เมื่อวันที่ 20 เดือน 4 ปี 49 ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
"ตอนนี้ทางทหารได้นำรถถังบุกเข้าล้อม... กริ๊งๆๆ... ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด..." เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้นสลับเสียงวิทยุในร้าน ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อผ้ามิดชิดเดินเข้ามาในร้าน เขาหันมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ซึ่งมีชายวัยกลางคนผมยาวประบ่าเริ่มมีสีขาวแซมกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ ชายสวมหมวกเดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับชายผมยาวประบ่า ก่อนวางกระเป๋าที่มีซองเอกสารด้านในไว้ข้างตัว
"พี่แสงผ่านมาแค่สัปดาห์เดียว พี่ดูแก่ไปเยอะนะ" ชายสวมหมวกเริ่มสนทนา
"...." แสงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเอาแต่สูบบุหรี่อยู่นิ่งๆ ราวกับคนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีแต่ร่างแต่ไร้ิญญา เขาใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้คีบบุหรี่อย่างช้าๆ
ชายสวมหมวกเห็นสภาพอีกฝ่ายเขารู้สึกสงสารแต่ก็จนใจที่จะช่วยให้อีกฝ่ายดีขึ้น หลังจากนั้นเขาหันไปเปิดกระเป๋าเอาซองเอกสารซองหนึ่งยื่นให้อีกฝ่าย
พอเห็นซองเอกสารราวกับสติถูกเรียกเข้าร่าง แสงเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารก่อนเปิดดูด้านใน พบกับเอกสารคดีคดีหนึ่งกับปืนหนึ่งกระบอก
"ขอบคุณมากโชค ขอโทษที่ให้เอ็งทำอะไรเสี่ยงๆ" แสงพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"ไม่เป็ไรพี่ ตะวันมันก็เหมือนเป็น้องผมเหมือนกัน" โชคตอบกลับ
"ตอนนี้สถานการณ์มันกำลังวุ่นวาย แต่ถ้า ผบก. รู้เข้า เอ็งจะโดนหางเลขไปด้วย" แสงพูดพร้อมกับเก็บซองเอกสารก่อนหยิบบุหรี่อีกม้วนมาสูบเพิ่ม
"ตอนนี้เขาไม่ว่างมาดูเื่พวกนี้หรอกพี่ แล้วพี่จะทำยังไงต่อ จะสืบเื่นี้ต่อหรอ" โชคถาม
"ตอนนี้ยังไม่รู้ หลังจากนี้เอ็งจะติดต่อพี่ไม่ได้ไปอีกพักใหญ่ แต่ถ้าเกิดเื่ขึ้นให้ไปหาไอ้ชาติ มันพอจะช่วยเอ็งได้" แสงพูดพร้อมกำลังจะลุกออกไปจากโต๊ะ แต่เขาก็หยุดชะงักก่อนจะกลับมานั่งอีกครั้ง
"ช่วยฉันอีกเื่ได้ไหม" คราวนี้แสงเริ่มบทสนทนาใหม่ขึ้นอีกครั้ง
"ถ้าผมทำได้เดี๋ยวผมช่วย" โชคพูด
"ช่วยลบข้อมูลทั้งหมดของเด็กคนนั้นให้ที" แสงพูด ก่อนที่โชคจะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ผมต้องทำขนาดไหนล่ะ" โชคถามเพื่อขอความชัดเจน
"ลายนิ้วมือ ข้อมูลวันเกิด แล้วก็ข้อมูลสถานศึกษาด้วย ไม่ต้องถึงขั้นลบตัวตน ขอแค่ให้ระบุตัวตนได้ยากก็พอ" แสงรู้ดีว่าเื่ที่ขอมันก็ออกจะมากเกินไปแต่เขาก็คิดว่ามันเป็เื่ที่จำเป็
"....ผมจะพยายามทำเท่าที่ทำได้แล้วกัน แต่อย่าคาดหวังกับมันนัก" โชคตอบรับแม้จะไม่มั่นใจมากนัก แสงขอบคุณก่อนลุกจากโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านไปพร้อมกับซองเอกสาร
3 เดือนต่อมา บ้านเช่าแห่งหนึ่ง
เสียงจากโทรทัศน์ดังขึ้น "วันนี้วันที่ 13 เดือน 7 ปี 49 เกิดเหตุปล้นร้านทองทางตำรวจ..."
"หมอกตื่นได้แล้ว" เสียงของแสงะโขึ้นมาปลุกเด็กหนุ่มที่เป็ลูกของน้องชายเขา
"เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน ลุงทำผัดกะเพราเสร็จแล้ว ตื่นมากินข้าวได้แล้ว" ชายวัยกลางคนปล่อยผมยาวประบ่ารุงรังแสกกลาง เดินขึ้นไปชั้น 2 ก่อนจะไปถึงห้องแล้วเปิดประตู แต่ในห้องกลับว่างเปล่าไม่มีใครอยู่
"เฮ้อ... ไปแล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้คุยกับตัวเองอยู่ได้" แสงได้แต่บ่นกับตัวเอง
โรงเรียนนรสิงห์
วันนี้เป็วันเริ่มเรียน ปวช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) วันแรก เด็กหนุ่มเดินไปเรียนตามปกติ การเรียนหลักสูตรนี้จะเท่ากับจบในระดับวุฒิมัธยมปีที่ 6 แต่มันก็มีข้อดีตรงที่พอจบแล้วสามารถหางานทำได้ทันที แต่ถึงจะบอกแบบนั้น ภาพลักษณ์ของหลักสูตรนี้ไม่ดีนัก ไม่ต่างจากที่รวมเด็กเกเรที่ไม่มีที่ไป
"นาย... นาย... นายน่ะ" เสียงเด็กสาวคนหนึ่งเรียก
"เธอเรียกฉันหรอ" เด็กหนุ่มตื่นจากห้วงความคิดก่อนหันไปตามเสียงเรียก
"ใช่ อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงาน 3 คน อยู่ด้วยกันไหม" เด็กสาวถาม
"เอาสิ ขอบคุณที่ชวน" เด็กหนุ่มตอบกลับ
"ฉันชื่อฟ้า ส่วนไอ้หมอนี่ชื่อสิน" เด็กสาวทำท่าทีเหมือนเด็กผู้ชายก่อนจะแนะนำตัวเองกับเพื่อนที่นั่งข้าง
"แล้วนายล่ะชื่ออะไร" เด็กหนุ่มที่นั่งข้างฟ้าชื่อสินถาม
"...หมอก" เด็กหนุ่มตอบ
"ไหนๆ ก็อยู่ด้วยกันแล้ว มีอะไรก็จะได้ระวังหลังให้กันด้วยไง" สินพูด
"คนที่จะหาเื่ก็นายเองนั่นแหละ" ฟ้าบ่นสินพร้อมกับชกใส่แขนสินเบาๆ ไปทีหนึ่ง
"วันนี้เราเลิกครึ่งวัน ไปเที่ยวกันต่อไหม" สินถาม
"น่าสน นายล่ะไปด้วยไหม" ฟ้าตาเป็ประกาย
"เอาสิ นายจะไปเที่ยวไหนหรอ" หมอกถาม
"เื่นั้นไว้ใจฉันเถอะ" สินพูดพร้อมยกนิ้วโป้งให้หมอก
ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แสงเดินเข้าไปในร้าน
"ลุงมีอะไร ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ" ทไวท์ถาม ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีกว่าๆ ไว้ผมแสกกลางหยักศก ทรง Short Wave ย้อมผมไฮไลท์สีขาว ใส่เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวพับจนเป็แขนสั้น สวมเสื้อกั๊กหนังสีดำทับ
"ทไวท์ ฉันมีเื่อยากให้ช่วย" แสงเริ่มพูดเข้าเื่
"นี่ลุงจะให้ฉันทำงานฟรีให้อีกแล้วหรอ" ทไวท์พูดพร้อมกับยิ้ม
"หมอนี่ เดี๋ยวนี้ชักจะเื่เยอะนะ" แสงพูดพร้อมหยิบกระดาษที่พับไว้ยื่นให้แผ่นหนึ่ง
ทไวท์หยิบไปเปิดดูก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ
"แล้วลุงจะให้ฉันช่วยอะไร" ทไวท์พูด
"ฉันอยากให้นายหาครอบครัวของคู่กรณีของคดีรถสปอร์ตให้ฉันหน่อย"
"ทำไมลุงถึงอยากตามหาพวกเขาละ"
"่แรกของคดีฉันยังพอหาตัวเจอ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านของน้องฉัน คู่กรณีก็หายตัวไป"
"ลุงไม่ให้สายข่าวในตำรวจของลุงช่วยหาล่ะ" ทไวท์ถาม
"ไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็ยังไม่ควรไปยุ่งกับตำรวจ แถมมันอาจเกี่ยวข้องกับเื่ที่เกิดขึ้นกับน้องฉันด้วย" แสงพูด
"แล้วลุงชาติล่ะ"
แสงหยิบเอารูปถ่ายของคน 5 คนออกมา "นี่คือคนที่พยายามทำลายหลักฐานของคดีรถชน ชาติกำลังตามสืบถึงคนพวกนี้อยู่"
"พวกนี้ก็หายตัวไปเหมือนกันหรอ" ทไวท์ถาม แสงไม่พูดแต่พยักหน้าขึ้นเป็การตอบรับ
"แล้วข้อมูลที่ลุงให้มา มันไม่มากไปสำหรับงานหาคนคนเดียวหรอ" ทไวท์ถามขึ้นอีกครั้ง
"ไม่หรอก มันไม่ง่ายแบบนั้น" แสงพูดพร้อมกับเกาศีรษะ
"มีคนช่วยปกปิดหรอครับ"
"น่าจะนะ"
"งานนี้ท่าจะขาดทุน" ทไวท์พูดก่อนจะถอนหายใจ
"แล้วหาที่ให้ฉันได้หรือยัง" แสงถามต่อ
"ผมเจออยู่ที่หนึ่ง ถ้าลุงอยากได้เดี๋ยวผมจัดการให้เลย"
"เอาเลย ยังไงก็ต้องหาที่เผื่อไว้อยู่แล้ว"
ตอนเที่ยงหลังเรียนจบ
"นายได้เอาชุดมาเปลี่ยนไหม" สินหันมาถามหมอก
"ต้องเปลี่ยนด้วยหรอ" หมอกถาม
"นี่นายโง่จริงหรือแกล้งโง่ นายไม่เคยได้ยินข่าวหรือไงว่าโรงเรียนเรามีโจทก์กับอีกโรงเรียนที่เป็ ปวช. เหมือนกัน" ฟ้าพูด
"ใช่ ถ้านายไม่อยากโดนดักตีเพราะไม่เปลี่ยนชุด ก็ต้องเอาเสื้อช็อปกับเข็มขัดออก" สินตอบ
"แต่หมอนั่นใส่เสื้อกันหนาวคลุมอยู่นี่ ไม่เป็ไรมั้งสิน" ฟ้าถาม
"ได้อยู่มั้ง เอาเถอะเราไปเที่ยวตลาดนัดหลังโรงเรียนกัน เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ" สินตอบ
"ฉันไปด้วย" ฟ้ารีบพูดก่อนตามไป ทั้งคู่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดไปรเวททั่วไป ก่อนพากันไปเดินเที่ยวตลาดนัดพร้อมกันทั้ง 3 คน โดยฟ้าเอาชุด ปวช. ใส่ในย่ามสะพายข้าง ส่วนสินเอาชุด ปวช. ใส่ในกระเป๋าเป้ด้านหลัง
ตลาดหลังโรงเรียน
ทั้งสามเดินไปตามตลาดซื้อของทานเล่น ก่อนจะเดินไปหยุดซื้อของกินเล่นจากแม่ค้าคนหนึ่ง
"หมอก แกไม่เคยกินแมลงทอดหรอ นี่ๆ ลองตั๊กแตนทอด บอกเลยเด็ด" สินพยายามคะยั้นคะยอให้เพื่อนใหม่ลองกินของแปลกๆ
"อะไรสิน มึงต้องให้ไอ้หมอกมันลองกินรถด่วนดิ อันนี้อะของดี" ฟ้าพยายามเสนอตัดหน้าสินก่อนจะชี้นิ้วไปที่ถุงที่ใส่หนอนไม้ไผ่ทอด
"เอ่อ.. ฉันว่า" หมอกไม่ทันปฏิเสธ ก็มีเสียงดังเอะอะจากที่ไกลๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"นั่นมันเด็กโรงเรียนเรานี่" สินพูด
"เหมือนกำลังตีอยู่กับโรงเรียนสิงห์นคร" ฟ้าพูด
"เอาไงดี เราหนีจากที่นี่ก่อนดีกว่าไหม" สินพูดพร้อมกับเริ่มเดินถอยหลังไปทีละก้าว
แต่ไม่ทันจะได้หนีไปไหน เด็กจากโรงเรียนสิงห์นคระโถีบเด็กโรงเรียนนรสิงห์ทรงหัวสกินเฮดไปชนกับรถเข็นขายของจนรถเข็นกระเด้งไปด้านหลัง รถเข็นพุ่งเข้าหาเด็กขายพวงมาลัย ฟ้ารีบพุ่งตัวไปกันเด็กไว้ รถเข็นกระแทกเข้าหลังของฟ้าจนทั้งฟ้าและเด็กกลิ้งไปกับพื้น ศีรษะของฟ้าไปฟาดเข้ากับขาโต๊ะแผงขายของที่อยู่ติดกัน เด็กขายพวงมาลัยยังปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของฟ้า แต่ฟ้ายังคงมึนอยู่หลังจากที่ศีรษะชนเข้ากับขาโต๊ะ ฟ้าพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืนด้วยสภาพไม่เต็มร้อย ย่ามสะพายข้างของฟ้าหล่นลงกับพื้นจนชุด ปวช. ไหลออกมา เด็กจากสิงห์นครที่ถีบคนไปก่อนหน้านี้เห็นชุดของคู่อริ เขาเลยง้างมือที่ถือไม้หน้าสามฟาดใส่ฟ้า ปึ้ง!! หมอกพุ่งตัวไปเอาข้อมือรับไม้หน้าสามไว้
"สิน มาช่วยฟ้าที!" หมอกะโเรียก ก่อนจะะโถีบอีกฝ่ายจนล้ม สินรีบเข้ามาประครองเด็กและฟ้าถอยไปด้านหลัง "มึงก็เด็ก นร. หรอ" เด็กจากสิงห์นครลุกขึ้นก่อนะโพร้อมกับหวดไม้ใส่หมอกอีกครั้ง หมอกหลบออกด้านข้างแต่อีกฝ่ายตวัดไม้สะบัดขึ้นโดนศีรษะของหมอก เืเริ่มไหลออกมา หมอกพุ่งตัวเข้าชาร์จใส่อีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้นทั้งคู่ หมอกรีบนั่งคร่อมตัวอีกฝ่ายก่อนจะซัดหมัดใส่หน้า เด็กสิงห์นครพยายามจะง้างไม้ฟาดใส่หมอกอีกครั้ง แต่หมอกจับข้อมืออีกฝ่ายได้ทัน ก่อนจะใช้หมัดอีกข้างซัดเข้าหน้าอีกฝ่ายซ้ำๆ พรวดดด พรวดดด!! เด็กสิงห์นครพยายามคว้ามือไปทั่วก่อนจะคว้าทรายปาดใส่หน้าของหมอกแล้วถีบหมอกเข้าที่หน้าจนหงายหลัง อีกฝ่ายพยายามเดินเข้ามากะฟาดไม้ใส่หมอกอีกครั้ง แต่สินพุ่งตัวมาะโถีบเต็มแรงจนอีกฝ่ายกระเด็นไปชนรถเข็นขายของที่ล้มอยู่ด้านหลัง
