1
จากองค์หญิงใหญ่มาเป็สามัญชนผู้ยากจน
องค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวาตายแล้วกลับพบว่าตนเองมาอยู่ในร่างของ หญิงสาวนามว่า เว่ยหนานฮวาเช่นเดียวกับแซ่และชื่อของตนเองความทรงจำของหญิงสาวนั้นไหลเข้ามาในหัวขององค์หญิงใหญ่
เว่ยหนานฮว่า อายุ 23 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเล่ออันเมืองสุยโจว มณฑลหู่เป่ย เป็มณฑลที่อยู่ภาคกลางของประเทศจีน โอบล้อมไปด้วยูเาจากความทรงจำของร่างเดิมทำให้องค์หญิงใหญ่ได้รับรู้ว่าตนเองนั้นมาอยู่ในยุค 1970ไม่มีแล้วยุคสมัยราชวงศ์ที่องค์หญิงใหญ่คุ้นเคย
ไม่มีพระราชวังใหญ่โตและหรูหราตอนนี้เธอคือหญิงสาวสามัญชนที่ยากจน ร่างกายผอมแห้ง ใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีเข้มเนื้อหยาบผ้าเก่าๆที่ผ่านการซ่อมแล้วซ่อมอีก
ผ้าห่มและที่นอนเองก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีไปกว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่องค์หญิงใหญ่ผู้ที่เคยมีนางกำนัลและข้าหลวงปรนนิบัติรับใช้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครองค์หญิงใหญ่ได้แต่นั่งทบทวนความทรงจำของเ้าของร่าง
เว่ยหนานฮวาผู้นี้แต่งงานกับสามี ชื่อว่าโจวอี้ถัง อายุ 27 เป็ทหารบัดซบ!! ทำไมมาอยู่ในยุคนี้ก็ยังคงมีสามีเป็ทหารมีสามีเป็นายพรานหรือชาวสวนไม่ได้หรอ? แล้วยังมีลูกชายฝาแฝดด้วยกัน 2 คน นามว่า โจวอี้เหลียน และโจวอี้หลาน อายุ 4 ขวบ
องค์หญิงใหญ่ถึงกับเอามือกุมขมับของตนเองเธอไม่ชอบเด็กเป็อย่างมาก ตลอดเวลาสองปีที่แต่งงานกับชายชั่วผู้นั้นเธอไม่เคยคิดที่จะมีบุตรเลย พอนึกถึงนึกเื่ราวก็หวนนึกโกธรแค้นชายชั่วผู้นั้นไม่รู้ว่าป่านนี้เสด็จพ่อ เสด็จแม่และน้องชายของตนเองจะเป็อย่างไรบ้าง
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายเว่ยหนานฮวาได้ปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดเพื่อเขียนอักขระขั้นสูงชายชั่วผู้นั้นจะยังไม่ตาย แต่จะมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายเพราะอักขระนั้นเป็อักขระต้องสาปที่เว่ยหนานฮวาเขียนมันด้วยเื
ในเมื่อต้องตาย เว่ยหนานฮวาก็จะทำให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานใบหน้าที่แสนงดงามต้องมาอัปลักษณ์ พลังปราณสูญสิ้นตอนกลางคือจะเ็ปที่หน้าอกอย่างรุนแรง อยากตายก็ไม่สามารถตายได้เพราะอักขระนั้นจะป้องกันร่างกายของอีกฝ่ายจากอันตรายทุกอย่างแม้แต่จะปลิดชีพตนเองยังทำไม่ได้ใครอื่นคิดจะปลิดชีพชายชั่วผู้นั้นก็อย่าได้คิดหวัง
ชายชั่วผู้นั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปจนกว่าจะถึงจนวันที่นรก้าตัว หึ นี้คือสิ่งสุดท้ายที่องค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวาตอบแทนสวามีรักอย่างอ๋องหลี่ตงฟาง
แต่นั้นมันก็คือชีวิตในชาติภพที่แล้วไปแล้ว ตอนนี้เธอคือ เว่ยหนานฮวาหญิงสาวสามัญชนที่แต่งงานกับ ชายที่ชื่อ โจวอี้ถังชีวิตของหญิงสาวผู้นี้ดูจะรัดทนอยู่ไม่ใช่น้อย
เธอเคยอยู่ในเมืองสบายๆก่อนจะถูกครอบครัวส่งตัวมาเป็ยุวชนทำงานที่ชนบท หญิงสาวอายุเพียงแค่ 17 ปี เรียนจบชั้นมัธยมปลายเป็ลูกสาวคนโตของบ้าน
