บทที่ 23 เ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่
“หลิวชิง... เป็เ้าเองหรือ? เ้ากลับมาั้แ่เมื่อไหร่! แล้วเหตุใดเ้าถึงได้มาแอบดูข้าอาบน้ำเช่นนี้!”
“ขะ... ข้า...” หลิวชิงพยายามจะเอ่ยปากอธิบาย ทว่าลำคอของเขาาเ็สาหัสจนมิอาจเปล่งวาจาใดออกมาได้ ทำได้เพียงสำลักและไอออกมาเป็ลิ่มเืด้วยความเ็ปจากการโจมตีเมื่อครู่
“หลิวชิง...” เมิงฉินเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของนางซีดเผือดลงด้วยความร้อนใจและเป็ห่วงสหายที่าเ็หนักด้วยน้ำมือของตนเอง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประสาทััอันฉับไวของจักรพรรดิจิ้งจอกก็รับรู้ได้ถึงกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามายังจุดนี้อย่างรวดเร็ว คาดว่าคงเป็เหล่าลูกศิษย์ของนางที่ใกับเสียงโครมครามกึกก้องที่สนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งผืนป่าเมื่อครู่ จึงพากันรุดมาดูเหตุการณ์
“ไม่ได้การ! เ้าห้ามเอ่ยสิ่งใดอีก มิเช่นนั้นมีแต่จะเสียเืไปมากกว่านี้”
เมิงฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน นางรีบโคจรพลังตบะไว้ที่ปลายนิ้วก่อนจะวาดมือออกไปในอากาศ ทันใดนั้น พลังมหาศาลก็ะเิแผ่ขยายเป็วงกว้างครอบคลุมไปทั่วทั้งผืนป่ารอบบริเวณ
ต้นไม้ใหญ่กว่าสิบต้นที่หักโค่นล้มระเนระนาดด้วยฝีมือของนางเมื่อครู่ พลันกลับคืนสู่สภาพเดิมด้วยพลังภาพมายา พื้นที่ที่เคยพังพลายกลับดูเงียบสงบราวกับมิเคยมีเหตุปะทะเกิดขึ้น เพื่อตบตาเหล่าศิษย์ที่กำลังมุ่งหน้ามา
ไม่นานนักเสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ก็ดังใกล้เข้ามาทุกที เมิงฉินรีบใช้พลังสร้างร่างจำลองจากภาพมายา ของนางขึ้นมาอีกร่างหนึ่ง ร่างนั้นเหินทะยานขึ้นไปเผชิญหน้ากับเหล่าศิษย์ในทันที พร้อมกับเอ่ยโกหกด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าเสียงโครมครามเมื่อครู่เป็เพียง สัตว์ิญญาหลงฝูงตัวหนึ่งเท่านั้น
นางสั่งให้เหล่าศิษย์กลับไปรอที่จุดพักเดิม โดยกำชับให้รวมกลุ่มกันไว้และระวังตัวให้มากขึ้น ส่วนตัวนางจะตามกลับไปในภายหลัง เมื่อเห็นว่าบรรดาศิษย์รับคำและเริ่มถอยห่างออกไป เมิงฉินจึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ปกปิดความลับเอาไว้ได้ทันท่วงที
เมื่อเหล่าศิษย์จากไปแล้วเมิงฉินก็รีบประคองร่างของหลิวชิงเข้าไปยังถ้ำที่อยู่ใกล้เคียง นางวางร่างของเขาลงบนพื้นอย่างเบามือ ก่อนจะสะบัดมือจุดเพลิงจิ้งจอกสีขาว ขึ้นรอบๆ เพื่อให้แสงสว่างภายในถ้ำ
“หลิวชิง... าแของเ้าหนักเกินไป หากจะพาเ้ากลับไปหาจงหลิงตอนนี้คงมิทันการแน่ เส้นลมปราณที่ลำคอของเ้าถูกข้าทำลายเสียหายหนัก หากมิรีบรักษาในทันที เ้าอาจจะต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกหลายวัน”
เมิงฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด พลางก้มมองร่างของหลิวชิงที่ยังคงหายใจติดขัดอยู่บนพื้นถ้ำด้วยสายตาที่เป็กังวลยิ่งนัก
“เ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่... ว่าจะมิเอาเื่ที่ข้ากำลังจะทำต่อจากนี้ไปบอกแก่ผู้ใด และจงเก็บมันเป็ความลับระหว่างเราสองคนตลอดไป” เมิงฉินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดคิ้วของนางขมวดเข้าหากันจนเป็ปม
หลิวชิงทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ กลับไปพลางพยักหน้ารับคำสัตย์นั้น เขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่านางกำลังจะใช้วิธีการใดรักษาาแฉกรรจ์ที่ลำคอของเขา ทว่าสิ่งที่เขารับรู้ได้แจ่มชัดในยามนี้ คือภาพเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเมิงฉินที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในระยะประชิด ซึ่งเป็ความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้
“เ้ารับปากข้าแล้วนะ... อย่าได้ผิดคำพูดเป็อันขาด” เมิงฉินเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เอาล่ะ ข้าต้องถอดเสื้อผ้าของเ้าออกให้หมดจนไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว วิธีการต่อจากนี้แม้มันจะดูพิลึกพิลั่นไปบ้างแต่มันช่วยเ้าได้... ข้าจำเป็ต้องหลอมรวมหยินหยางกับเ้า...”
นางเงียบเสียงลงครู่หนึ่ง แววตาแฝงความประหม่าขณะลอบสังเกตท่าทีของหลิวชิง ว่าจะแสดงความรังเกียจในตัวนางหรือไม่ เมื่อเห็นว่าสหายตรงหน้ามิได้มีท่าทีต่อต้านหรือรังเกียจในสิ่งที่นางกำลังจะทำ เมิงฉินจึงเริ่มลงมือดำเนินการต่อ
“ในระหว่างที่เราหลอมรวมหยินหยางกัน...” เมิงฉินเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็น “ข้าจะส่งพลังตบะจิ้งจอกเก้าหางเข้าสู่ร่างของเ้าเพื่อฟื้นฟูาแทั้งหมด วิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการรักษาทั่วไปหลายเท่าตัวนัก”
นางก้มลงสบตากับหลิวชิงอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาที่เป็สัญญาณว่ามิได้รังเกียจและยินยอมรับการรักษานี้เมิงฉินจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ข้าจะเริ่มแล้วนะ...”
สิ้นคำเมิงฉินก็โน้มกายลงสวมกอดหลิวชิงที่ไร้อาภรณ์ปกปิดอย่างแนบชิด ก่อนจะประทับริมฝีปากมอบรสจูบอันดื่มด่ำให้แก่เขา
เพียงไม่นาน าแภายนอกที่ลำคอก็เริ่มสมานตัวเข้าหากันจนเหลือเพียงรอยจางๆ ทว่าเส้นลมปราณภายในกลับฟื้นฟูได้ช้ากว่านั้นมาก ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังในการรักษาอีกพอสมควร
“ตอนนี้เ้าพอจะพูดได้บ้างแล้วใช่หรือไม่?”
เมิงฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล และเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความประหม่ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะรู้ดีว่านี่คือเื่จำเป็และฉุกเฉินที่สุดเพื่อช่วยชีวิตหลิวชิงก็ตาม
“อืม... ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าต้องลำบากถึงเพียงนี้” หลิวชิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมาเป็ปกติ “และเื่ที่ข้าล่วงเกินแอบดูเ้า... ข้าเพียงแต่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล อยากจะหาที่อาบน้ำล้างตัวก่อนเข้านครเยว่เฉิงเท่านั้น แต่ดันบังเอิญไปเห็นเ้าที่ลำธารพอดี”
เขาลอบยิ้มแห้งๆ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างตรงไปตรงมาตามนิสัย “นิสัยข้าก็เป็เช่นนี้ เมื่อเห็นสาวงามก็อดใจมิได้ที่จะขอชมดูสักหน่อย จนข้าลืมไปเสียสนิทว่าตบะของเ้านั้นอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียน เพียงแค่ใบไม้ร่วงหล่นลงพื้น เ้าก็คงััได้แล้ว”
“เื่วันนี้ข้าต้องขอโทษและขอบคุณเ้ามาก หากวันหน้ามีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยเ้าได้ ขอให้บอกข้าทันที” หลิวชิงเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม
เขามองสบตากับเมิงฉินก่อนจะกล่าวต่อ “รักษาข้าเพียงภายนอกเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หลังจากนี้ข้าจะรักษาตัวเองต่อเอง ข้ามิอยากล่วงเกินเ้าไปมากกว่านี้... แค่นี้ข้าก็รู้สึกผิดต่อเ้าและถังอู่เล่อมากพอแล้ว”
เมิงฉินขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจในความคิดของเขา “เส้นลมปราณนะมิใช่เส้นด้าย หากไม่รักษาให้จบตอนนี้ เ้าคงต้องใช้เวลาเป็อาทิตย์หรือนานกว่านั้นกว่าจะหาย มิสู้ยอมเสียเวลารักษาให้สิ้นซากไปกับข้าตอนนี้เลยจะไม่ดีกว่าหรือ?”