"หมอกเป็ไงบ้างวะ ลุกไหวไหม" สินเข้ามาดูเพื่อน
"ยัง...อยู่..ดี" หมอกพูดพร้อมพยายามประคองตัวเองขึ้นยืน
แต่ไม่ทันที่หมอกจะได้ยืนอย่างมั่นคง เขาก็โดนเด็กจากสิงห์นครที่เพิ่งล้มไปเมื่อกี้พุ่งตัวมาถีบจนตัวกระเด้งลงไปหมอบกับพื้นอีกครั้ง สินไม่ทันจะได้ตั้งตัวเขาก็โดนจับกระแทกเข่าใส่ลำตัวไปหนึ่งทีจนล้มลงตัวงอหายใจอย่างทรมาน ฟ้ารีบคว้าเอาท่อนไม้ที่ร้านค้าใช้ค้ำล้อรถเข็นฟาดใส่หัวเด็กสิงห์นครที่กำลังจะเตะซ้ำใส่สินจนท่อนไม้หัก เืเริ่มไหลออกจากศีรษะแต่อีกฝ่ายยังไม่ล้มลง ฟ้าได้แต่ตะลึงกับสภาพอีกฝ่าย เด็กสิงห์นครเริ่มเดินเข้าหาฟ้าอีกครั้ง ทันใดนั้นหมอกก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายจนล้มลงอีก คราวนี้หมอกใช้เข่าข้างหนึ่งทับอกอีกฝ่ายไว้ แล้วใช้เท้าอีกข้างเหยียบมือไว้ข้างหนึ่งก่อนจะรัวหมัดใส่เด็กจากสิงห์นคร อีกฝ่ายพยายามจะใช้มืออีกข้างชกสวนแต่หมอกก็ใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือเอาไว้และใช้มืออีกข้างชกใส่หน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนอีกฝ่ายหมดสติ ก่อนที่สินจะเข้ามาล็อคไหล่เพื่อพยายามหยุดหมอกเอาไว้
"พอแล้ว พอแล้ว!! เดี๋ยวพื้นก็ตายหรอก" สินพยายามร้องเรียกสติ
"....." หมอกไม่ได้พูดอะไร เขาได้แต่หอบหายใจอย่างแรงด้วยความโกรธ ก่อนจะค่อยๆ ปรับลมหายใจแล้วใช้มือตบไปที่แขนของสินเป็สัญญาณว่าได้สติแล้ว ทั้งคู่ค่อยๆ ถอยออกมา
"ไหวไหมนั่น เืไหลไม่หยุดเลยนะ" ฟ้าค่อยๆ เดินเข้ามาหา
"ไปโรงพยาบาลเถอะ เดี๋ยวพาไปทั้งสองคนเลย" สินเข้าไปประคองหมอกพร้อมกับพูด
"ไม่ๆ ไปโรงพยาบาลไม่ได้ สินพาฟ้าไปโรงพยาบาลเถอะ" หมอกยังเซอยู่แต่เขายังพอจะยืนได้
"เป็อะไร ไปกลัวอะไรหมอ" ฟ้าถาม
"......มีคนที่พอช่วยได้อยู่ ถ้าไม่อยากไปโรงพยาบาลกันแล้ว ก็ตามฉันมา" หมอกเริ่มเวียนหัวก่อนจะเดินนำทางไปที่หนึ่ง ทั้งคู่ไม่เข้าใจนักว่าเพื่อนเป็อะไรแต่ด้วยความเป็ห่วงเลยยอมตามไปด้วย
ร้านเหล้าของทไวท์
"ทไวท์ ทไวท์!!" เสียงะโจากนอกร้านดังเข้ามา ทไวท์เดินไปเปิดประตูด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะกำลังเตรียมเปิดร้านแต่กลับมีคนมากวน
"เอะอะอะไร... เวรเอ๊ย!! ไปโดนอะไรมาวะเนี่ย" ทไวท์ะโด้วยความใก่อนพาหมอกเข้าร้าน
"สา! สา! มานี่หน่อย" ทไวท์ะโเรียก
"อะไร ฉันเตรียมร้านอยู่เรียกอะไร.... เชี่ยเอ๊ย" ผู้หญิงอายุ 20 ต้นๆ ผมสีน้ำตาลแดง มัดผมหางม้าครึ่งหัว ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เสื้อกั๊กดำ กางเกงขายาวดำ แต่งตัวคล้ายกับทไวท์ เดินออกมาจากหลังร้านก่อนจะเห็นสภาพของหมอกแล้วอุทานออกมา
"พามาหลังร้านเลย" สาะโเรียก ทไวท์เดินเข้ามาประครองหมอกไปหลังร้านก่อนให้สาช่วยทำแผล ฟ้าก็เดินเข้าไปทำแผลด้วยเหมือนกัน ก่อนที่ทไวท์จะให้สาจัดการแล้วตัวเขาเดินออกมาหน้าร้านที่สินยืนรออยู่
"หมอกกับฟ้าเป็ไงบ้างครับ" สินถาม