ผู้ให้กำเนิดนั้นรักลูกชายมากกว่าส่งเธอมาทำงานที่ชนบทไม่คิดแม้แต่จะเหลียวแล เว่ยหนานฮวาเขียนจดหมายไปหาครอบครัวแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา ไม่มีความช่วยเหลือในวันที่ชีวิตของเธอยากลำบาก
ชีวิตเคยสุขสบายไหนเลยจะทนลำบากทำงานในแปลงนาได้แต่ก็ต้องอดทนทำงานแลกแต้มเพื่อความอยู่รอดเว่ยหยายฮวานั้นอดทนทำงานที่แปลงนาได้เป็ปีจนกระทั่งวันหนึ่งเว่ยหนานฮวานั้นรู้สึกไม่สบายขอลากับหัวหน้าฝ่ายผลิตมาพักที่บ้านพักระหว่างทางเว่ยหนานฮวาก็ได้เป็ลมล้มลงเพราะพิษไข้และร่างกายเหนื่อยล้า
โจวอี้ถังที่เดินทางกลับมาที่บ้านพบเจอเข้าเลยเข้าไปช่วยเหลือ ราวกับยุคสมัยของเธอ ชายหญิงที่ยังไม่ออกเรือนมิควรใกล้ชิดกันเหตุการณ์ที่โจวอี้ถังช่วยพยุงเว่ยหนานฮวามีชาวบ้านพบเห็น
จนในที่สุดชายหญิงทั้งสองก็ได้แต่งงานกัน ครอบครัวของโจวอี้ถังนั้นไม่ชอบเว่ยหนานฮวาเป็อย่างมากเพราะผู้เป็มารดานั้นหมายตาลูกสาวของเพื่อนสนิทให้กับบุตรชายแต่กลับมาเกิดเื่ขึ้นเสียก่อน
ทำให้โจวอี้ถังต้องแยกบ้านออกมาจากบ้านเดิมท่ามกลางความไม่พอใจของผู้เป็บิดาและมารดา แต่ก็ขัดอะไรลูกชายคนรองไม่ได้
โจวอี้ถังให้ชาวบ้านช่วยสร้างบ้านโดยตัดไม้จากป่ามาสร้างบ้าน เพื่อให้การสร้างบ้านนั้นเสร็จเร็วที่สุด บ้านขนาด 1 ห้องมีหลังเปิงยื่นออกไปด้านข้างสำหรับทำครัว ก็สร้างเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์
ข้าวของเครื่องใช้เองก็มีไม่มากยังดีที่โจวอี้ถังสร้างเตียงเตาเอาไว้ด้วย งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างเรียบงานเพียงแค่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้นเว่ยหนานทำความเข้าใจเล็กน้อยเพราะในยุคสมัยของเธอมันไม่มีการจดทะเบียนสมรส
แต่ในยุคนี้การจดทะเบียนสมรสคือเอกสารทางกฎหมายว่าชายหญิงนั้นได้สมรสกันอย่างถูกต้องในยุคนี้ผู้ชายไม่อาจมีภรรยาได้หลายคน การคบชู้นั้นมีบทลงโทษที่รุนแรงผิดต่อหลักกฎหมายและจารีต
แต่งงานได้แค่สามวันโจวอี้ถังก็ต้องกลับเข้าไปทำงานที่กองทัพดังเดิมเมื่อผู้เป็สามีกลับเข้ากองทัพเว่ยหนานฮวาก็อาศัยอยู่ที่บ้านนั้นเพียงลำพังเธอยังต้องทำงานแลกแต้มเช่นเดิม โจวอี้ถังผู้เป็สามีนั้นส่งเงินมาให้เว่ยหนานฮวาทุกเดือนทำให้พอมีเงินซื้อข้าวของที่จำเป็
หลังจากสามีกลับเข้ากองทัพได้สามเดือนเว่ยหนานฮวาก็พบว่าตนเองตั้งครรภ์ได้ เธอส่งจดหมายไปบอกสามีโจวอี้ถังตอบกลับมาเพียงแค่ให้เธอนั้นดูแลตัวเองและลูกดีๆทุกเดือนเขาจะส่งเงินมาให้เธอเดือนละ 20 หยวน ซึ่งนับว่าเป็เงินจำนวนมากในยุคสมัยนี้
จนกระทั่งเว่ยหนายฮวาคลอดลูกชายฝาแฝดออกมาเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองจนทั้งคู่อายุได้ 4 ขวบ โจวอี้ถังไม่เคยกลับมาหาเว่ยหนานฮวาและลูกๆเลยเขาเพียงแค่ส่งเงินมาทุกเดือนเท่านั้น ส่วนข่าวคราวอื่นๆ เขาไม่เคยส่งกลับมาเลย
เว่ยหนานฮวาเคยส่งจดหมายไปถามไถ่ความเป็อยู่ของสามีบอกเล่าว่าเธอได้คลอดลูกชายฝาแฝด แต่โจวอี้ถังนั้นไม่ได้ตอบจดหมายกลับมาทุกเดือนจะมีเพียงเงินที่ถูกส่งมาให้เว่ยหนานฮวาเท่านั้นถ้าไม่มีเงินเดือนที่สามีส่งมาทุกเดือน เว่ยหนานฮวาคงคิดว่าผู้เป็สามีนั้นตายไปแล้ว
เมื่อลูกชายอายุได้สี่ขวบเว่ยหนานฮวาก็กลับไปทำงานแลกแต้ม โดยไปเก็บผักป่า ตัดหญ้ามาเลี้ยงสัตว์ ได้วันละ 6 แต้มเท่านั้นแต่มันก็ดีกว่าไม่ได้เลยสักแต้ม แม้แต่ลูกๆของเธอก็ยังช่วยกันเก็บผักป่า
