บทที่12. สิบสี่จะหนังเหนียว !
ทั้งสามใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการเดินทางออกจากป่าเร้นลับชั้นในเมื่อถึงป้าชั้นกลางก็เริ่มผ่อนฝีเท้าลงบ้างเล็กน้อย จนกระทั่งตั้นยามโหย่ว(17.00 – 18.59 น.) ก็กลับถึงบ้านได้ในที่สุด ร่างกลมเล็กๆนอนหลับไปแล้วด้วยความเหนื่อยอ่อน ท่านผู้เฒ่าไป๋จึงพาไปนอนที่เตียงในห้องนอนของหลานสาวก่อนห่มผ้าให้อย่างเบามือคิดว่าคงต้องให้นางนอนเช่นนี้ไปก่อนตื่นมาค่อยให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
“ฮึกท่านปู่ววว” แต่จิ่วจิวน้อยกลับรู้สึกตัวทันทีที่ถูกวางลงกับที่นอน
“ถึงบ้านเราแล้วนะเ้าสิบสี่”เสียงอ่อนโยนเอ่ยบอกหลานสาวที่ยังพูดเจื้อสะอื้นอยู่ คงเสียขวัญมากเลยทีเดียว
“เ้าค่ะ”
“นอนต่อเลยหรือไม่”
“ฉิบฉี่หยักจินข้าวเ้าคะฉิบฉี่หิว”มือน้อยยกขึ้นลูบพุงที่เริ่มเหี่ยวของตนเองไปมาพร้อมเงยหน้ามองท่านปู่ตาปริบๆ
“หิวแล้วสินะเช่นนั้นเ้าไปล้างเนื้อตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด เดี๋ยวปู่ให้หวังฉีทำอาหารไว้ให้”
“เ้าค่า”เมื่อตอนนี้ได้อยู่ในสถานที่ที่ทำให้อุ่นใจและคุ้นเคยจึงทำให้รู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้นบวกกับจะได้กินข้าวแล้วเ้าจิ่วจิวตัวน้อยจึงกลับมาร่าเริงได้ดังเดิมเพียงไม่นานทั้งสามก็ออกมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากินอาหารร่วมกันที่ห้องครัวจนเมื่อถึงต้นยามซวี(19.00 – 20.59)จิ่วจิวน้อยก็หาวหวอดๆเดินเตาะแตะตาปรือไปเข้านอนเองโดยไม่ต้องมีใครพาไป
“หวังฉีมาเถอะ”เมื่อเหลือเพียงสองผู้ชราแล้ว ท่านผู้เฒ่าไป๋ก็เอ่ยเรียกคนสนิททันที
“ขอรับ”
ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องโถงเล็กๆของบ้านก่อนที่ท่านผู้เฒ่าไป๋จะนำสิ่งที่เก็บมาจากถ้ำในป่าชั้นในนั้นออกมาวางตรงหน้า
“เมล็ดพันธุ์ว่านวารีโลหิตนี้คงต้องรอให้เ้าสิบสี่นำไปลองปลูกดูส่วนตอนนี้คงต้องลองดื่มน้ำวารี์กันดูก่อน เอ้าหวังฉีเ้ารับไป”ท่านผู้เฒ่าไป๋เทน้ำวารี์ลงผสมกับน้ำต้มสุกที่อยู่ในกาน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนจะเทใส่ถ้วยน้ำดื่มสองถ้วยแล้วยื่นถ้วยหนึ่งไปตรงหน้าคนสนิทของเขา
“ให้บ่าวด้วยจะดีหรือขอรับนายท่าน”หวังฉีมองถ้วยชาที่มีน้ำวิเศษอยู่ด้วยสายตาซาบซึ้งใจยิ่งนักจะมีนายสักกี่คนกันที่เมตตาบ่าวไพร่ผู้ต่ำต้อยถึงเพียงนี้
“หวังฉีเอ้ยเ้านั้นติดตามข้ามาหลายสิบปีนับั้แ่ยังหนุ่มยังแน่นเ้าหาใช่เพียงบ่าวข้างกายแต่เป็เหมือนสหายร่วมเป็ร่วมตาของข้าตัวเ้าเองก็ได้รับาเ็มาไม่น้อยเลยดังนั้นนี่จึงเป็สิ่งที่ข้าสมควรมอบให้เ้าอยู่แล้ว”
“ขอบคุณขอรับนายท่าน”พ่อบ้านหวังฉีกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตาคลอ ก่อนรับถ้วยน้ำนั้นมา
ทั้งสองผู้ชรามองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะยกน้ำในถ้วยขึ้นดื่มพร้อมๆกัน ความรู้สึกแรกคือสดชื่นจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ร้อนผ่าวที่กลางท้องเหมือนมีมวลพลังมหาศาลหมุนวนอยู่ภายในทั้งสองรีบนั่งสมาธิเพ่งจิตขับเคลื่อนพลังปราณในร่างกายชักนำให้แผ่ขยายไปทั่วทั้งร่าง เพียงครึ่งชั่วยามจากพลังที่ปั่นป่วนก็เริ่มสงบนิ่งลงได้
“อึก!อั๊ก!!” ท่านผู้เฒ่าไป๋กระอักเืเสียสีดำช้ำเืช้ำหนองออกมาจำนวนมากเืที่เป็พิษอยู่ในกายถูกขับออกมาจนหมดสิ้นร่างกายหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนจะค่อยๆเริ่มฟื้นฟูปละหายใจได้คงที่ในที่สุด นับว่าเป็การฟื้นตัวที่รวดเร็วมากจนน่าอัศจรรย์
“นายท่านเป็เช่นไรบ้างขอรับ”พ่อบ้านหวังฉีที่ไม่ได้ถูกพิษ เพียงแต่แก่นปราณาเ็และอ่อนแอเท่านั้นทำให้ตอนนี้พลังปราณสงบนิ่งเร็วกว่าท่านผู้เฒ่าไป๋ที่ถูกพิษมาเนิ่นนานเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นนายท่านของตนเองกระอักเืจึงเร่งเข้าไปดู
“ข้าไม่เป็อันใดแล้ว”
“พิษน่าจะออกมาหมดแล้วนะขอรับนายท่าน”กล่าวพร้อมมองดูเืสีดำมากมายที่ถูกกระอักออกมานองพื้น
“อืมใช่แล้วล่ะ”เสียงตอบรับออกมาเพราะตอนนี้ท่านผู้เฒ่าไป๋ตรวจสอบกระแสปราณในร่างกายตนเองแล้วไม่พบพิษใดๆหลงเหลือตกค้างอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่ต้องฟื้นฟูร่างกายให้ดีคิดว่าอีกไม่กี่วันก็หายแล้ว
“วิเศษเหลือเกินขอรับวารี์ผสมน้ำเพียงไม่กี่หยดก็สามารถสลายพิษได้ทั้งหมดแล้วเช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจแล้วว่าจะปลูกว่าวานรีโลหิตไม่ได้แล้วนะขอรับ”
“ตอนนี้ร่างกายข้าไม่มีพิษหลงเหลืออยู่แล้วจึงไม่จำเป็ต้องใช้สมุนไพรหายากพวกนั้นอีกข้าจะเก็บรักษาเอาไว้ก่อนเถิด ส่วนเมล็ดว่านวารีโลหิตก็ลองให้เ้าสิบสี่ปลูกดูก่อนหากปลูกได้จริงก็นับว่าเป็ประโยชน์ วันข้างหน้าอาจมีเหตุให้ต้องใช้ก็เป็ได้”
“ขอรับนายท่าน”พ่อบ้านหวังคิดว่าคุณหนูสิบสี่ของเขามีพร์ในการปลูกต้นไม้ทั้งยังมีพลังสามารถสื่อสารกับต้นไม้และพืชต่างๆได้ความ
สามารถเช่นนี้จะต้องทำให้คุณหนูสามารถปลูกสมุนไพรหายากอย่างว่านวารีโลหิตนี้ได้อย่างแน่นอน
จากนั้นท่านผู้เฒ่าไป๋ก็ให้พ่อบ้านหวังฉีไปพักผ่อนส่วนผลท้อเหมันต์ไว้รออีกสักระยะค่อยกินเพื่อเพิ่มพลังปราณจะดีกว่า
เช้าวันต่อมา…
“ท่านปู่ววท่านปู่เ้าคะเมื่อวานฉิบฉี่หิวมาก ง่วงด้วยเลยยังไม่ได้เล่าให้ท่านปู่ฟังเยย”เ้าตัวเล็กที่ได้กินอิ่มนอนหลับก็ลืมความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อวานไปจนสิ้นแล้ว
“หืมเล่าอันใดหรือ” ท่านผู้เฒ่าไป๋อุ้มร่างกลมๆของจิ่วจิวน้อยขึ้นมาวางบนเก้าอี้ด้านข้าง เมื่อเห็นท่าทางปีนขึ้นที่ดูทุลักทุเลพอสมควรเหตุผลเพราะติดพุงนั้นเอง
“ตัวที่จับฉิบฉี่ไปมันกัด ๆ ๆ แทะ ๆ ๆ พุงฉิบฉี่เ้าค่ะ”ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นยามบอกเล่าให้ท่านปู่ฟัง แขนน้อยๆสองข้างยกขึ้นมาไขว้ปิดพุงน้อยๆ อย่างหวงแหนไว้ด้วย
“จะเ้าสิบสี่ให้ปู่ตรวจดูหน่อยเร็วเข้า” ท่านผู้เฒ่าไป๋ใมากตัวพ่อบ้านหวังเองที่กำลังยกอาหารเข้ามาได้ยินเข้าก็ใจนเกือบทำอาหารหลุดมือแล้ว
เพราะเห็นว่าร่างกายของหลานสาวปกติดีจึงยังไม่ได้สอบถามในทันทีอีกทั้งเมื่อวานก็ได้ตรวจดูร่างกายของนางแล้วด้วย แต่เมื่อได้ยินว่าหลานสาวถูกเ้าพยัคฆ์ขาวแทะด้วยจึง้าตรวจดูเพื่อความแน่ใจอีกครั้งท่านผู้เฒ่าไป๋ได้แต่ตำหนิตนเองในใจที่แก่ชราจนเรอะเลือนและช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนักปล่อยให้หลานสาวต้องเผชิญเื่เลวร้ายและอันตรายถึงเพียงนี้มือเหี่ยวย่นจึงสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ยามเอื้อมมือออกไปเพื่อสำรวจร่างกายของหลานสาว
“นี่เ้าค่ะ”มือน้อยๆ เปิดเสื้อที่พุงกลมของตนเองขึ้นมาให้ท่านปู่ได้ดู
ท่านผู้เฒ่าไป๋เร่งสอดสายสายตาสำรวจทั้งพุงและหลังไม่พบร่องรอยแม้แต่ที่ขาหรือแขนก็ไม่มีาแใดๆ เลย
“แล้วขาที่เจ็บเมื่อวานเล่าเ้าสิบสี่”
“ฉิบฉี่หายเจ็บแล้วเ้าค่าไม่เจ็บเยยย พอจินข้าวกับนอนหยับ ฉิบฉี่ก็หายเจ็บหมดเยย”เ้าตัวเล็กซอยเท้าย้ำๆ อยู่กับที่ไปมาแล้วหมุนร่างกลมๆให้ท่านปู่ดูไปด้วย
“หรือจะเป็ตอนนั้นขอรับนายท่านที่คุณหนูสิบสี่กินวารี์เข้าไปแล้วยังลื่นตกลงไปในบ่อทั้งตัวอีก อาจทำให้คุณหนูมีร่างกายที่คงทนหนังเหนียวก็เป็ได้นะขอรับ”
“โฮ๊ะ!!ฉิบฉี่จะหนังเหนียวหยือเ้าคะ หนังหนียวเสือแทะไม่เข้า!!!”เสียงเล็กสดใสเอ่ยทวนขึ้นตามคำของท่านพ่อบ้านหวังฉีอย่างตื่นเต้น
“อืมคาดว่าจะเป็เช่นนั้น วารี์เป็น้ำวิเศษที่มีสรรพคุณนับอนันต์ประโยชน์มากมายคงต้องรอดูร่างกายสิบสี่ต่อไปก่อนแล้วเ้ากลัวหรือไม่เ้าสิบสี่หากกลายเป็คนหนังเหนียว”
“ไม่กลัวเ้าค่ะต่อไปเวลาหกย้มฉิบฉี่จะได้ไม่เจ็บอีก”ความคิดไร้เดียงสานั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นจากสองผู้ชราได้ในทันทีที่ฟังจบ
“จริงสิเมื่อวานพยัคฆ์ขาวจับเ้าไปแทะแล้วหลังจากนั้นก็หายไปเลยหรือ”ผู้เป็ปู่ยังคงเอ่ยถามหลานสาวต่อ
“เ้าค่ะพอแทะพุงไม่เข้าก็โยนๆฉิบฉี่ยงพื้นเยย เจ็บตูดด้วยเ้าค่ะ แล้ว...แล้วมันก็วิ่งหนีไปฉิบฉี่ก็อยู่กับพี่ต้นไม้แล้วก็หิว...อืมแล้วก็มีผิงกั่วหล่นตุ้บ! มาให้ฉิบฉี่จินอย่อยมากเยยเ้าค่า ฉิบฉี่จินไปฉองลูกเยย” จิ่วจิวพยายามเล่าตามลำดับเหตุการณ์เล่าไปหยุดคิดบ้างแล้วก็เล่าต่ออีกให้ท่านปู่ฟัง
“อืมดีแล้วๆ” ท่านผู้เฒ่าไป๋นั้นเข้าใจว่าคงมีต้นผิงกั่วอยู่แถวนั้นเมื่อเ้าสิบสี่หิวจึงสะบัดผลลงมาให้นางได้กินยามหิวเป็แน่ได้รู้เช่นนี้ก็รู้สึกยินดียิ่งนัก ต่อไปหากหลานสาวเดินทางไปที่ใดขอเพียงมีต้นไม้นางก็จะไม่ลำบาก
“ท่านปู่ๆวันนี้ฉิบฉี่หยักลองปลูกต้นไม้เ้าค่ะ”เสียงเจื้อยแจวเอ่ยบอกเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าวันนี้ตนเองอยากทำสิ่งใด
“ได้ๆเช่นนั้นไปกินข้าวเช้าก่อนจะได้มีแรงแล้วค่อยไปปลูกต้นไม้กัน”