"ไม่เป็ไร อาการไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ให้ดีก็พาแม่หนูนั่นไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกทีด้วยล่ะ" ทไวท์ตอบ
"อ้อ.. ครับ แล้วหมอกกับพี่เป็อะไรกันหรอครับ" สินถามด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
"อ่าาา จะเรียกว่าเป็รุ่นพี่ของมันก็ได้มั้ง แล้วเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิหน้าติ๋ม" ทไวท์อธิบายพร้อมกับเริ่มถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สินอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ก่อนที่ฟ้าจะเดินออกมาเพราะปฐมพยาบาลเสร็จแล้ว ทั้งฟ้าและสินขอตัวกลับบ้านก่อน ทไวท์ขอบคุณก่อนจะยื่นนามบัตรร้านให้ทั้ง 2 คนพร้อมกับยิ้มแล้วพูดว่า "บอกพ่อกับแม่ให้พากันมาอุดหนุนด้วยนะ" หลังจากส่งทั้งคู่กลับแล้วเขาจึงเดินกลับเข้าไปหลังร้าน
"สา ไอ้หมอกเป็ไงบ้าง" ทไวท์ถาม
"ไม่เป็ไรมาก เย็บแค่เข็มเดียว ตอนนี้ประคบเย็นอยู่" สาพูด หมอกนอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีผ้าขนหนูพับซ้อนกันปิดบริเวณใบหน้าครึ่งบนพร้อมกับถุงน้ำแข็งทับไว้อีกที ทไวท์เดินไปดึงแขนเสื้อกันหนาวของหมอกขึ้น เห็นกำไลผ้าที่ใส่แท่งเหล็กถ่วงน้ำหนักทั้งสองข้าง ข้างละประมาณ 250 กรัม ทไวท์แกะกำไลผ้าออกก่อนจะเห็นข้อมือบวมเขียวช้ำ
"เวร ข้อมือก็โดนเล่นมาด้วยหรอ" สาทายาก่อนเอาน้ำแข็งมาประคบข้อมือที่บวม
"พี่ฝากโทรบอกลุงหน่อยสิว่าวันสองวันนี้เดี๋ยวผมจะขอนอนที่ร้าน อย่าเพิ่งบอกลุงนะว่าผมไปโดนอะไรมา" หมอกพูด
"ไอ้เด็กนี่ ต่อให้ฉันไม่บอกลุง คิดจริงๆ หรอว่าลุงเขาจะไม่รู้" ทไวท์นั่งลงบนเก้าอี้พร้อมบ่นใส่หมอก
"แล้วเกิดเื่แบบนี้ เราต้องย้ายเมืองหนีกันอีกไหมทไวท์" สาถามพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ด้วยเหมือนกัน
"ไม่เป็ไรหรอก ตอนนี้เราอยู่เมืองฝั่งตะวันออก แล้วเมืองนี้เด็กตีกันไม่ใช่เื่แปลกอะไร โดยเฉพาะเด็ก ปวช. ยุคนี้" ทไวท์พูดก่อนจะหยิบบุหรี่มาคาบไว้กำลังจะจุด แต่สาดึงบุหรี่ออกจากปากทไวท์ก่อน
"เด็กนอนอยู่ จะสูบก็ไปด้านนอก" สาบ่นก่อนยื่นลูกอมที่มีก้านให้
"เฮ้อ... นายก็รู้ว่าควรเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้นะ อุตส่าห์เปลี่ยนชื่อย้ายมาอยู่เมืองฝั่งตะวันออกจะปกปิดตัวตนไปทำไม ถ้านายยังจะเอาตัวเข้าไปหาเื่พวกนี้" ทไวท์พูดพร้อมกับอมลูกอมไปด้วย
"ผมไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งหรอกนะ พี่ไม่ได้ถามอะไรจากสองคนนั้นเลยหรือไง" หมอกตอบ
"เอาเถอะ ไม่ใช่ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมากับการออกกำลังอย่างหนัก แถมตอนใช้ชีวิตปกติยังใส่ที่ถ่วงน้ำหนักอีก" ทไวท์พูด แต่หมอกนิ่งเงียบไม่ตอบกลับ
"ฉันว่านายควรจะคุยกับลุงได้แล้วนะ ไม่ว่านายอยากจะทำอะไร ถ้านายอยากจะทำให้สำเร็จ นายต้องให้เขาช่วย" ทไวท์พูดก่อนจะกัดลูกอมจนแตก
"ผมไม่แน่ใจว่าลุงจะเห็นด้วยกับผมไหม บางทีเขาคงอยากให้ผมใช้ชีวิตปกติแล้วเริ่มต้นใหม่แต่.." หมอกพูด
"แต่นายไม่ได้อยากทำแบบนั้น" ทไวท์พูดต่อก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วโดนสาหยิบไปเป็ครั้งที่ 2 พร้อมกับยื่นลูกอมให้เหมือนเดิม
"เื่นี้มันซับซ้อน" หมอกพูดอย่างราบเรียบ
"งั้นก็ควรทำให้มันง่าย เริ่มต้นใหม่ซะ ถ้ายอมรับมันไม่ได้จริงๆ ก็ไปเป็ตำรวจซะ ถึงตอนนั้นอาจทำอะไรได้" ทไวท์หยิบลูกอมจากสามาอมอีกครั้ง
"ทไวท์ ถ้าเื่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวฉัน เกิดขึ้นกับครอบครัวนาย นายจะเลือกวิธีนั้นไหม" หมอกตอบกลับ
"เฮ้อ ไอ้เด็กนี่... สา ฉันฝากเธอหน่อยนะ ฉันเหนื่อยจะพูดกับไอ้เด็กนี่แล้ว" ทไวท์พูดพร้อมกับเดินออกจากห้องมาเจอเข้ากับแสงที่ยืนพิงกำแพงฟังสิ่งที่หมอกกับทไวท์คุยกันอยู่หน้าห้อง ทไวท์ใเล็กน้อยก่อนใช้นิ้วโป้งส่งสัญญาณให้ออกไปด้านนอก แสงเดินตามออกไปข้างร้าน
"เขาไม่รู้หรอก" สาพูด
"หมายถึงอะไรหรอพี่" หมอกถาม
"คำถามที่นายถามเขา เขาไม่รู้หรอกว่าจะทำไหม เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขามีสิ่งที่เรียกว่า 'ครอบครัว' เหมือนคนอื่นหรือเปล่า" สาอธิบายก่อนเปลี่ยนผ้าที่รองน้ำแข็ง
"....ผมคงเผลอพูดอะไรแย่ๆ ใส่เขาไปแล้วสิ" หมอกพูด
ด้านนอกข้างร้าน
"เอาไงต่อลุง" ทไวท์พูดพร้อมกับจุดบุหรี่ โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบบุหรี่
"นั่นสินะ ยังไงตอนนี้ก็ฝากเขาไว้ที่ร้านก่อนแล้วกัน" แสงพูดพร้อมยื่นมือขอบุหรี่จากทไวท์
"ไหนว่าจะเลิกสูบไง" ทไวท์พูดก่อนยื่นบุหรี่ให้
"พอดี 3 เดือนมานี้มันมีเื่เกิดขึ้นเยอะเกินไปมั้ง" แสงจุดบุหรี่ก่อนจะใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้คีบบุหรี่
"ลุงสอนมันเถอะ หมอกมันจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกว่านี้อีกแน่" ทไวท์พูดพร้อมกับถอนหายใจ
"เขาไม่เหมือนฉันหรือนายนะทไวท์ เขาเป็คนใจดีเกินไป และคนแบบเขามักจะหลงทางได้ง่าย" แสงพูดพร้อมกับนวดขมับตัวเอง
"งั้นลุงก็ควรสอนเขาในตอนที่มีโอกาส เพราะถ้าลุงพลาด หมอกจะไม่เหลืออะไร" ทไวท์พูดพร้อมเดินไปดับบุหรี่ลงที่ทิ้งก้นบุหรี่
แสงไม่ได้ตอบทไวท์ในทันที ก่อนจะเดินไปดับบุหรี่ด้วยเหมือนกัน "เฮ้อ... ขอเวลาให้ฉันหน่อย"
เย็นวันต่อมา โรงเรียนนรสิงห์
"หมอก ตกลงสนิทกับพี่เ้าของร้านจริงเปล่า" สินถาม
"ถ้าสนิทแล้วพวกนายจะทำไม" หมอกตอบ ก่อนจะเห็นสินกับฟ้ามองตากัน
"งั้นนายก็พอจะ.." ฟ้ากำลังจะพูด
"ถ้าจะให้ขอให้เขาขายเหล้าให้ เลิกคิดไปได้เลย" หมอกรีบตอบตัดบท
"ทำไมเล่า แค่นี้ทำให้เพื่อนไม่ได้หรือไง" สินพูด
"รอนายอายุครบ 18 เดี๋ยวฉันขอให้เขาปิดร้านเลี้ยงนายเลย" หมอกพูด
ทั้งสามกำลังจะเดินไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับบ้าน ก่อนจะไปเจอกับผู้ชายผมทรงสกินเฮดที่มีผ้าพันแผลที่แขนและศีรษะ กำลังยืนคุยกับกลุ่มเพื่อนอีก 2 คนพร้อมกับสูบบุหรี่ ก่อนจะหันมามองที่กลุ่มของหมอก
"เฮ้ย พวกนี้แหละ ที่ยืนมองพวกเราตอนตีกันที่ตลาดเมื่อวาน" ผู้ที่มีผ้าพันศีรษะชี้นิ้วมาทางที่หมอกยืนอยู่
"พวกนี้เองหรอ ที่ทิ้งเพื่อนร่วมโรงเรียนโดนรุมตี" ชายย้อมผมสีทองคนหนึ่งพูดเสริม
"ช่างพวกมันเถอะ ถ้าเจอพวกโรงเรียนสิงห์รุมตีบ้าง เดี๋ยวพวกมันก็รู้" ชายย้อมผมแดงเดินมาพูดพร้อมกับกอดคอชายผมทอง หมอกยืนนิ่งก่อนจะบอกให้สินกับฟ้าไปเปลี่ยนชุดกันก่อน ส่วนเขาจะยืนดูสถานการณ์อยู่ด้านนอก ทั้งคู่ทำตามที่หมอกบอกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ทำไมนายเป็หัวหน้าของไอ้สองคนนั้นหรอ" ชายผมทรงสกินเฮดถามก่อนจะดับบุหรี่ลงกับพื้น
"เปล่า เป็เพื่อนกัน" หมอกตอบ
"แล้วพวกนั้นมองนายเป็เพื่อนด้วยหรือเปล่า" คนหัวทองถามพร้อมกับอัดบุหรี่เพิ่มอีกตัว
"มันสำคัญกับพวกนายด้วยหรือไง" หมอกตอบกลับ