จนวันกระทั่งเว่ยหนายฮวานั้นเป็ป่วยไข้ป่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำให้เธอจากไปเงียบๆ แล้วองค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวาก็เข้ามาอยู่ในร่างของเธอแทน
ความรู้สึกของเว่ยหนานฮวาคนเก่าถูกเชื่อมโยงเข้ากับองค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวาเธอรับรู้ความรู้สึกของเว่ยหนานฮวาได้ สิ่งที่เว่ยหนานฮวาเป็ห่วงก็คือลูกชายฝาแฝดของเธอ ราวกับว่าชีวิตขององค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเว่ยนั้นรับรู้ความรู้สึกของเว่ยหนานฮวาหญิงสาวบ้านสามัญชน
องค์หญิงใหญ่ได้แต่ถอนหายใจออกมา เธอค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนจะนึกได้ถึงพลังปราณ เมื่อโคจรพลังปราณกลับพบว่าร่างนี้ไร้ซึ่งพลังองค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวารู้สึกว่า์ไม่เข้าข้างเธอเลยแม้แต่น้อย
ใยให้องค์หญิงใหญ่เว่ยหนานฮวามาอยู่ในร่างสามัญชน แถมไร้ซึ่งพลังปราณอีก แล้วเธอจะเอาชีวิตรอดยังไงเธอมีเด็กแฝดสองคนต้องดูแล ร่างกายของร่างนี้ก็ผ่ายผอม แม้แต่ที่อยู่ก็ทรุดโทรม
ดีที่ว่าตอนนี้พึ่งจะเข้าเดือนสี่เป็ฤดูใบไม้ร่วง อากาศนั้นอบอุ่น อีกหลายเดือนกว่าจะเข้าฤดูหนาวไม่งั้นคงได้หนาวตายแน่ๆ ถ้าต้องอยู่บ้านที่มีสภาพทรุดโทรมในฤดูหนาว
จากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาชีวติในยุคนี้ถือว่าลำบากในชนบทนั้นทุกครอบครัวทำงานในแปลงนาเพื่อสะสมแต้มเพื่อให้ได้อาหารมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ตอนนี้องค์หญิงใหญ่ของแคว้นเว่ยต้องมาอยู่ที่นี้ ยังไงเธอก็ต้องเอาตัวรอดในยุคนี้ให้ได้มีหลายอย่างที่เธอต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ
"แม่ แม่ครับพวกเรากลับมาแล้ว" เสียงเด็กเอ่ยเรียกบอกผู้เป็แม่ว่าตนเองนั้นกลับมาที่บ้านแล้วเด็กๆไม่ได้ยินเสียงผู้เป็แม่ตอบกลับมา
"สงสัยแม่คงหลับอยู่อี้หลานอย่าไปกวนแม่เลยให้แม่พักผ่อนเพราะแม่ไม่สบายอยู่"เสียงบอกกล่าวของแฝดผู้พี่บอกกับน้องชาย
องค์หญิงใหญ่ไม่ได้เอ่ยตอบเด็กชายทั้งสองออกไปเธอยังคงนั่งเงียบกำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองอยู่รอดในยุคนี้
จากองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเว่ยที่เคยอาศัยอยู่ในวังที่แสนหรูหรา ใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่ง ไม่เคยกังวลเื่ปากท้องไม่เคยต้องทำสิ่งใดด้วยตนเองแม้กระทั่งอาบน้ำและห่มอาภรล้วนมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติ มาตอนนี้ เวลานี้ เธอคือ เว่ยหนานฮวาหญิงสาวที่ถูกส่งมาเป็ยุวชนทำงานที่แปลงนา เป็หญิงสาวที่แต่งงานมีสามีและลูกชายอีก2 คน ถึงแม้ตลอดเวลา 5 ปี ผู้เป็สามีจะไม่เคยกลับมาเหลียวแลไม่รู้ว่าไปเป็ทำอะไรอยู่ที่ไหน ไม่แน่ว่าอาจจะตายไปแล้วก็ได้
ไม่มีแล้วบ้านเมืองที่คุ้นเคยตอนนี้มีเพียงบ้านที่ทรุดโทรม หมู่บ้านเล่ออันที่ตั้งอยู่ในชนบททุกคนล้วนต้องดินรนเพื่อให้มีอาหารกิน ดินรนเพื่อความอยู่รอด
จากนี้ไม่มีแล้วองค์หญิงใหญ่ที่มีฐานันดรสูงศักดิ์มีเพียง เว่ยหนานฮวา ในยุค 1970ที่จะต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตและความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
---TBC---