[12 กุมภาพันธ์ | 19:00 น.]
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณใสดุจระฆังแก้วดังก้อง กรีดผ่านความเงียบสงัดของซากเมือง
ปลุกสติสัมปชัญญะของ 'อคิน' ให้ตื่นจากห้วงความว่างเปล่า
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์]
[อุณหภูมิภายนอก: 17 องศาเซลเซียส | สภาพอากาศ: ลมแรง, ท้องฟ้าโปร่ง]
อคินยังไม่ทันจะได้ขยับตัวเช็กความเรียบร้อย
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูเขา
แครก... แครก... เสียงเล็บขูดกับประตูเหล็กดังถี่รัว
ตามมาด้วยเสียงหายใจฟุดฟิดที่ฟังดูร้อนรน แรงกระแทกเบาๆ ที่ต้นขาบอกให้รู้ว่า 'โบ้' ตื่นแล้ว... และกำลังมีปัญหาใหญ่
"หงิง... หงิง!"
สุนัขคู่ใจไม่ได้ทักทายเขาด้วยการเลียหน้าเหมือนทุกครั้ง
แต่มันกำลังเดินวนเป็วงกลมอยู่หน้าประตู ส่งเสียงร้องประท้วงในลำคอ พร้อมกับเอาขาตะกายประตูเป็เชิงเร่ง
อคินหลุดหัวเราะออกมาในความมืด เขาเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
"โอเคๆ รู้แล้วๆ ... อั้นมาทั้งวันเลยล่ะสิ"
เขาควานมือไปในความมืด ปลดกลอนประตูที่ลงไว้แ่าเมื่อคืน
แกร๊ก!
ทันทีที่บานประตูเหล็กแง้มออก แสงจันทร์สลัวจากภายนอกยังไม่ทันจะสาดส่องเข้ามาเต็มที่
เงาสีน้ำตาลแดงสายหนึ่งก็พุ่งพรวดผ่านหน้าเขาออกไปราวกับจรวด ฟิ้ว...
อคินเดินตามออกมาอย่างใจเย็น เขาสูดอากาศภายนอกที่เจือกลิ่นฝุ่นปูนและสนิมเหล็ก
สายตาของเขาปรับเข้ากับความมืด ได้ในทันที
ภาพแรกที่เห็นคือ เ้าโบ้ที่วิ่งไปหยุดอยู่ที่กองทรายก่อสร้างเก่าๆ มุมร้าน
มันรีบทำธุระส่วนตัวอย่างเร่งด่วน สีหน้าของมันดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"สบายตัวเลยนะเอ็ง"
อคินแซว พลางบิดี้เีไล่ความเมื่อยขบ แม้ร่างกายนี้จะไม่ปวดเมื่อยจริง แต่ความเคยชินแบบมนุษย์ก็ยังติดตัวเขาอยู่
เขาใช้เวลาสั้นๆ นี้สำรวจร้านวัสดุก่อสร้างอีกครั้ง ชั้นวางของล้มระเนระนาด น็อตและตะปูเกลื่อนพื้น
อคินเดินไปเชือก คีมตัดเหล็ก และอุปกรณ์ที่น่าจะมีประโยชน์ใส่ไว้ที่กระเป๋าเป้ของเขา
ขณะที่เขากำลังสำรวจหาของที่ใช้ประโยชน์ได้อยู่นั้นเสียงเห่าก็ดังขึ้น
"โฮ่ง"
โบ้วิ่งเหยาะๆ กลับมาหา หางกระดิกดิ๊ก มันเอาหัวมาดุนขาเขาเป็การขอบคุณและทักทายยามเช้า
"โฮ่ง!"
อคินตบข้างเป้เบาๆ แววตาเปลี่ยนเป็มุ่งมั่น
"ถ้าโล่งท้องแล้วก็ไปกันต่อ... คืนนี้เรามีที่ที่ต้องไป"
"เป้าหมายแรก... สถานีอนามัย"
"ฉันสังหรณ์ใจว่าเราจะเจอเบาะแสของแต้มที่นั่น"
โบ้เห่าตอบรับสั้นๆ "โฮ่ง!" แววตาของมันดูมุ่งมั่นไม่แพ้ผู้เป็นาย
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากซากร้านวัสดุก่อสร้าง ทิ้งเซฟเฮาส์ชั่วคราวไว้เื้ั
มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักที่ทอดยาวเข้าไปในความมืดมิดของเมืองที่กำลังรอคอยการค้นพบ
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขารู้สึกถึงความเบาหวิวของร่างกาย
สัมภาระกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่สะพายอยู่บนหลังดูเหมือนจะไร้น้ำหนักไปถนัดตา
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ สู่ถนนสายหลักที่ทอดตัวยาวเข้าไปในความมืดมิดของมหานคร
...
[21:30 น.]
ณ ตรอกแคบ ระหว่างทางไปสถานีอนามัย
บรรยากาศคืนนี้แปลกไป
ปกติแล้ว ่เวลานี้มักจะมีเสียงโหยหวนของ 'ซอมบี้' หรือเสียงเห่าหอนของหมาป่าทมิฬแว่วมาตามลม
แต่คืนนี้... เงียบสงัด
อคินเดินลัดเลาะไปตามเงาตึก เท้าของเขาััพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวอย่างแ่เบาแทบไร้เสียง
ประสาทััของ 'นักรบ' ตื่นตัวเต็มที่
เขามองเห็นทุกรอยร้าว ทุกเศษแก้ว และทุกการเคลื่อนไหวของแมลงสาบที่ไต่ตอมอยู่บนกำแพงตึกได้อย่างชัดเจนราวกับกลางวัน
ทันใดนั้น โบ้ก็หยุดเดิน มันย่นจมูกดมฟุดฟิด แล้วส่งเสียงขู่ต่ำในลำคอ ขนที่หลังคอตั้งชัน
"มีอะไรโบ้?"
อคินกระซิบ พร้อมกับกระชับชะแลงเหล็กในมือแน่น
เขาเดินตามสายตาของโบ้เข้าไปในตรอกมืดข้างทาง... และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว
ซากศพ... แต่ไม่ใช่ศพมนุษย์
มันคือร่างสีเขียวคล้ำ ตัวเล็กแคระเกร็นที่มีหูยาวแหลม นอนตายเกลื่อนกลาดนับสิบศพทับถมกันอยู่บนกองขยะ
[ซากกอบลิน (เลเวล 3) - สถานะ: ตายแล้ว]
อคินย่อตัวลงสำรวจใกล้ๆ เขาไม่ใช่หมอชันสูตร แต่ประสบการณ์การต่อสู้ตลอดหลายเดือนสอนให้เขาอ่านร่องรอยได้
"แผลพวกนี้..."
นิ้วของเขาลากผ่านรอยตัดที่คอของกอบลินตัวหนึ่ง
มันเรียบกริบ... เรียบเกินกว่าจะเป็ฝีมือของกรงเล็บสัตว์ป่า มันเหมือนถูกตัดด้วยใบมีดคมกริบด้วยความเร็วสูง
และที่กะโหลกของอีกตัว มีรอยยุบขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงกระแทกมหาศาล
เขาแตะที่ของเหลวสีดำคล้ำที่ไหลนองพื้น มันแห้งกรังไปแล้ว
"ยังไม่เป็ซอมบี้ แสดงว่าตายยังไม่ถึงสามวัน น่าจะตายมาหลายชั่วโมงก่อนหน้า... อาจจะ่บ่าย"
อคินเงยหน้าขึ้นมองยอดตึกสูงที่รายล้อม ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
'่บ่าย... ตอนที่เราหลับ มีคนอื่น... มีคนที่แข็งแกร่งมากๆ กำลังกวาดล้างพวกมันในตอนกลางวัน'
ความคิดนั้นนำมาซึ่งความรู้สึกสองอย่างที่ตีกันยุ่งเหยิง ความหวังที่จะได้เจอเพื่อนมนุษย์ และความหวาดระแวงต่อสิ่งที่ไม่รู้
"โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวเราสินะ"
เขาพึมพำ
"มีาเกิดขึ้นในตอนที่พระอาทิตย์ขึ้น... และเราก็เป็แค่ยามกะดึก"
"ไปกันเถอะโบ้ อยู่นานไม่ดี"
อคินลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากเข่า เขารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากความมืดเบื้องบน
แม้ระบบจะไม่ได้แจ้งเตือนอะไร แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากำลังร้องเตือน
...
[23:45 น.]
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึง
แต่ภาพความทรงจำอันอบอุ่นของ 'บ้าน' ที่เคยใช้หลบภัยร่วมกับแต้มและแมวตัวอื่นๆ พังทลายลงในวินาทีแรกที่เห็น
"ไม่จริงน่า..."
สถานีอนามัยขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน สภาพของมันดูเหมือนเพิ่งผ่านา
ประตูเหล็กม้วนด้านหน้าที่อคินเคยลงกลอนไว้อย่างแ่า
บัดนี้ถูก 'ฉีก' กระชากจนหลุดออกจากราง ขดเป็เกลียวโลหะบิดเบี้ยวราวกับมันเป็เพียงแผ่นฟอยล์บางๆ ไม่ใช่เหล็กกล้า
อคินเดินข้ามซากประตูเข้าไป หัวใจของเขาเต้นรัวแรง... ไม่ใช่ด้วยความเหนื่อย แต่ด้วยความกลัว
กลัวว่าจะเจอสิ่งที่ไม่อยากเจอ
แสงจันทร์สาดส่องเข้าไปภายใน เผยให้เห็นความวินาศสันตะโร
ตู้ยาถูกล้มคว่ำ ขวดยาแตกกระจายเกลื่อนพื้น ผ้าพันแผลถูกฉีกกระจุยกระจาย เอกสารปลิวว่อนไปทั่ว
แต่สิ่งที่ทำให้อคินต้องกลั้นหายใจ คือรอยที่ผนังปูนด้านใน
รอยกรงเล็บ... สามรอย
มันลึกเข้าไปในเนื้อปูนเกือบสองนิ้ว
ความกว้างของรอยกรงเล็บแต่ละรอยบอกขนาดของเ้าของมันได้ชัดเจน... มันต้องมีอุ้งมือใหญ่กว่าหัวของเขาเสียอีก
"โบ้... ดมดูซิ"
อคินสั่งเสียงเครียด
"มีกลิ่นแมวไหม?"
โบ้วิ่งวนไปรอบห้อง จมูกดมฟุดฟิดไปตามพื้นและซากปรักหักพัง
มันส่งเสียงจามออกมาเพราะฝุ่นยา แต่ไม่มีสัญญาณของความดีใจ มันเดินกลับมาหาอคิน หูตกลง และส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่มีเหรอ..."
อคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกขาหัก ความผิดหวังถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นซัด
เขามาช้าไป... หรือแต้มอาจจะไม่เคยกลับมาที่นี่เลย? หรือแย่กว่านั้น... เ้าของรอยกรงเล็บนั่น...
"โธ่เว้ย!"
เขาตวาดเสียงดัง ทุบกำปั้นลงกับพนักเก้าอี้
ปัง!
เสียงนั้นดังกว่าที่เขาตั้งใจ เก้าอี้พลาสติกแตกละเอียดคามือเขา
อคินมองมือตัวเองด้วยความใ เขาไม่ได้ออกแรงมากขนาดนั้น... แต่อารมณ์โกรธทำให้เขาควบคุมพลังของ 'เลเวล 18' ไม่ได้
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง
อคินนั่งนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพัง รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างจับใจ
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบสว่างวาบขึ้น ตัดผ่านความมืดมิด แสงสีฟ้าอ่อนโยนของมันดูนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ราวกับพยายามจะปลอบประโลม
[นักรบ... โปรดอย่าเพิ่งหมดหวัง]
[อดีตอาจถูกทำลาย แต่ความทรงจำยังคงอยู่]
[เบาะแสที่แท้จริง... มักจะรออยู่ที่ 'จุดเริ่มต้น' เสมอ]
อคินอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ คิ้วของเขาค่อยๆ คลายออก
"จุดเริ่มต้น...?"
เขาเงยหน้ามองเพดานที่ทะลุเป็รู
"นายหมายถึง... ตึกนั้นเหรอ?"
ฐานทัพแห่งแรก... ตึกอาคารพาณิชย์ร้างที่เขาใช้ซ่อนตัวในวันแรกที่โลกถล่มทลาย
ที่ที่เขาเจอกับแต้มครั้งแรก... ที่ที่เขาแบ่งปันปลาทูเข่งสุดท้ายด้วยกัน
"นายพูดถูก"
อคินสูดหายใจลึก ดึงตัวเองกลับมาจากความสิ้นหวัง
"ถ้าฉันเป็แต้ม... ฉันก็จะกลับไปที่นั่น ที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
เขาลุกขึ้นยืน แววตาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็ความมุ่งมั่น
"แต่คืนนี้เราคงไปไม่ทัน... พักที่นี่ก่อนเถอะโบ้ ถึงมันจะพัง แต่ก็ยังพอกันลมได้"
อคินใช้แผ่นไม้กระดานมาปิดช่องประตูที่พังเสียหาย พอให้บดบังสายตาจากภายนอก
แล้วทิ้งตัวลงนอนพิงมุมห้องที่ดูสะอาดที่สุด โบ้เดินมาขดตัวแนบชิด พยายามมอบไออุ่นให้
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:00]
"พรุ่งนี้..."
อคินกระซิบกับความมืด
"พรุ่งนี้เราต้องเจอแน่"
..
[13 กุมภาพันธ์ | 19:00 น.]
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์]
อคินลืมตาขึ้นพร้อมกับสัญญาณเตือน ร่างกายของเขาดีดตัวขึ้นยืนทันทีราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้
ไม่มีความง่วง ไม่มีความปวดเมื่อย แม้จะนอนบนพื้นปูนแข็งๆ ตลอด 16 ชั่วโมง
"ไปกันเถอะโบ้ วันนี้เรามีนัด"
ทั้งคู่ออกเดินทางจากสถานีอนามัย มุ่งหน้าสู่ใจกลางเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น
ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย สภาพแวดล้อมก็ยิ่งเลวร้ายลง
ถนนเต็มไปด้วยซากรถยนต์ที่จอดขวางทาง ขยะกองโต และกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมาถึงหน้า ตึกอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เก่าคร่ำครึ อคินก็ต้องหยุดยืน
ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เพราะความทรงจำ
เขาจำได้ดีถึงความรู้สึก 'ตัวเล็กกระจ้อยร่อย' ในวันที่เขาต้องแอบย่องเข้าตึกนี้ด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอสูร
แต่ตอนนี้...
"จี๊ดดดดด!"
เสียงร้องแหลมเล็กดังประสานกันมาจากภายในตึก กลิ่นแอมโมเนียฉุนกึกปะทะจมูก
ในความมืดของโถงชั้นล่าง ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่สว่างวาบขึ้น จ้องมองผู้บุกรุก
[ตรวจพบ: ฝูงหนูกลายพันธุ์ - จำนวนมาก]
อคินแสยะยิ้ม
"เมื่อก่อนพวกแกน่ากลัวกว่านี้นะ"
เขาพูดเสียงเรียบ
เขาปลดเป้ใบใหญ่วางลงกับพื้น เพื่อความคล่องตัว แล้วดึงท่อนเหล็กยาวที่ฝนปลายจนแหลมออกมา
"โบ้... จำตอนที่พวกมันแย่งเศษขนมปังเราได้ไหม?"
โบ้แยกเขี้ยว ขนหลังตั้งชัน ส่งเสียงคำราม กรรรรร ลึกในคอ
"วันนี้... เรามาคิดดอกเบี้ยคืน"
"ลุย!"
สิ้นเสียง อคินพุ่งตัวเข้าไปในความมืด
ไม่ใช่การเดินโซเซเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็การพุ่งทะยานด้วยความเร็วของค่าความว่องไวที่สูงลิบ
ฝูงหนูั์ที่เคยดูน่าเกรงขาม บัดนี้ดูเชื่องช้าในสายตาของเขา
ผัวะ!
ท่อนเหล็กในมือฟาดเข้าที่กลางกะโหลกของหนูตัวแรกที่กระโจนเข้ามา
เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบ ร่างของมันกระเด็นไปกระแทกกำแพงแล้วร่วงลงมาแน่นิ่ง
เืสีคล้ำสาดกระเซ็น แต่อคินไม่หยุด เขาหมุนตัวหลบกรงเล็บของอีกตัวที่พุ่งมาจากด้านข้าง
แล้วสวนกลับด้วยการแทงปลายเหล็กเข้าที่ซอกคอ
"ทางขวาโบ้!"
เขาะโบอก
โบ้ไม่ได้รอคำสั่ง มันกระโจนเข้าขย้ำคอหนูั์ตัวหนึ่ง สะบัดหัวอย่างแรงจนกระดูกคอหัก แล้วปล่อยซากทิ้งเพื่อหันไปจัดการตัวต่อไป
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด... ไม่สิ ต้องเรียกว่าการ 'กวาดล้าง'
อคินเคลื่อนไหวราวกับการร่ายรำ หลบหลีก คมเขี้ยว และสวนกลับ ทุกการโจมตีแม่นยำและหวังผลถึงตาย
เขาไม่ได้สู้ด้วยความกลัวอีกต่อไป เขาเสพติดความรู้สึกนี้... ความรู้สึกของการเป็ 'ผู้ล่า'
ความรู้สึกที่เืสูบฉีด แม้หัวใจจะเต้นช้ากว่าปกติ ความรู้สึกที่ร่างกายตอบสนองได้ดั่งใจนึก
เวลาผ่านไปเพียง 20 นาที
เสียงจี๊ดจ๊าดที่เคยหนวกหูก็เงียบลง
เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแ่ๆ ของโบ้ และเสียงของเหลวหนืดๆ หยดลงพื้น
อคินยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของหนูั์นับสิบตัว
เสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนคราบเืสีคล้ำ แต่ไม่มีาแบนตัวเขาเลยแม้แต่รอยเดียว
"จบแล้ว..."
