแข็งทื่อ มาหาพวกเราที่งานเสร็จไปหนึ่งขั้น
“ท่านพ่อ ท่านลีเลียมาถึงแล้วครับไปกันเถอะ”
ผมรีบตรวจสอบเอกสารและแน่ใจว่าทำเอกสารด่วนเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนี้ผมต้องกลับไปที่วังและทำงานต่อ ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเจอเด็กสาวที่อาจจะมาเป็ลูกสะใภ้ในอนาคตท่านโวล์ฟกังก็จะได้เจอเด็กสาวที่อาจจะมาเป็ภรรยาในอนาคต
ผมอยากพูดอะไรดีๆ เสียหน่อย แต่น่าเสียดายที่ปากของผมช่างไร้ประโยชน์
ผมก้มศีรษะ ะพูดอย่างนิ่มนวลว่า “ขอตัวก่อนนะครับ”ท่านนายกรัฐมนตรีพยักหน้าให้อย่างโอบอ้อมอารีส่วนท่านโวล์ฟกังพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ดูตึงๆ เล็กน้อย
แล้วในเสี้ยววินาทีก่อนที่จะออกไปผมก็เห็น
ท่านโวล์ฟกังหันไปหาท่านนายกรัฐมนตรีเขาแสดงออกถึงอาการประหม่าและแม้พูดอย่างสุภาพแต่ใบหน้าด้านข้างตอนท่านโวล์ฟกังออกเดินตามหลังท่านนายกรัฐมนตรีไปในที่สุดก็แข็งทื่อเหมือนกับจากนี้กำลังจะมุ่งหน้าไปสู่อาณาเขตของศัตรู
เมื่อเห็นเข้า ผมก็รู้สึกไม่สบายใจมาก
คนเราเวลาถูกไล่ต้อนจนมุมความก้าวร้าวจะแสดงออกมาก่อนความมีมนุษยธรรมที่แท้จริงตอนที่รู้สึกว่าน่าจะโจมตีก็จะโจมตีอีกฝ่ายเพื่อเป็การป้องกันตัวเื่ที่ว่านั้นแม้ในผู้ใหญ่ก็ยังมีอยู่
อีกทั้งตอนนี้ยังเป็แค่เด็กสิบขวบ
ไม่อยากให้ท่านโวล์ฟกังและคุณหนูลีโคริสทำร้ายกันให้เ็ปเพื่อปกป้องตัวเองที่ยังเป็เด็ก
หากตัดการมองอย่างไม่เป็มิตรออกท่านโวล์ฟกังไม่ได้เป็คนไร้หัวใจแน่ๆ ส่วนคุณหนูลีโคริสที่อายุสิบขวบเหมือนกันจะเข้าใจหรือเปล่าแต่หากท่านโวล์ฟกังระบายคำพูดก้าวร้าวใส่ในการเจอหน้ากันครั้งแรกก็คงยาก
หากการเจอหน้ากันนี้ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นล่ะ
...เป็เื่ที่ไม่อยากคิดเลย
ขั้นตอนการยกเลิกการหมั้นนั้นยากมาก การหมั้นหมายนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน
การแต่งงานของขุนนางกวักเรียกความเคราะห์ร้ายบอกตามตรงว่าไม่ใช่เื่แปลกอะไร
ไม่สิ ผมส่ายหน้าสลัดการคาดการณ์อันไม่เป็มงคลออกจากหัวการหมั้นหมายนี้เป็ผลการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี ต่อให้ยากแค่ไหนลูกน้องอย่างผมก็ต้องเชื่อมั่นว่าจะเห็นผลดีแน่นอน
ผมเงยหน้าแล้วมองไปทางห้องที่ท่านโวล์ฟกังกับคุณหนูลีโคริสเจอหน้ากัน
“ได้โปรดเถอะผมขอให้การพบหน้ากันนี้เป็ไปด้วยดีสำหรับทั้งสองฝ่ายด้วย”
วันรุ่งขึ้น
ท่านนายกรัฐมนตรีปรากฏตัวในห้องทำงานด้วยท่าทางที่ดูมีความสุขท่านเล่าเื่การพบหน้ากันของคู่หมั้นตัวน้อยๆ ทั้งสอง
ท่านเล่าว่ามองเห็นด้านหลังของคนทั้งสองที่เดินเล่นในสวนด้วยท่าทางที่ดูเก้ๆ กังๆช่างน่ารักน่าเอ็นดูมาก (ไปแอบส่องดูทำไมครับ แต่ผมก็พูดออกไปแบบนั้นไม่ได้)จากสายตาคนนอกที่มองเห็นคือ ตอนแรกทั้งสองคนดูพูดคุยสนทนากันแบบแข็งๆแต่แล้วในที่สุดก็ค่อยๆ เปิดใจสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ท่าทางของคนทั้งสองที่สื่อผ่านดวงตาของท่านนายกรัฐมนตรีชวนให้ผมอมยิ้ม
ผมดูก็รู้ว่าไม่เพียงท่านโวล์ฟกังเท่านั้นแต่ความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูคุณหนูลีโคริสก็กำลังผลิดอกขึ้นในใจของท่านนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน
ั้แ่เริ่มจัดการเื่หมั้นหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีชื่นชมอุปนิสัยของคุณหนูลีโคริสเป็อย่างมากและคุยให้ฟังหลายอย่างยิ่งกว่าเมื่อก่อนจากคำพูดว่า “ไม่มีใครจะฉลาด มีไหวพริบเฉียบแหลม และน่ารักไปกว่านี้อีกแล้ว” นั่นเป็คำกล่าวชมคุณหนูลีโคริสที่ทำให้ผมอยากเจอหน้าด้วยจริงๆ
ความแม่นยำของสายตาที่ท่านนายกรัฐมนตรีมองคนผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทุกคนมั่นใจและรับประกันได้
“ไม่อาจกล่าวได้อย่างแน่ชัดว่าเป็ความรักครับแต่เป็ครั้งแรกที่มีเพื่อนที่คิดว่ายากจะแยกจากกันได้”
ท่านโวล์ฟกังที่เจอหน้าคุณหนูลีโคริสแล้วบอกอย่างนั้นกับท่านนายกรัฐมนตรีด้วยท่าทางผ่อนคลายมาก
ถ้าคิดว่าเื่ความรักแม้แต่ผู้ใหญ่เองยังตอบได้ยากก็ถือว่าคำพูดนี้ของท่านโวล์ฟกังในตอนนี้เป็ความรู้สึกดีๆ มากไม่ผิดแน่
ในห้องทำงานเต็มไปด้วยเสียงถอนหายใจของบรรดาผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี
การถอนหายใจนี้รวมความยินดีจากก้นบึ้งจิตใจที่ไม่อยากทำลายความสุขของพวกเด็กๆแม้เป็การทำเพื่อประเทศชาติก็ตามขณะเดียวกันก็โล่งใจที่งานยากน่าจะสำเร็จไปได้ด้วยดีผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทุกคนคิดเหมือนกัน เื่ก็เป็เช่นนี้เอง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc