“ว่าไง เฟริน นายหายไปไหนมา รู้ไมว่าเป็ห่วงกันขนาดไหน” เฟลิโอน่าเอ่ยถามชายหนุ่มทันทีที่เขากลับมาถึงห้องในตอนเช้า เมื่อคืนเธอกับคาลินรอพี่ชายกลับที่ห้องหัวหน้าชั้นปีชายทั้งคืนจนไม่หลับไม่ได้นอนกัน
ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาเป็ห่วงขนาดไหน แต่เมื่อคืนหลังจากที่เห็นสิ่งที่น่าสงสัยและเขตอาคมมีความเปลี่ยนแปลง เขาเลยออกไปดูนิดหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ กลุ่มนักฆ่าเริ่มเข้ามาที่นี่แล้ว ตอนนี้อย่าว่าแต่เขาที่ไม่ปลอดภัย เฟลิโอน่าก็ด้วย พวกนั้นเมื่อไม่ได้จากเขาก็ต้องเอาจากเฟลิโอน่าอยู่ดี แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดี ๆ เมื่อเช้าก็ตื่นในโรงแรมใกล้ ๆ แล้ว ถามพนักงานก็บอกว่ามีคนรุ่นเดียวกันพาไปพักและก็กลับมาก่อน
“ว่าไง เฟริน หายไปไหนมา?” เสียงหวานเริ่มเย็นลงอย่างคนอดกลั่นอารมณ์ไม่อยู่ มองหน้าพี่ชายที่ยังไม่ยอมตอบกลับมา ไอทมิฬเริ่มแผ่ออกมาอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน จนคาลิน่าและคาโลต้องแตะตัวหญิงสาวเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“เออ เฟลิโอน่า โทดที เมื่อคืนเมาไปนิดเลยออกไปกับสาว ๆ ปราการปราญ์น่ะ โทดที ๆ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเสียใจ ใช่ว่าเฟลิโอน่าจะเชื่อสนิททีเดียวแต่ว่าเธอไม่สามารถอ่านใจพี่ชายของตัวเองออกเพราะความเป็ฝาแฝดกันทำให้เธอต้องหยุดแค่นั้น
“เห้ย! แล้ว มรึงไปได้แผลจากไหนมาอีกว่ะเนี่ย” คิลถามเพื่อนซี้ทันทีที่สำรวจเจอแผลที่ต้นคอชายหนุ่ม เฟรินหันไปแยกเขี้ยวใส่คนตาดีแทบไม่ทัน
“ว่าไง คราวนี้จะบอกว่าไงอีกหา?” เฟลิโอน่าถามอย่างเอาเื่ทำให้เฟรินน่าเจือนสนิท
“ก็แฟนของผู้หญิงมาเจอพอดีน่ะสิ เลยมีเื่กันนิดหน่อย ไม่มีไรมากน่า” เฟรินตอบแค่นั้นแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงเสียดื้อ ๆ ตัดปัญหาไปซะอย่างนั้น
“ได้เฟริน นายได้เห็นดีแน่” เฟลิโอน่ากล่าวอย่างคาดโทธก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกสามคนถอนหายใจอย่างระอา
“เร็ว ๆ เข้า รีบ ๆ ทำเข้า ทำช้าไม่ต้องกินข้าว” เสียงสั่งการจากเ้าแม่ป้อมบังคับการให้เหล่าทโมนที่ก่อเื่เร่งทำงาน ใช่ พวกเขาโดนทำโทธให้ทำงานชดใช้กับเื่ที่ก่อไว้ โดยมีเหล่าสาวงามทั้งห้าและคาโลที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์คอยควบคุมการทำงานและลงโทธพวกเขา
“ร้อนโว้ย หิวโว้ย นี่ทำั้แ่เช้าจนจะเย็นอยู่แล้วน่ะเนี่ย ไม่พออีกรึไง” ครี้ดโวยวาย แล้วมันเื่อะไรกันเนี่ย ให้นักดาบอย่างเขามาเป็จับกังแบกปูน ขนไม้ั้แ่เช้า สงสัยสมองพวกเธอจะมีปัญหาแล้ว
“มีปัญหาอะไรนักหนาหา ครี้ด ธันเดอร์ นายน่ะสมควรโดนหนักสุด โทธฐานเป็แกนนำน่ะย่ะ นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” เ้าแม่ คฑาหันมาตะคอกใส่ชายหนุ่มเสียงดังจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยง รีบทำตาปริบ ๆ จนลุง ๆ ที่ทำงานด้วยกันหัวเราะเบา ๆ
“ฉันคนเดียวซะที่ไหนเล่า ไอเฟรินนู่นเลยคนต้นคิด” ครี้ดโบ๊ยให้อย่างเคยแต่เสียงที่น่าจะโวยวายกลับมาก็เงียบผิดปกติ ทำให้เหล่าทโมนและผู้คุมงานทั้งหลายต้องหันไปมองผู้ต้องหาอีกคนที่เงียบเสียงไปดื้อ ๆ
ร่างสูงที่แบกไม้อยู่เงียบ ๆ ถ้ามองดี ๆ หน้าซีด เหงื่อโชก โงนเงนไปมาอย่างน่าหวาดเสียวจนโรที่อยู่ใกล้ ๆ ต้องรีบเข้าไปหาเช่นเดียวกับเ้าหญิงแดนนักรบที่วิ่งเข้าไปดูอาการ
เฟรินล้มตัวพอดีกับที่เธอวิ่งเข้าไปถึงตัวทำให้ชายหนุ่มล้มมาหาเธอได้ทัน แล้วท่อนไม้ที่แบกไว้ก็ถูกคาโลร่ายคาถาผลักออกไปได้ทันก่อนที่จะตกใส่ทั้งคู่
“เฟริน เฟร.... ไม่ได้การแล้วเฟลิโอน่า เฟรินไข้ขึ้นสูง ต้องพากลับไปแล้วล่ะ” คาลิน่าะโให้หญิงสาวอีกคนที่หน้าซีดด้วยความเป็ห่วงอีกคนรับทราบ คาโลบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้โรและคิลช่วยกันประคองเฟรินกลับไปส่งที่ห้อง
คาลิน่าอยู่เฝ้าไข้ชายหนุ่มโดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มก่อนหน้านี้หายไปไหนมาทำไมกลายเป็แบบนี้ เกิดอะไรขึ้น
“เฟรินทะเลาะกับคนกลุ่มนึงมาเมื่อคืน ฉันเข้าไปเห็นพอดีเลยพาไปนอนพักที่โรงแรมใกล้ ๆ คงใช้แรงไปเยอะแล้วมันพึ่งหายไข้ด้วยไม่ใช่ไง” โรตอบทุกคนในเหตุการณ์เพราะดูแล้วถ้าเขาไม่พูดอะไรเลยน่าจะทำให้เื่ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีกแน่ ๆ
“ทะเลาะกับใครที่ไหน?” คาโลเป็คนถาม โรมองหน้าคาโลอย่างแปลกใจนิด ๆ ที่คาโลเป็คนถามนึกว่าจะเป็เฟลิโอน่าหรือว่าคาลิน่าซะอีก
“แล้วเฟรินมันบอกอะไรพวกนายล่ะ?” โรเอ่ยยั้งเชิง เพราะเขาไม่รู้ว่าเฟรินโกหกอะไรไว้ แต่เหมือนว่าทั้งเ้าชาย เ้าหญิงจะรู้ทันเขาจึงเงียบไม่ตอบ
“มันว่ามันเมาแล้วตามผู้หญิงออกไปข้างนอก” คิลเอ่ยแทนเมื่อเห็นว่าไม่มีใครยอมตอบ ทำให้ทั้งสามคนที่เหลือมองหน้า คิลคิ้วขมวด เกาท้ายทอยอย่างงง ๆ ว่าเขาทำอะไรผิด
“เฟรินก็บอกแล้วนี่ เมื่อคืน มันเห็นว่าเดี๋ยวพวกเธอต้องกลับมาที่ซุ้มอีกแน่เลยออกไปข้างนอกกับผู้หญิงที่เป็แขกในซุ้ม ฉันเห็นท่าทางมันเมาแล้วเลยแอบตามไปด้วย เห็นอีกทีมันสลบคาพื้นเรียบร้อยแล้ว”โรเอ่ยเรียบ ๆ เหมือนเป็เื่สบาย ๆ ที่เห็นอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าดูจากนิสัย เฟรินแล้ว มันก็น่าจะเป็อย่างที่โรบอกได้จริง ๆ พวกเขาจึงไม่ติดใจสงสัยอะไรมาก
.....................................................................................