เขาปาดคราบเืออกจากแก้ม
"ไปชั้นบนกัน"
...
[21:00 น.]
อคินผลักประตูเหล็กดาดฟ้าที่สนิมเขรอะออก ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า หอบเอากลิ่นอายของอิสรภาพเข้ามา
ที่นี่คือจุดเริ่มต้น... เพิงพักสังกะสีที่เขาเคยสร้างไว้อย่างลวกๆ ยังคงตั้งอยู่ แต่มันเอียงกระเท่เร่เพราะแรงลม
เขาเดินเข้าไปสำรวจอย่างช้าๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความคาดหวัง
"แต้ม...?"
เขาเรียกชื่อแมวรักเสียงเบา
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิว
อคินเดินวนดูรอบๆ เพิงพัก ร่องรอยเก่าๆ ยังอยู่ ผ้าห่มผืนเก่าที่เขาเคยใช้ห่มให้แต้มยังกองอยู่ที่เดิม
แต่ตอนนี้มันเปื่อยยุ่ยและเต็มไปด้วยฝุ่น
"ไม่อยู่..."
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพง ความเหนื่อยอ่อนทางใจเริ่มกัดกิน
"เราคิดผิดเหรอวะระบบ? มันไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย"
โบ้เดินเข้ามา เอาหัวมุดเข้าไปใต้แขนของเขา เลียมือเพื่อให้กำลังใจ
อคินถอนหายใจยาว เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด
แต่แล้ว... สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมหนึ่งของดาดฟ้า
มีวัตถุบางอย่างสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย
อคินขมวดคิ้ว ลุกขึ้นเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มันคือ กระป๋องอาหารแมว
ไม่ใช่กระป๋องเก่าสนิมเขรอะ... แต่มันดูใหม่เอี่ยม ฉลากยังสีสดใส
ฝากระป๋องถูกเปิดออก... ไม่ใช่ด้วยที่เปิดกระป๋อง แต่ขอบของมันบิดเบี้ยวและมีรูพรุนเล็กๆ
รอยเขี้ยว...
อคินหยิบกระป๋องเปล่านั้นขึ้นมา มือของเขาสั่นเทา
เขามองดูรอยเจาะที่ฝากระป๋อง รอยเขี้ยวเล็กๆ สองรูคู่กันที่เขาจำได้แม่น
"รอยนี้..."
น้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ชอบกัดกระป๋องก่อนกินตลอดเลยนะ..."
เนื้อหาข้างในเกลี้ยงเกลา เหมือนเพิ่งถูกเลียจนสะอาดเมื่อไม่นานมานี้
และที่สำคัญ... กลิ่นอาหารยังหอมจางๆ ไม่เหม็นบูด
"มันยังไม่เสีย... อาจเพิ่งเปิดกินไม่นานมานี้แน่ๆ"
อคินกอดกระป๋องเปล่านั้นไว้แนบอก แล้วหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
"ยังอยู่... นายยังอยู่จริงๆ ด้วยแต้ม!"
โบ้เห่ารับอย่างตื่นเต้น กระดิกหางรัวๆ ราวกับรับรู้ข่าวดี
อคินหันไปมองรอบๆ เมืองที่มืดมิดอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ความมืดนั้นไม่ได้ดูน่ากลัวหรือสิ้นหวังอีกต่อไป
"รอฉันนะแต้ม..."
เขากำกระป๋องแน่น แววตาที่เคยสับสนบัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งเป้าหมาย
"ไม่ว่านายจะไปซ่อนอยู่ที่ไหน... หรือใครเป็คนเอากระป๋องนี้มาให้นาย... ฉันจะตามหาให้เจอ"
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:04:59]
[พักผ่อนเถอะ]
อคินยิ้มให้หน้าต่างระบบ
"ขอบใจนะ... ที่นำทางมา"
คืนนี้ บนดาดฟ้าตึกเก่าท่ามกลางเมืองร้าง ชายหนุ่มกับสุนัขคู่ใจนั่งมองดวงจันทร์ด้วยกัน
ไม่ใช่ด้วยความอาลัย แต่ด้วยความหวังที่สว่างไสวยิ่งกว่าดาวดวงใดบนท้องฟ้า
การผจญภัยที่แท้จริง... เพื่อตามหาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของชีวิต... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น