"เปล่า แค่อยากรู้ว่าถ้ามึงโดนรุมตี พวกมันจะเข้าไปช่วยไหม" ชายผมทรงสกินเฮดถาม
"คงไม่ต้องให้พวกนายกังวลแทน" หมอกตอบ
"ไอ้นี่เห็นแล้วขัดตาว่ะ" ชายผมแดงทนไม่ไหวเดินเข้าไปหาหมอกพร้อมดึงคอเสื้อ แต่พอเขามองเข้าไปในดวงตาของหมอก เขากลับไม่กล้าทำอะไรต่อ ตอนนั้นเองฟ้ากับสินออกมาจากห้องน้ำพอดี หมอกดึงมืออีกฝ่ายออกจากคอเสื้อก่อนจะบอกให้ฟ้ากับสินออกไปจากที่นี่ เด็กทั้ง 3 คนไม่ได้ลงมือทำอะไร ได้แต่ปล่อยให้พวกหมอกเดินจากไป
"เสือ มึงไม่ต่อยมันไปเลยวะ ไหนๆ ก็ดึงคอเสื้อมันขนาดนั้นแล้ว" ชายที่มีผ้าพันแผลพูด
"ตอนแรกว่าจะทำอยู่ แต่กูว่ามันของจริงว่ะ" เสือ (ชายหัวแดง) ตอบ
"มึงอ่ะปอดแหกเอง ไอ้พัดมันยังบอกเลยว่าเมื่อวานพวกมันตั้ง 3 คนรุม ถึงเอาคนเดียวลง" ชายหัวทองพูดพร้อมหันมองชายผมทรงสกินเฮด
"กูพูดจริงนะเว้ย กูเห็นมากับตา ไม่เชื่อหรอวะไอ้ช้าง" พัดพยายามพูดย้ำ
"กูก็ยังไม่ได้ว่าอะไรมึงเลย ไอ้นี่ทำเป็ร้อนตัว" ช้างพูด
"เอาเถอะ วันนี้ลูกพี่กูนัดเราไปแข่งรถ พวกมึงจะไปไหมวะ" เสือถาม
"เอาดิ เผื่อกูจะได้สาวแจ่มๆ ติดกลับบ้านด้วย" พัดพูด
"มึงอ่ะให้แขนหายก่อนเถอะไอ้พัด แต่กูเฉยๆ ว่ะ อยากไปหาเหล้าแดกมากกว่า" ช้างพูดพร้อมขัดพัดไปด้วย
"เออๆ เดี๋ยวกูไปคนเดียวก็ได้ ่นี้พวกมึงอย่าไปไหนคนเดียวแล้วกัน พวกเด็กสิงห์มันมาแถวนี้บ่อยขึ้นว่ะ" เสือพูดก่อนจะแยกย้ายจากเพื่อน
บ้านของหมอก
หมอกค่อยๆ แอบดูว่าลุงอยู่ในบ้านไหม ก่อนจะใช้กุญแจไขประตูเข้าบ้าน แต่ไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าไปก็มีเสียงพูดสวนมา
"เข้ามาเถอะ ฉันรู้เื่หมดแล้ว" แสงะโเรียก
หมอกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับแผลบนหน้า
"มานั่งนี่สิ ลุงอยากคุยกับแกหน่อย" แสงหันมาพูดพร้อมเอียงศีรษะเป็สัญญาณ
หมอกเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างแสง ทั้งคู่เงียบใส่กันอยู่ครู่หนึ่ง
"ไม่อยากเริ่มต้นใหม่หรอ เป็ตำรวจมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น พ่อแกก็เป็ตำรวจนะ" แสงเริ่มต้นสนทนา
"ลุง... ลุงเชื่อจริงๆ หรอว่าคดีของพ่อมันเป็เหมือนที่ออกข่าว"
"ทำไม จะบอกว่าแกไม่ไว้ใจตำรวจรึไง"
"ถ้ามันไว้ใจได้ ผมคงไม่ต้องมาปกปิดตัวตน หรือเราคงไม่ต้องย้ายเมืองหนีกันแบบนี้หรอก"
"....เฮ้อ... ตอนนี้ถ่วงน้ำหนักไว้เท่าไหร่แล้ว" แสงเปลี่ยนเื่
"แขนกับขาข้างละ 500 กรัมครับ" หมอกตอบ
"ชินกับน้ำหนักหรือยัง" แสงถามต่อ
"เริ่มชินแล้ว" หมอกพยักหน้าเล็กน้อย แสงถอนหายใจก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลและกล่องกระดาษออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสองคน
"นี่เป็แฟ้มคดีการตายของพ่อกับแม่แก... ส่วนในกล่องนี้มีปืนประจำตัวของพ่อแกอยู่" แสงพูดพร้อมกับเอามือวางบนกล่อง ก่อนหยิบปืนออกมาวาง เป็ปืน เดสเสิร์ท อีเกิล (Desert Eagle) สีดำ
หมอกทันทีที่รู้ว่าในนั้นมีอะไร เขาก็ตื่นตะลึงและเกิดความสับสนทันที
"ตอนนี้แกยังไม่พร้อมสำหรับปืนกระบอกนี้ แต่ฉันจะไม่ห้ามถ้าแกจะเปิดดูเอกสารคดี" แสงพูด
"แล้วผมจะพร้อมเมื่อไหร่" หมอกถาม
"เมื่อลุงสอนแกเสร็จ และลุงบอกว่าแกพร้อม" แสงพูดพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
"ลุงจะสอนผมหรอ" หมอกเริ่มสับสนอีกครั้ง
"ไม่ต้องห่วง ลุงสัญญาว่าเราจะทำเื่นี้ด้วยกัน แต่เราต้องมีกฎ" แสงพูด
"กฎ?"
"ใช่... กฎข้อแรกของเราคือจะไม่ฆ่าคน ถ้านายทำไม่ได้ ก็เลิกคิดเื่ที่จะให้ลุงสอนไปได้เลย" แสงพูดอย่างหนักแน่น
"...ได้ครับ ผมจะทำเื่นี้ไปพร้อมลุง ผมจะทำให้พวกนั้นต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ" หมอกกุมมือตัวเองแน่น พยายามประคองสติไม่ให้ไหลไปตามความโกรธที่ปะทุอยู่ในตัว
แสงที่มองดูหมอกได้แต่คิดในใจว่าตัดสินใจถูกไหมที่จะลากเด็กคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง
"มาเถอะ เดี๋ยวลุงพาไปที่ที่หนึ่ง"
ณ ถนนเส้นหนึ่งตอนกลางคืน
บรื้น บรื้นนน! เสียงรถจักรยานยนต์หลายสิบคนมารวมตัวกัน
"สวัสดีพี่สัก" เสือลงจากรถเดินไปไหว้เด็กวัยรุ่นอีกคน
"มาแล้วหรอไอ้เสือ แล้วเพื่อนๆ มึงล่ะ" เด็กหนุ่มไว้หนวดเคราผมยาวรุงรังตอบกลับ ขณะนั่งคุยอยู่บนรถ
"วันนี้พ่อแม่พวกมันไม่ปล่อยมาครับ" เสือตอบ
"เออๆ แล้วมึงล่ะ จะลงแข่งไหมวันนี้ ไหนๆ ก็มาแล้ว"
"ไม่ครับ วันนี้ผมแค่มาดูเฉยๆ"
"แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่าอยากได้เงินหรอ"
"่นี้ยังไม่ร้อนเงินครับ ผมอยากพักด้วยเพราะเพิ่งเปิดเรียน"
"ฮ่าๆ มาทำตัวเป็เด็กดีอะไรตอนนี้ไอ้เสือ" สักหัวเราะลั่นพร้อมคนรอบข้าง
"ผมไม่ได้เป็เด็กดีอะไรหรอกครับ พี่ก็รู้ว่าโรงเรียนเราพอเปิดเทอมเดี๋ยวก็มีเื่ต้องไปต่อยตีกับโรงเรียนอื่นอีก"
"นั่นสินะ ปีนี้เขาว่าพวกสิงห์นครมีแต่ตัวตึงๆ ไปรวมที่นั่น เอาเถอะ ถ้ามันตีกันเองก็ช่วยพวกเราได้เยอะ" สักพูด
"แต่ผมได้ยินมาว่าวันนี้มีแก๊งซิ่งต่างถิ่นจะมาท้าแข่งพวกไอ้ศรด้วยนะพี่" เสือพูด
"ไอ้ศร สิงห์นคร รุ่นเดียวกับพี่น่ะหรอ ถ้ามันแพ้ในถิ่นตัวเองคงขายหน้าไม่น้อย ถ้ามันแพ้จริงพี่คงต้องไปเย้ยมันสักหน่อย"
แสงพาหมอกมาที่ตึกร้าง 3 ชั้นแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะสร้างเสร็จแค่ 2 ชั้นแรก ส่วนชั้นที่ 3 ทำไปได้เพียงครึ่งเดียว ที่นี่เงียบสงัดไม่มีบ้านคนอยู่ใกล้ๆ เมื่อแสงกับหมอกมาถึง ทไวท์ก็ยืนรออยู่แล้ว
"พี่มาทำอะไรที่นี่" หมอกถาม
"ก็เอากุญแจมาให้ลุงแกสิ" ทไวท์ตอบ
"ลุงซื้อที่นี่หรอ" หมอกหันไปถามแสง
"ตอนแรกก็กะเอาเป็เซฟเฮ้าส์ แต่ดูเหมือนต้องเปลี่ยนแผน" แสงตอบ
"แล้วลุงจะเปลี่ยนแผนเอาที่นี่ไปทำอะไร" หมอกถาม
"เราจะสอนแกที่นี่" แสงตอบพร้อมหันมายิ้ม
"เรา?" หมอกงงเล็กน้อยก่อนหันไปหาทไวท์
"หึ... ฉันไม่ใจดีเหมือนลุงหรอกนะ" ทไวท์ยิ้มให้ก่อนจะมองไปรอบๆ "ดูท่าจะต้องปรับปรุงกันอีกเยอะนะ" แสงพูดพร้อมมองไปรอบอาคาร
"แล้วเราจะเริ่มจากอะไรก่อนดี" หมอกพูดขึ้นก่อนหันไปมองแสงและทไวท์
โปรดติดตามตอนต่อไป