ตอนที่ 10 อัปเกรดครั้งที่ 3
เปลือกตาของเพชรค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกเ็ปร้าวระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความทรงจำที่เลือนรางค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย "นี่ข้ายังไม่ตายหรือ?" เพชรพึมพำกับตัวเอง เขาพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณโดยรอบยังคงเป็ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง แต่เหล่าอสูรเงาที่เคยคุกคามเขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพชรสำรวจร่างกายของตนเองอย่างละเอียด พบว่าิับางส่วนของเขากลับกลายเป็ผลึกทรายหยาบกร้าน เขาจำได้ว่าก่อนที่สติจะดับวูบลง พลังจิตของเขาได้ปะทุออกมาอย่างรุนแรง และอาจเป็ผลให้ร่างกายของเขาแปรสภาพเป็ธาตุต่างๆ ได้ชั่วคราว
ร่างกายของเพชรยังคงอ่อนแรง เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เขาจึงตัดสินใจตรวจสอบสถานะของตนเองในช่องสถานะ ปรากฏว่าพลังงานของเขาเหลือเพียง 0 หน่วย ส่วนพลังจิตของเขาได้รับการอัปเกรดเป็ครั้งที่3 ซึ่งเป็ผลมาจากการต่อสู้กับเหล่าอสูรเงาอย่างดุเดือด
สถานะ: เพชร ระดับ: 5
เพชรจ้องมองไปยังช่องสถานะของตนเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน สายตาของเขาหยุดลงที่คำว่า "ไร้ลักษณ์" ซึ่งปรากฏอยู่ข้างพลังจิต เขาไม่รอช้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดของพลังพิเศษนี้ทันที
จิตแปรผันกายาไร้ลักษณ์:
เพชรพิจารณาความสามารถของจิตแปรผันกายาไร้ลักษณ์อย่างถี่ถ้วน เพชรตระหนักได้ว่า พลังจิตที่ได้รับการอัปเกรดของเขาทำให้เขาสามารถควบคุมและใช้พลังทั้งสามสายหลักของโลกนี้ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็พลังกาย พลังเวท หรือพลังจิต นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่สายพลังจิตอีกต่อไป แต่สามารถดึงศักยภาพของทุกสายพลังมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการแปลงร่างเป็ทรายทำให้สภาพแวดล้อมที่เป็ทะเลทรายแห่งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเขาอีกต่อไป เขาสามารถปรับตัวและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในสภาพแวดล้อมที่เคยเป็อุปสรรค
เพชรเริ่มพิจารณาถึงแท่นหินขนาดใหญ่ที่เหล่าอสูรเงาเคยเฝ้าอยู่ เขาคาดการณ์ว่าแท่นหินนั้นอาจจะเป็จุดวาร์ปที่เชื่อมต่อไปยังแดนกลาง
หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง พลังงานของเพชรเริ่มฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย เขาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งในท่าสมาธิ และเริ่มทำความเข้าใจทักษะบัญญัติดาราอย่างลึกซึ้ง เพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูพลังงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อพลังงานของเขากลับมาเต็มที่อีกครั้ง เพชรใช้พลังจิตแปลงร่างของตนเองให้กลายเป็ทราย เขาเพิ่มความระมัดระวังเป็พิเศษ และค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังกลุ่มหินั์ที่เรียงตัวกันอย่างแปลกประหลาด
ในครั้งนี้ เพชรพบว่าเหล่าแมงป่องั์ไม่สามารถตรวจจับเขาได้ เนื่องจากร่างทรายของเขาแทรกซึมไปกับพื้นทรายได้อย่างแเี อย่างไรก็ตาม เขาไม่ประมาทและยังคงเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบและระมัดระวังที่สุด เมื่อเขาเข้าใกล้ใจกลางของกลุ่มหินั์ที่เรียงตัวกันเป็วงกลม เพชรพบว่ามีวงแหวนเวทมนตร์สลักอยู่บนพื้นหิน เขาพยายามสำรวจวงแหวนเวทมนตร์นั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน และสังเกตเห็นว่ามีอักษรบางตัวที่คล้ายคลึงกับอักษรในทักษะบัญญัติดาราของเขา
เพชรใช้เวลาศึกษาและวิเคราะห์วงแหวนเวทมนตร์นั้นอย่างตั้งใจ ในที่สุด เขาก็พบวิธีใช้งานมัน เขาเร่งใช้ทักษะบัญญัติดาราผสานเข้ากับวงแหวนเวทมนตร์ เพื่อขยายขอบเขตของทักษะและวาร์ปตัวเองไปยังพิกัดที่ระบุไว้บนวงแหวน
ณ เมืองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนชายขอบของแดนกลางอันกว้างใหญ่ไพศาล ติดกับทะเลทรายแห่งความสิ้นหวังอันเวิ้งว้าง จัตุรัสกลางเมือง มีแสงสว่างเจิดจ้าพลันสาดส่อง และจากใจกลางของแสงนั้น ร่างของเพชรก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
เพชรจ้องมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกประหลาดใจระคนงุนงงอย่างหาที่สุดมิได้ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเมืองที่ตั้งอยู่ในแดนกลางของแดนชำระ จะมีลักษณะเป็เช่นนี้ เมืองนี้มีกลิ่นอายของเมืองในยุคกลางของโรมันโบราณ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดใจยิ่งกว่าคือผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ ทุกคนกำลังเร่งรีบดำเนินชีวิตราวกับโลกที่เขาจากมา บางคนกำลังขายสินค้าต่างๆ อย่างขะมักเขม้น เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือทุกคนล้วนมีพลังประหลาดแผ่ออกมา
เพชรสังเกตเห็นว่าผู้คนในเมืองนี้มีพลังพิเศษที่แตกต่างกันไป บางคนสามารถควบคุมธาตุต่างๆ ได้อย่างอิสระ บางคนสามารถรักษาาแได้ด้วยการััเพียงเบาๆ และบางคนมีพลังโทรจิตที่แข็งแกร่ง เมืองนี้เป็แหล่งรวมวัฒนธรรมและความสามารถที่หลากหลาย เป็สถานที่ที่สิ่งพิเศษและสิ่งธรรมดาอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
เมื่อเพชรสำรวจเมืองลึกเข้าไป เขาก็ได้พบกับผู้คนมากมาย แต่ละคนมีเื่ราวและเป้าหมายของตนเอง มีพ่อค้าขายสินค้าแปลกใหม่ที่มาจากดินแดนต่างๆ ช่างฝีมือที่สร้างสรรค์งานศิลปะอันวิจิตรบรรจง และนักปราชญ์ที่ศึกษาตำราโบราณอันล้ำค่า
เพชรกวาดสายตามองไปรอบจัตุรัสกลางเมืองอันคึกคัก ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่อาคารขนาดใหญ่ตระหง่าน อาคารหลังนั้นโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยอย่างลงตัว เหนือประตูทางเข้ามีป้ายขนาดใหญ่เขียนด้วยภาษาที่เพชรไม่คุ้นเคย แต่กลับเข้าใจความหมายได้อย่างน่าประหลาดใจ
อาคาร: นักเดินทางมือใหม่
เพชรตัดสินใจเดินเข้าไปในอาคารหลังนั้นด้วยความสงสัย เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ประตูทางเข้า ก็พบกับหญิงสาววัย 18-19 ปี ยืนรอต้อนรับอยู่ หญิงสาวผู้นั้นมีใบหน้ายิ้มแย้มและแววตาเป็มิตร เมื่อเธอเห็นเพชรเดินเข้ามา เธอก็ยิ้มทักทายอย่างอ่อนโยน
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่แดนชำระ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "คุณเพิ่งมาถึงที่นี่ใช่ไหมคะ? ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ทุกคนที่มาถึงที่นี่ครั้งแรกก็รู้สึกงุนงงเหมือนกันทั้งนั้น"
หญิงสาวเริ่มอธิบายเกี่ยวกับแดนชำระให้เพชรฟัง เธอเล่าว่าแดนชำระเป็สถานที่ที่ิญญาของผู้ที่เสียชีวิตแล้วจะมาถึง
เพชรเริ่มตระหนักว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่มาถึงที่นี่ เขาไม่ได้มาถึงแดนชำระโดยตรง แต่กลับไปปรากฏตัวที่ขอบนอกของแดนกลาง ซึ่งเป็เื่ที่ผิดปกติอย่างมาก
เพชรตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเื่ราวของตนเองให้หญิงสาวฟัง แต่เลือกที่จะแสร้งทำเป็ผู้มาใหม่ที่ยังไม่รู้อะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าตอบรับคำทักทายของเธออย่างสุภาพ
"ขอโทษด้วยนะคะที่ลืมแนะนำตัว" หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ฉันชื่ออริสา เป็นักเดินทางเหมือนกับคุณ แต่ตอนนี้ฉันทำหน้าที่เป็ผู้ต้อนรับผู้มาใหม่ค่ะ เชิญตามฉันมาเลยค่ะ"
เพชรได้ยินภาษาที่คุ้นเคยจากเธอ ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าผู้คนในแดนชำระจะใช้ภาษาโบราณ เช่น "เ้า" หรือ "ข้า" แต่กลับกลายเป็ว่าพวกเขาใช้ภาษาที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
"ครับ เรียกผมว่าเพชรก็ได้ครับ" เพชรตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
อริสาพยักหน้าและยิ้มตอบ ก่อนที่จะเดินนำเพชรเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่หลังนั้น ภายในอาคารมีบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็กันเอง แตกต่างจากภายนอกที่ดูขึงขังเล็กน้อย เพชรสังเกตเห็นผู้คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่ภายในอาคาร บางคนกำลังพูดคุยกัน บางคนกำลังอ่านหนังสือ และบางคนกำลังนั่งสมาธิ
อริสาเดินนำเพชรไปยังห้องทำงานเล็กๆ ที่อยู่ด้านในของอาคาร เมื่อเข้าไปในห้อง เพชรก็เห็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีเอกสารและหนังสือวางเรียงรายอยู่มากมาย อริสาเชิญให้เพชรนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับแดนชำระให้เขาฟังอย่างละเอียด