นางขยับกายเข้าใกล้เขามากขึ้นพลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “หากจะคิดว่าล่วงเกิน เ้าก็ล่วงเกินข้าไปั้แ่แอบดูข้าอาบน้ำที่ลำธารนั่นแล้ว จะล่วงเกินต่ออีกสักหน่อยก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงนักหรอก ส่วนเื่ถังอู่เล่อ... เ้าก็แค่ต้องปิดปากให้สนิท อย่าได้ปริปากบอกเขาเป็อันขาด เข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่”
หลิวชิงพยักหน้ายอมรับทันทีเมื่อเห็นท่าทางฉุนเฉียวของนาง เขาขัดใจนางมิได้จริงๆ ในยามนี้
“อีกอย่าง ข้าเองก็มิได้ดูให้ดีใช้แต่อารมณ์ไปหน่อย” เมิงฉินเอ่ยต่อพลางลดอาการหัวเสียลงบ้าง “หากเป็เหล่าศิษย์ของข้าปะทะเข้าเมื่อครู่ คงได้ตายคามือข้าไปแล้ว เื่นี้ข้ากับเ้าต่างก็มีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่”
หลิวชิงรีบหลบสายตาของนาง ใบหน้าของเขาเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยเสียงแ่
“แล้วแต่เ้าเถิด เมิงฉิน... แต่หากยังคงทำเช่นนี้ต่อไป ข้ามีแต่จะได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวมิใช่หรือ แล้วฝั่งเ้าเล่า... เ้าจะได้สิ่งใดตอบแทนกัน”
“เ้าเลิกพูดมากได้แล้ว! ข้าจะคิดบัญชีกับเ้าทีหลังเอาให้หนักเลยคอยดู แต่ตอนนี้ข้าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ข้าทำลงไปก่อน” เมิงฉินเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงดุดันเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าของตนเอง นางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แววตาสั่นไหวเล็กน้อยขณะจ้องมองลึกเข้าไปในตาของเขา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด “...เ้ารังเกียจข้าหรือไม่ ที่ข้าทำเช่นนี้?”
หลิวชิงนิ่งอึ้งไปกับคำถามที่คาดไม่ถึงนั้น ท่ามกลางแสงสีขาวของเพลิงจิ้งจอกที่สั่นไหวไปมาภายในถ้ำ ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวแรงในระยะประชิดเช่นนี้
หลิวชิงสบตาตอบนาง “ข้าก็บอกเ้าไปแล้วว่าข้ามีแต่ได้กับได้ นั่นก็หมายความว่าข้ามิได้รังเกียจเ้าเลยแม้แต่น้อย... กลับกัน ข้าชอบมันเสียด้วยซ้ำ”
คำสารภาพตรงๆ ทำเอาเมิงฉินหน้าแดงซ่านจนร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด นางพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านพลางเอ่ยเสียงสั่น “ห... หากเ้าทนอารมณ์ของตนเองมิไหว ก็อย่าได้ฝืนมันเอาไว้ ปล่อยมันออกมาเสีย... พลังหยินหยางจะหลอมรวมกันได้ดีกว่าเดิม ยามนี้... ข้าเองก็เริ่มจะควบคุมอารมณ์มิไหวแล้วเช่นกัน เ้าอย่าได้ถือสาข้าล่ะ หากข้าเผลอสนุกจนเกินเหตุไปบ้าง”
สิ้นคำพูดที่ปนไปด้วยลมหายใจหอบกระชั้น เมิงฉินก็โน้มตัวลงประทับจูบที่ริมฝีปากของหลิวชิงอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง