นั่งเหม่ออยู่ในร้านสักพักมืดแล้ว ในร้านไม่มีลูกค้า สวี่ตงมองนาฬิกาบนผนัง สองทุ่มสี่สิบห้าแล้วเขาจึงรีบทำความสะอาด
ทว่าการทำอะไรมือเดียวย่อมไม่สะดวกและทุลักทุเลดีที่ในร้านค่อนข้างสะอาดอยู่แล้ว ปัดกวาดนิดหน่อยก็เสร็จ หลังจากปิดประตูร้านแล้วสวี่ตงก็ไปล้างหน้า ทิ้งตัวลงเตียงในห้องเพื่อพักผ่อน
การปรากฏตัวของลุงเขย โจวเทียนฉีกวนอารมณ์สวี่ตงให้หดหู่อย่างยิ่งนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงไม่ขยับ สมองสับสนมึนงงไปหมด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆสวี่ตงก็สติกลับเข้าร่าง!
ทำไมเขาถึงต้องหดหู่และสมเพชตัวเองขนาดนี้ด้วยเล่าออกจากบ้านลุงมาแล้วก็ตัดขาดกันไปสิ ต่อจากนี้ก็แค่ต้องพึ่งตัวเองไม่ใช่เหรือ
นี่เพิ่งจะวันสองวันจะยอมแพ้แล้วเหรอ
“ไม่ได้เด็ดขาด!” สวี่ตงกำหมัดก้มหน้าพึมพำเบาๆยิ่งยากลำบากก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะโดดเด่นเหนือใครเดิมทีโลกนี้ก็ทั้งยากทั้งอันตรายอยู่แล้ว แล้วจะเอาโชคชะตาของตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นได้อย่างไร
กับหนิวเซี่ยงตงก็ด้วย เขาไม่ควรคิดแบบนี้หนิวเซี่ยงตงติดค้างเขาหรือ ไม่ใช่!
ในเมื่อคนเขาไม่ได้ติดค้างเราแล้วจะเอาเหตุผลอะไรไปขอให้เขาต้องทำดีกับเราเล่า
เพราะฉะนั้น หนิวเซี่ยงตงกับลุงเขย โจวเทียนฉีจะคบค้าสมาคมอะไรกันเขาก็ไม่สนใจ และไม่ควรสนใจด้วย!
คิดถึงตรงนี้สวี่ตงก็สั่นวาบไปทั้งตัว ปัญหานี้ ตอนที่หนิวเซี่ยงตงตกลงรับเขาไว้ที่ร้านก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ
ตอนนี้เองสวี่ตงถึงเข้าใจคำพูดของหนิวเซี่ยงตงเขาเคยพูดไว้ว่าหลังเข้ามาทำงานที่ร้านของเขา มิตรภาพก็ส่วนมิตรภาพธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ หากเป็เื่ธุรกิจของเขา ห้ามเข้ามายุ่งส่งเดช!
ที่แท้หนิวเซี่ยงตงก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจึงพูดไว้ก่อน เพียงแต่สวี่ตงยังเ็ปใจและผิดหวังอยู่!
ไม่ต้องไปคิดถึงเื่ที่ทำให้ทุกข์ใจดีกว่าสวี่ตงตบหัวพยายามปลุกตัวเองให้ตื่น การที่ตนหนีออกจากบ้านไม่ใช่การกระทำที่ไร้สติเป็เพราะตนมีพลังมองเห็นออร่าสมบัติได้ มีพลังนี้อยู่ต่อให้ไม่มีใครให้พึ่งพิง เขาก็หาเลี้ยงตัวเองได้หรืออาจได้ผลลัพธ์ที่เขาไม่เคยกล้านึกถึงแบบก่อนหน้านี้ก็ได้!
เขาเพ่งมองลวดลายแปลกๆ บนฝ่ามือขวา ใน่เวลานี้สวี่ตงมั่นใจแล้วว่าพลังของตนเกิดจากลวดลายโบราณนี้และต้นกำเนิดของลวดลายโบราณนี้ก็มาจากของเหลวสีดำที่ไหลออกมาจากแท่งหินนั้นถึงแม้จะมีของเหลวเพียงไม่กี่หยด แต่ทันทีที่แตะถูกนิ้วกลับเหมือนซึมซับกระแสน้ำความรู้สึกในตอนนั้นยากจะอธิบายเป็คำพูด
แต่ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจของเหลวสีดำคืออะไรแต่หลังจากมองเห็นออร่าสมบัติก็ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่พลังของเขายังรวมถึงจิตใจและการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกายด้วย!
อย่างเช่น สวี่ตงรู้สึกได้ว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเคยวิ่งไม่กี่นาทีก็หอบแฮ่ก แต่ตอนนี้วิ่งเร็วๆ ไม่กี่นาทียังรู้สึกว่าหายใจได้ปกติหัวใจไม่เต้นแรง ความแข็งแกร่งก็มากขึ้นด้วยแน่นอนว่าร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นก็นำไปสู่ผลลัพธ์อีกอย่างโดยตรงนั่นก็คือความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้น!
วันพรุ่งนี้เขาจะรีบไปที่ร้านแผงลอยเพื่อซื้อหนังสือเกี่ยวกับวัตถุโบราณสักหน่อยในเมื่อตนสามารถระบุสมบัติล้ำค่าได้โดยไม่จำเป็ต้องอาศัยตัวช่วยก็จำเป็ต้องมีความรู้รอบด้านเพื่อเก็บงำความลับของตนอันที่จริงก็คือการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสมบัติล้ำค่า แบบนี้เวลาที่บอกเหตุผลในการประเมินสมบัติจะได้ไม่เผยพิรุธ!
ตอนแรก เขาก็คาดหวังว่าจะได้คำชี้แนะและการสั่งสอนจากหลงชิวเซิงแต่ตอนนี้ได้เห็นมิตรภาพระหว่างหนิวเซี่ยงตงกับโจวเทียนฉีแล้ว สวี่ตงก็คิดว่าเขาต้องมุ่งมั่นและฝากความหวังไว้กับคนอื่นไม่ได้อีกตัวเองมีความรู้ความสามารถแล้วย่อมแข็งแกร่งเหนือสิ่งอื่นใด!
ดูอย่างตอนนี้สิ บอกว่าจะหนีไปจากหนิวเซี่ยงตงแต่มีเงินติดตัวเพียงสามร้อยหยวน แล้วจะหนีไปไหนได้
ดูเหมือนยังต้องพึ่งพาความสามารถของตนเองต่อไป อดทนให้มากขึ้นหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองมากขึ้น หาเงินให้ตัวเองมากขึ้น ต่อให้ถูกใครหน้าไหน ‘ทอดทิ้ง’ หรือ ‘ขับไล่’อย่างน้อยก็ยังมีเงินติดตัว การมีเงินจะไม่ทำให้ตัวเองอับจนหนทาง!
อืม งั้นก็นอนสักหน่อยดีกว่า พักผ่อนให้เพียงพอ!
ผล็อยหลับไปอย่างมึนงง กระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตู ‘ปังๆ’ ถึงสะดุ้งตื่นลืมตาเห็นแสงแดดสีแดงอันอบอุ่นส่องลอดหน้าต่างเข้ามา เช้าแล้ว!
นี่หลับยันฟ้าสว่างเลยเหรอ
สวี่ตงตื่นตระหนก ก่อนจะรีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วก้มสวมรองเท้าหลังจากผูกเชือกรองเท้าเรียบร้อยแล้วเขาถึงเพิ่งตระหนักได้ แขนซ้ายขยับได้แล้ว?
ตอนที่สวมเสื้อผ้าและรองเท้าเมื่อกี้สวี่ตงใช้มือทั้งสองข้างเหมือนยามปกติตอนนั้นไม่ได้คิดว่าแขนซ้ายที่ได้รับาเ็จะขยับได้พอตระหนักได้เอาตอนนี้จึงตะลึงงันไปเลย!
พักใหญ่ถึงได้สติก็ยกแขนซ้ายมาสำรวจดูสวี่ตงยกแขนซ้ายขึ้นอย่างง่ายดาย ไม่ติดขัดหรือเจ็บเลยสักนิด
ตอนแรกคิดจะแกะผ้าพันแผลดูอีกรอบแต่เสียงเคาะจากด้านนอกประตูร้านดังปึงปังแล้วยังได้ยินเสียงผู้หญิงะโเข้ามาด้วย “สวี่ตงเปิดประตูรีบเปิดเดี๋ยวนี้ ฉันถามหนิวเซี่ยงตงมาแล้ว รู้นะว่านายอยู่ที่นี่ รีบเปิดประตู!”
เป็โหมวซือฉิง!
สวี่ตงยิ้มแหย โหมวซือฉิงตามมาถึงหน้าประตู แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะ‘ใช้กำลังบังคับ’ กับเขาอีกครั้งที่เธอมาถึงหน้าประตูต้องเป็เพราะเื่ที่เขา ‘หนี’ออกจากโรงพยาบาลแน่นอน
สวี่ตงวิ่งไปเปิดประตูโดยไม่คิดจะล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยพอเปิดประตูโหมวซือฉิงที่กำลังทำหน้าโกรธขึ้งก็ะเิอารมณ์ “เ้าเด็กนี่อยากตายจริงๆ ใช่ไหม จะรีบแค่ไหนก็รักษาตัวให้หายก่อนสิตามฉันไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
โหมวซือฉิงหงุดหงิดไปพลางยื่นมือไปลากสวี่ตงไปพลาง ทั้งยังบ่นไม่หยุดปาก “แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่มี ตามหานายนี่เปลืองพลังงานจริงๆ !”
“เ้าหน้าที่โหมว คุณไม่ต้องห่วงหรอก” สวี่ตงรีบเหวี่ยงแขนซ้ายให้เธอเห็น “คุณดูแขนผมไม่เป็อะไรแล้ว แค่ถูกกัดเข้าเนื้อ ไม่ได้ร้ายแรงถ้าเป็อะไรจริงแขนผมต้องขยับไม่ได้แล้วสิ อีกอย่างนะ นี่มันแขนผมคิดว่าผมไม่รู้วิธีป้องกันเหรอ ถ้ามีปัญหาจริงๆต่อให้คุณไล่ผมออกจากโรงพยาบาลผมก็ไม่ออกหรอกครับ!”
โหมวซือฉิงตกตะลึงเมื่อเห็นสวี่ตงสะบัดแขนซ้ายอย่างเป็ธรรมชาติไม่มีท่าทีแสร้งทำเลยสักนิดจำได้ว่าตอนอยู่โรงพยาบาลเมื่อวานขยับนิดเดียวเขาก็ร้องโอดโอยแล้วนี่อีกอย่างาแของเขาเธอก็เห็นเองกับตา ถูกสุนัขขย้ำจนเห็นกระดูกเสียเืเยอะขนาดนั้นจะหายเป็ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพียงข้ามคืนได้อย่างไรกัน
สวี่ตงสะบัดแขนโดยไม่รู้สึกเจ็บเลยจริงๆ เขายิ้มให้ “ผมจะแกะผ้าดูหน่อย ที่ไหล่มันคันๆ จะเกาก็เกาไม่ถึง แกะผ้าดูก็ดีเลยอีกเดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนยา!”
โหมวซือฉิงยังกลัวว่าาแจะติดเชื้อจึงรีบผลักเขาให้นั่งลงบนเก้าอี้“นายนั่งเฉยๆ ฉันจะแกะให้ อย่าให้กระทบแผลถ้าติดเชื้อจะยุ่งยาก!”
สวี่ตงยกแขนซ้ายให้โหมวซือฉิงแกะผ้าพันแผล ผ้าพันแผลทั้งหนาทั้งเยอะโหมวซือฉิงแกะผ้าพันแผลยาวทีละชั้น เมื่อปลดผ้าพันแผลหมดแล้ว สิ่งที่ติดอยู่ที่ไหล่คือแผ่นผ้าฝ้ายชุบยาโหมวซือฉิงกลั้นหายใจแล้วดึงผ้าออกอย่างระมัดระวัง
ยาที่อยู่ใต้แผ่นผ้ากลายเป็สีดำไปแล้วแผลสุนัขกัดที่ไหล่ถูกยาสีดำอุดไว้ ไม่รู้ว่าาแเป็อย่างไรบ้าง
พอแผ่นผ้าชุบยาเปิดออก สวี่ตงเพียงรู้สึกว่ามันเย็นแล้วก็คันจนอดเอื้อมมือไปเกาไม่ได้
โหมวซือฉิงตีมือเขาดังป้าบ ก่อนจะแค่นเสียง “ห้ามใช้มือเกา ถ้าเกามันจะติดเชื้อ อืม มีแอลกอฮอล์หรือเบตาดีนไหม”
สวี่ตงชี้ไปที่เหนือเคาน์เตอร์โหมวซือฉิงเห็นบนนั้นมีแอลกอฮอล์ขวดเล็กวางอยู่หลายขวดพร้อมกับสำลีจึงหยิบแอลกอฮอล์มาหนึ่งขวดพร้อมกับสำลีอีกสามสี่แผ่น
“นี่คือแอลกอฮอล์ที่พวกเธอใช้ทำความสะอาดสิ่งของไม่ใช่แอกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ แต่ก็ใช้ได้ ฆ่าเชื้อได้ก็พอ!” โหมวซือฉิงดูฝาขวด ขวดนี้ยังไม่เคยเปิดใช้
บิดเกลียวฝาแล้วก็หยดแอลกอฮอล์ใส่สำลี โหมวซือฉิงใช้สำลีเช็ดบริเวณปากแผลบนไหล่อย่างระมัดระวังพลางพูดไปด้วย “อดทนหน่อยนะ แอลกอฮอล์โดนแผลแล้วจะค่อนข้างเจ็บ!”
สวี่ตงกลับตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เจ็บนิดหน่อยจะกลัวอะไร”
“ขี้โม้อีกแล้ว!” โหมวซือฉิงไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย“คืนนั้นไม่ใช่ว่าเืไหลนิดเดียวก็เป็ลมหรือไง หน้าไม่อายเอ๋…”
สวี่ตงหน้าแดงเถือกทันควันคืนนั้นเขาใเืบนมือโหมวซือฉิงจนเป็ลมไปจริงๆ นั่นละแล้วเขาก็กลัวเืมาั้แ่เด็กจริงๆ โหมวซือฉิงไม่ย้ำเื่นี้ก็ดีแต่มาเปิดโปงจุดอ่อนกันซึ่งหน้าแบบนี้ไม่ไว้หน้ากันเลยจริงๆ !
อันที่จริงสวี่ตงก็ยังไม่แน่ใจนักกลัวเืจนเป็ลมเป็เพียงปัจจัยรอง ปัจจัยหลักคือตอนนั้นเขาได้รับาเ็สาหัสเสียเืมากจนร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานจึงอ่อนแอลงไปด้วยปัจจัยทั้งหลายรวมกันเป็ผลให้เห็นเืแล้วเป็ลมหมดสติไป
สวี่ตงชำเลืองมองโหมวซือฉิงอย่างเงียบเชียบ เห็นเธอทำสีหน้าใไม่มีท่าทีจะเยาะเย้ยเขาก็รู้สึกแปลกใจ จึงรีบมองตามสายตาเธอไปยังไหล่ตัวเอง
โหมวซือฉิงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผลล้างยาสีดำออกไปจนเผยให้เห็นเนื้อบริเวณหัวไหล่
บนิัสีเหลืองที่ตอนแรกมีาแฉกรรจ์กลับเหลือเพียงรอยแผลสีขาวจางๆไม่กี่จุด ส่วนรอยเขี้ยวที่ลึกที่สุดสองรอยก็ตกสะเก็ดสีดำเรียบร้อยแล้ว
นี่แสดงว่าาแสมานกันจนเกือบจะหายดีแล้วโหมวซือฉิงจะไม่ใได้อย่างไร
แผลตกสะเก็ดหมดแล้วมิน่าเล่าตอนใช้แอลกอฮอล์เช็ดสวี่ตงถึงไม่ร้องสักแอะ หากแผลยังไม่สมาน ยามที่แอลกอฮอล์ทำลายเชื้อโรคจะทำให้เจ็บแผลอย่างรุนแรงแต่หากิัสมานกันดี แอลกอฮอล์ก็ทำอะไรไม่ได้และย่อมไม่รู้สึกเจ็บเป็ธรรมดา
“เอ๋ แผลหายเร็วดีจังมิน่าล่ะ ตอนเพิ่งตื่นถึงไม่รู้สึกเจ็บแขนเลย อืมหรือเพราะตอนนั้นเืไหลเยอะจนดูน่ากลัวไปเอง ความจริงแล้วแผลเล็กมาก ผมถึงบอกไงว่าไม่ต้องบังคับให้ผมอยู่โรงพยาบาลมันไม่เป็ไรแล้ว!”
โหมวซือฉิงตกตะลึง คืนนั้นแผลของสวี่ตงดูสาหัสมากและตอนนั้นก็ทำให้เธอกลัวมากด้วย คิดไม่ถึงว่าแผลของเขาไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดแถมยังหายเร็วมากเสียด้วย